- หน้าแรก
- โชคของผมพุ่งขึ้นพันล้านแต้ม!
- บทที่ 1317 เคราะห์กรรมของอาบิเกล (ฟรี)
บทที่ 1317 เคราะห์กรรมของอาบิเกล (ฟรี)
บทที่ 1317 เคราะห์กรรมของอาบิเกล (ฟรี)
หากคิดจะยกระดับคันธนูและลูกศร ความจริงแล้วก็มีเพียงหนทางเดียว
นั่นคือการอัปเกรดวัสดุที่ใช้ในการผลิต
พวกเธอพักอาศัยอยู่ในป่าไผ่ พื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยต้นไผ่หนาตา แน่นอนว่าสามารถนำไม้ไผ่มาประดิษฐ์คันธนูชุดใหม่ได้ แต่ไม่ว่าอย่างไร อาวุธที่ประดิษฐ์ขึ้นเองในป่าดิบชื้นย่อมมีขีดจำกัดในด้านความแข็งแกร่ง
วัสดุที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ต่างหากที่ยอดเยี่ยมที่สุด ส่วนอุปกรณ์ที่สร้างขึ้นเองในป่าเช่นนี้ ย่อมดูหยาบและด้อยประสิทธิภาพกว่าเป็นธรรมดา
ทั้งสองคนพูดคุยกันต่ออีกพักใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเล่น
จะเอาแต่นั่งเฉยๆ ไม่ได้ ต้องเคลื่อนไหวร่างกายบ้าง ในตอนนี้ถังหงแทบจะฟื้นฟูกลับมาเกือบสมบูรณ์แล้ว จะมีเพียงอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเล็กน้อย เนื่องจากกรดแลกติกที่สะสมอยู่ในร่างกายปริมาณมากนั้นไม่สามารถสลายไปได้ง่ายๆ ในเวลาอันสั้น
เรื่องนี้ต้องใช้เวลา เช่นเดียวกับบาดแผลที่ง่ามมือซึ่งต้องใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าปกติ
ผู้ชมบางคนที่ได้เห็นแผลที่ง่ามมือของถังหงต่างก็รู้สึกหวาดเสียวไปตามๆ กัน เพราะมันฉีกขาดออกจากการปะทะกับแรงมหาศาลของวัวป่า ซึ่งเป็นสิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปไม่อาจจินตนาการได้เลย
ทั้งสองคนเดินสำรวจไปรอบๆ พร้อมกับมองหาหินที่เหมาะสม เพื่อนำมาสร้างอาวุธหนักให้กับถังหง
ในอีกด้านหนึ่ง ภายในห้องน้ำชาที่ตกแต่งอย่างหรูหรา
เทียนไอ้เซียงจู๋และฝูเซิงจวี้กำลังนั่งจิบชาอยู่ ฝั่งตรงข้ามของพวกเขามีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่มีออร่าของความสูงศักดิ์แผ่ออกมา
ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นผู้ดีมีตระกูลหรือไม่ก็นักธุรกิจผู้มั่งคั่ง
เขากำลังจิบชาพลางหมุนไฟแช็กยี่ห้อต้าหนิวในมือเล่น ชายคนนี้คือ 'ชิงเฟิงซ่งเจียเหริน'
มหาเศรษฐีท่านนี้มีธุรกิจอยู่ในครอบครองมากมาย ครอบคลุมเกือบทุกวงการ ความรู้ของเขาจึงกว้างขวางมาก ตัวอย่างเช่นเรื่องที่ทุกคนเคยถกเถียงกันว่าวัวกินใบชาหรือไม่ หรือเรื่องที่มาของไข่มุก เขาก็เป็นคนออกมาให้ความรู้แก่ผู้ชม
ในวันนี้ เขานัดพบกับเทียนไอ้เซียงจู๋และฝูเซิงจวี้ สองเจ้าของธุรกิจใหญ่ เพื่อเจรจาขอเข้าร่วมลงทุนในร้านหม้อไฟหานชี
ทั้งสามคนจิบชาพลางสนทนากันอย่างถูกคอ
ขณะเดียวกัน พวกเขาก็คอยเหลือบมองหน้าจอขนาดใหญ่ในห้องน้ำชา ซึ่งกำลังถ่ายทอดสดไลฟ์ของเย่หันอยู่เป็นระยะ
ด้านนอกห้องน้ำชา มีทีมทนายความมืออาชีพคอยสแตนด์บายเตรียมพร้อมจัดการเอกสาร
ในที่สุด ข้อตกลงก็บรรลุผล
หลังจากจ่ายเงินจำนวนมหาศาล ชิงเฟิงซ่งเจียเหรินก็ประสบความสำเร็จในการเข้าถือหุ้นร้านหม้อไฟหานชี กลายเป็นผู้ถือหุ้นคนที่สามของร้านอย่างเป็นทางการ
ทุกฝ่ายต่างพึงพอใจและนัดแนะกันว่าจะไปร่วมรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน
ทว่าในตอนนั้นเอง หญิงสาวสวยสะพรั่งในชุดภูมิฐานก็เดินเข้ามาในห้องน้ำชา เธอโน้มตัวลงกระซิบข้างหูฝูเซิงจวี้
ฝูเซิงจวี้หันไปมองแล้วดวงตาเป็นประกาย
"เถ้าแก่เฉิน ช่วงนี้มีชาเด็กชุดใหม่เข้ามาพอดี..."
หือ?
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ชิงเฟิงซ่งเจียเหรินก็ชำเลืองมองฝูเซิงจวี้ด้วยสายตาที่มีเลศนัย
ฝูเซิงจวี้สัมผัสได้ถึงสายตานั้นจึงมีท่าทีชะงักไปครู่หนึ่ง
"เอามาให้ผมหน่อยแล้วกัน พอดีใบชาที่ห้องทำงานใกล้จะหมดแล้ว"
เขาแสร้งกล่าวตัดบทก่อนจะให้หญิงสาวคนนั้นออกไป
หลังจากที่หญิงสาวเดินนวยนาดออกจากห้องน้ำชาไป ฝูเซิงจวี้ก็รีบอธิบาย
"อะแฮ่ม ไม่ใช่ชาเด็กแบบที่คุณคิดนะ เป็นใบชาจริงๆ ที่เพิ่งเก็บใหม่น่ะ"
ชิงเฟิงซ่งเจียเหรินพยักหน้าพลางยิ้มละไม
"ผมเข้าใจ ผมเข้าใจ"
"ได้ยินกิตติศัพท์มานานว่าคุณฝูเซิงจวี้เป็นคนเจ้าสำราญ วันนี้ได้มาเห็นกับตา สมคำร่ำลือจริงๆ"
ทำไมจู่ๆ ถึงมาทำเป็นพูดจาสุภาพทางการขนาดนี้ล่ะเนี่ย?
ฝูเซิงจวี้รีบยกถ้วยชาขึ้นดื่มแก้เก้อ
การเจรจาร่วมทุนครั้งนี้ถือว่าจบลงด้วยดี หลังจากเซ็นเอกสารและพูดคุยกันอีกพักใหญ่ ทุกฝ่ายก็แยกย้ายกันไป
เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงค่ำ
ผู้เข้าแข่งขันบนเกาะส่วนใหญ่เริ่มจัดการกับมื้อเย็นและเตรียมตัวพักผ่อน
วันนี้ตลอดทั้งวันไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายอะไรเกิดขึ้น สภาพการณ์บนเกาะค่อนข้างเงียบสงบ
แน่นอนว่า ไม่นับเรื่องที่โฮสแอบติดต่ออาบิเกลอย่างลับๆ เพราะในขณะนี้ยังไม่มีใครล่วงรู้ถึงความผิดปกตินี้เลย
ทางด้านประเทศเซินโจวเองก็ได้เฝ้าติดตามตรวจสอบข้อมูลต่างๆ อยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ
ต้องยอมรับว่าแผนการของโฮสนั้นแยบยลมากจริงๆ
อย่างที่เขาว่ากันว่า คนผูกกระดิ่งคือคนแก้กระดิ่ง คนที่จะหาช่องโหว่ของสายรัดข้อมือไลฟ์สตรีมได้ ก็ย่อมต้องเป็นคนที่ร่วมพัฒนาเครื่องมือนี้มาแต่แรก
นี่คือสิ่งที่ทางเซินโจวคาดไม่ถึง
ราตรีปกคลุมไปทั่วทั้งเกาะ วันที่สองร้อยกำลังจะสิ้นสุดลง
ผู้ชมจำนวนมากรู้สึกเสียดาย
นี่คือวันที่สองร้อยเชียวนะ ทำไมมันถึงเรียบง่ายขนาดนี้?
ในวันพิเศษแบบนี้ มันควรจะมีเหตุการณ์ที่ดุเดือดตื่นเต้นเกิดขึ้นไม่ใช่หรือ?
ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงยังไม่ยอมเข้านอน และยังคงเฝ้าหน้าจอไลฟ์สตรีมอยู่เพื่อรอคอยว่าจะมีเรื่องเซอร์ไพรส์อะไรเกิดขึ้นหรือไม่
ในเวลานี้ อาบิเกลเพิ่งจะจัดการมื้อค่ำที่เป็นไส้เดือนเสร็จและปิดไลฟ์สตรีมลง
ห้องไลฟ์ของเขากลายเป็นหน้าจอสีดำมืดมิด
สองนาทีต่อมา เสียงของโฮสก็ดังขึ้น
"อาบิเกล ฉันโฮสเอง ได้ยินแล้วตอบด้วย!"
เมื่อได้ยินเสียงของโฮส อาบิเกลก็รู้สึกตื่นตัวขึ้นทันที
"ได้ยินครับ!" เขาตอบกลับอย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางความมืด ดวงตาของเขาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น
วันนี้เขาครุ่นคิดเรื่องนี้มาทั้งวันและมีคำถามมากมายที่อยากจะถาม
ในขณะเดียวกัน โฮสเองก็กำลังคิดว่าจะใช้เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดนี้ส่งข้อมูลให้อาบิเกลได้มากที่สุดได้อย่างไร
"กลุ่มที่ผมจะเจอในวันพรุ่งนี้เป็นคนจากประเทศไหนครับ แล้วผมจะขโมยของพวกเขาได้ยังไง พวกเขาพักอยู่ในถ้ำนั่นเหรอ?"
"ทิศทางที่ผมไปถูกต้องไหม? แล้วผู้เข้าแข่งขันที่เอาไส้เดือนไปเลี้ยงไก่คือใครกันแน่? ผมควรจัดการเขายังไง..."
อาบิเกลรัวคำถามออกมาเป็นชุดตามที่เตรียมไว้ในใจ
ฝั่งโฮสถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง ใบหน้าหน้าม้าของเขาบึ้งตึงขึ้นมาทันที
"หุบปาก! แล้วฟังฉัน!"
"กลุ่มที่แกจะเจอพรุ่งนี้ก็เป็นคนจากเซินโจวเหมือนกัน พวกเขาไม่ได้พักในถ้ำ แกไปขโมยเนื้อในถ้ำตอนกลางคืนได้เลย ไม่มีปัญหาแน่นอน!"
"ทิศทางถูกต้องแล้ว ขโมยของได้แล้วรีบเดินทางต่อทันที อย่ามัวเสียเวลา!"
"คนที่แกต้องจัดการคือเย่หันจากเซินโจว หมอนั่นมีปืน เพราะฉะนั้นแกต้องแสร้งทำเป็นอ่อนแอ อย่าคิดจะลอบจู่โจมซึ้งหน้าเพราะเขามีสัตว์เลี้ยงคอยคุ้มกันเยอะ แกต้องเข้าไปขอยอมจำนนก่อน แล้วค่อยหาโอกาสใช้พลั่วสนามฆ่ามันซะ!"
"ถ้าเป็นไปได้ หาทางเอาพิษจากสัตว์มาทาที่พลั่วสนามซะ ขอแค่แกสร้างแผลให้มันได้ มันก็ต้องตายเพราะพิษแน่นอน!"
"พวกกบลูกศรพิษหรืออะไรเทือกนั้น ในป่าดิบชื้นต้องมีแน่ แกคอยสังเกตดูให้ดี"
โฮสพูดด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่จะทำได้
ส่วนทางด้านอาบิเกลนั้นกลับตกอยู่ในอาการอึ้งทึ่งไปเรียบร้อยแล้ว
"ฮัลโหล? อาบิเกล แกฟังอยู่หรือเปล่า!" โฮสตวาดขึ้นมา
เขาเป็นคนอารมณ์ร้อนและบ้าคลั่งอย่างยิ่ง
"อะ... ครับๆ ผมได้ยินแล้ว"
"ตะ... แต่คุณบอกว่าเขามีปืนเหรอครับ?"
อาบิเกลตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
ลำพังแค่เอาไส้เดือนไปเลี้ยงไก่ก็เหลือเชื่อพอแล้ว นี่ยังมีสัตว์เลี้ยงคอยปกป้องอีกกลุ่มใหญ่ ลอบจู่โจมไม่ได้... แถมยังมีปืนอีกเนี่ยนะ?
คุณแน่ใจนะว่านี่คือผู้เข้าแข่งขันบนเกาะน่ะ?
ผู้เข้าแข่งขันที่ไหนจะมีปืนกัน!
ผมรู้สึกเหมือนคุณกำลังปั่นหัวผมอยู่เลย แต่ผมไม่มีหลักฐาน
คาดไม่ถึงเลยว่า เคราะห์กรรมของอาบิเกลจะมาเยือนอย่างกะทันหันเช่นนี้
"ใช่ มันมีปืน แต่มันไม่กล้ายิงก่อนหรอก ไม่อย่างนั้นมันจะผิดกฎการแข่งขัน!"
"เพราะฉะนั้นแกไม่ต้องกลัวมัน ทำตามที่ฉันบอกก็พอ!"
"ถ้าแกกล้าตุกติกหรือรับคำสั่งไปแล้วไม่ทำตามล่ะก็ ฉันมีวิธีเป็นร้อยเป็นพันที่จะทำให้แกอยากตายก็ตายไม่ได้ อยากอยู่ก็อยู่ไม่ลง!"
"ต้องฆ่าเย่หันให้ได้ ไม่อย่างนั้นฉันจะแล่เนื้อแกออกมาทีละชิ้นแล้วบังคับให้แกกินมันซะ!"
"แค่นี้แหละ!"
โฮสขู่อย่างอาฆาตมาดร้ายก่อนจะตัดการสื่อสารไป
เขาพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ แล้วเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ
58 วินาที... การสื่อสารครั้งนี้ใช้เวลาไป 58 วินาที
แม้เขาจะสามารถติดต่ออาบิเกลได้อย่างลับๆ แต่ในแต่ละครั้งต้องไม่เกินหนึ่งนาที และต้องเว้นระยะห่างในการติดต่อแต่ละวันให้เหมาะสม ไม่อย่างนั้นจะเสี่ยงต่อการถูกตรวจพบ
หลังจากจบการสื่อสาร อาบิเกลนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด
ส่วนโฮสจุดบุหรี่ขึ้นสูบแล้วเดินเข้าไปในห้องใต้ดินแห่งหนึ่ง
ภายในห้องใต้ดินนั้นมีผู้หญิงถูกขังไว้หลายคน แต่ละคนล้วนมีร่างกายพิการ... ประตูห้องใต้ดินปิดลง พร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ดังแว่วออกมาจากข้างใน
จบบท