เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 101 ข้ามทะเลด้วยต้นอ้อ x ความตกตะลึงบนเรือเทพสมุทร

บทที่ 101 ข้ามทะเลด้วยต้นอ้อ x ความตกตะลึงบนเรือเทพสมุทร

บทที่ 101 ข้ามทะเลด้วยต้นอ้อ x ความตกตะลึงบนเรือเทพสมุทร


บทที่ 101 ข้ามทะเลด้วยต้นอ้อ x ความตกตะลึงบนเรือเทพสมุทร

ปลาดุกยักษ์สะบัดหาง ดิ้นรนด้วยแรงมหาศาลราวกับรถบรรทุก รอยจำมันได้ทันที...เจ้าหนองบึง ราชาแห่งทะเลสาบนี้ ตัวเดียวกับที่กอร์นจะตกได้ในอนาคต การจับมันได้คือกุญแจสำคัญที่ทำให้กอร์นโน้มน้าวมิโตะให้ยอมให้เขาไปสอบฮันเตอร์ได้สำเร็จ

น่าเสียดายที่ตอนนี้เวลาไม่พอ จะกินก็คงไม่ทัน อีกอย่าง ขนาดมหึมาแบบนี้คงสะสมกลิ่นโคลนไว้เพียบ เนื้อคงหยาบและเหนียว ไม่น่าจะอร่อย รอยเก็บเส้นด้ายเน็น ปล่อยมันกลับลงสู่ทะเลสาบ

“นายน้อยครับ เราต้องรีบแล้ว” เวลาออกเรือตามกำหนดการคือบ่ายสามโมง ตอนนี้บ่ายสองโมงห้าสิบห้า โกโต้ไม่แน่ใจว่าจะทันไหม เขารีบดับกองไฟและเก็บสัมภาระ

รอยยังคงใจเย็น ใบอนุญาตฮันเตอร์สำคัญ แต่การฝึกฝนก็สำคัญเช่นกัน การรักษาความสงบนิ่งไม่ร้อนรนย่อมเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เขายิ้มให้โกโต้ “ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวก็มีหนทางเอง” เขาเหวี่ยงกิ่งไม้พาดบ่า “ไปกันเถอะ”

“ครับ”

สองนายบ่าวออกจากป่า ลัดเลาะผ่านตรอกซอกซอย มุ่งหน้าสู่ท่าเรือดอลเล่ จุดจอดของเรือขนส่ง “เทพสมุทร”

พวกเขามาช้าไปก้าวเดียว ไกลออกไป เรือใบสามเสากระโดงขนาดมหึมา พ่นควันไอน้ำขาวโพลน กำลังเคลื่อนตัวออกจากท่า ห่างจากฝั่งประมาณสามกิโลเมตร ออกเรือไปได้หลายนาทีแล้ว

“เดี๋ยว! ฉันยังไม่ได้ขึ้นเรือ! หยุดก่อน!” คนดวงซวยที่มาช้าเหมือนรอยมีอีกสองสามคน พวกเขาโบกมือตะโกนโหวกเหวก หวังให้ลูกเรือเห็นใจแล้ววนเรือกลับมารับ

แต่นี่คือการสอบที่จริงจัง ไม่ใช่การละเล่นของเด็ก เมื่อกางใบเรือแล้ว ย่อมไม่มีการหันหลังกลับ

“สายไปแล้ว เรือไม่หยุดหรอก กลับมาใหม่ปีหน้านะ” กัปตันชราพุงพลุ้ยเดินออกมาจากห้องโดยสาร จมูกแดง ไว้เครา คาบไปป์ สวมหมวกกะลาสี ผิวกร้านแดดลมทะเล เขาปรายตามองฝั่งอย่างเฉยเมยแล้วเมินหน้าหนี

‘ดูเหมือนจะเป็นแค่เด็กไม่กี่คน คงไม่จริงจังกับงานฮันเตอร์เท่าไหร่’ เขาคิด ทันใดนั้น บนดาดฟ้ามีความเคลื่อนไหว คนกลุ่มหนึ่งเดินออกมา...เด็กหนุ่มผมบลอนด์กับบอดี้การ์ดสองคน ชายหน้าประหลาดที่มีเข็มปักเต็มหน้า และชายสวมหมวกแก๊ปสีน้ำเงินพกดาบคาตานะ...ราวกับนัดกันมา ด้วยแรงดึงดูดบางอย่าง พวกเขามายืนพิงราวเรือ มองไปทางฝั่ง และสายตาจับจ้องไปที่ร่างที่ยืนเท้าดาบไม้เท้า แบกกิ่งไม้พาดบ่าทันที

‘รอย โซลดิ๊ก’

‘พี่’

‘เจ้านั่น’

‘ในที่สุดก็มาสินะ’

มุมปากพาริสตันยกขึ้น เขาหันไปหากัปตัน “เฮ้ ลุง ผมว่าเราวนเรือกลับไปรับพวกเขาได้นะ”

ชายหน้าประหลาดหันมามองด้วย เช่นเดียวกับไคท์ที่ขยับหมวกแก๊ปเงียบๆ

“หึ หึ หึ เสียใจด้วยนะ ที่นี่ฉันใหญ่สุด กฎคือกฎ” กัปตันชรา มาร์ค ซีม ปลดกระดุมเสื้อคลุม เผยให้เห็นใบอนุญาตผู้คุมสอบของสมาคมฮันเตอร์ เขามองทั้งสามคนด้วยสายตาเย็นชาและชี้ไปทางทะเล “ถ้าไม่พอใจ ก็กระโดดลงไปเลย” มาร์ค ซีม เจอพวกตัวป่วนมาเยอะแล้ว ต้นหนของเขา กัส ก็เคยเป็นตัวแสบมาก่อน ตอนนี้ก็เชื่องเหมือนแมว

“งั้นก็ช่วยไม่ได้” พาริสตันยักไหล่ มองไปทางฝั่งอย่างเสียดาย แม้จะไม่พอใจอย่างมาก แต่เขาก็ไม่ลืมเป้าหมายหลัก

ทว่า ชายหน้าประหลาดข้างๆ เขา เมื่อได้ยินคำพูดของมาร์ค ซีม ก็กระโดดข้ามราวเรือลงทะเลไปทันทีโดยไม่ลังเล!

ตูม! น้ำกระจาย คนอื่นอึ้งไปชั่วขณะ พอมองลงไป ก็เห็นชายหน้าประหลาด ผมทรงโมฮอว์กอันโดดเด่นแหวกว่ายน้ำอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้ากลับเข้าฝั่ง พวกเขามองหน้ากันเลิ่กลั่ก

“เฮ้ย...มันบ้าป่าววะ?”

“โดดจริงดิ? ทิ้งการสอบฮันเตอร์ไปดื้อๆ งี้เลย?”

“เกิดอะไรขึ้น? บนฝั่งแจกทองรึไง?”

เสียงซุบซิบดังระงม ผู้คนมุงดูด้วยความขบขันและสะใจ คู่แข่งลดลงไปอีกหนึ่งคนย่อมเป็นเรื่องดี พวกเขาแทบจะภาวนาให้มีคนโง่แบบนี้เยอะๆ

“นายน้อยครับ เอาไงดีครับ?” บนฝั่ง โกโต้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เริ่มคิดเรื่องจองตั๋วขากลับ อย่างที่กัปตันบอก พลาดปีนี้ ปีหน้าค่อยมาใหม่ก็ได้ นายน้อยยังเด็ก มีเวลาและโอกาสอีกถมเถ

แต่รอยยืนนิ่ง มองดูเรือเทพสมุทรแล่นห่างออกไปเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าจะยอมแพ้ สักพัก ลมทะเลพัดมา

เด็กชายหันไปสั่งโกโต้ “รูดซิปกระเป๋าให้ดี อย่าทำของหล่นล่ะ”

ต่อหน้าต่อตาพ่อบ้านหนุ่มที่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง รอยโยนกิ่งไม้ที่แบกมาลงน้ำอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นคว้าคอเสื้อโกโต้ กระโดดตามลงไป ยืนทรงตัวบนกิ่งไม้อย่างมั่นคง

น่าแปลกที่กิ่งไม้จมลงไปเพียงนิดเดียวแล้วลอยขึ้น ด้วยเจตจำนงของรอยที่ผนึกเน็นลงไป มันพุ่งฉิวไปข้างหน้า วูบ ราวกับลูกธนูหลุดจากแหล่ง มุ่งหน้าสู่เรือเทพสมุทร

ซ่า! คลื่นแตกกระจาย เส้นทางน้ำขาวโพลนลากยาวจากฝั่ง เฉียดหน้าชายประหลาดที่กำลังว่ายสวนมา เขาเกือบจะถึงฝั่งอยู่แล้ว แต่จู่ๆ ร่างกายก็แข็งทื่อ แทบจะเป็นตะคริวจมน้ำ เขาหันขวับ แล้วตะเกียกตะกายตีขาเปลี่ยนทิศทาง ไล่ตามกิ่งไม้นั้นไป

“ดูนั่น! นั่นมันอะไรน่ะ?”

รอยคลื่นน้ำใกล้เข้ามา จุดดำเล็กๆ สองจุดบนกิ่งไม้ขยายใหญ่ขึ้น เสียงฮือฮาดังลั่นดาดฟ้า พาริสตัน ไคท์ กัปตันชรา นินจาหัวโล้น หมองู หญิงสาวเผ่าคูลท์... ทุกคนชะโงกหน้ามองตาไม่กระพริบ

รอยยืนสง่า ดาบไม้เท้าห้อยเอว มือไพล่หลัง พ่อบ้านผู้ซื่อสัตย์ยืนเคียงข้าง ผมดำหนาสลวยปลิวไสวไปตามลมทะเล ขับเคลื่อนกิ่งไม้ดั่งเรือลำเล็ก แหวกคลื่นลมเข้ามาจนเห็นชัดเจน

“หึ หึ หึ...” ไหล่พาริสตันสั่นสะท้าน กลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่ “รอย โซลดิ๊ก... ผม... รัก... รักคุณจริงๆ! ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยสินะ?”

ความเร็วนั้น ปริมาณออร่านั้น... “เฮ้ ฮิลล์น้อย ดูท่าแกจะเจอของจริงเข้าแล้วว่ะ” คลาร์กหลุดปาก สังเกตเห็นปฏิกิริยาแปลกๆ ของเจ้านาย บอดี้การ์ดร่างผอมถลึงตาใส่ กุมไม้กางเขนแน่น คิ้วขมวดมุ่น สัมผัสได้ถึงแรงกดดันชัดเจน ความสงบนิ่งเยือกเย็นของเด็กชาย ราวกับดวงอาทิตย์บนฟากฟ้า ที่ลอยเด่นเหนือทุกสิ่ง มองลงมายังโลกหล้า ‘เป็นประเภทที่ทำให้คนไม่รู้สึกอิจฉาเลยสักนิด...’

วูบ! ลมทะเลพัดกรรโชก ใกล้เข้ามาแล้ว... เหลืออีกแค่สองร้อยเมตรจะถึงเรือเทพสมุทร ในเวลาเพียงนาทีเดียว พวกเขาก็ตามทัน

ไคท์ละสายตาจากราวเรือ หาที่นั่งสงบๆ ไม่จำเป็นต้องดูต่อแล้ว ผลลัพธ์ชัดเจน

สองร้อยเมตร หนึ่งร้อย ห้าสิบ... ท่ามกลางเสียงอุทานและเสียงสูดปากด้วยความตกใจของผู้คนบนเรือ... ในพริบตา กิ่งไม้ก็พุ่งมาเทียบข้างเรือเทพสมุทร

คราวนี้โกโต้ไม่ต้องรอให้รอยช่วย เขาตบกระเป๋าที่สะพายเฉียงแล้วกระโดดขึ้นไปยืนบนดาดฟ้าเคียงข้างเจ้านายอย่างมั่นคง ส่วนกิ่งไม้ที่หักมาทำคันเบ็ด รอยดีดนิ้ว ยื่นมือออกไป แล้ว ‘กระชาก’ มันก็กระดอนจากผิวน้ำ ลอยคว้างกลางอากาศ กลับมาอยู่ในมือเขาอย่างแม่นยำ

เขาแบกมันขึ้นบ่าอีกครั้ง

โปรดติดตามตอนต่อไป จบตอน By. charcoal gray silver gold ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 101 ข้ามทะเลด้วยต้นอ้อ x ความตกตะลึงบนเรือเทพสมุทร

คัดลอกลิงก์แล้ว