- หน้าแรก
- เมื่อระบบโซเชียลบุกโลกเซียน เซียนทั้งแดนยังต้านไม่ไหว
- บทที่ 6 ถ้าไม่ซื้อก็ดูต่อไม่ได้นะ
บทที่ 6 ถ้าไม่ซื้อก็ดูต่อไม่ได้นะ
บทที่ 6 ถ้าไม่ซื้อก็ดูต่อไม่ได้นะ
บทที่ 6 ถ้าไม่ซื้อก็ดูต่อไม่ได้นะ
ณ ตลาดเมืองอู่หยาง ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตกลั่นลมปราณหลายคนในชุดคลุมยาวสีเขียวปักลายกระเรียนขาวที่หน้าอก กำลังเดินทอดน่องตามหลังชายหนุ่มชุดขาวผู้มีระดับการบ่มเพาะขอบเขตสร้างรากฐาน
สายตาของพวกเขามักจะถูกดึงดูดด้วยสมุนไพรวิญญาณ อาวุธวิเศษ และยันต์อาคมมากมายที่วางขายอยู่ตามแผงลอยสองข้างทาง
"ศิษย์พี่ แผงตรงนั้นใช่อสูรระดับสาม 'แมงมุมหยกขาว' หรือไม่ขอรับ? เขาว่ากันว่าเมื่อมันโตเต็มวัยจะมีพลังเทียบเท่าผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐาน แถมยังพ่นใยแมงมุมหยกขาวที่ล้ำค่ามากออกมาได้ด้วย เส้นนึงขายได้ตั้ง 500 หินปราณแน่ะ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ชายหนุ่มชุดขาวก็ส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มทันที
"ของปลอม... นั่นไม่ใช่แมงมุมหยกขาวหรอก มันก็แค่ 'แมงมุมหยกเขียว' อสูรระดับหนึ่งธรรมดาๆ ที่เอาสีขาวมาทาตัวก็เท่านั้น"
ยังไม่ทันสิ้นเสียง ศิษย์ชุดเขียวอีกคนก็ชี้ไปยังแผงลอยที่ห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตรด้วยความตื่นเต้น
"ศิษย์พี่! แผงนั้นขายเคล็ดวิชาด้วย! เคล็ดวิชาระดับปฐพีแค่ 200 หินปราณเอง!"
"นั่นก็ของปลอม... ของที่เขาเอาให้ดูเป็นเคล็ดวิชาระดับปฐพีจริงๆ แต่พอเจ้าจ่ายเงินซื้อไป เจ้าจะพบว่ามันเป็นแค่เศษคัมภีร์ที่ขาดวิ่น"
"หา? ไหนเขาบอกว่าที่เมืองอู่หยางมีขายทุกอย่างไงขอรับ ทำไมมีแต่ของปลอมล่ะ?" ศิษย์ชุดเขียวอีกคนบ่นด้วยความผิดหวัง
"ก็ไม่ได้ปลอมไปซะทุกอย่างหรอก มันอยู่ที่ตาของเจ้าต่างหากว่าถึงหรือไม่ สำหรับมือใหม่อย่างพวกเจ้าที่เพิ่งลงเขามา ทางที่ดีไปซื้อที่ร้านใหญ่ๆ ในเมืองดีกว่า ของพวกนั้นรับประกันได้ว่าไม่ใช่ของปลอม"
พูดจบ ชายหนุ่มชุดขาวก็นำทางพวกเขาเดินตรงไป ไม่นานนัก กลุ่มคนทั้งหลายก็มาหยุดอยู่หน้าอาคารสูงสามชั้นอันโอ่อ่า ป้ายเหนือประตูสลักอักษรตัวใหญ่สามตัวไว้อย่างชัดเจนว่า... 'หอซื่อไห่'
"จำที่นี่ไว้ให้ดี วันหน้าหากต้องการซื้อวัสดุวิญญาณหรือของวิเศษอะไรให้มาที่นี่ แม้ของในหอซื่อไห่จะแพงกว่าข้างนอก แต่สิ่งเดียวที่มั่นใจได้คือเป็นของแท้แน่นอน"
ขณะพูด แววตาของชายหนุ่มชุดขาวก็ฉายแววรำลึกความหลัง
"ข้ายังจำได้ว่ากระบี่บินเล่มแรกของข้าก็ซื้อจากที่นี่ ใช้มาจนป่านนี้ยังดีอยู่เลย... ไปเถอะ เข้าไปดูกัน"
สิ้นเสียง ชายหนุ่มชุดขาวก็นำคณะศิษย์เดินเข้าไปในหอซื่อไห่
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา สินค้ามากมายละลานตาก็พุ่งเข้าสู่สายตาของพวกเขา ทั้งของวิเศษ กระบี่บิน สมุนไพรวิญญาณ สัตว์อสูร และสัตว์เลี้ยงวิญญาณ ถูกจัดหมวดหมู่และวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ
กลุ่มศิษย์ใหม่ขอบเขตกลั่นลมปราณต่างตื่นตะลึงจนตาค้าง
ในขณะนั้นเอง พนักงานต้อนรับที่มีระดับพลังกลั่นลมปราณขั้นเจ็ดก็เดินตรงเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"ท่านฉู่เฟิง! ท่านมาแล้วหรือขอรับ คราวนี้ต้องการรับอะไรดี? ช่วงนี้ทางเราเพิ่งได้ 'ยาเม็ดสร้างรากฐาน' ล็อตใหม่ที่ปรุงโดยปรมาจารย์หม่ามาพอดี อัตราความสำเร็จในการสร้างรากฐานสูงกว่ายาปกติถึงสามส่วนเชียวนะขอรับ"
พนักงานยังพูดไม่ทันจบ ชายหนุ่มชุดขาวหรือ 'ฉู่เฟิง' ก็ปลดปล่อยกลิ่นอายระดับสร้างรากฐานออกมาทันที
"โอ้! ยินดีด้วยขอรับท่านฉู่เฟิง! ท่านบรรลุขอบเขตสร้างรากฐานแล้วรึ! ปีนี้ท่านอายุยังไม่ถึงห้าสิบเลยไม่ใช่หรือ? จุ๊ๆๆ สมกับเป็นศิษย์อัจฉริยะในรอบร้อยปีของเกาะเฟยเสียจริงๆ ข้าว่าอีกไม่เกินร้อยปี ท่านต้องบรรลุขอบเขตจินตาน (สร้างแกนทองคำ) ได้แน่..."
ก่อนที่พนักงานจะเยินยอไปมากกว่านี้ ฉู่เฟิงก็ยกมือห้ามและกล่าวตัดบท
"พอเถอะๆ วันนี้ข้าพาพวกศิษย์น้องที่เพิ่งเข้าสำนักมาหาซื้ออาวุธวิเศษระดับเริ่มต้น เจ้ามีของดีๆ แนะนำบ้างไหม?"
"ศิษย์น้องของข้าพวกนี้ล้วนมาจากตระกูลใหญ่ในทะเลตะวันออก เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา"
ทันทีที่ได้ยินประโยคนี้ ดวงตาของพนักงานก็เป็นประกายวาววับ
"ได้เลยขอรับ! เชิญทางนี้เลย ทางเราเพิ่งนำเข้าอาวุธวิเศษคุณภาพสูงเข้ามาพอดี"
พูดพลาง พนักงานก็รีบเดินนำหน้า เตรียมพาฉู่เฟิงและคณะไปยังโซนอาวุธวิเศษ
แต่ทว่า จู่ๆ สายตาของฉู่เฟิงก็สะดุดเข้ากับบางสิ่งในตู้กระจกข้างๆ
เขาหยุดเดินทันที ก่อนจะชี้ไปที่วัตถุทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ด้วยความสงสัย
"เจ้านี่ก็เป็นอาวุธวิเศษด้วยรึ? ทำไมราคาแค่ 2 หินปราณเอง?"
เมื่อได้ยินฉู่เฟิงทัก พนักงานก็ชะงักฝีเท้า พอหันกลับมาเห็นของที่ฉู่เฟิงชี้ เขาก็รีบพุ่งตัวกลับมาด้วยความเร็วสูงสุด
"แน่นอนขอรับ! นี่คืออาวุธวิเศษสื่อสารรุ่นล่าสุดที่หอซื่อไห่ของเราภูมิใจนำเสนอ เรียกว่า 'โทรศัพท์มือถือ' ขอรับ"
"ท่านอย่าเห็นว่าราคาถูกเชียว การใช้งานของมันทรงพลังสุดๆ ไปเลยนะขอรับ"
"อาวุธวิเศษราคา 2 หินปราณจะมีลูกเล่นอะไรได้?" ไม่เพียงแค่ฉู่เฟิงที่สงสัย เหล่าศิษย์สำนักเฟยเสียด้านหลังต่างก็สงสัยใคร่รู้เช่นกัน
"ฮี่ฮี่... งั้นพวกท่านต้องดูให้ดีนะขอรับ" วินาทีถัดมา พนักงานก็หยิบโทรศัพท์เครื่องหนึ่งขึ้นมาจากตู้ แล้วกดปุ่มด้านข้างต่อหน้าฉู่เฟิง
กริ๊ก!
หน้าจอที่เคยมืดสนิทพลันสว่างวาบขึ้น
เมื่อเห็นภาพนั้น สีหน้าของฉู่เฟิงและคนอื่นๆ ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย พวกเขาไม่เคยเห็นอาวุธวิเศษที่มหัศจรรย์เช่นนี้มาก่อน
และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ก็ทำลายโลกทัศน์ของพวกเขาไปอย่างสิ้นเชิง
นิ้วของพนักงานกรีดกรายไปบนหน้าจอ แสดงฟังก์ชันต่างๆ ของโทรศัพท์
แม้โทรศัพท์มือถือที่ระบบมอบให้จะไม่มีลูกเล่นแพรวพราวเหมือนสมาร์ทโฟนในโลกก่อน แต่ฟังก์ชันพื้นฐานอย่างการโทร ส่งข้อความ ถ่ายรูป และไฟฉาย ก็มีให้อย่างครบครัน
ไม่ต้องพูดถึงฟังก์ชันอื่น ลำพังแค่ความสามารถในการถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอก็ทำให้พวกฉู่เฟิงตาโตเท่าไข่ห่านแล้ว
หลังจากสาธิตฟังก์ชันพื้นฐานเสร็จ พนักงานก็กดเปิดแอป 'ติ๊กต็อก' (Douyin) ขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว
วินาทีต่อมา หญิงสาวในชุดกระโปรงยาวแบบวังหลวงสีเขียวเข้มพร้อมผ้าคลุมหน้าสีขาวก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
เคล้าคลอไปกับเสียงดนตรีอันไพเราะนุ่มนวล ภาพตัดฉับ ผ้าคลุมหน้าของหญิงสาวร่วงหล่น เผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามปานล่มเมือง งามวิจิตรดั่งภาพวาด
ฉู่เฟิงและศิษย์น้องต่างยืนนิ่งค้างราวกับถูกมนต์สะกด
ก่อนที่พวกเขาจะได้สติ พนักงานก็ใช้นิ้วปัดหน้าจอขึ้นเบาๆ
เมื่อเห็นแบบนั้น ในใจฉู่เฟิงก็พลันเดือดดาล กำลังจะเอ่ยปากด่าว่าปัดหนีทำไม แต่ทว่าหน้าจอมือถือตรงหน้าก็ดึงดูดสายตาเขาไว้อีกครั้ง
แม้สาวงามชุดเขียวเมื่อครู่จะหายไป แต่แทนที่ด้วยหญิงสาวชุดขาวที่มีความงามไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
เรือนผมสีดำขลับของนางถูกรวบขึ้น ดอกบัวสีแดงสดกลางหน้าผากทำให้นางดูทั้งสูงส่งและยั่วยวนในเวลาเดียวกัน สิ้นเสียงดนตรีที่ดังกระหึ่มขึ้น ชุดผ้าโปร่งสีขาวของนางก็เปลี่ยนเป็นชุดเดรสยาวรัดรูปดีไซน์แปลกตาในทันที
จังหวะที่นางไขว่ห้าง เรียวขาขาวเนียนยาวก็โผล่วับๆ แวมๆ ออกมาจากรอยผ่าข้างกระโปรง
เพียงท่วงท่าเดียว ทำเอาพวกฉู่เฟิงรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว เลือดลมสูบฉีดพลุ่งพล่าน แม้แต่พลังปราณในร่างก็เริ่มควบคุมไม่อยู่
ศิษย์น้องคนหนึ่งที่เพิ่งเข้าสำนักถึงกับเลือดกำเดาพุ่งออกมาตรงนั้นเลยทีเดียว
แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ยังไม่อาจละสายตาไปได้
จนกระทั่งพนักงานกดปุ่มล็อคหน้าจอด้านขวาอีกครั้ง... วูบ
"ฮี่ฮี่... ท่านเซียนทั้งหลาย สนใจรับโทรศัพท์มือถือสักเครื่องไหมขอรับ? ถ้าไม่ซื้อ ก็ดูต่อไม่ได้นะขอรับ"
"นอกจากสองคลิปเมื่อกี้แล้ว ยังมีเนื้อหาที่เด็ดกว่านี้รออยู่อีกเพียบเลยนะขอรับ"
พนักงานพูดยังไม่ทันขาดคำ ศิษย์ระดับกลั่นลมปราณคนหนึ่งที่ยืนอยู่หลังฉู่เฟิงก็ตะโกนขึ้นมาโดยไม่ลังเล
"ซื้อ! เอามาให้ข้าเครื่องนึง!"
พอมีคนเปิด ศิษย์คนอื่นๆ ก็ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม รีบควักหินปราณออกมาจ่ายเงินทันที
เพียงครู่เดียว ทุกคนก็ได้มือถือไปครอบครองคนละเครื่อง
ในฐานะศิษย์พี่ ฉู่เฟิงเองก็อยากได้ใจจะขาด แต่เขาถือตัวว่าเป็นฝ่ายธรรมะผู้ทรงภูมิ หากซื้อของพรรค์นี้ไป ต่อไปจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน จะปกครองศิษย์น้องได้ยังไง?
แต่ถ้าไม่ซื้อ... ขณะที่กำลังลังเล ศิษย์น้องคนหนึ่งก็ยื่นมือถือมาตรงหน้าเขา
"ศิษย์พี่ ตลอดมาท่านดูแลพวกเราเป็นอย่างดี ข้าไม่รู้จะตอบแทนยังไง โปรดรับน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ นี้ไว้เถิดขอรับ"
"นี่มัน..." ฉู่เฟิงมองมือถือตรงหน้า ทำทีเป็นอิดออดอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็เก็บมันเข้าถุงสมบัติด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"อะแฮ่ม... วันหลังพวกเจ้าอย่าซื้อของซี้ซั้วอีกล่ะ"
"แต่อย่างว่า ฟังก์ชันกล้องถ่ายรูปของเจ้านี่ก็มีประโยชน์อยู่ วันหน้าเวลาไปยืมคัมภีร์วิชาที่หอคัมภีร์ จะได้ถ่ายรูปเก็บไว้แล้วค่อยกลับไปศึกษาช้าๆ ที่ห้องได้"
"ฮ่าๆๆ สมกับเป็นศิษย์พี่ พวกเราก็คิดแบบนั้นเหมือนกันขอรับ"
"ฟังก์ชันไฟฉายก็ดีมาก ต่อไปเวลาฝึกวิชาตอนกลางคืน จะได้ไม่ต้องงมโข่งในความมืดอีก"
ฉู่เฟิงหันหลังกลับไปมอง ก็พบกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างรู้ทันของเหล่าศิษย์น้องที่ส่งมาให้