- หน้าแรก
- คุโรโกะ โนะ บาสเก็ต ปาฏิหาริย์สีขาว
- บทที่ 15 : ฉันนี่ลำบากใจจริงๆ
บทที่ 15 : ฉันนี่ลำบากใจจริงๆ
บทที่ 15 : ฉันนี่ลำบากใจจริงๆ
บทที่ 15 : ฉันนี่ลำบากใจจริงๆ
ชิราอิ เออิจิที่เพิ่งกินเข้าไปคำหนึ่ง ค่อยๆ เคี้ยวตุ้ยๆ แล้วหน้าของเขาก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ จนในที่สุดก็ฟุบลงไปกองกับโต๊ะกินข้าว...
"เป็นอะไรหรือเปล่า เออิจิ?" อาคาชิ เซจูโร่ชะโงกหน้าเข้ามาดู และเห็นว่าอาการของชิราอิ เออิจิดูไม่ค่อยดีนัก "ชินทาโร่ อัตสึ รีบพาเออิจิไปห้องพยาบาลเร็วเข้า!"
อาคาชิ เซจูโร่รีบสั่งการ มิโดริมะ ชินทาโร่ก็ไม่รอช้าเช่นกัน มุราซากิบาระ อัตสึชิทำหน้าเซ็งๆ แต่ก็ยอมแบกชิราอิ เออิจิขึ้นหลังแล้วพาออกจากโรงอาหารไป
ทั้งสามคนวิ่งหน้าตื่น โดยมีคนหน้าซีดเผือดอยู่บนหลังของมุราซากิบาระ เป็นภาพที่ดึงดูดสายตาผู้คนรอบข้างได้ไม่น้อยทีเดียว
"แค่กินของผิดสำแดงเข้าไปน่ะ ไม่เป็นไรมากหรอก พักสักหน่อยก็คงดีขึ้น" อาจารย์ประจำห้องพยาบาลตรวจอาการของชิราอิ เออิจิแล้วกล่าว
อาคาชิ เซจูโร่และคนอื่นๆ ถอนหายใจอย่างโล่งอก "ขอบคุณครับอาจารย์"
"ไม่เป็นไรจ้ะ ครูไปก่อนนะ"
ตึก ตึก ตึก... อาจารย์สาวเดินออกจากห้องพยาบาลไปด้วยรองเท้าส้นสูง
"ฉันบอกแล้วว่าอย่ากิน นายก็ไม่ฟัง" อาคาชิ เซจูโร่ถอนหายใจอย่างจนใจ การต้องเป็นทั้งพ่อและแม่นี่มันน่าปวดหัวจริงๆ
"อาคาชิ งั้นฉันกลับไปกินข้าวก่อนนะ"
"อืม" อาคาชิ เซจูโร่พยักหน้า แค่เขาเฝ้าชิราอิ เออิจิคนเดียวก็พอแล้ว "ชินทาโร่ นายก็ไปกินเถอะ เดี๋ยวป้าแม่บ้านจะเก็บจานที่นายตักไว้ซะก่อน"
"แล้วนายล่ะ อาคาชิ?"
"เดี๋ยวฉันค่อยไปหาซื้ออะไรกินที่ร้านสะดวกซื้อทีหลัง" จะทิ้งชิราอิ เออิจิไว้คนเดียวก็คงไม่ดีเท่าไหร่
"ให้นายซื้อมาให้ไหม?"
"งั้นฝากด้วยนะ" อาคาชิ เซจูโร่ฝากฝังมิโดริมะ ในตอนนั้นเอง โมโมอิ ซัทสึกิก็วิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย
"เออิจิคุง เกิดอะไรขึ้นน่ะ?"
โมโมอิ ซัทสึกิบังเอิญเจอมุราซากิบาระ อัตสึชิข้างนอก พอถามดูถึงได้รู้ว่าชิราอิ เออิจิอยู่ที่ห้องพยาบาล
แน่นอนว่ามุราซากิบาระ อัตสึชิไม่ได้พูดอะไรมาก บอกแค่ว่า "ไป๋จินอยู่ห้องพยาบาล"
“...”
เรื่องนี้... อาคาชิ เซจูโร่และมิโดริมะ ชินทาโร่พูดไม่ออกจริงๆ จะให้บอกตรงๆ เลยไหมว่าเพราะกินข้าวกล่องของเธอนั่นแหละ?
แต่จะว่าไป ข้าวกล่องที่กินเข้าไปแล้วส่งคนเข้าห้องพยาบาลได้ทันทีนี่ ในแง่หนึ่งก็ถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมเหมือนกันนะ
"แค่ก แค่ก แค่ก..." ในที่สุดชิราอิ เออิจิก็ฟื้นขึ้นมา พูดตามตรง เขาคิดว่าตัวเองจะไม่รอดซะแล้ว รสชาติของข้าวกล่องนั่น... เกินคำบรรยายจริงๆ
"เออิจิคุง ตื่นแล้วเหรอ? รู้สึกไม่สบายตรงไหนบ้างไหม?" โมโมอิ ซัทสึกิรีบก้มลงถามด้วยความเป็นห่วง
"อือ... ก็ดีขึ้นแล้วล่ะ" ชิราอิ เออิจิบิดขี้เกียจ รู้สึกสบายตัวขึ้นมาก น่าจะไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว
"มู่ว... ทำตัวให้คนอื่นเป็นห่วงน้อยลงหน่อยไม่ได้หรือไง? เหมือนกับอาโอมิเนะ ไดกิเลยนะ" โมโมอิ ซัทสึกิบ่นอุบอิบ
อันที่จริง ชิราอิ เออิจิอยากจะบอกเหลือเกินว่าเรื่องนี้เธอก็มีส่วนผิดนะ ควรจะรับผิดชอบบ้าง... แต่ก็นั่นแหละ โบราณว่าไว้ น้ำใจคนให้ ไม่ควรปฏิเสธ
ช่างเถอะ รอดตายมาได้ก็บุญโขแล้ว
จริงๆ แล้ว ชิราอิ เออิจิแอบสาบานกับตัวเองไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าจะไม่กินข้าวกล่องของโมโมอิ ซัทสึกิอีกเด็ดขาด...
"ขอโทษนะที่ทำให้เป็นห่วง"
"ไม่เป็นไรหรอก แค่นายปลอดภัยก็ดีแล้ว เพียงแต่..." อาคาชิ เซจูโร่เว้นจังหวะ "คราวหน้าอย่าฝืนตัวเองอีกล่ะ"
ชิราอิ เออิจิหน้าแดงเถือกแล้วพยักหน้ารับ
"ในเมื่อคุณโมโมอิมาแล้ว งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะ" อาคาชิ เซจูโร่หันไปพูดกับโมโมอิ ซัทสึกิ "คุณโมโมอิ รบกวนช่วยดูเออิจิด้วยนะครับ?"
"ได้ค่ะ" โมโมอิ ซัทสึกิพยักหน้า
"งั้นไม่กวนแล้วนะ" ก่อนไป อาคาชิ เซจูโร่ยังทิ้งรอยยิ้มอย่างมีเลศนัยไว้ให้ชิราอิ เออิจิอีกด้วย
ชิราอิ เออิจิรู้ทันทีว่าหมอนั่นต้องเข้าใจผิดอีกแล้วแน่ๆ!
ไอ้พวกชอบซุบซิบ!
"ซัทสึกิ ช่วยพยุงฉันหน่อย นอนราบแบบนี้มันไม่ค่อยสบายตัว"
"ไม่ได้! ห้ามลุก!" โมโมอิ ซัทสึกิปฏิเสธเสียงแข็ง แล้วกดไหล่ชิราอิ เออิจิให้นอนลงไปเหมือนเดิมอย่างไม่ปรานี
"ซัทสึกิ... ให้ฉันนั่งเถอะนะ ขอร้องล่ะ?" ชิราอิ เออิจิส่งสายตาอ้อนวอน นอนราบแบบนี้มันอึดอัดจริงๆ
"บอกว่าไม่ได้ ก็คือไม่ได้!" โมโมอิ ซัทสึกิใช้นิ้วเรียวดีดหน้าผากชิราอิ เออิจิดังเพียะ
"โอ๊ย... เจ็บนะ"
"นายเป็นคนป่วยนะ ห้ามขยับตัว นอนนิ่งๆ ซะดีๆ"
ชิราอิ เออิจิ "..." ฉันแค่ท้องเสียนิดหน่อยเอง ไม่ได้เป็นอะไรหนักหนาขนาดนั้นสักหน่อย จำเป็นต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ?
ฉันอยากลุกขึ้นนั่ง... ฉัน... ลำบากใจเหลือเกิน...
ในช่วงบ่าย ระหว่างกิจกรรมชมรม ชิราอิ เออิจิที่ต้องนอนเปื่อยอยู่บนเตียงคนไข้มาทั้งบ่าย ในที่สุดก็ได้รับอิสรภาพ!
"โย่ ชิราอิ" อาโอมิเนะ ไดกิทักทายชิราอิ เออิจิ "ได้ยินว่านายเข้าห้องพยาบาลเหรอ? เป็นไรมากไหม?"
"เจ้าถ่านดำ นายยังมีหน้ามาพูดอีกเรอะ!" ไม่พูดถึงก็ว่าแย่แล้ว พอพูดถึงยิ่งโมโห "ทำไมนายไม่บอกฉันว่าอาหารฝีมือโมโมอิ ซัทสึกิมันน่ากลัวขนาดนั้น!"
"นี่นายจะบอกว่านายกินอาหารฝีมือซัทสึกิเข้าไปงั้นเหรอ?" อาโอมิเนะ ไดกิตาโตมองชิราอิ เออิจิราวกับเห็นสัตว์ประหลาด "ไม่อยากเชื่อเลยว่านายจะรอดมาได้"
ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าอาโอมิเนะ ไดกิ เพื่อนสมัยเด็กของเธอ ว่าฝีมือการทำอาหารของโมโมอิ ซัทสึกินั้นหายนะขนาดไหน
โมโมอิ ซัทสึกิไม่มีพรสวรรค์ด้านการทำอาหารเลยจริงๆ
"อาโอมิเนะ ฉันอยากจะต่อยนายชะมัด!"
"ทำไมล่ะ?"
"ก็นายรู้อยู่เต็มอก ทำไมไม่บอกฉัน!"
อาโอมิเนะ ไดกิ "..." มันเกี่ยวอะไรกับฉันฟะ? ฉันไม่ได้บังคับให้นายกินซะหน่อย...
"เฮ้อ ช่างมันเถอะ" ชิราอิ เออิจิส่ายหัว เลิกสนใจอาโอมิเนะ แล้วไปเปลี่ยนรองเท้าเตรียมซ้อม
"น่ารำคาญชะมัด..." อาโอมิเนะ ไดกิบ่นพึมพำ ก่อนจะคว้าลูกบาสแล้วเริ่มเลี้ยงด้วยความเร็วสูง
"บอกแล้วไง ชิราอิ นายต้องดูตำแหน่งของเพื่อนร่วมทีมให้มากกว่านี้!"
"ส่งบอลสิ! ส่งบอล! ทำอะไรของนายน่ะ!" นิจิมูระ ชูโซที่ยืนคุมอยู่ข้างสนาม เห็นชิราอิ เออิจิเลี้ยงฝ่าเข้าไปในเขตโทษคนเดียวแล้วโดนแย่งบอลไป ก็ตะโกนด่าไม่หยุด
"ครับ" ชิราอิ เออิจิตอบรับแบบขอไปที แม้ช่วงนี้ฟอร์มการเล่นของเขาจะดี แต่ชิราอิมักเลือกที่จะฉายเดี่ยวเสมอ
เขาค่อนข้างจะยึดติดกับตัวเอง สิ่งแรกที่คิดเมื่อได้บอลคือจะทำแต้มยังไง อันที่จริง มันเป็นการเลือกที่จะเล่นเดี่ยวโดยไม่รู้ตัว บางทีสัญชาตญาณความกระหายในการทำแต้มของเขามันคงทำงานอยู่
"ให้ตายสิ... ไอ้เด็กบ้า เกมแรกนายก็เล่นซัพพอร์ตได้ดีไม่ใช่เหรอ?" นิจิมูระ ชูโซพูดอย่างหงุดหงิด
"ผมคิดว่าผมน่าจะทำได้น่ะครับ..."
"แล้วผลเป็นยังไง?" ถ้านิจิมูระ ชูโซไม่พูดประโยคนี้ออกมา เขาคงหงุดหงิดน้อยกว่านี้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนเขาอยากจะกินหัวชิราอิ เออิจิเข้าไปทั้งตัวแล้ว
ว้าว... รุ่นพี่นิจิมูระน่ากลัวชะมัด
"...ทำไม่ได้ครับ" ชิราอิ เออิจิตอบเสียงอ่อย ก็โดนความจริงตบหน้าฉาดใหญ่ขนาดนี้ จะให้เถียงอะไรได้อีกล่ะ
"ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ฉันคงต้องจับนายฝึกพิเศษแล้วล่ะ"
ถึงจะไม่รู้ว่าการฝึกพิเศษของนิจิมูระ ชูโซคืออะไร แต่มันคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ
"ครับ" เอาเป็นว่ารับปากไปก่อนแล้วกัน
"ไปซ้อมต่อซะ" นิจิมูระ ชูโซเลิกด่าชิราอิ เออิจิแล้ว เขามีงานต้องทำเยอะแยะ จะมาจดจ่ออยู่แค่ชิราอิคนเดียวไม่ได้
"ถ้าลูกนั้นนายส่งกลับมาให้ฉัน แล้วฉันส่งต่อให้ชินทาโร่ เราก็คงได้แต้มไปแล้ว" อาคาชิ เซจูโร่พูดขึ้น "เล่นแบบเอาแต่ใจตัวเองเกินไปมันไม่ดีนะ"
"อาคาชิ ถ้านายบอกว่าฉันเลือกที่จะเล่นเดี่ยวโดยไม่รู้ตัว นายจะเชื่อไหม?" ชิราอิ เออิจิเงยหน้าสบตาอาคาชิ เซจูโร่
อาคาชิ เซจูโร่ "..." เชื่อก็บ้าแล้ว
"ชินทาโร่ ไปซ้อมต่อกันเถอะ"
"อืม" มิโดริมะ ชินทาโร่ขานรับ
ชิราอิ เออิจิ "..."
ฉันนี่มันลำบากใจจริงๆ เลยให้ตายสิ