- หน้าแรก
- ไม่ขอเป็นบันไดให้ใครเหยียบ ตัวประกอบยุคเก่าขอปฏิวัติ
- บทที่ 1 ทะลุมิติมาปุ๊บก็ทุบคนชั่วปั๊บ
บทที่ 1 ทะลุมิติมาปุ๊บก็ทุบคนชั่วปั๊บ
บทที่ 1 ทะลุมิติมาปุ๊บก็ทุบคนชั่วปั๊บ
บทที่ 1 ทะลุมิติมาปุ๊บก็ทุบคนชั่วปั๊บ
"โฮสต์?"
"ตื่นเร็วเข้า โฮสต์"
"โฮสต์ ถ้าคุณยังไม่ตื่นตอนนี้ เดี๋ยวก็ไม่ทันการหรอก..."
เสียงเครื่องจักรกลราบเรียบไร้อารมณ์ดังหึ่งๆ อยู่ข้างหู น่ารำคาญยิ่งกว่าเสียงยุงบินตอมเสียอีก สวีเหมียนสบถอย่างหงุดหงิด "หุบปาก!"
ถึงปากจะด่า แต่ตัวเธอกลับไม่ขยับทำได้เพียงยกมือขึ้นนวดขมับที่ปวดตุบๆ พยายามฝืนลืมตาขึ้นสำรวจสภาพแวดล้อม
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือกระท่อมหินเตี้ยๆ ที่มีลมโกรกเข้ามาได้รอบทิศ ภายในห้องนอกจากเตียงเล็กๆ ที่เธอนอนอยู่ ซึ่งทำจากบานประตูเก่าคร่ำคร่าแล้ว ก็มีเพียงกองฟืนที่สุมไว้อยู่มุมห้องเท่านั้น
ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอหลั่งไหลเข้ามาในหัวราวกับน้ำป่า... ปีข้าวยากหมากแพง ผู้คนผอมโซจนหนังหุ้มกระดูก ครอบครัวที่เละเทะไม่เป็นท่า และการถูกหลอกให้มาเป็นแพะรับบาปในหุบเขาบ้านนอกคอกนานี้ เรื่องราวแต่ละอย่างหนักหนาพอที่จะบีบให้คนคนหนึ่งอยากตายได้เลยทีเดียว สวีเหมียนหลับตาลงอีกครั้ง พยายามหลอกตัวเองว่าเธอยังคงฝันอยู่ และภาพที่เห็นเมื่อครู่เป็นเพียงฝันร้าย
ทว่าเสียงเครื่องจักรกลนั้นกลับดังขึ้นอีกครั้ง ตอกย้ำความจริงอันโหดร้ายอย่างไร้ความปรานี
"อย่ามัวแต่หวังลมๆ แล้งๆ เลย คุณทะลุมิติเข้ามาในละครสั้นย้อนยุคที่ดูเมื่อคืนจริงๆ และกลายเป็นตัวประกอบหญิงใช้แล้วทิ้งที่มีชื่อแซ่เดียวกับคุณเป๊ะๆ"
ละครสั้นเรื่องนั้นชื่อ 'ดอกไม้ในสมรภูมิหน่วยผลิต' ชื่อเรื่องฟังดูฮึกเหิมปลุกใจ แต่เนื้อหาจริงๆ กลับเป็นละครน้ำเน่าปัญญานิ่มที่ทำเอาคนดูเดือดดาลจนความดันขึ้น สวีเหมียนรู้สึกหนังศีรษะชาวาบ ถามเสียงแข็ง "ฝีมือนแกใช่ไหม?"
เสียงเครื่องจักรกลตอบกลับมาโดยไร้ซึ่งความรู้สึกผิด "ระบบมอบโอกาสให้คุณมีชีวิตใหม่อีกครั้งต่างหาก"
สวีเหมียนกัดฟันแค่นหัวเราะ "งั้นก็ขอบใจนะ!"
ชาติที่แล้วเธอยอมหัวใจวายตายคาหน้าจอดีกว่าต้องมาทนอยู่ในยุคอดอยากที่ต้องกินหญ้าเคี้ยวเปลือกไม้ แถมยังโดนใส่ร้ายป้ายสี ร่างกายก็อ่อนแอ จวนเจียนจะพังพินาศอยู่รอมร่อ
มีชีวิตอยู่แบบนี้จะไปมีความหมายอะไร?
ราวกับสัมผัสได้ถึงพลังงานด้านลบของเธอ น้ำเสียงเย็นชาของระบบเริ่มฟังดูเหมือนพยายามเกลี้ยกล่อม แม้จะยังคงไร้อารมณ์ก็ตาม "ตัวประกอบก็พลิกสถานการณ์ได้ นี่เป็นโอกาสเปลี่ยนชะตาชีวิตของคุณนะ เกาเอ้อร์จู้กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ แล้วก็นัดแนะกับสวีชิวจวี๋ไว้เรียบร้อยแล้ว คนหนึ่งจะมาทำลายความบริสุทธิ์ของคุณ อีกคนจะไปตามชาวบ้านมาจับชู้ ถ้าคุณยังไม่รีบคิดแผน คุณจะได้กลายเป็นตัวประกอบที่ไม่มีวันได้ผุดได้เกิดจริงๆ แน่..."
สวีเหมียนส่งเสียงหึในลำคอเบาๆ น้ำเสียงเกียจคร้านราวกับคนปลงตก "ก็ดีสิ นิยายแนวตบหน้าเวอร์ชันสั้นที่สุด เริ่มเกมปุ๊บ ออฟไลน์ปั๊บ รอไปเกิดใหม่เลย เผื่อชาติหน้าจะได้เกิดเป็นคุณหนูบ้านรวย มีคนคอยป้อนข้าวป้อนน้ำ นั่นถึงจะเรียกว่าพลิกชะตาชีวิตของจริง"
ระบบดูเหมือนจะพูดไม่ออกกับปฏิกิริยาของเธอ หลังเงียบไปหลายวินาที มันก็พูดด้วยน้ำเสียงหดหู่ "อยู่อย่างน่ารังเกียจก็ดีกว่าตายอย่างมีเกียรตินะ ครั้งนี้คุณมีโอกาสลุกขึ้นสู้จากเถ้าถ่านเพื่อไปสู่จุดสูงสุดของชีวิตเลยนะ ดูอย่างสวีชิวจวี๋สิ เมื่อก่อนเธอก็เป็นแค่ตัวประกอบ แต่พออาศัยการกลับชาติมาเกิด แย่งชิงโอกาสของนางเอกไปหลายอย่าง ตอนนี้กลายเป็นเศรษฐีนีตัวน้อยๆ ไปแล้ว..."
สวีเหมียนหัวเราะเบาๆ ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ใครๆ ก็วาดฝันสวยหรูได้ทั้งนั้น
สิ่งที่เธอต้องการคือผลประโยชน์ที่จับต้องได้และใช้งานได้ทันที
ระบบยังคงพยายามหว่านล้อมต่อ "มีระบบนี้เป็นนิ้วทองคำคอยช่วย คุณจะกังวลอะไรอีก? ขอแค่คุณหยุดสวีชิวจวี๋ไม่ให้ก่อเรื่องวุ่นวายและทำภารกิจประคองเนื้อเรื่องให้สำเร็จ คุณอยากได้อะไรก็ได้ทั้งนั้น ในยุคนี้ แม้แต่นางเอกก็อาจจะไม่ได้ใช้ชีวิตสุขสบายเท่าคุณ..."
สวีเหมียนกระตุกมุมปาก "เห็นฉันเป็นเด็กสามขวบหรือไง? งัดไม้ตายของแกออกมาเดี๋ยวนี้ คุยกันรู้เรื่องก็ไปต่อ คุยไม่รู้เรื่องก็ทางใครทางมัน ฉันรีบไปเกิดใหม่"
"คุณ..." เสียงของระบบเริ่มเจืออารมณ์คล้ายมนุษย์ ทั้งไม่อยากจะเชื่อและหงุดหงิด "ทำไมคุณไม่เล่นตามบทเลยล่ะ?"
สวีเหมียนคิดในใจ ถ้าฉันเล่นตามบท ไม่เท่ากับต้องโดนระบบเชิดเป็นหุ่นกระบอกไปตลอดชีวิตหรือไง?
เธอไม่มีความคิดที่จะเป็นเครื่องมือให้ใครจูงจมูก
"สรุปว่าจะโชว์ของดีไหม? ถ้าไม่ก็ช่างหัวมัน ฉันไม่สน รอฉันตายแล้วค่อยไปหาโฮสต์ใหม่เอาแล้วกัน..."
ระบบ: "..."
ถ้าเลือกใหม่ได้ มันคงไม่อยากมาทนรองรับอารมณ์บัดซบนี่หรอก
ในการชักเย่อทางจิตวิทยา ใครแคร์มากกว่าคนนั้นแพ้
คำพูดของสวีเหมียนโหดเหี้ยมเกินไป เธอพร้อมจะทิ้งชีวิตได้ทุกเมื่อ ระบบจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมจำนน
เพียงแต่ไม้ตายที่มันงัดออกมาโชว์กลับไม่ได้ทำให้สวีเหมียนตื่นตาตื่นใจในทันที
ห้างสรรพสินค้าที่อัปเกรดได้อย่างต่อเนื่อง บริการครบวงจรสารพัดนึก ยาวิเศษมากมาย แม้กระทั่งน้ำพุจิตวิญญาณในมิติ... ทุกอย่างการันตีความยิ่งใหญ่และการก้าวกระโดดสู่ความสำเร็จ ต่อให้เป็นหมู ถ้าได้นิ้วทองคำพวกนี้ไปก็คงกลายเป็นผู้ชนะในชีวิตได้สบายๆ
ฟังดูน่าตื่นเต้นก็จริง แต่ตอนนี้มันก็เป็นแค่สวรรค์ในจินตนาการ สวีเหมียนมองไอคอนสีเทาที่ยังล็อกอยู่แล้วแค่นยิ้ม "ต้องใช้แต้มเท่าไหร่ถึงจะปลดล็อกได้?"
ถ้าแต้มไม่พอ มันก็เป็นแค่ฝันกลางวัน
เสียงของระบบเริ่มฟังดูลุกลี้ลุกลน "ห้างสรรพสินค้าราคาถูกที่สุด แค่หนึ่งพันแต้มก็เปิดได้แล้ว ง่ายจะตาย พอมีห้างสรรพสินค้า คุณก็ไม่ต้องทนกินแกลบกินผักต้มอีกต่อไป..."
"อ๋อ แล้วทำภารกิจสำเร็จหนึ่งครั้งได้กี่แต้ม?"
"ขึ้นอยู่กับความยากง่าย... มีตั้งแต่สิบถึงร้อยแต้ม..."
"ช่างเถอะ พังๆ กันไปให้หมดนี่แหละ"
"..."
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ใกล้เข้ามายังกระท่อมหินเรื่อยๆ
เมื่อได้ยินเสียงเหยียบกิ่งไม้แห้งดังกรอบแกรบ สวีเหมียนก็กำก้อนหินคมกริบไว้ในมืออย่างเงียบเชียบ เธอไม่ได้ไม่แยแสชีวิตขนาดนั้น ใครบ้างจะอยากตายถ้าเลือกจะมีชีวิตอยู่ได้ อีกอย่างเธอทนไม่ได้ถ้าต้องถูกไอ้สวะที่ไหนก็ไม่รู้มาย่ำยี ที่ทำท่าแข็งข้อใส่ระบบเมื่อครู่ก็เป็นแค่เทคนิคการต่อรองเท่านั้น
ฝ่ายระบบที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เริ่มร้อนรน "ตกลงคุณต้องการอะไรกันแน่?"
ประโยคเดียวก็เผยไต๋ออกมาหมดเปลือก
เมื่อได้ยินดังนั้น สวีเหมียนก็ไม่เกรงใจอีกต่อไป "เอาบ้านเก่าของปู่ฉันออกมา"
ระบบกรีดร้องลั่นราวกับแมวถูกเหยียบหาง "เป็นไปไม่ได้!"
สวีเหมียนร้องอ้อเบาๆ "งั้นเราก็พังพินาศไปพร้อมกันนี่แหละ"
ความอวดดีของระบบหดหายไปทันที "นั่น... นั่นต้องใช้แต้มเยอะมากนะ..."
โฮสต์ถังแตกไม่มีแต้มสักแดง มันต้องควักเนื้อตัวเองจ่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่มันเกลียดที่สุด
สวีเหมียนเยาะเย้ย "ฉันต้องจ่ายค่าตอบแทนราคาแพงเพื่อช่วยแกทำภารกิจ จะให้ม้าวิ่งแต่ไม่ให้หญ้าม้ากิน... ฝันไปเถอะ"
"ฉันจะออกให้ก่อน แล้วคุณค่อยผ่อนคืนทีหลัง..."
เธอตัดบทอย่างรำคาญใจ "ฉันไม่นิยมเชื่อแปะโป้ง"
ความหมายแฝงคือ ถ้าระบบไม่ให้ฟรี ดีลนี้ก็ล่ม
จังหวะนั้นเอง เกาเอ้อร์จู้ก็ผลักบานประตูผุพังเข้ามา เขาเดินอาดๆ ด้วยท่าทางหื่นกระหาย สายตาที่มองสวีเหมียนราวกับหมาป่าหิวโหยจ้องตะครุบเหยื่อโอชะ พร้อมจะกระโจนเข้าใส่และฉีกทึ้งกิน
สวีเหมียนนอนนิ่งอยู่บนเตียงไม้กระดาน คิ้วผ่อนคลาย ลมหายใจสม่ำเสมอ ดูไม่มีอะไรผิดปกติ
สถานการณ์คับขันดั่งลูกธนูพาดอยู่บนสาย ในที่สุดระบบก็สติแตก "ก็ได้ ฉันตกลง! รีบลุกขึ้นสู้เร็วเข้า..."
"เอาบ้านมา!"
"ให้แล้วๆๆ..."
ขณะที่ระบบจำใจยอมแพ้ ภาพบ้านเก่าของปู่ก็แวบเข้ามาในหัวของสวีเหมียน บ้านหลังนั้นอยู่ในเมืองเล็กๆ ค่อนข้างห่างไกลแต่กว้างขวาง เป็นตึกสองชั้น ชั้นบนเป็นที่อยู่อาศัยแสนสบาย ชั้นล่างเปิดเป็นร้านค้า ปู่ของเธอเคยเปิดร้านขายเนื้อตุ๋น รสชาติอร่อยราคาถูกจนเลื่องลือไปทั่วถิ่น พอปู่เสีย ทุกอย่างก็ตกเป็นของเธอ
เธอเรียนรู้วิชาจากปู่มาหลายปีจนฝีมือเข้าขั้น หลังเรียนจบเพราะไม่อยากเป็นทาสในเรือนเบี้ยของบริษัท เธอจึงกลับมาใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์กึ่งเกษียณที่บ้านเกิด คิดว่าจะหนีพ้นวงจรมนุษย์เงินเดือนและอยู่ยาวไปจนอายุเก้าสิบเก้า
แต่แล้วเธอก็ดันตายเพราะโหมดูซีรีส์ดึกดื่น
ความยุติธรรมอยู่ที่ไหนกัน!
เธอกลืนความขมขื่นลงคอแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสดใส "ยินดีที่ได้ร่วมธุรกิจ"
ระบบแทบคลั่ง "เรื่องธุรกิจเอาไว้ก่อน! จัดการวิกฤตตรงหน้าก่อนสิ! แรงคุณสู้เกาเอ้อร์จู้ไม่ได้หรอก อย่าไปยั่วโมโหเขานะ พูดจาหวานๆ อ่อนน้อมถ่อมตนเข้าไว้ ยื้อเวลาไปก่อน... ให้เขาแต๊ะอั๋งนิดหน่อยก็ยอมๆ ไปเถอะ..."
แผนการของมันยังพูดไม่ทันจบ จู่ๆ เสียงก็ขาดหายไปราวกับถูกใครบีบคอ
ในวินาทีเดียวกัน เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังขึ้น เกาเอ้อร์จู้ยกมือกุมท้ายทอยแล้วล้มพับลงไปกองกับพื้น
"คนอย่างฉันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น คิดว่าตัวเองคู่ควรเหรอ?" สวีเหมียนค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง ก้อนหินในมือมีเลือดสีแดงฉานหยดลงมา ดูน่าสยดสยอง ชาติที่แล้วเธอไม่เคยฆ่าแม้แต่ไก่ แต่ตอนนี้อาวุธอยู่ในมือ ใบหน้ากลับเรียบเฉยไร้ความตื่นตระหนก
ระบบพูดตะกุกตะกัก "คะ... คุณฆ่าเขาเหรอ?"
สวีเหมียนใช้เท้าเขี่ยร่างชายคนนั้น พอได้ยินเสียงครางอู้อี้ เธอก็ส่ายหน้าอย่างผิดหวัง "ยังไม่ตาย"
สิ้นคำ เธอก้มลงง้างหินในมือขึ้น แล้วฟาดซ้ำลงไปที่ศีรษะของเกาเอ้อร์จู้เต็มแรง รวดเร็วและเด็ดขาด
เสียงหินกระทบกระดูกดังกึกก้องชวนขนลุก ระบบตะลึงงันจนพูดไม่ออก
นี่มันเลือกโฮสต์ประเภไหนมากันแน่? เจ้าเล่ห์ ควบคุมยาก แถมยังอำมหิต เธอจะประคองเนื้อเรื่องได้จริงเหรอ?
พล็อตเรื่องจะไม่พังพินาศไปกันใหญ่หรือไง?
สวีเหมียนไม่สนใจว่ามันจะคิดยังไง เธอพรูลมหายใจออก พิงผนังเย็นเยียบอย่างหมดแรง พลางปาดเหงื่อเย็นบนหน้าผาก เธอเองก็กลัวเหมือนกัน แต่โอกาสรอดมีเพียงชั่วพริบตาเดียว ลังเลนิดเดียวคือหายนะ โชคดีที่เธอชนะ
เธอแกล้งหลับเพื่อให้เกาเอ้อร์จู้ตายใจ พอเขาประมาทพุ่งเข้ามา เธอก็ทุ่มสุดแรงฟาดหินใส่ท้ายทอยเขา
ทีเดียวจอด
เสียงฝีเท้าจากระยะไกลดังระรัวเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้มีมากกว่าหนึ่งคน เสียงดังอึกทึกเจือความตื่นเต้นเร่งรีบ
ระบบตื่นตระหนก "เอาไงต่อดี? พวกเขามาถึงหน้าประตูแล้ว ฉันบอกให้คุณยื้อเวลา แต่คุณไม่ฟัง..."
ระบบบ้านนอกเอ๊ย เธอคิดในใจ ก่อนจะพูดออกมา "ยื้อเวลาไปแล้วได้อะไร? ฉันกินได้ทุกอย่างยกเว้นกินความเสียเปรียบ มีแค้นก็ต้องชำระเดี๋ยวนั้น โมโหก็ต้องระบายเดี๋ยวนั้น ไม่งั้นจะมีชีวิตอยู่ไปทำไม?"
ระบบอดบ่นไม่ได้ "คุณสะใจแล้ว แต่จะเก็บกวาดเรื่องนี้ยังไง? ต่อให้ความบริสุทธิ์ยังอยู่ แต่เกาเอ้อร์จู้ปางตายขนาดนี้ คุณก็คงหนีไม่พ้นต้องแต่งงานกับเขา..."
"ใครบอกว่าฉันจะหนีไม่ได้?" สวีเหมียนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ... แล้วร่างของเธอก็หายวับไป
ระบบชะงักค้าง ก่อนจะคำรามเสียงลอดไรฟัน "นี่คุณวางแผนหนีเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว กลายเป็นว่าฉันสิที่เป็นตัวตลก..."
อึดใจต่อมา มันถึงกรีดร้องออกมาด้วยความรู้สึกช้าไปหนึ่งจังหวะ "นี่เธอหลอกฉันเหรอ?"
ยกแรกนี้ มันคิดว่าตัวเองคุมเกมอยู่หมัด จะจัดการเธอได้ง่ายๆ ที่ไหนได้กลับถูกเธอจูงจมูกจนเสียท่าเข้าเต็มเปา... เสียทั้งแต้ม เสียทั้งรู้ ขาดทุนย่อยยับป่นปี้ไม่มีชิ้นดี...