แชร์เรื่องนี้
ตอนที่ 392 ต้นไม้ยักษ์ สมาชิกสายพฤกษาเดินทางมาถึงทวีปจิงโจ้ตั้งแต่เมื่อสองวันก่อน และเริ่มลงมือเพาะปลูกแล้ว ทว่าทันทีที่หว่านเมล็ดพืชผลลงดิน พวกเขาก็ได้รับคำสั่งด่วนให้เปลี่ยนงานชั่วคราว นั่นคือประกาศให้ระดมปลูก "ใบไม้ดำ" ขนานใหญ่ ไม่เป็นไร ขอแค่มีกิน ให้ทำอะไรพวกเขาก็ทำทั้งนั้น มี่หลิงแบ่งใบไม้ดำส่วนหนึ่งให้เมิ่งอิน เพื่อให้เธอลองปรับปรุงพันธุ์ เพิ่มผลผลิต และทดสอบดูว่าใบไม้ดำจะสามารถดูดซับสารลึกลับจากเนื้อสัตว์ได้มากขึ้นหรือไม่ ด้วยความร่วมมือของสมาชิกสายพฤกษา ใบไม้ดำเติบโตอย่างรวดเร็ว แผ่ขยายเป็นวงกว้างเขียวชอุ่ม ดูเหมือนจะเยอะ แต่จริงๆ แล้วใช้เปลืองมาก การต้มเนื้อกระต่ายหนึ่งหม้อต้องใช้ใบไม้ดำอย่างน้อยสิบใบ และใบไม้ดำหนึ่งต้น ก็ให้ผลผลิตแค่ใบเดียว การปลูกรอบแรกได้ผลผลิตใบไม้ดำประมาณห้าหมื่นใบ สมาชิกได้รับภารกิจที่พวกเขาคิดว่าแปลกประหลาดมาก นั่นคือให้ไปจับกระต่าย ต้องจับด้วยเหรอ? แค่หลับตารอกระต่ายวิ่งมาชนขาเองยังได้เลย กระต่ายที่นี่มันเยอะมหาศาลจริงๆ เอาเนื้อกระต่ายไปทำไม? หรือว่าเสบียงใกล้หมด เลยต้องเปลี่ยนมากินเนื้อสัตว์กลายพันธุ์แทน? มี่หลิงตระหนักถึงปัญหา แม้ใบไม้ดำจะให้ผลผลิตดี แต่เมื่อเทียบกับจำนวนสมาชิกมหาศาล ดูเหมือนว่าผลผลิตรอบแรกจะพอให้ทุกคนกินได้แค่คนละมื้อเท่านั้น? สัปดาห์ละมื้อ? "พระเจ้าช่วย เนื้อกระต่ายนี่หอมจริงๆ" "ฮือๆๆ อร่อยจังเลย" ก่อนวันสิ้นโลก เนื้อกระต่ายพวกนี้มีเชื้อไวรัส แต่ถึงตอนนี้ใครจะสน? ตราบใดที่ไม่ทำให้ตายและรสชาติอร่อย ก็ถือว่าผ่านแล้ว สมาชิกได้ลิ้มรสอาหารมื้อพิเศษที่หาทานยาก เสียงหัวเราะและรอยยิ้มอบอวลไปทั่วฐาน ได้กินสัปดาห์ละมื้อก็ยังดี ดีกว่าไม่ได้กินเลย มี่หลิงเกณฑ์สมาชิกสายพฤกษาที่เดิมทีถูกคัดออก ให้กลับเข้ามาร่วมงานปลูกใบไม้ดำ และในขณะเดียวกันก็ให้ฝ่ายโลจิสติกส์ขนส่งใบไม้ดำไปให้สมาชิกแนวหน้า เมื่อมีใบไม้ดำ พวกเขาก็สามารถกินเนื้อสัตว์ปกติได้ แม้จะเป็นแค่เนื้อต้มธรรมดา ก็นับว่าฟินสุดยอดแล้ว ในการสำรวจทวีปจิงโจ้ สมาชิกไม่ได้กลับฐานทุกวัน ตอนกลางคืนพวกเขาก็ตั้งแคมป์พักแรม ณ จุดที่อยู่ เรื่องใบไม้ดำไม่ได้ถูกรายงานให้เฉินลั่วที่กำลังเก็บตัวฝึกฝนทราบ แม้จะเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องรบกวนเวลาของเฉินลั่ว ทีมสำรวจหนึ่งร้อยคน ขี่อูฐเคลื่อนขบวนไปอย่างช้าๆ พลางสอดส่ายสายตาดูว่ามีอะไรมีค่ารอบตัวบ้าง คนเหล่านี้ล้วนเป็นคนของเฉินลั่ว และทวีปจิงโจ้ก็มีอูฐอยู่ไม่น้อย นี่มันพาหนะชั้นยอดชัดๆ ความแข็งแกร่งของสมาชิกเหนือกว่าอูฐมาก แม้อูฐจะดุร้าย แต่การฝึกให้เชื่องก็ไม่ใช่เรื่องยาก หลักๆ คือความต่างชั้นของพลัง ทำให้สยบอูฐได้อยู่หมัด "เฮ้ย มีสัตว์ขี่นี่มันเท่จริงๆ" "ไปทางนี้สิเจ้าโง่" "แทบไม่มีซอมบี้เลย น่าเบื่อชะมัด" ทันใดนั้น เงาร่างของต้นไม้ยักษ์ก็ปรากฏขึ้นจางๆ ในระยะไกล หัวหน้าทีมอุทาน "ต้นไม้อะไรสูงชะลูดขนาดนั้น! เกิดมาเพิ่งเคยเห็น ไปดูกันเถอะ" ต้นไม้ยักษ์อยู่ห่างจากสมาชิกประมาณสามลี้ เมื่อเข้าใกล้ระยะหนึ่งลี้ จู่ๆ ฝูงอูฐก็พากันขัดขืน แสดงอาการหวาดกลัวกระวนกระวาย และไม่ยอมเดินหน้าต่อ "เฮ้ย ทำไมไม่เชื่อฟังกันเลยวะ?" ไม่มีใครโง่ สมาชิกสังเกตเห็นความผิดปกติ หรือว่าข้างหน้ามีสิ่งที่ทำให้อูฐหวาดกลัว? ตอนนี้ต้นไม้ยักษ์อยู่ไม่ไกลแล้ว หัวหน้าทีมเงยหน้ามอง ประเมินคร่าวๆ น่าจะสูงเกือบสองร้อยเมตร ลำต้นหนาผิดปกติ เส้นผ่านศูนย์กลางเกินยี่สิบเมตร ที่แปลกคือ กิ่งก้านและใบของต้นไม้เป็นสีดำอมเทา และมีสิ่งที่ดูเหมือนดอกตูมงอกอยู่เต็มกิ่งก้าน กิ่งก้านไหวเอนตามลม ราวกับกวักมือเรียกสมาชิกว่า "มานี่สิ" หัวหน้าทีมสายตาดี สังเกตเห็นผลไม้ใสราวคริสตัลสามลูกห้อยอยู่บนกิ่งที่โน้มลงมาใกล้ลำต้น ผลไม้มีรูปร่างคล้ายน้ำเต้า เปล่งประกายแวววาวดุจหยก นั่นมันอะไรกัน? สมาชิกที่ตาดีต่างเบิกตากว้างจ้องมองต้นไม้ยักษ์และผลไม้เหล่านั้น "ต้องเป็นของวิเศษแน่ๆ ไม่ธรรมดาเลย" "ต้นไม้นี่น่าจะกลายพันธุ์เหมือนกัน อย่าผลีผลามเข้าไปใกล้ ถ้าบุ่มบ่ามเข้าไปเราอาจสู้มันไม่ได้" สมาชิกเคยเห็นพืชกลายพันธุ์มาเยอะ เช่นดอกไม้กินคน ซึ่งมักจะโจมตีผู้ที่เข้าใกล้ หัวหน้าทีมครุ่นคิดแล้วกล่าว "ไม่ต้องฝืน ต้นไม้มันอยู่นี่ ไม่หนีไปไหนหรอก กลับไปรายงานให้ผู้พิทักษ์ไห่หรือท่านผู้นำมาดูดีกว่า" ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย ทันใดนั้น กลิ่นประหลาดก็ลอยมาแตะจมูก ฉับพลัน สมาชิกกว่าสิบคนรวมถึงอูฐที่ขี่อยู่ก็สูญเสียสติสัมปชัญญะ แล้วค่อยๆ เดินเข้าไปหาต้นไม้ยักษ์ หัวหน้าทีมร้องเสียงหลง "กลับมา! พวกแกจะทำอะไร?" แต่คนเหล่านั้นไม่สนใจ ยังคงเดินหน้าต่อไป หัวหน้าทีมรู้ทันทีว่าพวกเขาถูกสะกดจิต ทว่าทันใดนั้น ดวงตาของทุกคนรวมถึงหัวหน้าทีมก็เริ่มเลื่อนลอย และเดินเหม่อลอยเข้าไปข้างหน้า ทั้งทีมเคลื่อนขบวนเข้าไป เมื่อไปถึงใต้ต้นไม้ยักษ์ มันก็เริ่มเคลื่อนไหว เถาวัลย์และใบไม้จำนวนนับไม่ถ้วนห้อยลงมารัดตัวสมาชิกอย่างง่ายดาย ดอกตูมบนกิ่งก้านที่มีขนาดประมาณหนึ่งเมตร บานออกทีละดอก ราวกับดอกไม้กินคนอ้าปากกว้าง แล้วกลืนกินสมาชิกบางส่วนเข้าไป สมาชิกที่ถูกกลืนกินได้สติกลับมาในวินาทีสุดท้าย แต่มันก็สายเกินไป พวกเขาดิ้นรนอย่างไร้ความหมาย ในเวลาสั้นๆ สมาชิกกว่าสี่สิบคนถูกกลืนกินจนหมด และดอกตูมเหล่านั้นดูเหมือนกำลังเคี้ยว จากนั้นดอกตูมก็ค่อยๆ กลับสู่ความสงบ ไม่มีการคายกระดูก เสื้อผ้า หรือสิ่งใดออกมา ทุกอย่างถูกย่อยสลายจนเกลี้ยง สมาชิกอีกกว่าครึ่งยังรอดชีวิต แต่ทุกคนถูกต้นไม้ยักษ์มัดตรึงไว้แน่น จากความสูงกว่าร้อยเมตรบนลำต้น ดูเหมือนมีดวงตาคู่หนึ่งมองลงมาอย่างเย็นชา หัวหน้าทีมได้สติคืนมาในตอนนี้และพยายามดิ้นรนสุดชีวิต แต่ก็ไร้ผล ในวินาทีวิกฤต หัวหน้าทีมพ่นไฟใส่ลำต้น แต่ผลที่ได้กลับน้อยนิดราวกับสะเก็ดไฟ กลับกัน เขาถูกต้นไม้ยักษ์ฟาดแส้ใส่อย่างไร้ปรานี หัวหน้าทีมค้นพบด้วยความสยดสยองว่า ผลไม้คริสตัลสามลูกนั้นดูเหมือนจะใสแวววาวขึ้นกว่าเดิม มันเห็นเราเป็นปุ๋ยงั้นเหรอ? ที่เรายังไม่ตาย ก็เพราะต้นไม้ยักษ์เก็บไว้กินทีหลังใช่ไหม? ไอ้ตัวบ้านี่มันคืออะไรกันแน่? หัวหน้าทีมตั้งสติ โชคดีที่ยังไม่ตาย ฉันต้องส่งข่าวกลับไป เขารีบส่งข้อความผ่านโทรจิตทันที แต่ในจังหวะนั้นเอง ทีมสำรวจอีกทีมก็เดินทางมาถึง เพราะต้นไม้ยักษ์เป็นสิ่งที่หาดูได้ยาก ทีมสำรวจของเฉินลั่วแบ่งออกเป็นสองร้อยทีม แต่ละทีมอยู่ไม่ห่างกันนัก รูม่านตาของหัวหน้าทีมหดเกร็ง ตะโกนลั่น "อย่า..." ต้นไม้ยักษ์เห็นว่าเขาเกะกะ จึงอ้าปากกลืนเขาลลงไปทันที ทีมที่สองก็หนีไม่พ้นชะตากรรมของการถูกดึงดูด ผ่านไปสักพัก ต้นไม้ยักษ์ก็เริ่มกินอีกครั้ง หากไม่มีอะไรผิดพลาด สองร้อยคนนี้คงไม่รอดชีวิตผ่านวันนี้ไปได้ และคงถูกกินจนหมด นี่คือผู้มีพลังระดับเจ็ดสองร้อยคน รวมไปถึงหัวหน้าทีมระดับแปดสองคน ผลไม้บนต้นไม้ยักษ์ส่องแสงเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ จ้าวจื่ออี้รีบแจ้งข่าวให้มี่หลิงทราบอย่างตื่นตระหนก มี่หลิงตกใจ รีบสั่งการ "จื่ออี้ ติดต่อทุกคนเดี๋ยวนี้ ห้ามใครเข้าใกล้ต้นไม้ยักษ์เด็ดขาด" มี่หลิงกำหมัดแน่น ไม่ว่าแกจะเป็นตัวอะไร ที่บังอาจกินคนของเราไปมากมายขนาดนี้ ฉันจะทำให้แกชดใช้อย่างสาสม ตายไปหลายสิบคน ดูเหมือนเมืองรุ่งอรุณจะไม่ได้สูญเสียครั้งใหญ่ขนาดนี้มานานแล้ว
Close