เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 320 จัดการยาก

บทที่ 320 จัดการยาก

บทที่ 320 จัดการยาก


"ท่านอาจารย์ ท่าน...... การกระทำของท่านนี่ มันคือการขโมยของที่ตัวเองเฝ้าอยู่ชัดๆ เลยนะครับ!" เจิ้งอวี่กล่าวอย่างไม่พอใจ อดรนทนไม่ไหวต้องพูดออกมา

ตัวเองเป็นถึงผู้อาวุโสระดับกายทองคำ บิดาก็เป็นถึงจักรพรรดิขุนเขาผู้มีวาจาสิทธิ์ในสำนัก

จะบอกว่าสำนักเฟยอวิ๋นเป็นบ้านของลั่วเชียนก็คงไม่เกินเลยไปนัก เจิ้งอวี่คิดไม่ออกจริงๆ ว่าท่านอาจารย์จะมีเหตุผลอะไรที่ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย

"เฮ้อ เรื่องนี้มันพูดยากนะ ประมาณเจ็ดปีก่อน ตาเฒ่าจูแห่งยอดเขาที่สิบสามมาหาข้า เกลี้ยกล่อมให้ข้าลงทุนก้อนหนึ่ง บอกว่าเป็นธุรกิจที่กำไรชัวร์ไม่มีขาดทุน ในแต่ละปีจะได้รับส่วนแบ่งหินวิญญาณก้อนโต" ลั่วเชียนถอนหายใจอย่างจนใจ

"ตอนนั้นข้าก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็เลยลงทุนไปก้อนหนึ่ง หลายปีมานี้ก็ได้รับส่วนแบ่งหินวิญญาณมาไม่ขาดสายจริงๆ"

"ถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อวานเจ้ามาบอกเรื่องนี้กับข้า แล้วข้าให้คนไปตรวจสอบอย่างละเอียด ก็คงยังถูกปิดหูปิดตาอยู่"

"ท่านอาจารย์ ท่านนี่มันช่าง......" เจิ้งอวี่พูดไม่ออกไปชั่วขณะ ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดดี

เขารู้สึกว่าท่านอาจารย์ของตัวเองช่างใจกว้างเกินเหตุจริงๆ เรื่องแบบนี้จะไม่ตรวจสอบให้ลึกซึ้งหน่อยหรือ?

เวลานี้เจิ้งอวี่ถึงขั้นสงสัยว่าเรื่องสกปรกพวกนี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าจะมีคนแอบอ้างชื่อของท่านอาจารย์ไปดำเนินการ มิน่าล่ะคนพวกนั้นถึงได้วางก้ามใหญ่โตนัก

"เมื่อวานข้าไปคุยกับตาเฒ่าจูมาแล้ว เขารับปากว่าจะให้คนข้างล่างรีบจัดการเรื่องนี้ทันที" ลั่วเชียนกล่าว

"ท่านอาจารย์ ปีหนึ่งทำเงินได้เท่าไหร่กันเชียวครับ? ผู้อาวุโสจูแห่งยอดเขาที่สิบสามท่านนี้ ไม่กลัวว่าเงินทุจริตพวกนี้จะลวกมือเอาหรือ?" เจิ้งอวี่บ่นอุบ

"เจ้าคงไม่ได้คิดว่ามีแค่ชิงเหอฝางที่เดียวที่มีสถานการณ์แบบนี้หรอกนะ?"

ลั่วเชียนไม่ได้บอกตัวเลขที่แน่ชัด เพียงแค่มองเจิ้งอวี่ แล้วกล่าวด้วยความนัยลึกซึ้ง

เจิ้งอวี่ได้ยินดังนั้น ก็เหมือนถูกฟ้าผ่า ยืนอึ้งอยู่กับที่

"สำนักเฟยอวิ๋นมีสถานที่คล้ายกับชิงเหอฝางอยู่ทั้งหมดสิบแปดแห่ง สถานที่เหล่านี้ใช้สำหรับผลิตอาวุธประเภทใช้แล้วทิ้งอย่างพวกน้ำเต้าเสียงเป็นหลัก และโรงงานเหล่านี้ล้วนมีจุดร่วมเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือต่างก็ต้องใช้ทรายเหลืองเป็นวัตถุดิบ" ลั่วเชียนอธิบายอย่างใจเย็น

"นี่จึงส่งผลให้คนกลุ่มหนึ่งที่ครอบครองเหมืองทรายเหลืองฉวยโอกาสโก่งราคา จนค่อยๆ ก่อตัวเป็นกลุ่มผลประโยชน์ขนาดใหญ่"

"ผู้อาวุโสจูที่เจ้าพูดถึง ก็คือเจ้าของเหมืองทรายเหลืองรายใหญ่ที่สุดในกลุ่มนั้น"

"เพียงแต่ก่อนหน้านี้ข้าคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าพวกเขาจะทำเกินเหตุขนาดนี้ ถึงขั้นกินเงินเดือนเปล่าก็ยังทำออกมาได้"

เจิ้งอวี่ขมวดคิ้ว ถามไล่เลี่ยว่า "ท่านอาจารย์ มิน่าล่ะจางเวยถึงบอกข้าว่า การผลิตน้ำเต้าเสียงหนึ่งลูก สำนักได้รับกำไรแค่ร้อยละสิบห้า ที่แท้เงินพวกนี้ก็ถูกพวกเจ้าของเหมืองกวาดไปหมดแล้วใช่ไหม?"

"พวกเขาไม่เพียงแต่ฟันกำไรจากค่าวัตถุดิบไปก้อนโต แม้แต่เงินค่าเหนื่อยเล็กน้อยของศิษย์สายนอกก็ยังไม่ละเว้น ช่างใจดำอำมหิตเหลือเกิน!"

ลั่วเชียนถอนหายใจอย่างหาได้ยาก กล่าวอย่างจนใจว่า "ช่วยไม่ได้นี่นา ตาเฒ่าจูคนนี้เก่งเรื่องการเข้าสังคม รวบรวมพวกที่มีเหมืองทรายเหลืองมาเป็นพวกเดียวกันหมดแล้ว"

"เจ้าคิดว่าสำนักไม่อยากจัดการพวกเขาหรือ? ก่อนหน้านี้โจวโหยวก็เคยคิดจะลงมือจัดระเบียบ แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ"

"แต่จะว่าไปแล้ว แม้ตาเฒ่าจูและพรรคพวกจะกอบโกยเงินทองจนร่ำรวยล้นฟ้า แต่ในเรื่องผิดชอบชั่วดีที่เป็นเรื่องใหญ่ พวกเขาก็ยังไม่เคยทำผิดพลาด"

"ยกตัวอย่างเช่นการยกทัพไปปราบสำนักเวิ่นเต้าครั้งก่อน พวกเขาก็บริจาคหินวิญญาณระดับสูงให้สำนักหลายหมื่นก้อน ก็ถือว่าได้ช่วยออกแรงส่วนหนึ่ง"

สีหน้าของเจิ้งอวี่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ในใจยังคงรู้สึกยอมรับได้ยากอยู่บ้าง

เขาที่เคยได้รับการศึกษาสมัยใหม่จากดาวบลูสตาร์รู้ดีว่า กลุ่มผลประโยชน์อย่างเจ้ายอดเขาจู ก็เปรียบเสมือนนายทุน พอนานวันเข้า ย่อมต้องกลายเป็นเหมือนเนื้อมะเร็งร้าย ค่อยๆ กัดกร่อนรากฐานของสำนักเฟยอวิ๋นทั้งหมดอย่างแน่นอน

"ท่านอาจารย์ หรือว่าไม่มีวิธีจัดการเลยจริงๆ หรือครับ?" เจิ้งอวี่ถามอย่างไม่ยอมแพ้

"มีสิ นอกเสียจากว่าเจ้าจะหาเหมืองทรายเหลืองที่มีปริมาณสำรองมหาศาลอย่างน่าเหลือเชื่อเจอ แล้วทุบราคาทรายเหลืองลงมาโดยตรง" ลั่วเชียนผายมือออก มองดูลูกศิษย์ตัวเอง แล้วกล่าวเสริม

"จริงสิ ต่อให้เจ้าหาเจอจริงๆ ก็ต้องดูด้วยว่าเจ้าจะสามารถต้านทานการซื้อตัวจากตาเฒ่าจูได้หรือไม่ เขาเปย์หนักเอาเรื่องเลยนะ"

เจิ้งอวี่ส่ายหน้า ผู้คนมากมายวันๆ เอาแต่หาวิธีสารพัดบนภูเขาเหมืองแร่เพื่อหาเหมืองทรายเหลือง แต่ก็คว้าน้ำเหลว โอกาสที่เขาจะหาก็ยิ่งริบหรี่เต็มที

อีกอย่าง เขายังต้องเร่งเวลาฝึกฝน จะเอาเวลาว่างมากมายขนาดนั้นไปหาเหมืองทรายเหลืองมาจากไหน

ในเมื่อท่านอาจารย์ยังจนปัญญากับเรื่องนี้ เจิ้งอวี่ก็ไม่มีวิธีอื่นจริงๆ ทำได้เพียงดึงสมาธิกลับมาที่การฝึกฝนชั่วคราว

ขณะเดียวกัน ผ่านไปไม่นาน เขาก็ได้ประจักษ์ถึงความใจป้ำของเจ้ายอดเขาจูตามที่ท่านอาจารย์ว่าไว้

......

"หัวหน้าสาขาลั่ว ข้าคือฉางซิง หัวหน้าสาขาที่สอง วันนี้ตั้งใจพาพี่น้องมาขอขมาท่านโดยเฉพาะ" หลังจากคุยกับลั่วเชียนจบไม่นาน ฉางซิงหัวหน้าสาขาที่สองก็นำคนกลุ่มหนึ่งมาที่พักของเจิ้งอวี่ วาจาจริงใจอย่างยิ่ง ท่าทีนอบน้อมถึงขีดสุด

"จดหมายเลือดฉบับนั้นเป็นฝีมือของพวกไม่ได้เรื่องข้างล่างทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ช่างไม่รู้ความเอาเสียเลย"

"หวังว่าหัวหน้าสาขาลั่วจะใจกว้างดั่งมหาสมุทร ไม่ถือสาหาความ"

"ได้ยินว่าท่านเป็นผู้ฝึกวิชาดนตรี เพื่อแสดงความขอโทษของพวกเรา จึงขอมอบบทเพลงบทหนึ่งให้ท่านเป็นพิเศษ"

พูดพลางฉางซิงก็ยื่นเปลือกหอยที่เปล่งแสงเจ็ดสีออกมาใบหนึ่ง บนเปลือกหอยเขียนตัวอักษรขนาดใหญ่สี่ตัวว่า 《หยกสีไล่จันทร์》 ไว้อย่างชัดเจน

เจิ้งอวี่อดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึกๆ 《หยกสีไล่จันทร์》 เป็นบทเพลงระดับศักดิ์สิทธิ์ของแท้ มูลค่ามหาศาล!

แค่มาขอโทษ ถึงกับมอบของขวัญล้ำค่าขนาดนี้เชียวหรือ?

แม้ในใจจะรู้ดีว่า นี่น่าจะเป็นผลจากการที่ท่านอาจารย์กดดันลงมา แต่เจิ้งอวี่ก็ยังคงตกตะลึงกับการกระทำที่ใจป้ำของเจ้ายอดเขาจูอยู่ดี

"ไม่มีความดีความชอบไม่ขอรับรางวัล ของขวัญชิ้นนี้ล้ำค่าเกินไป พวกท่านเอากลับไปเถอะ" เจิ้งอวี่โบกมือ ไม่ยินดีที่จะรับไว้

"ถ้าท่านไม่รับไว้ ก็แสดงว่าไม่ยอมยกโทษให้พวกเรา พวกเราคงไม่มีหน้าไปรายงานเบื้องบน หัวหน้าสาขาลั่ว ถือว่าสงสารพวกเราเถอะนะขอรับ" ท่าทีของฉางซิงต่ำต้อยมาก แต่เจิ้งอวี่ก็ยังไม่ยอมรับไว้อยู่ดี

ยื้อยุดกันอยู่ครู่ใหญ่ ฉางซิงเห็นเจิ้งอวี่ท่าทีแข็งกร้าว จึงได้แต่ล่าถอยไปอย่างจนใจ

ก่อนจากไป ยังเน้นย้ำเป็นพิเศษว่า "หัวหน้าสาขาลั่ว ตราบใดที่ท่านยังอยู่ วัตถุดิบของสาขาที่ห้า พวกเรารับประกันว่าจะจัดหาให้อย่างเพียงพอ!"

......

ในช่วงเวลาต่อมา เจิ้งอวี่ชะลอความเร็วในการฝึกฝนพลังจิตลงชั่วคราว ตั้งใจจะทุ่มเทแรงกายแรงใจหลักไปที่การฝึกฝนดาบผ่าดารา

เมื่อระดับพลังของตนเองสูงขึ้น วิธีการบางอย่างที่เขาเชี่ยวชาญในตอนนี้ ก็เริ่มจะตามไม่ทันสถานการณ์บ้างแล้ว

อีกครึ่งปีก็จะเป็นวันประลองครั้งใหญ่ ถึงเวลานั้นมีความเป็นไปได้สูงที่จะตัดสินผู้ครอบครองเลือดบริสุทธิ์ของมังกรบรรพกาลในท้ายที่สุด เจิ้งอวี่จำเป็นต้องเตรียมไพ่ตายไว้ให้มากหน่อยถึงจะดี

วิชาดาบระดับอริยะย่อยที่ท่านอาจารย์เตรียมไว้ให้เขา —— ดาบผ่าดารา ก็เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะฝึกฝนเพื่อใช้เป็นไพ่ตายที่ทรงพลัง

ส่วนเรื่องจะฝึกฝนอย่างไร ก็ไม่มีอะไรให้ต้องลังเล

เจิ้งอวี่เริ่มถ่ายเทค่าวิชาเข้าไปโดยตรง

ทว่า ครั้งนี้เขาได้ยินเสียงแจ้งเตือนใหม่จากระบบ:

【ตรวจพบระดับและคุณสมบัติของดาบผ่าดารา แนะนำให้ใช้คู่กับหินดารา จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการฝึกฝนได้อย่างมหาศาล】

เจิ้งอวี่เป็นคนว่านอนสอนง่าย เมื่อได้ยินคำแนะนำจากระบบ ก็เตรียมตัวซื้อหินดาราทันที

จบบทที่ บทที่ 320 จัดการยาก

คัดลอกลิงก์แล้ว