- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในปี 1943 พร้อมระบบพ่อค้าข้ามมิติ
- บทที่ 125: แดร็กคูล่า (ฟรี)
บทที่ 125: แดร็กคูล่า (ฟรี)
บทที่ 125: แดร็กคูล่า (ฟรี)
ในค่ายทหารชั่วคราวที่ไฟสลัว ๆ ฮิวจ์ โจนส์ ผู้ที่ปกติเป็นสุภาพบุรุษสมบูรณ์แบบ ตอนนี้กลับจ้องมองโจเซ่กับพวกที่อยู่นอกกรงด้วยดวงตาแดงก่ำ เล็ดลอดเสียงคำรามดุราวสัตว์ร้ายกระหายเลือดออกมา
“เฮ้อ…ดูสภาพสิ น่าสงสารชะมัด” โจเซ่ส่ายหัวถอนหายใจ พลางมองฮิวจ์ โจนส์ในกรง
แต่ก่อนที่วีโต้กับพวกข้างหลังจะคิดว่าโจเซ่กำลังจะบ่นต่อ จู่ ๆ โจเซ่ก็เปลี่ยนเรื่องแล้วหันไปสั่งโอฟิเลียว่า “โอฟิเลีย ไปหากล้องมาให้หน่อย!”
นายพลเฟล็ทเชอร์ยังงง ๆ กับคำสั่งให้หากล้อง แต่โอฟิเลียกับวีโต้กลับรู้ทันทีว่าเจ้านายคิดจะทำอะไร
โดยเฉพาะโอฟิเลีย ที่ทันทีที่ได้ยินก็อดนึกถึงวันเวลาอันน่าอายกับรูปถ่ายที่โจเซ่เคยถ่ายเธอไม่ได้ ใบหน้าก็แข็งทื่อก่อนจะเดินออกไปหากล้อง
หลังจากโจเซ่กดชัตเตอร์รัว ๆ ถ่ายภาพฮิวจ์ โจนส์ที่กำลังคลุ้มคลั่งเหมือนสัตว์ป่า แม้แต่นายพลเฟล็ทเชอร์ที่ซื่อทื่อก็ยังรู้ได้ทันทีว่าโจเซ่กำลังทำอะไร และแทบอยากมุดดินหนีเลยทีเดียว
เพราะสุดท้าย ฮิวจ์ โจนส์ก็คือเจ้านายของเขา
แต่เขาไม่กล้าห้าม
ไม่ว่าจะฐานะในองค์กรหรือในสังคม โจเซ่ไม่ใช่คนที่เขาจะไปขวางได้
แถมโจเซ่ยังเป็นคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้ด้วย
แล้วเขาจะไปขัดทำไมกัน?
สู้ทำตัวเป็นนกกระจอกเทศซ่อนหัวซะดีกว่า
“โอเค พอแค่นี้ก่อน วีโต้ เดี๋ยวฝากนายพาคนไปอีกรอบนะ ไปเชิญเลดี้เอลเลนมาหน่อย บอกว่าฉันอยากคุยรายละเอียดหน่อย กลางวันเขาบอกไม่สะดวกใช่ไหม? งั้นนัดคืนนี้เลย! สถานที่…เอาแถวริมแม่น้ำฝั่งตะวันตกของเมือง!” โจเซ่ยื่นกล้องคืนให้โอฟิเลีย ก่อนหันไปสั่งวีโต้
“ครับ บอส!” วีโต้พยักหน้า ไม่ถามอะไรเพิ่ม รีบออกไปพร้อมลูกน้องเพื่อไปพบเลดี้เอลเลนอีกครั้ง
นายพลเฟล็ทเชอร์ก็รู้สึกอึดอัด เลยอ้างว่าจะไปทำงานแล้วรีบออกจากเต็นท์ไป
“บอส…คุณมีวิธีจัดการเคานต์นอสเฟอราตูจริง ๆ เหรอ?” หลังวีโต้ไปแล้ว โอฟิเลียก็อดถามไม่ได้ เพราะตอนก่อนหน้านี้ที่พูดถึงนอสเฟอราตู เธอเห็นโจเซ่ทำหน้าซีเรียส ตามที่วีโต้เล่าว่าแวมไพร์โบราณตนนี้จัดการยากมาก แล้วทำไมเขาถึงหาทางออกได้ไวขนาดนี้?
“จัดการนอสเฟอราตู? ฉันจะไปจัดการเขาทำไม?” โจเซ่เลิกคิ้วถามกลับอย่างงง ๆ
คำตอบกลับนั้นทำเอาโอฟิเลียถึงกับมึนตึ้บ
“คุณไม่ได้ตั้งใจจะจัดการนอสเฟอราตู? งั้น…คุณหมายจะเล่นงานเลดี้เอลเลนจริง ๆ งั้นสิ?” โอฟิเลียไม่ใช่คนโง่ พอจะปะติดปะต่อได้ทันที “แต่…”
“ไม่มีแต่! เลดี้เอลเลนยังไงก็จะโดนฝ่ายสัมพันธมิตรทิ้งบอมบ์ตายอยู่แล้ว มันเกี่ยวอะไรกับเรา? ถ้านอสเฟอราตูจะล้างแค้น เขาก็ไปหาไอเซนฮาวร์ หรือไม่ก็ฮิวจ์ โจนส์ อย่างน้อยก็สภานั่นสิ…แล้วทำไมฉันต้องมารับเคราะห์แทนด้วยล่ะ?” โจเซ่พูดเรียบ ๆ
ต้องยอมรับว่าแผนที่เลดี้เอลเลนวางไว้เนี่ย แสบใช้ได้เลย
ถ้าโจเซ่เป็นแค่คนธรรมดา หรือเป็นไฮดร้าธรรมดา ๆ ตอนนี้เห็นสภาพฮิวจ์ โจนส์ เขาคงจำใจต้องกัดฟันสู้แล้ว
แต่โจเซ่เนี่ยเหรอจะธรรมดา?
ตั้งแต่แรก ไฮดร้าก็เป็นแค่เครื่องมือของเขาเท่านั้น การอุตส่าห์เอาฮิวจ์ โจนส์กลับมาได้ก็ถือว่าใจบุญสุด ๆ แล้ว จะให้เขาเสี่ยงชีวิตแทนสภาเนี่ย ฝันไปเถอะ
แถมครั้งนี้ช่วยฮิวจ์ โจนส์กลับมา ยังได้สายเลือดแวมไพร์แถมมาฟรี ๆ อีก แบบนี้ต่อไปโจเซ่ก็มีสิทธิ์เรียกเก็บค่าบริการโหด ๆ ได้เต็มที่
อย่างเช่น…หุ้นโบอิ้งของกลุ่มร็อกซอนก็ไม่เลวเลยนะ
ว่าไงนะ? ไม่ยกให้?
หึหึ งั้นก็อย่าหาว่าโจเซ่ใจร้ายก็แล้วกัน
เวลาก็ล่วงเลยมาถึงตอนกลางคืน
ต่างจากตอนกลางวัน ฝั่งตะวันตกของเมืองมีเต็นท์เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งหลัง
ทหารทูปเปอร์สิบกว่าคนยืนเฝ้าอย่างระวัง
ทันใดนั้น เสียงปีกกระพือดังมาจากฟากฟ้า และเมื่อเสียงเข้าใกล้ ก็ปรากฏร่างครึ่งคนครึ่งค้างคาวบินลงมาเหนือเต็นท์ ก่อนจะร่อนลงเบื้องหน้า เปลี่ยนร่างเป็นหญิงสาวงดงาม
“ข้าคือเอลเลน นอสเฟอราตู มาตามคำเชิญของคุณคาห์น!” น้ำเสียงนุ่มแต่ชัดเจนจนทุกคนได้ยินถนัด
“เชิญด้านในค่ะ ท่าน บอสรออยู่แล้ว” โอฟิเลียเปิดผ้าเต็นท์ออกมา เชิญอย่างสุภาพ
เอลเลนพยักหน้า ไม่เอะใจอะไร เพราะพลังแวมไพร์ของเธอสัมผัสได้ว่ามีใครบางคนที่มีเลือดเข้มข้นอยู่ในเต็นท์ — เป็นผู้ชายแน่ ๆ — เลยก้าวเข้าไปทันที
แต่พอเหยียบเข้าไป เธอก็รู้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ในเต็นท์ใช่ มีคนอยู่จริง แต่ระหว่างเธอกับเขากลับมีรั้วเหล็กกั้นไว้
ยังไม่ทันได้ขยับ รั้วเหล็กอีกด้านก็ร่วงปิดลงด้านหลังเธอ
เสียงไฟฟ้าช็อตดังเปรี๊ยะ ๆ ก้องรอบเต็นท์ ตอนนี้เอลเลนถึงได้รู้ว่า ที่นี่ไม่ใช่แค่เต็นท์ แต่คือกรงเหล็กยักษ์ต่างหาก!
เอลเลนรีบพุ่งหาทางหนี แต่พอแตะรั้วเท่านั้น กระแสไฟแรงสูงก็ช็อตเข้าเต็ม ๆ จนเธอกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
ในจังหวะเดียวกัน ผ้าเต็นท์ถูกเปิดออก
สายลับไฮดร้าหลายคนยกปืนขึ้นรัวใส่เธอ
แต่กระสุนที่ออกมาไม่ใช่กระสุนจริง หากเป็นลูกดอกยาสลบแรงสูง
นี่คือของพิเศษจากบอสยูริ แค่ลูกเดียวก็ทำให้ไดโนเสาร์ทีเร็กซ์หลับได้ทั้งวัน
ไม่รู้จะได้ผลกับแวมไพร์ไหม แต่พอโดนยิงใส่เป็นโหล ๆ เลดี้เอลเลนก็ทรุดลงกับพื้นในทันที
ดูเหมือนความทนทานของแวมไพร์ก็ไม่ได้วิเศษอะไรนักหนา
“วีโต้ ไปใส่กุญแจพันธนาการ ระวังด้วย!” เสียงโจเซ่ดังขึ้น ขณะที่เขาโผล่มายืนสังเกตการณ์ใกล้ ๆ
วีโต้ที่เปลี่ยนร่างเป็นครึ่งไดโนเสาร์ แบกเครื่องพันธนาการโลหะพิเศษ เดินออกมาจากความมืด
ทหารเปิดกรงให้เขาลอดเข้าไป
ตลอดกระบวนการ เอลเลนไม่ฟื้นเลย แปลว่ายาสลบแรงขนาดนี้ใช้ได้ผลกับแวมไพร์จริง ๆ
วีโต้รีบพันธนาการแวมไพร์สาวจนขยับไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว
แล้วโยนใส่กล่องเหล็กเล็กกว่า ก่อนขนขึ้นรถ
ทั้งหมดจึงรีบถอนตัวออกจากพื้นที่
ไม่ถึงสิบนาทีหลังจากนั้น เสียงเครื่องยนต์เครื่องบินก็ดังลั่นบนฟ้า
มันคือเครื่องบินทิ้งระเบิด B-29
ทันใดนั้นระเบิดและระเบิดเพลิงมหาศาลก็ถูกโปรยลงมา
ทั้งเมืองกลายเป็นซากเพลิงไหม้ในพริบตา
เช้าวันต่อมา ในห้องแยกพิเศษของโรงพยาบาลทหารภายใต้การควบคุมของนายพลเฟล็ทเชอร์
ฮิวจ์ โจนส์ที่ยังคลุ้มคลั่งเหมือนสัตว์ป่า และเลดี้เอลเลนที่ยังเต็มไปด้วยความไม่ยอมแพ้ ต่างก็ถูกมัดแน่นกับเตียงสองเตียง
ระหว่างนั้นมีเครื่องปั๊มเลือดวางอยู่
เพราะโจเซ่กับพวกไม่รู้ว่าแวมไพร์ถ่ายทอดสายเลือดยังไง
แต่ไม่เป็นไร ก็แค่สูบเลือดเอลเลนทั้งหมด แล้วถ่ายใส่ฮิวจ์ โจนส์ซะก็จบ
แวมไพร์คงไม่ต้องห่วงเรื่องกรุ๊ปเลือดหรอกมั้ง
เลือดของเอลเลนค่อย ๆ ถูกสูบออกมาและไหลเข้าสู่ร่างฮิวจ์ โจนส์
สายตาของเจ้านายใหญ่แห่งสภาที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยความกระหาย ก็เริ่มกลับมาแจ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ
“โจนส์?” โจเซ่ที่ยืนอยู่นอกห้องถามผ่านอินเตอร์คอม
“ใช่แล้ว โจเซ่ ฉันกลับมาแล้ว!” ฮิวจ์ โจนส์เหลือบมองเอลเลนที่เกือบกลายเป็นซากศพแห้งสนิท แล้วพูดเสียงเรียบ
ต่างจากศพมนุษย์ทั่วไปที่ยังมีความชื้นอยู่บ้าง แต่พอแวมไพร์ถูกดูดเลือดจนหมด ร่างก็จะเหี่ยวแห้งเป็นมัมมี่เลยทันที
“ฮ่า ๆ ๆ ข่าวดีจริง ๆ ดูท่าคุณจะจำเรื่องที่เกิดขึ้นได้?” โจเซ่หัวเราะเบา ๆ
“แน่นอน แค่โดนจิตกระหายเลือดครอบงำเลยเลอะเลือนนิดหน่อย แต่ฉันจำทุกอย่างได้หมด — รวมถึงตอนที่นายถ่ายรูปฉันด้วย!” ฮิวจ์ โจนส์พูดเรียบเฉย
“ดี ๆ อย่างน้อยฉันก็ไม่ต้องมาอธิบายซ้ำให้ฟังใหม่อีก!” โจเซ่แอบโล่งใจ เพราะปรากฏว่าฮิวจ์จำเรื่องก่อนหน้านี้ได้หมด
โชคดีที่ตอนอยู่กับเขา โจเซ่ไม่ได้พูดอะไรเกินเลย นอกจากโยนความผิดเรื่องนอสเฟอราตูให้เขารับแทน ไม่งั้นคงต้องลบหลักฐานทิ้งไปแล้ว
ส่วนเรื่องเทคโนโลยีชุดแมกนีตรอนยังไงสภาก็รู้ในอนาคตอยู่ดี ไม่ต้องห่วงเรื่องรั่วไหลนัก
“ใช่ เดี๋ยวฉันจะเซ็นโอนหุ้นโบอิ้งให้ แต่ต้องคืนรูปให้ฉันด้วย” ฮิวจ์ โจนส์ตอบเรียบ ๆ
“แค่ก ๆ ไม่ต้องรีบหรอก…ว่าแต่ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง?” โดนพูดตรง ๆ แบบนี้ แม้แต่โจเซ่ที่หน้าด้านยังรู้สึกเคอะเขิน เลยรีบเปลี่ยนเรื่อง
“รู้สึกดีมาก ร่างกายเต็มไปด้วยพลัง แถมสมองยังปลอดโปร่งกว่าที่เคย!” ฮิวจ์ โจนส์ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด รู้สึกซาบซึ้งที่ได้คืนสติ แถมยังได้เป็นแวมไพร์อมตะในตำนานอีก
หุ้นโบอิ้งแค่ไม่กี่ร้อยล้าน สำหรับร็อกซอนคอร์ปยักษ์ใหญ่ก็ไม่ได้สะเทือนอะไร ถ้าโจเซ่อยากได้ก็เอาไปเถอะ
สิ่งเดียวที่อาจลำบากหน่อยก็คือ ต้องกินเลือดแทนน้ำ และหลบแสงอาทิตย์ตลอดไป
แต่สำหรับฮิวจ์ โจนส์ มหาเศรษฐีนายทุนขั้นเทพ นี่ไม่ใช่ปัญหาเลย
เรื่องกินเลือด? แค่เปิดโรงพยาบาลหรือธนาคารเลือดไม่กี่แห่ง ก็กินได้จนท้องแตก!
เรื่องไม่เจอแดด? เป็นหัวหน้ากลุ่มร็อกซอน ต่อให้ไม่โผล่กลางวันก็ไม่ได้ทำให้อำนาจลดลงหรอก
“งั้นก็ดีเลย ผ่าตัดเล็ก ๆ ครั้งนี้ถือว่าสำเร็จ วีโต้ เอานั่นไปเผาซะ แล้วเฝ้าไว้ให้ดี!” โจเซ่พยักหน้าพอใจ ก่อนชี้ไปที่เอลเลนที่กลายเป็นซากแห้ง แล้วสั่งวีโต้
วีโต้มองเอลเลนแล้วถอนหายใจในใจ
สวยฉลาดก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก ถ้าดันคิดจะเล่นงานบอสที่ไม่เคยเล่นตามกติกา
เขาจึงลากซากนั้นไปยังเตาเผา
ในขณะที่ร่างแห้งค่อย ๆ กลายเป็นเถ้าถ่าน ท่ามกลางเปลวเพลิง…
ที่ปราสาทเก่าแก่ในฮังการี ชายหนุ่มในชุดคลาสสิกหรูหรา เปิดเปลือกตาโพลงขึ้นในโลงแกะสลักงดงาม
“เอลเลน! ใคร! ใครมันบังอาจฆ่าภรรยาของข้า!” เสียงกรีดร้องอาฆาตสะท้อนก้องไปทั่วทั้งปราสาท
ไม่ต้องสงสัย ชายหนุ่มคนนี้ก็คือเคานต์นอสเฟอราตู แวมไพร์ผู้โด่งดัง
“พึ่งมาถึงก็ได้ยินเจ้าร้องลั่น มีอะไรเกิดขึ้น?” ขณะที่นอสเฟอราตูคำรามอยู่นั้น เสียงทุ้มน่าหลงใหลของชายอีกคนก็ดังมาจากนอกโลง
“ท่านบรรพชน!” พอได้ยินเสียงนี้ นอสเฟอราตูถึงกับตัวสั่น รีบเปิดโลงก้มหัวคารวะ “เหตุใดท่านถึงเสด็จมา?”
จากคำเรียกก็รู้แล้วว่าคนนี้ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา แต่เป็นแวมไพร์เช่นกัน และยังเป็นบรรพบุรุษของนอสเฟอราตูด้วย
และเขาไม่ใช่ใครอื่น นอกจากดยุกแดร็กคูล่า
ต้นตระกูลแวมไพร์ที่ทรงพลังที่สุดบนโลกในปัจจุบันอย่างไม่ต้องสงสัย
แน่นอน ไม่ใช่ว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งกว่านี้ เพียงแต่พวกนั้นไม่อยู่บนโลก…หรืออย่างน้อยก็ไม่ได้อยู่ในมิตินี้
“เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า?” แดร็กคูล่าไม่ตอบตรง ๆ แต่ถามกลับ
“เอ่อ…เมื่อครู่ข้ารู้สึกได้ว่าสายเลือดตรงของข้าถูกฆ่าตาย!” นอสเฟอราตูไม่กล้าปิดบัง รีบตอบตรงไปตรงมา
“แล้วเจ้ารู้ไหมว่าเพราะอะไร?” แดร็กคูล่าถามต่ออย่างไม่รีบร้อน
“ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ข้าคาดว่าอาจเกี่ยวกับกองทัพอเมริกาหรือไม่ก็พวกหมาป่า!” นอสเฟอราตูขบคิดครู่หนึ่ง ก่อนตอบระมัดระวัง
ช่วงนี้ที่เกี่ยวข้องกับเอลเลนก็มีแค่พวกมนุษย์กับฝูงหมาป่าเท่านั้น
“กองทัพมนุษย์งั้นรึ? เจ้าไม่ฟังคำสั่งข้างั้นสิ?” สีหน้าแดร็กคูล่าเปลี่ยนทันที “เจ้าไม่กลัวพวกคาร์มาทาชตามล่าหรือยังไง?”
“แต่ท่านบรรพชน! ข
ข้าไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มนะ มนุษย์ต่างหากที่บุกรุกถิ่นเรา…” นอสเฟอราตูรีบอธิบายเสียงสั่น
“หึ! จากนี้ไปเจ้าต้องอยู่นิ่ง ๆ ห้ามเข้าไปวุ่นวายในสังคมมนุษย์อีก ข้าไม่อยากให้พวกคาร์มาทาชมีข้ออ้างเล่นงานเรา” แดร็กคูล่าเตือนเสียงเย็น
“ท่านบรรพชน?” นอสเฟอราตูมองด้วยความสงสัย
“หึ ก็เพราะยัยแก่นั่น…เดอะ แอนเชียนต์ วัน ใครจะไปรู้ว่าทำไมพลังถึงพุ่งขึ้นขนาดนั้น แถมไม่มีวี่แววแก่เลย ทั้งที่เป็นแค่มนุษย์…” แดร็กคูล่าพูดด้วยดวงตาหม่นหมอง
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]