- หน้าแรก
- สิบราชาแห่งนรกในทวีปโต่วหลัว ข้าคือจักรพรรดิแห่งยมโลก
- บทที่ 29 - เฉินเจี้ยนจวินปะทะเชียนเต้าหลิว
บทที่ 29 - เฉินเจี้ยนจวินปะทะเชียนเต้าหลิว
บทที่ 29 - เฉินเจี้ยนจวินปะทะเชียนเต้าหลิว
บทที่ 29 - เฉินเจี้ยนจวินปะทะเชียนเต้าหลิว
“น้องชิวหยาง เจ้าคงไม่ได้คิดจะจัดขบวนร้อยอสูรยามวิกาลที่เมืองวิญญาณยุทธ์หรอกนะ?” จูจู๋อวิ๋นถาม
เห็นนิ่งชิวหยางพยักหน้า หัวใจจูจู๋อวิ๋นก็เต้นรัว
“นี่มันเมืองวิญญาณยุทธ์เชียวนะ?”
นครซิงหลัวยังพอว่า แต่ขุมกำลังของเมืองวิญญาณยุทธ์ไม่ใช่สิ่งที่ราชวงศ์ซิงหลัวจะเทียบชั้นได้
ถ้าโดนจับได้ แล้วราชทินนามพรหมยุทธ์ของสำนักวิญญาณยุทธ์แห่กันมารุม ใครจะรับมือไหว?
“ท่านพี่ พี่ชิวหยางต้องมั่นใจอยู่แล้ว ท่านต้องเชื่อการตัดสินใจของพี่ชิวหยางสิ”
จูจู๋ชิงตอนนี้บูชานิ่งชิวหยางแบบไม่ลืมหูลืมตา
ต่อให้นิ่งชิวหยางบอกว่าจะสอยดวงอาทิตย์ลงมา นางก็คงจะเชื่อ
“วางใจเถอะ ข้ามีวิธีหนีเอาตัวรอดได้”
นิ่งชิวหยางเปิดใช้ทักษะวิญญาณที่สาม เขตแดนเงาทมิฬปรากฏขึ้น ครอบคลุมร่างของเขา จูจู๋ชิง และจูจู๋อวิ๋นเอาไว้
ทั้งสามคนเหมือนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเงา ต่อให้เป็นราชทินนามพรหมยุทธ์ ก็ยากที่จะตรวจจับพวกเขาได้
พญายมซ่งตี้ในชั้นที่สามของหอคอยสิบตำหนักพญายมก้าวออกมา ยืนเคียงข้างนิ่งชิวหยาง แผ่กลิ่นอายยมโลกออกมาจางๆ
ในขณะเดียวกัน ไอวิญญาณทั่วเมืองวิญญาณยุทธ์ก็ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางไอวิญญาณเหล่านั้น เงาร่างคนค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปร่างชัดเจน
วิญญาณเหล่านี้ต่างจากผีเร่ร่อนในนครซิงหลัว พวกเขาหลายคนตอนมีชีวิตอยู่เป็นถึงวิญญาณพรหมยุทธ์ หรือแม้แต่ราชทินนามพรหมยุทธ์ ที่ต้องจบชีวิตลงในการท้าทายยักษ์ใหญ่อย่างสำนักวิญญาณยุทธ์
เศษเสี้ยววิญญาณของพวกเขาในตอนนี้ ยังคงแฝงไว้ด้วยพลังบางส่วน
แม้จะไม่มาก แต่ก็พอให้พวกเขาลงมือโจมตีได้สักครั้ง
วิญญาณตนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นข้างกายนิ่งชิวหยาง วิญญาณตนนี้เป็นตนที่นิ่งชิวหยางให้ความสนใจมากที่สุด
เพราะวิญญาณตนนี้มีวิญญาณยุทธ์เป็นกระบี่เจ็ดสังหาร
นิ่งชิวหยางนึกถึงเรื่องราวที่บันทึกไว้ในสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติ บิดาของพรหมยุทธ์กระบี่เฉินซิน นามว่าเฉินเจี้ยนจวิน เคยบุกเดี่ยวท้าสู้กับเชียนเต้าหลิว แต่น่าเสียดายที่พ่ายแพ้ในที่สุด
แต่ศพของเฉินเจี้ยนจวินถูกฝังไว้ที่สำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติ นึกไม่ถึงว่าวิญญาณของเขาจะยังคงวนเวียนอยู่ในเมืองวิญญาณยุทธ์
“เจ้ารู้จักข้า?” เฉินเจี้ยนจวินถาม
นิ่งชิวหยางตอบ “ผู้น้อยเป็นศิษย์ของสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติ เคยได้ยินวีรกรรมของท่านมาบ้าง ปู่เฉินซินยังถ่ายทอดเพลงกระบี่เจ็ดสังหารให้ข้าด้วย”
“ที่แท้ก็เป็นศิษย์สำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติ เจ้าเก่งมาก” เฉินเจี้ยนจวินมองนิ่งชิวหยางด้วยรอยยิ้ม
“เด็กน้อย เจ้าเป็นคนรวบรวมวิญญาณของข้าขึ้นมาสินะ”
“ใช่ขอรับ นี่เป็นภารกิจการทดสอบเทพของข้า”
“ที่แท้ก็การทดสอบเทพ มิน่าเจ้าถึงมีความสามารถมหัศจรรย์แบบนี้”
เฉินเจี้ยนจวินรู้ว่าการทดสอบเทพคืออะไร เขาเองก็เคยไขว่คว้าหาโอกาสที่จะเป็นเทพ แต่น่าเสียดายที่เขาล้มลงต่อหน้าภูผาที่ชื่อว่าเชียนเต้าหลิว
“เด็กน้อย เห็นเจ้าแล้วข้าก็รู้ว่าสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติต้องไปได้สวยแน่ เรื่องเฉินซินข้าก็หมดห่วงไปตั้งแต่ก่อนตายแล้ว ตอนนี้ข้าจะไปสานต่อการท้าประลองที่ยังค้างคาอยู่ให้จบ”
นิ่งชิวหยางไม่ได้ห้ามเฉินเจี้ยนจวินไม่ให้ไปท้าสู้เชียนเต้าหลิว
นี่คือแรงยึดติดของเฉินเจี้ยนจวิน และเป็นความหมายที่วิญญาณของเขาถูกรวบรวมขึ้นมาอีกครั้ง
เฉินเจี้ยนจวินกำลังจะจากไป จู่ๆ ก็หันกลับมา
“เจ้าบอกว่าเฉินซินถ่ายทอดเพลงกระบี่เจ็ดสังหารให้เจ้า ตอนข้าตัดสินแพ้ชนะกับเชียนเต้าหลิวในวินาทีสุดท้าย ข้าได้บัญญัติกระบวนท่ากระบี่ใหม่ขึ้นมาท่าหนึ่ง แต่ตอนนั้นไม่มีโอกาสได้ใช้ วันนี้ข้าจะถ่ายทอดให้เจ้าก็แล้วกัน”
เฉินเจี้ยนจวินชี้มาที่นิ่งชิวหยางจากระยะไกล
ในดวงตาทั้งสองข้างของนิ่งชิวหยาง ปรากฏแสงกระบี่ที่เจิดจรัสถึงขีดสุดวูบหนึ่ง
“กระบี่ท่านี้ เจ้าค่อยๆ ทำความเข้าใจเอานะ”
นิ่งชิวหยางใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะตั้งสติกลับมาจากแสงกระบี่อันเจิดจรัสนั้นได้ แผ่นหลังของเฉินเจี้ยนจวินก็ห่างออกไปไกลแล้ว
“ผู้น้อยน้อมส่งท่านอาวุโส ขอให้ท่านอาวุโสก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งวิถีกระบี่”
เฉินเจี้ยนจวินหัวเราะลั่นสามครั้ง เดินอาดๆ มุ่งหน้าไปทางหอพรหมยุทธ์
ในหอพรหมยุทธ์ แสงสว่างเจิดจ้า
ตอนที่ไอวิญญาณในเมืองวิญญาณยุทธ์เริ่มรวมตัว เชียนเต้าหลิวก็สัมผัสได้แล้ว
จะเป็นศัตรูหรืออะไร สำหรับเชียนเต้าหลิวไม่ใช่เรื่องสำคัญ ที่สำคัญคือบารมีอันศักดิ์สิทธิ์ของทูตสวรรค์จะแปดเปื้อนไม่ได้
“ใครก็ได้ ไปดูซิว่าที่มาของไอวิญญาณในเมืองวิญญาณยุทธ์มาจากไหน รีบไปจัดการซะ”
“ขอรับ”
นอกจากพรหมยุทธ์พันจวินที่ตอนนี้อยู่ข้างกายเชียนเหรินเสวี่ย ปุโรหิตอีกห้าคนออกปฏิบัติการพร้อมกัน
“เชียนเต้าหลิว ข้ามาแล้ว”
ห้าปุโรหิตยังไม่ทันได้ไปไหน เสียงหนึ่งก็ดังมาจากข้างนอก
“เฉินเจี้ยนจวิน?”
เชียนเต้าหลิวประหลาดใจ
สำหรับคนที่กล้าบุกเดี่ยวมาท้าสู้เขา เชียนเต้าหลิวยังจำได้แม่นยำ
ระดับพลังของเชียนเต้าหลิวสูงกว่าเฉินเจี้ยนจวิน แต่ตอนนั้นก็ยังถูกกระบี่เจ็ดสังหารของเฉินเจี้ยนจวินบีบให้ต้องงัดไม้ตายเกือบหมดออกมาใช้ กว่าจะชนะได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่เฉินเจี้ยนจวินตายไปตั้งหลายปีแล้ว ทำไมถึงมาปรากฏตัวอีกได้?
เดินออกมาจากหอพรหมยุทธ์ สายตาของเชียนเต้าหลิวสบประสานกับเฉินเจี้ยนจวินจากระยะไกล
“ที่แท้ก็แค่ร่างวิญญาณ เฉินเจี้ยนจวิน เจ้ายังจะท้าสู้ข้าอีกรึ?”
เฉินเจี้ยนจวินเอ่ยช้าๆ ว่า “ตอนมีชีวิตข้าสู้กับเจ้า จนสุดท้ายบัญญัติกระบวนท่ากระบี่ได้หนึ่งท่า แต่น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ใช้ เชียนเต้าหลิว วันนี้ข้าจะให้เจ้าได้เห็นกระบี่ท่านี้ที่ข้าบัญญัติขึ้นระหว่างความเป็นและความตาย”
“หึ งั้นข้าก็ขอชมหน่อยเถอะ”
เชียนเต้าหลิวห้ามพรหมยุทธ์จระเข้ทองคำที่กำลังจะลงมือ
ในอดีตเขาไม่ปฏิเสธคำท้าของเฉินเจี้ยนจวิน วันนี้เขาก็จะไม่ปฏิเสธเช่นกัน อีกอย่างเขาก็สนใจในเพลงกระบี่ที่เฉินเจี้ยนจวินพูดถึงอยู่บ้าง
หลังจากกลายเป็นผู้พิทักษ์เทพทูตสวรรค์ น้อยเรื่องนักที่จะทำให้เชียนเต้าหลิวสนใจได้
“ไอวิญญาณจุดอื่นก็น่าจะเหมือนเฉินเจี้ยนจวิน เป็นพวกวิญญาณเร่ร่อน พวกเจ้าไปจัดการซะ อย่าให้มาก่อความวุ่นวายในเมืองวิญญาณยุทธ์”
“ขอรับ”
พรหมยุทธ์จระเข้ทองคำและคนอื่นเชื่อมั่นในฝีมือของเชียนเต้าหลิวอย่างที่สุด เฉินเจี้ยนจวินตอนมีชีวิตยังไม่ใช่คู่มือเชียนเต้าหลิว นับประสาอะไรกับตอนนี้ที่เป็นแค่ร่างวิญญาณ
หน้าวังสังฆราช
ปี๋ปี่ตงมองดูคนสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันอยู่เหนือหอพรหมยุทธ์ไกลๆ
เชียนเต้าหลิวผู้เป็นเจ้าเวหา วิญญาณยุทธ์ทูตสวรรค์หกปีกทำให้เขาบินบนท้องฟ้าได้อย่างอิสระ
ส่วนเฉินเจี้ยนจวินเหยียบกระบี่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ ประชันบารมีกับเชียนเต้าหลิวโดยไม่เป็นรองเลยแม้แต่น้อย
“คนคนนั้นคือเฉินเจี้ยนจวิน?” ปี๋ปี่ตงพอคุ้นชื่อเฉินเจี้ยนจวินอยู่บ้าง
ปี๋ปี่ตงหวาดระแวงเชียนเต้าหลิวมาตลอด นึกไม่ถึงว่าเฉินเจี้ยนจวินในอดีต จะดูเก่งกาจไม่ด้อยไปกว่าเชียนเต้าหลิวเท่าไหร่เลย
“องค์สังฆราช ข้าพบตำแหน่งของนิ่งชิวหยางแล้ว”
ตอนนั้นเอง พรหมยุทธ์มารอสูรเข้ามารายงาน
“อยู่ที่ไหน?”
“ตอนนี้นิ่งชิวหยางอยู่ในป่าด้านหลังโรงเรียนวิญญาณยุทธ์” พรหมยุทธ์มารอสูรตอบ
“แต่องค์สังฆราช ในเมืองวิญญาณยุทธ์มีวิญญาณปรากฏตัวขึ้นมากมาย ส่วนใหญ่มุ่งหน้าไปทางหอพรหมยุทธ์ เราควรจะไปช่วยสนับสนุนไหมขอรับ?”
“ทำไม เจ้าว่างนักหรือไง?” ปี๋ปี่ตงถามเสียงเย็น
หาเรื่องให้หอพรหมยุทธ์ปวดหัวได้ ปี๋ปี่ตงดีใจแทบตาย
ทางที่ดีให้เฉินเจี้ยนจวินลากเชียนเต้าหลิวไปด้วยเลยยิ่งดี นางจะได้กุมอำนาจสำนักวิญญาณยุทธ์อย่างเบ็ดเสร็จเสียที
พรหมยุทธ์มารอสูรรีบถาม “จะให้ข้าไปจับตัวนิ่งชิวหยางมาเลยไหม?”
ปี๋ปี่ตงลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า:
“ไม่ต้อง ข้าจะไปพบนิ่งชิวหยางผู้นี้ด้วยตัวเอง”
พรหมยุทธ์มารอสูรถามอีก “จะให้ข้าตามเสด็จไหมขอรับ?”
ปี๋ปี่ตงจ้องมองพรหมยุทธ์มารอสูรด้วยสายตาเย็นชา
ปกติกุ่ยเม่ยก็ไม่ได้โง่ขนาดนี้นี่นา นางพูดขนาดนี้แล้วยังไม่เข้าใจอีกเหรอ?
“ข้าน้อยปากมาก ขอองค์สังฆราชโปรดอภัย” พรหมยุทธ์มารอสูรรีบขอโทษ
พอนึกถึงว่านิ่งชิวหยางอาจจะมีอันตราย พรหมยุทธ์มารอสูรก็อดปากถามไม่ได้ จนทำให้ปี๋ปี่ตงไม่พอใจ
ปี๋ปี่ตงแค่นเสียงฮึ เดินผ่านพรหมยุทธ์มารอสูรที่ก้มตัวขอขมา แล้วก้าวออกจากวังสังฆราชไป
(จบแล้ว)