เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 คุณหนูสามหรือคุณหนูอวี้

บทที่ 9 คุณหนูสามหรือคุณหนูอวี้

บทที่ 9 คุณหนูสามหรือคุณหนูอวี้


บทที่ 9

คุณหนูสามหรือคุณหนูอวี้

เหนือสิ่งอื่นใดคือองครักษ์เงาที่กำบังกายอยู่ต่างแปลกใจเรื่องเดียวกัน คุณหนูแห่งจวนท่านแม่ทัพหลบหนีออกมาจาก    รัฐจื่ออวิ๋นตามลำพัง! ทั้งยังดั้นด้นเข้าไปในหนานหลินเพื่อดักปล้นท่านอ๋อง? นางไม่ได้ล้มหมอนนอนเสื่อเพราะอาการป่วยตลอดทั้งปีหรอกหรือ? แต่ต่อให้พวกเขารู้ดีแก่ใจว่าอวี้ซีหยวนไม่เจ็บป่วยโรคร้ายแรงใด ถึงอย่างไรอวี้ซีหยวนก็คงไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมาเป็นแน่ เพราะอวี้ซีหยวนนั้นอ่อนแอและไร้ความสามารถ แต่การที่นางมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า ทำให้พวกเขาไม่กล้าพูดอะไรมาก ได้แต่เฝ้าระมัดระวังอย่างเต็มที่

ยิ่งไปกว่านั้น แม่นางผู้นี้ จะเป็นคนที่ถูกลิขิตไว้จริงหรือ?

อวี้ซีหยวนออกเดินสำรวจไปรอบ ๆ คิ้วทั้งสองของนางขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ตอนที่นางมาถึงที่นี่ครั้งแรกยังไม่ได้สติ จึงไม่อาจทราบว่ามันคือที่ไหนแน่

ทว่านางเสาะหาใครไม่พบเลย ยังมีใครอีกหรือไม่อยู่ในที่แห่งนี้?

คราวนี้อวี้ซีหยวนใช้สายตาจับจ้องไปยังตำแหน่งที่องครักษ์เงาประจำการอยู่อย่างแม่นยำ ก่อนเลิกคิ้วขึ้นแล้วกล่าวว่า “ออกมานะ!”

องครักษ์เงานายหนึ่งไม่ทันได้ตั้งตัว จึงร่วงลงมาจากที่ซ่อนสู่พื้นโดยตรง ก่อนที่พรรคพวกจะร่วงลงมาทับร่างซ้อนกันทีละคนเหมือนพระอรหันต์

ปลายหูของพวกเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ พวกเขาทั้งหมดพยายามหยัดกายลุกขึ้นอย่างรวดเร็วต่อหน้าอวี้ซีหยวน พวกเขาหันมองสบตากันไปมา...

“นางรู้ได้อย่างไรกัน?”

“เรื่องนั้นข้าก็ไม่รู้!”

มีเพียงองครักษ์เงานามฉางอี้เท่านั้นที่กลับมารักษาท่าทีสงบนิ่งอย่างรวดเร็ว และโค้งคำนับอวี้ซีหยวน “คุณหนูสาม”

อวี้ซีหยวนขมวดคิ้ว “เจ้าเรียกใครว่าคุณหนูสาม?”

องครักษ์เงาหันมองกันอีกครั้ง ก่อนชี้ไปที่อวี้ซีหยวนโดยพร้อมเพรียง

“ข้ารึ?”

คุณหนูสาม?

กล่าวถึงเรื่องนี้ นางเคยเป็นบุตรสาวคนที่สามแห่งจวนท่านแม่ทัพจริง ตามจริงแล้วนางก็เพิ่งมาเกิดใหม่ได้ไม่นานนัก นอกจากนี้ในความทรงจำของนาง ยังไม่มีผู้ใดที่เรียกขานเจ้าของร่างเดิมว่าคุณหนูสามอย่างจริงใจ ดังนั้นเป็นธรรมดาหาก          อวี้ซีหยวนจะรู้สึกไม่คุ้นเคยและไม่ตอบสนอง

อย่างไรก็ตาม นางไม่ชอบคำเรียกขานนี้เอาเสียเลย

“เปลี่ยนเถอะ ข้าไม่ชอบให้เรียกชื่อนี้”

“เช่นนั้น เรียกคุณหนูอวี้เป็นอย่างไร?”

“แบบนั้นก็ได้ แล้วเจ้านายของพวกเจ้าไปไหนเสียล่ะ?”

“คุณหนูอวี้ ท่านอ๋องของข้ากำลังพักผ่อน ดังนั้นท่านเองก็ควรพักผ่อนด้วยเช่นกัน”

อวี้ซีหยวนเหลือบมองพวกเขา ก่อนเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เช่นนั้น พวกเจ้ามาเฝ้ายามอยู่ที่นี่เพื่อคอยสอดแนมข้าอย่างนั้นสินะ?”

องครักษ์เงา ‘อุ้บ... นางรู้อีกแล้ว!’

ฉางอี้เป็นคนแรกที่ตอบสนองและปฏิเสธอย่างรวดเร็ว “เปล่า นี่ไม่ใช่การเฝ้าสอดแนม พวกเราเพียง...”

“เอาล่ะ ข้าเข้าใจ คนที่ดักปล้นเจ้านายของพวกเจ้าถูกนำตัวกลับมาที่นี่ก่อนที่จะเสียชีวิตด้วยน้ำมือขององค์รัชทายาท พวกเจ้าคอยเฝ้าระวังให้ดีนับว่าสมเหตุสมผลแล้ว” ขณะกล่าวเช่นนั้น นางยังพยักหน้าเป็นเชิงเข้าอกเข้าใจ

การกระทำดังกล่าวทำให้ฉางอี้และคนอื่น ๆ รู้สึกละอายใจยิ่งขึ้นไปอีก

“เอาล่ะ เช่นนั้นพวกเจ้าจงทำหน้าที่ต่อไป”

หลังจากกล่าวเช่นนั้น อวี้ซีหยวนก็หันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องตามเดิม ปิดประตู แล้วขึ้นไปนอนบนเตียงเคียงข้าง        อวี้ซินหราน

ผ่านมาถึงวันที่สอง อวี้ซีหยวนยังไม่พบเห็นลั่วจ้านชิงแม้แต่เงา

อย่างไรก็ตาม ด้วยคำกล่าวรายงานจากบรรดาองครักษ์เงา ทำให้นางล่วงรู้หลายสิ่งหลายอย่าง

“เจ้าแห่งจี้หยก ผู้ที่ถูกลิขิตอย่างนั้นรึ?”

ฉางอี้พยักหน้า อวี้ซีหยวนตกอยู่ในภวังค์ความคิด เพราะเหตุนี้เอง ลั่วจ้านชิงถึงไม่ลงมือสังหารตนเองในตอนนั้น ทั้งยังพาตนเข้ามาในตำหนัก?

หากเป็นเพราะเหตุนี้จริง การไว้ชีวิตนางนับว่าฝืนใจเกินไปหรือไม่?

องครักษ์เงาฉางอี้ไม่ได้บอกกล่าวให้อวี้ซีหยวนทราบโดยตรง ว่าเหตุผลที่นางได้มาอยู่ที่นี่นั้นไม่ง่ายเลย

อวี้ซีหยวนกลับเข้าไปในห้องตามเดิม เป็นเวลาเดียวกันกับที่อวี้ซินหรานตื่นขึ้นแล้วนั่งคอยอยู่บนหัวเตียง รอให้อวี้ซีหยวนกลับมาอย่างเชื่อฟัง

แม้ว่าตอนที่เด็กหญิงตัวน้อยตื่นขึ้นและไม่เห็นอวี้ซีหยวนอยู่ข้างกาย จะทำให้นางวิตกกังวลเพียงใด แต่นางยังคงจดจำสิ่งที่อวี้ซีหยวนกำชับไว้ในใจเสมอ ทันทีที่เห็นอวี้ซีหยวนเดินเข้ามา นางจึงกระโจนเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของพี่สาวราวกับลูกนกโหยหาแม่

“พี่สาว…”

อวี้ซีหยวนโอบกอดอวี้ซินหรานไว้ในอ้อมแขน พร้อมลูบศีรษะของนางเป็นการปลอบโยน

“พี่สาว ท่านเพิ่งพูดคุยกับชายสวมชุดดำสองสามคนนั้นใช่หรือไม่เจ้าคะ?”

จบบทที่ บทที่ 9 คุณหนูสามหรือคุณหนูอวี้

คัดลอกลิงก์แล้ว