- หน้าแรก
- ระบบศัลยแพทย์ ผมจะเป็นเทพที่ห้องฉุกเฉิน
- บทที่ 24 - คู่ดูตัวที่เล่นใหญ่
บทที่ 24 - คู่ดูตัวที่เล่นใหญ่
บทที่ 24 - คู่ดูตัวที่เล่นใหญ่
บทที่ 24 - คู่ดูตัวที่เล่นใหญ่
อำเภอหลงเซี่ยน ฤดูร้อน ช่วงเที่ยงวัน แดดร้อนระอุแผดเผาลงมาอีกครั้ง
ภายในร้านกาแฟที่ตกแต่งอย่างเก๋ไก๋มีสไตล์ เต็มไปด้วยกลิ่นอายพลาสติกสังเคราะห์ พร้อมเปิดเพลงสากลจังหวะเนิบช้าคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศ
หลู่เฉิงคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ แนะนำตัวด้วยรอยยิ้มจางๆ อย่างใจเย็น "ผมชื่อหลู่เฉิงครับ คุณป้าหวังน่าจะแนะนำไปบ้างแล้ว ผมเป็นหมอแผนกฉุกเฉินโรงพยาบาลประชาชนประจำอำเภอครับ"
ผู้ที่มาตามนัดเป็นหญิงสาววัยประมาณยี่สิบหกยี่สิบเจ็ดปี ใบหน้าหมดจดเกลี้ยงเกลา รูปร่างดี บุคลิกดูเรียบร้อย เธวางกระเป๋าลงพร้อมกับเอ่ยขอโทษ "พอดีเลิกงานแล้วมีผู้ปกครองมาถามเรื่องคะแนนนักเรียนต่อนิดหน่อย เลยมาช้าไปนิดนะคะ"
"คุณหมอหลู่คะ คุณป้าของฉันบอกว่าคุณเป็นหมอแผนกกระดูกไม่ใช่เหรอคะ? ทำไมถึงบอกว่าเป็นหมอฉุกเฉินล่ะ?"
หลู่เฉิงกำลังดูตัวอยู่ การจับคู่ระหว่างครูกับหมอเป็นสูตรสำเร็จที่แม่สื่อหลายคนชื่นชอบ
"เดือนนี้ หรือพูดให้ถูกคือเมื่อวาน ผมเพิ่งยื่นเรื่องขอย้ายไปแผนกฉุกเฉินครับ ก่อนหน้านี้ทำอยู่แผนกกระดูก"
หลู่เฉิงอธิบายผ่านๆ ก่อนจะถามกลับ "คุณครูหวังครับ วันนี้เราจะแค่ทำตามพิธีให้จบๆ ไป หรือว่าต้องเช็คอินถ่ายรูปด้วยไหมครับ?"
หลู่เฉิงผ่านสมรภูมิการดูตัวมาสิบเจ็ดสิบแปดครั้ง จนเจนจัดใน 'ขั้นตอน' เหล่านี้ดี บางคนก็แค่ทนทางบ้านรบเร้าไม่ไหว เลยมาปรากฏตัวให้จบเรื่องไป
ฝ่ายหญิงเลือกที่จะปิดโทรศัพท์มือถือ แล้วถามด้วยความสงสัย "หมอหลู่คะ ฉันตั้งใจมาดูตัวจริงๆ นะคะ ไม่ได้มาแค่เช็คอินหรือทำตามพิธี"
"ทำไมคุณถึงย้ายจากแผนกกระดูกไปฉุกเฉินล่ะคะ? แผนกกระดูกดีจะตาย เงินเดือนก็สูง"
"แผนกฉุกเฉินทั้งเหนื่อยทั้งเงินน้อยไม่ใช่เหรอคะ?"
คิ้วของหลู่เฉิงกระตุกเล็กน้อย "คุณก็คิดว่าแผนกกระดูกรายได้สูงสินะครับ ความจริงมันก็ใช่ครับ แต่สถานการณ์ที่โรงพยาบาลเรามันต่างออกไปหน่อย"
"โควตาข้าราชการของโรงพยาบาลเราเป็นแบบแบ่งจ่ายตามผลงานครับ ต้องเอาแต้มผลงานมาหารเฉลี่ยกัน แต่ในแผนกผมมีแพทย์ระดับรองหัวหน้าตั้งห้าคน ผมเป็นแค่แพทย์เจ้าของไข้ตัวเล็กๆ... ผลงานพวกนั้นเลยมาไม่ถึงผมหรอกครับ"
"นี่แหละครับเหตุผลที่ผมย้ายไปฉุกเฉิน"
'หวังซินเย่ว์' ทำท่าเหมือนเพิ่งเข้าใจ "อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง... หมอหลู่คะ แล้วคุณวางแผนอาชีพในอนาคตไว้อย่างไรบ้าง? เคยคิดจะออกไปลุยข้างนอกบ้างไหมคะ?"
นี่ก็เป็นคำถามยอดฮิตในการดูตัว ครูที่ปักหลักในอำเภอมักจะชอบชีวิตที่เรียบง่าย ไม่ต้องการให้คู่ดูตัวหนีไปทำงานที่อื่น จะได้ไม่เสียเวลาดูตัวเปล่า
หลู่เฉิงส่ายหน้า "ตอนนี้ยังไม่มีแผนแบบนั้นครับ"
"ตอนนี้? แสดงว่าอนาคตก็มีโอกาสจะไปทำงานที่อื่นงั้นสิคะ?" 'หวังซินเย่ว์' ไม่ได้รู้สึกแปลกใจ
"ก็ไม่ตัดความเป็นไปได้ครับ หลักๆ คืออยู่โรงพยาบาลอำเภอมันเรียนรู้อะไรไม่ได้มาก ผ่าตัดก็น้อย คนไข้ที่อาการซับซ้อนหน่อยก็รีบส่งตัวไปที่อื่นกันหมด... เหมือนเป็นแค่ศูนย์คัดกรองระดับสูงมากกว่า"
"แน่นอนครับ ไม่ใช่ว่าผมอยากไปก็ไปได้เลย"
"วงการแพทย์การแข่งขันมันสูงมากครับ"
"ไม่มีวุฒิการศึกษาสูงๆ ก็ไม่มีใบเบิกทางที่ 'ดูดี'"
"ไม่มีเส้นสาย ก็หางานสบายๆ ทำไม่ได้"
"ไม่มีเคสคนไข้ ไม่มีโอกาสเรียนรู้ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมีเทคนิคที่คนอื่นไม่มี"
"เพราะงั้นก็ได้แต่คิดไปเองฝ่ายเดียวแหละครับ" หลู่เฉิงตอบ
กำแพงในวงการแพทย์มันสูงมาก แม้จะบอกว่ากินข้าวด้วยฝีมือ แต่การจะมีฝีมือระดับที่ 'หาคนแทนได้ยาก' จำเป็นต้องมีอาจารย์ดีคอยสอน ไม่ใช่สิ่งที่ 'นั่งเทียน' เรียนรู้เองได้
การเรียนรู้ ฝึกฝน จนเชี่ยวชาญในแต่ละเทคนิค ล้วนต้องอาศัยเวลาเพาะบ่มนานนับปี...
"งั้นก็ไปสอบต่อปริญญาโทสิคะ? เพื่อนหมอของฉันหลายคนก็สอบต่อโทต่อเอกกันทั้งนั้น" 'หวังซินเย่ว์' ดูเหมือนจะไม่ได้มองว่านี่เป็นการ 'ดูตัวอย่างเป็นทางการ' แต่เหมือนหาคนคุยแก้เหงามากกว่า
หลู่เฉิงถึงกับหัวเราะ "เมื่อก่อนตอนหนุ่มๆ ยังสู้เขาไม่ได้ ตอนนี้อายุขนาดนี้แล้ว จะไปสอบแข่งกับใครไหวครับ"
แน่นอน หลู่เฉิงเสริมไปอีกประโยค "อ้อ จริงๆ แล้วการเรียนต่อโทต่อเอก ก็ไม่ใช่ว่าอยากเรียนก็จะได้เรียนนะครับ แต่ละปีมีคนสมัครสอบมหาศาล คนที่สอบติดก็มีแค่หยิบมือเดียว"
'หวังซินเย่ว์' ถามอย่างสนใจ "หมอหลู่คะ ตอนคุณสอบเข้าปริญญาโท เคยเจอเรื่องไม่ยุติธรรมหรือเปล่าคะ?"
หลู่เฉิงเงียบไป เงียบไปเป็นนาที "ก็ไม่เชิงหรอกครับ"
'หวังซินเย่ว์' พูดต่อ "ได้ยินเขาเล่ากันว่า เมื่อก่อนคุณจบจากมหาวิทยาลัยฮั่นซื่อ นั่นมันระดับหัวกะทิเลยนะ? จะเป็นไปได้ยังไงที่สอบไม่ติด?"
มหาวิทยาลัยฮั่นซื่อติดอันดับท็อปเท็นของประเทศ แม้คณะแพทย์จะไม่ได้โดดเด่นขนาดนั้น แต่คะแนนสอบเข้าก็ไม่ใช่เล่นๆ
"การแพทย์เป็นวิชาที่เน้นประสบการณ์ครับ การสอบเข้าโทเข้าเอกไม่ได้วัดกันที่การเรียนเก่งอย่างเดียว" หลู่เฉิงตัดบทแล้วพูดว่า "คุณครูหวังครับ เราคุยเรื่องอื่นกันดีกว่า"
"ผมขอแนะนำข้อมูลพื้นฐานของผมคร่าวๆ นะครับ เดือนกันยายนนี้ผมจะอายุครบสามสิบ มีบ้านผ่อนอยู่หนึ่งหลัง รถซื้อสดราคาแสนกว่าหยวน"
"สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า ไม่เคี้ยวหมาก ไม่เคยมีแฟน... ผ่านการดูตัวมาสิบกว่าครั้ง..."
"คุณครูหวังครับ มีอะไรจะถามอีกไหมครับ?"
'หวังซินเย่ว์' ได้ยินดังนั้น หางตาเรียวก็ยกขึ้นเล็กน้อย "หมอหลู่คะ วันนี้คุณครูหวังติดธุระ จริงๆ แล้วฉันชื่อหานจิ้งอี๋..."
สีหน้าของหลู่เฉิงยังคงนิ่งสนิท "งั้นคุณครูหานช่วยถามแทนหน่อยครับ"
รูปแบบการดูตัวมีร้อยแปดพันเก้า บางทีก็พาเพื่อนมา พาพ่อแม่มา หรือกระทั่งพาแฟนตัวจริงมาด้วยก็มี...
หานจิ้งอี๋คิดอยู่ครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็ถามว่า "หมอหลู่คะ คุณจะถือไหม ถ้าจะขอเปลี่ยนคู่ดูตัว?"
สีหน้าของหลู่เฉิงเปลี่ยนไปแวบหนึ่ง
ผู้หญิงสมัยนี้เล่นใหญ่อะไรกันขนาดนี้เนี่ย?
หลู่เฉิง "......"
พอลองมองดีๆ หลู่เฉิงก็พบว่าหญิงสาวที่นั่งตรงข้ามก็จัดว่าเป็นคนหน้าตาดี ใบหน้ารูปไข่ คิ้วเรียวสวยได้รูปโดยไม่ต้องเขียน ดวงตากลมโตดำขลับ จมูกโด่ง ลำคอระหง...
ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมาเพื่อลองใจหรือเปล่า แต่ในเมื่อเล่นกันเบอร์นี้ หลู่เฉิงก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจอะไรแล้ว
"ก็ได้ครับ!" หลู่เฉิงยิ้มแบบฝืนๆ
"หมอหลู่คะ คุณจะรังเกียจไหม ถ้าคู่ดูตัวของคุณมีวุฒิการศึกษาสูงกว่าคุณ แถมยังเป็นสายอาชีพเดียวกับคุณด้วย?" หานจิ้งอี๋ถาม
"คุณก็เป็นหมอเหรอครับ?" หลู่เฉิงมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ
หานจิ้งอี๋ก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างถ่อมตัว "อืม ก็ถือว่าใช่ค่ะ หมอหลู่ ตอนนี้ฉันเป็นแค่นักศึกษาปริญญาเอกสายวิชาการ เพิ่งเริ่มเรียนปีแรกเองค่ะ..."
หลู่เฉิงได้ยินดังนั้นจึงถามว่า "หมอหาน คุณคงไม่ใช่คนที่คุณครูหวังส่งมาลองเชิงผมใช่ไหมครับ?"
"จริงๆ ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้ ถ้าไม่อยากมาดูตัว แค่ส่งข้อความมาบอกก็จบแล้ว ไม่เห็นต้องอ้อมค้อมให้วุ่นวาย"
หานจิ้งอี๋เงยหน้าขึ้น ส่ายหน้าตอบ "ไม่ใช่หรอกค่ะ ศิษย์พี่หลู่... ลองดูดีๆ สิคะ จำฉันไม่ได้เหรอ?"
หลู่เฉิงจ้องมองหานจิ้งอี๋อีกครั้งอย่างตั้งใจ ในหัวพยายามประมวลผลเทียบหน้าคนรู้จัก แต่การที่อีกฝ่ายเรียกเขาว่าศิษย์พี่ ทำให้หลู่เฉิงเริ่มลำบากใจ
"จำไม่ได้จริงๆ ครับ" หลู่เฉิงตอบ
"มหาวิทยาลัยฮั่นซื่อ โรงพยาบาลจงหนาน แผนกกระดูกวอร์ดสอง..."
"ตอนนั้นพี่เป็นแพทย์ประจำบ้าน ส่วนฉันเป็นผู้ช่วยวิจัยของศาสตราจารย์หลาน" หานจิ้งอี๋อธิบายอย่างจริงจัง
"พี่คือคนที่สอบข้อเขียนได้ที่หนึ่งของโรงพยาบาลฮวรซานที่เซี่ยงไฮ้"
พอหลู่เฉิงได้ยิน สายตาก็เริ่มกระจ่างชัดขึ้น "หาน? ทำไมคุณมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ? คุณเป็นคนเซียงโจวเหมือนกันเหรอ?"
หานจิ้งอี๋ส่ายหน้า แววตาใสซื่อ "เปล่าค่ะ ฉันเป็นคนอำเภอฟิ่งเซี่ยนที่อยู่ติดกัน ฉันกับหวังซินเย่ว์เป็นเพื่อนสมัยมัธยมปลาย พอเรียนจบเขาก็สอบบรรจุมาอยู่ที่หลงเซี่ยน เขาบอกว่ามีนัดดูตัวแต่ไม่อยากมา"
"ก็เลยให้ฉันมาแทน พอดีฉันลาพักร้อนกลับมา เห็นว่าเป็นศิษย์พี่หลู่ ฉันก็เลยเดินเข้ามาทักค่ะ"
"ศิษย์พี่หลู่ ตอนนั้นทำไมพี่ไม่ลองสอบรอบสองดูล่ะคะ? คะแนนพี่ดีขนาดนั้นแท้ๆ..." หานจิ้งอี๋ถาม
หลู่เฉิงกับ 'หานจิ้งอี๋' ถือเป็นคนคุ้นเคยกัน เขาเลยตอบกลับไปว่า "ตอนนั้นยังหนุ่มยังแน่น เลือดร้อน ไม่เคยโดนสังคมทุบตี หลงคิดว่าต่อให้ไม่มีอาจารย์ที่ปรึกษาดีๆ ตัวเองก็สร้างอนาคตได้"
"นี่ไง ผลลัพธ์ก็คือโดนทุบจนเหมือนหมาตกน้ำ อยู่แผนกกระดูกที่เดิมยังไม่ได้เลย"
การแพทย์เป็นวิชาที่ต้องอาศัยประสบการณ์ ถ้าไม่มีอาจารย์ดีๆ คอยสอน ไม่มีคนไข้ให้เรียนรู้ ต่อให้พรสวรรค์ดีแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์ อย่าว่าแต่แค่พอมีแววอย่างเขาเลย!
ต่อให้มีระบบโกงในตัว แต่ไม่มีคนไข้ให้รักษามันก็เท่านั้น
"พอมองย้อนกลับไป ตอนนั้นไม่น่าทำตัวเย่อหยิ่งเลย น่าจะยอมสอบเข้าที่เดิม หรือไม่ก็ยอมซิ่วสักปี" น้ำเสียงของหลู่เฉิงเจือความเสียดาย แต่ก็ไม่ได้ดูหดหู่นัก
พรสวรรค์ที่มีอยู่น้อยนิดอาจไม่พอรองรับ 'ความทระนงตัว' ของหลู่เฉิง แต่ถ้ามีระบบช่วย ก็อาจจะไม่แน่
"ศิษย์พี่หลู่คะ ฉันได้ยินมาว่า ตอนเอนทรานซ์พี่ก็เลือกมหาวิทยาลัยฟู่ตั้น ตอนสอบป.โทพี่ก็เลือกฟู่ตั้น พี่ฝังใจอะไรกับฟู่ตั้นนักหนาคะ? มีความลับอะไรรึเปล่า?" หานจิ้งอี๋ถามทีเล่นทีจริง
หลู่เฉิงขยับตัวนั่งตัวตรงขึ้น กวาดตามองคนตรงหน้าอย่างละเอียด หรี่ตาลงแล้วพูดขำๆ ว่า "หมอหาน คุณมาดูตัวหรือมาสืบเรื่องชาวบ้านครับ? ผมชักรู้สึกว่าจุดประสงค์ของคุณไม่ค่อยบริสุทธิ์แล้วนะ"
หานจิ้งอี๋ทำท่าครุ่นคิด พลางบุ้ยปากไปทางทิศหนึ่ง "จริงๆ ก็ทั้งสองอย่างแหละค่ะ... ฉันเองก็ถูกวานให้มาเหมือนกัน"
หลู่เฉิงหันมองตามไป ก็เห็น 'เงาร่าง' ที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแต่คุ้นตา นั่งสงบนิ่งอยู่ตรงนั้น พอหลู่เฉิงมองไป เธอก็มีท่าทีประหม่าแบบที่ 'คุ้นเคย' ขึ้นมาทันที...
[จบแล้ว]