- หน้าแรก
- สายเลือดนรก คนเถื่อนท้าชะตา
- บทที่ 91 - การผจญภัยครั้งใหญ่ของพี่หาง
บทที่ 91 - การผจญภัยครั้งใหญ่ของพี่หาง
บทที่ 91 - การผจญภัยครั้งใหญ่ของพี่หาง
บทที่ 91 - การผจญภัยครั้งใหญ่ของพี่หาง
หนูตัวอ้วนพีตัวหนึ่งกำลังวิ่งลัดเลาะไปตามมุมอับของย่านวิหารเทพ อาศัยรูปร่างอันเล็กจ้อยและความเงียบสงัดของพื้นที่ มันไม่กังวลเลยว่าจะถูกมนุษย์หรือสัตว์อื่นพบเห็น มันเดินอาดๆ ไปตามมุมกำแพงมุ่งหน้าไปจนสุดตรอก
มันหยุดสังเกตสภาพแวดล้อมในเงามืดของตรอกครู่หนึ่ง พอแน่ใจเส้นทางก็ออกวิ่งไปตามมุมกำแพงที่เลือกไว้ เงาที่ทอดยาวจากกำแพงช่วยอำพรางตัวมัน จุดหมายของมันชัดเจนมาก
ไม่นานมันก็ย้ายจากเงาในตรอกมาอยู่ที่ใต้กำแพงคฤหาสน์ดยุก โดยไม่เป็นที่สังเกตของสิ่งมีชีวิตใดๆ มันหยุดนิ่งอยู่กับที่ชั่วครู่ก่อนจะเริ่มดมกลิ่นไปทั่ว เหมือนกำลังหาเพื่อนฝูง
พี่หางถือเป็นหนูรุ่นเก๋าในฝูง มันมีประสบการณ์ชีวิตโชกโชน และรู้ดีว่าคฤหาสน์หลังใหญ่ขนาดนี้หมายถึงแหล่งอาหารอันโอชะ สมัยหนุ่มๆ มันเคยอาศัยอยู่ในบ้านคน และใช้ชีวิตประจำวันด้วยการชิงไหวชิงพริบกับมนุษย์และแมว ดังนั้นมันรู้ดีว่ากำแพงพวกนี้ต้องมีช่องทางที่เพื่อนพ้องของมันกัดเจาะเอาไว้ หนูเป็นสิ่งมีชีวิตที่แทรกซึมได้ทุกที่อยู่แล้ว
มันได้กลิ่นเบาะแสในเวลาไม่นาน มันวิ่งเลาะมุมกำแพงอย่างรวดเร็ว จากใต้กำแพงฝั่งใต้เลี้ยวไปฝั่งตะวันตก แล้ววิ่งเลาะกำแพงนี้ขึ้นไปทางเหนือ
สิบกว่านาทีต่อมา ภายใต้การปกคลุมของพุ่มไม้ประดับ ใกล้จะถึงมุมกำแพงถัดไป พี่หางก็พบรูหนูที่ซ่อนอยู่อย่างมิดชิดริมทางเดินอิฐ
"เอาล่ะโนเชียร์ ข้าเจอทางที่เพื่อนข้าทำไว้แล้ว"
"ดีมาก พี่หาง ต่อไปข้าจะคอยบอกตำแหน่งของพวกอิมป์ล่องหนให้ ท่านคอยฟังคำสั่งข้าแล้วหาจังหวะวิ่งผ่านไปนะ"
ตอนนี้โนเชียร์ยังคงอยู่ในส่วนลึกของท่อระบายน้ำ เขาเชื่อมต่อการมองเห็นกับดวงตาของพี่หางผ่านเวทสัมผัสสัตว์ป่า พร้อมกับใช้มงกุฎจอมราชันย์ตรวจจับตำแหน่งของพวกอิมป์ ด้วยการเชื่อมต่อประสาทสัมผัสบวกกับเวทคุยกับสัตว์ ทำให้เขาสามารถสื่อสารและเตือนพี่หางให้ระวังพวกอิมป์ได้ตลอดเวลา
ส่วนเหตุผลที่ต้องมุดหัวอยู่ในท่อระบายน้ำ ก็เพราะความปลอดภัยของตัวเขาเอง เวทสัมผัสสัตว์ป่าที่ร่ายใส่พี่หางมีข้อเสียที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ข้อหนึ่ง ซึ่งทำให้เขาต้องหาที่ปลอดภัยและมิดชิดซ่อนตัว
ตอนเปิดใช้เวทสัมผัสสัตว์ป่า โนเชียร์สามารถเชื่อมต่อการมองเห็นและการได้ยินไปยังสัตว์ตัวนั้นได้ แต่ในขณะที่เชื่อมต่อการมองเห็น ร่างต้นของเขาจะกลายเป็นคนตาบอด และถ้าเชื่อมต่อการได้ยิน ร่างต้นก็จะกลายเป็นคนหูหนวก ถึงจะสลับโหมดได้ตามใจ แต่ตอนนี้เป็นเวลากลางวัน ขืนไปยืนร่ายเวททื่อๆ กลางถนนคงไม่ปลอดภัยแน่
ในสถานการณ์แบบนี้ โนเชียร์เลยไม่สะดวกที่จะเคลื่อนไหวบนดิน อย่าลืมว่าย่านวิหารเทพมีผู้ใช้เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์อยู่เพียบ ถ้าไปเจอเข้า คนพวกนั้นมองปราดเดียวก็รู้ว่าโนเชียร์กำลังทำอะไร และอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นได้
เพื่อตัดปัญหา โนเชียร์เลยเลือกที่จะบัญชาการพี่หางจากในท่อระบายน้ำ ปลอดภัย ลับตาคน และไม่มีใครมารบกวน ถึงจะมีข่าวลือว่าท่อระบายน้ำของบาลเดอร์สเกตมีสัตว์ประหลาดอันตรายอาศัยอยู่ แต่โนเชียร์เชื่อว่าถ้าไม่ซวยจริงๆ คงไม่ไปจ๊ะเอ๋กับตัวอะไรเข้าในช่วงเวลาสั้นๆ นี้หรอก
"พวกอิมป์จะทำตามคำสั่งเจ้านายอย่างเคร่งครัด เพราะหน้าที่เฝ้าประตู พวกมันคงไม่ลดระดับสายตาลงต่ำเกินไป หรือบินออกจากจุดที่สูงบนยอดตึก บนพื้นดินน่าจะปลอดภัย แต่ก็ประมาทไม่ได้ ต้องระวังไว้ก่อน"
"ท่านลองโผล่หัวออกจากรูไปดูลาดเลาก่อน ถ้าพวกมันไม่มีปฏิกิริยาก็น่าจะปลอดภัย กวาดตามองภูมิประเทศเร็วๆ แล้ววิ่งจู๊ดเข้าไปในตัวอาคารเลย ถ้าเจ้าพวกนั้นขยับตัวข้าจะเตือน ท่านก็รีบมุดกลับเข้ารูทันที พวกมันตามเข้ามาในรูเล็กๆ แบบนี้ไม่ได้หรอก"
"จี๊ดๆ ฟังดูรอบคอบดี เอาล่ะ หนูจะลุยแล้วนะ!"
พี่หางค่อยๆ โผล่หัวออกมาจากรู มองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง มันพบว่าตำแหน่งที่โผล่ออกมาคือภายในคอกม้าแห่งหนึ่ง
เป็นคอกม้าแบบกึ่งเปิดโล่ง พี่หางมองผ่านปากรูสำรวจสภาพแวดล้อมข้างใน
พื้นดินเฉอะแฉะเต็มไปด้วยหญ้าแห้ง ถังไม้หลายใบวางระเกะระกะอยู่ข้างตัวพี่หาง ตรงหน้ามีส้อมตักหญ้าวางอยู่ พี่หางค่อยๆ ยืดตัวออกมา เดินไปข้างหน้าสองสามก้าวเพื่อสังเกตการณ์ต่อ แล้วมันก็เห็นม้างานสี่ตัว
ม้าพวกนี้น่าจะเป็นม้าเทียมรถที่ตระกูลแวนแธมเพอร์ใช้เดินทางประจำวัน ดูเหมือนว่ากฎห้ามเลี้ยงสัตว์ในเมืองของบาลเดอร์สเกตจะไม่มีผลบังคับใช้กับย่านคฤหาสน์สินะ
ม้าพวกนี้กำลังยืนเคี้ยวหญ้าแห้งอย่างเงียบสงบอยู่ในคอก แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างด้านหลังม้าเข้ามา ข้างหน้าต่างมีประตูไม้ที่ดูไม่ค่อยแข็งแรงนักบานหนึ่ง
นอกจากม้าที่อยู่ตรงหน้า ทางซ้ายของพี่หางยังมีแท่นหินสูงก่อขึ้นมา เนื่องจากมุมมองต่ำเกินไป แม้แต่โนเชียร์ก็ดูไม่ออกว่ามันคืออะไร
"ดูเหมือนในคอกม้านี้จะไม่มีอันตราย พี่หาง ลองสำรวจรอบๆ ดูซิว่ามีอะไรน่าสนใจไหม"
พี่หางเชื่อฟังดีมาก พอแน่ใจว่าปลอดภัยก็เริ่มออกสำรวจ ตอนแรกทุกอย่างก็ดูปกติ ไม่เจอของมีค่าอะไร แต่พอพี่หางเดินไปใกล้มุมตะวันตกเฉียงใต้ของคอกม้า มันก็บังเอิญเจอรูหนูอีกรูหนึ่ง
"จี๊ด นี่มันอะไรเนี่ย?"
พี่หางมุดเข้าไปในรูนั้น แต่ยังไม่ทันไปได้ไกลก็ถอยออกมา แต่คราวนี้มันไม่ได้กลับขึ้นมาบนพื้นดิน
รอบตัวพี่หางคือก้อนอิฐหิน ตอนนี้มันกำลังอยู่ในช่องว่างระหว่างก้อนอิฐ ชะโงกหน้ามองลงไปข้างล่างคือความว่างเปล่าที่ลึกจนมองไม่เห็นก้น ด้วยประสาทสัมผัสที่เชื่อมต่อกัน โนเชียร์สังเกตเห็นรายละเอียดบางอย่าง
"บ่อน้ำทรงสี่เหลี่ยม? ไม่สิ ใครจะมาขุดบ่อน้ำไว้ในคอกม้า? สภาพแวดล้อมแย่ขนาดนี้ ตระกูลดยุกจะดื่มน้ำจากบ่อตรงนี้เหรอ?"
"แล้วถ้าเป็นบ่อน้ำจริง ก็คงสร้างไว้ให้ม้ากิน แต่ทำไมตอนนี้ถึงถูกปิดตายซะแน่นหนา?"
ถึงจะไม่รู้ว่าข้างล่างลึกแค่ไหน แต่ข้างบนถูกปิดตายสนิท แสงแดดส่องไม่ถึงแม้แต่นิดเดียว ถ้าไม่ใช่เพราะพี่หางมีสายตามองเห็นในที่มืด โนเชียร์คงมองไม่เห็นอะไรเลย
"ตรงนี้มีพิรุธ แต่ลำพังพี่หางคงสืบอะไรไม่ได้ ไว้รอปฏิบัติการคืนนี้ ถ้ามีเวลาค่อยแวะมาดู"
โนเชียร์เลิกคิดมาก แล้วส่งกระแสจิตบอกพี่หาง
"ไม่ต้องสนใจตรงนี้แล้ว ออกไปข้างนอกเถอะ ระวังตอนโผล่หัวออกไปนะ พร้อมถอยกลับตลอดเวลา"
"จี๊ด รับทราบ"
พี่หางถอยออกจากช่องทางแล้ววิ่งไปทางประตู ประตูไม้บานนั้นผุพังเต็มที ขอบประตูด้านล่างโดนแมลงเจาะหนูแทะจนแหว่งวิ่น ไม่ต้องเบียดก็วิ่งลอดออกไปได้สบายๆ
"จี๊ด ดูเหมือนไอ้แมวโง่นั่นจะไม่ได้เรื่องเท่าไหร่นะ เพื่อนๆ ของหนูแทบจะยึดที่นี่ได้อยู่แล้ว ร่องรอยพวกนี้คือเครื่องยืนยันความรุ่งโรจน์ของพวกเรา!"
[จบแล้ว]