เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28: ของฉัน อย่าแตะต้อง

บทที่ 28: ของฉัน อย่าแตะต้อง

บทที่ 28: ของฉัน อย่าแตะต้อง


บทที่ 28: ของฉัน อย่าแตะต้อง

"โอเค งั้นเดี๋ยวฉันลองดู"

เมื่อเห็นว่าของบนรถถูกขนย้ายไปเกือบหมดแล้ว เซี่ยโหวจินจึงกระโดดขึ้นไปนั่งบนฝากระโปรงรถ ใช้ทักษะ 'ดาบทองคำไร้ขอบเขต' สังหารซอมบี้ไปพลางๆ

เดิมทีเขาเป็นหมอ จึงถนัดที่จะประยุกต์ใช้พลังพิเศษให้กลายเป็นเหมือนมีดผ่าตัดที่เฉียบคม

"ตรงนี้มีร้านขายของทานเล่น มีเนื้อตากแห้งกับผลไม้ด้วย ทุกคนรีบเข้ามาเร็ว"

'จางเหมิง' วิ่งไปที่หน้าร้าน หันหลังกลับไปตะโกนเรียกเพื่อนร่วมทีมอีกสิบชีวิตที่ตามมา เธอเป็นผู้มีพลังสายความเร็ว จึงมักรับหน้าที่ลาดตระเวนล่วงหน้าเสมอ

กู้หนานเหยียนและเซี่ยโหวจินมองตามเสียงไป

อ้อ... ก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็ 'หน้าคุ้นๆ' ที่เพิ่งเจอในห้างเซิ่งเย่าเมื่อวานนี้เอง

เซี่ยโหวจินหัวเราะในลำคอ "บอกเลยนะ พวกนี้ติดใจการปล้นของชาวบ้านไปแล้วจริงๆ เราอุตส่าห์เคลียร์ซอมบี้ให้ พวกมันก็โผล่มาเสียบตลอด"

จางเหมิงไม่มีทีท่าเขินอายแม้แต่น้อย "ตอนนี้วันสิ้นโลกแล้ว ใครมือไวก็ได้ของไปสิ อีกอย่าง... ร้านพวกนี้คงไม่ใช่สมบัติของตระกูลนายแล้วมั้ง?"

เมื่อเห็นว่าเพื่อนร่วมทีมตามมาจนเหลือระยะห่างแค่สามเมตร จางเหมิงก็ไม่รอช้า ยกเท้าเตรียมจะถีบประตูร้านเข้าไป

ของในร้านนี้มีแต่ของแพงๆ ที่เมื่อก่อนเธอไม่มีปัญญาซื้อ แต่ในวันสิ้นโลกแบบนี้ เธอไม่ต้องเสียเงินสักแดงเดียว ย่อมอยากจะกินให้หนำใจ

กู้หนานเหยียนปรายตามองเธอ แววตาเย็นเยียบยะเยือก เขาคว้ามีดทหารที่ยังเปรอะเปื้อนเลือดและเศษเนื้อซอมบี้ ปาออกไปทันที

ฉึก!

มีดปักลงบนพื้นห่างจากปลายเท้าของจางเหมิงเพียงสิบเซนติเมตร หญิงสาวตัวสั่นเทิ้ม แข้งขาอ่อนแรงจนทรุดฮวบลงกับพื้น

เซี่ยโหวจินที่กำลังใช้พลังพิเศษสู้กับซอมบี้อยู่ เห็นฉากนี้เข้าถึงกับมือสั่นจนโจมตีพลาดเป้า

เซี่ยโหวจินคิดในใจ: สมแล้วที่เป็นปีศาจร้าย จะมาหลงลืมธาตุแท้ของหมอนี่เพราะเห็นทำตัวดีมาสองสามวันไม่ได้จริงๆ

"ขอโทษด้วยครับ เพื่อนร่วมทีมผมใจร้อนไปหน่อย ไม่ทันระวังตัว โปรดให้อภัยด้วยครับ" เมื่อเห็นสถานการณ์ไม่สู้ดี 'มู่เสวียน' รีบก้าวออกมาขอโทษขอโพยทั้งสองคน

เขาเดินเข้าไปพยุงจางเหมิงให้ลุกขึ้น

มู่เสวียนในชุดเชิ้ตขาวดูสะอาดสะอ้านท่ามกลางวันสิ้นโลก ลุคเหมือนรุ่นพี่มหาลัยที่สาวๆ ตามกรี๊ด

แต่กู้หนานเหยียนกลับรู้สึกไม่ถูกชะตากับหมอนี่อย่างบอกไม่ถูก เขาไม่ได้ตาบอดจนมองไม่เห็นสายตาที่หมอนี่ใช้มองซุ่ยซุ่ย มันเต็มไปด้วยความปรารถนาอย่างปิดไม่มิด

กู้หนานเหยียนไม่ตอบรับคำขอโทษ แต่ใช้พลังสายฟ้าฟาดใส่ซอมบี้ที่เดินผ่านมาจนร่างระเบิดเป็นจุน ต่างจากก่อนหน้านี้ที่เขาแค่ตัดหัวพวกมันทิ้งเฉยๆ

เขาเอ่ยเสียงเรียบแต่ทรงอำนาจ "อย่าแตะต้องของของฉัน"

มู่เสวียน จางเหมิง และคนอื่นๆ ตะลึงงันกับการกระทำนั้น ในช่วงสองวันที่ผ่านมาพวกเขาเจอผู้มีพลังพิเศษมาพอสมควร และมู่เสวียนก็นับว่าเป็นคนเก่งกาจลำดับต้นๆ

แต่พวกเขาไม่เคยเห็นใครฆ่าซอมบี้ได้ง่ายดายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปากขนาดนี้มาก่อน

เมื่อเห็นว่าไม่มีใครกล้าพูดอะไร มู่เสวียนในฐานะหัวหน้าทีมจำต้องออกหน้า "ขอโทษครับ เพื่อนเราทำอะไรวู่วามโดยไม่ดูตาม้าตาเรือจริงๆ เราจะไม่เข้าไปยุ่งกับร้านนี้ครับ"

เขามองเข้าไปด้านใน เห็นร้านรวงอีกมากมายที่ยังไม่มีร่องรอยการรื้อค้น จึงเอ่ยถามหยั่งเชิง "ถ้าอย่างนั้น ขอถามได้ไหมครับว่าร้านที่พวกคุณยังไม่ได้เคลียร์ เราเข้าไปได้ไหม?"

"ตามสบาย" กู้หนานเหยียนตอบเสียงเย็นชา

"วันนี้ผมไม่เห็น 'ลั่วลั่ว' เลย" มู่เสวียนถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "คุณคงเป็นพี่ชายของลั่วลั่วสินะครับ รบกวนฝากความคิดถึงไปให้เธอด้วยนะครับ"

เซี่ยโหวจินที่ยืนอยู่ข้างๆ ทำหน้าเหมือนกำลังดูละครฉากเด็ด น่าสนใจแฮะ หมอนี่มันลูกวัวไม่กลัวเสือชัดๆ

"จริงสิครับ รบกวนฝากของสิ่งนี้ให้ลั่วลั่วแทนผมหน่อยได้ไหมครับ?" มู่เสวียนยื่นกล่องใสใบหนึ่งมาให้ ภายในมีสร้อยเพชรเส้นงาม

"ลั่วลั่วไม่ใช่ชื่อที่คุณจะเรียกได้" กู้หนานเหยียนสะกดกลั้นความอยากจะย่างสดหมอนี่ให้เป็นตอตะโก เพราะกลัวว่าซุ่ยซุ่ยจะไม่สบายใจ

"อีกอย่าง ซุ่ยซุ่ยเป็นภรรยาผม เราจดทะเบียนสมรสกันถูกต้องตามกฎหมาย" กู้หนานเหยียนแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนโดยไม่ปิดบัง

ใบหน้าของมู่เสวียนแข็งค้างไปชั่วขณะ แต่ยังคงฝืนยิ้มอ่อนโยน "ถึงอย่างนั้นก็เถอะครับ รบกวนฝากให้คุณลั่วด้วย นี่เป็นของขวัญวันเกิดที่ผมเคยสัญญากับเธอไว้"

คราวนี้เซี่ยโหวจินกลั้นขำไม่ไหวจริงๆ "ถ้านายจะให้ของขวัญ อย่างน้อยก็ให้มันดูจริงใจหน่อยได้ไหม? นี่มันวันสิ้นโลกแล้วนะ สร้อยเพชรแบบนี้หาได้เกลื่อนกลาดตามพื้นถนน"

เขาหัวเราะในลำคอก่อนพูดต่อ "อีกอย่าง ท่านประธานกู้ของเราซื้อเพชรนิลจินดาให้ซุ่ยซุ่ยไม่รู้กี่ตันแล้ว เอาไปถมห้องซุ่ยซุ่ยได้สบายๆ นายบอกว่านี่เป็นของขวัญที่สัญญาไว้เหรอ? อย่าขายขี้หน้าเลย พูดเหมือนซุ่ยซุ่ยไปขอให้นายซื้อให้อย่างนั้นแหละ"

คำพูดของเซี่ยโหวจินแทงใจดำมู่เสวียนเข้าอย่างจัง ทำให้เขารู้สึกด้อยค่าขึ้นมาลึกๆ รอยยิ้มสุภาพบนหน้าแทบจะรักษาไว้ไม่อยู่

เพื่อนร่วมทีมด้านหลังกลัวว่าจะเกิดเรื่องกับกลุ่มของกู้หนานเหยียน จึงรีบเตือน "กัปตันครับ เรารีบไปเก็บเสบียงกันเถอะ อยู่นานกว่านี้จะอันตรายนะครับ"

"ใช่ๆ รีบไปเถอะ"

"ลั่วลั่วแต่งงานแล้ว นายจะให้ของขวัญวันเกิดตอนนี้มันก็ดูไม่เหมาะสมนะ"

เมื่อเห็นทุกคนช่วยหาทางลงให้ มู่เสวียนจึงยอมถอย เพราะเขารู้ดีว่าตอนนี้ยังเทียบชั้นกับผู้ชายคนนั้นไม่ได้

"เป็นความผิดพลาดของผมเอง ขอโทษที่รบกวนครับ" พูดจบมู่เสวียนก็นำทีมเดินลึกเข้าไปในย่านการค้า

ก่อนไป เขาหันกลับมามองกู้หนานเหยียน แอบสาบานในใจว่าเขาจะต้องสร้างชื่อให้ยิ่งใหญ่ในโลกยุคใหม่นี้ให้ได้

เขารู้สึกจริงๆ ว่าการมาถึงของวันสิ้นโลกเป็นเรื่องดี ราวกับทุกคนได้กลับมายืนที่จุดเริ่มต้นเดียวกัน และเขามั่นใจว่าเขาจะไม่ด้อยไปกว่าใครหน้าไหนทั้งนั้น

หลังจากกู้หนานเหยียนและพรรคพวกเคลียร์ของในร้านเสร็จ พวกเขาก็ถอนตัวออกมาโดยไม่คิดจะลุยเข้าไปลึกกว่าเดิม

ก่อนออกมา เขาค้นร้านขนมนั้นอย่างละเอียด เพราะจำได้ว่าซุ่ยซุ่ยชอบกินของร้านนี้

บนรถ เซี่ยโหวจินถามขึ้น "ก่อนมาเราไม่ได้กะจะลุยเข้าไปข้างในหรอกเหรอ? ทำไมจู่ๆ ถึงเปลี่ยนแผนย้ายไปถนนอื่นล่ะ?"

"ขืนเรายังอยู่ตรงนั้น ก็เท่ากับเราเคลียร์เส้นทางหนีทีไล่ให้พวกมันฟรีๆ น่ะสิ" กู้หนานเหยียนอธิบายอย่างอารมณ์ดี

"นายนี่มันร้ายกาจจริงๆ แย่งหน่อไม้ชาวบ้านกินหมดป่า ถ้าเราโดนซอมบี้ขนาบข้างขึ้นมาจะทำไง ซวยตายเลย"

กลุ่มของพวกเขายังคงตระเวนเก็บของตามร้านรวงริมถนนไฮเวย์ แต่เมื่อแดดเริ่มแรงขึ้น กู้หนานเหยียนก็ตัดสินใจสั่งถอนกำลัง

สองวันมานี้พวกเขาโกยของมาได้เยอะพอสมควร เพียงพอให้ใช้ชีวิตไปได้อีกสักพัก ไหนจะเมื่อคืนที่ไปขนเสบียงจากท่าเรือมาอีกเพียบ

อีกไม่กี่วันข้างหน้า เขาตั้งใจจะให้ทุกคนเน้นฝึกฝนเพิ่มความแข็งแกร่ง ก่อนจะออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงเกียวโต

ขณะที่ทุกคนกำลังจะก้าวขึ้นรถ ก็เห็นชายหญิงคู่หนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบตรงมาทางพวกเขา ตามหลังมาด้วยชายฉกรรจ์ชุดดำหน้าตาเหี้ยมเกรียมสี่ห้าคน

"ช่วยด้วย! ช่วยด้วยครับ!" สองคนที่วิ่งหนีตายตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ

"ไปกันเถอะ" กู้หนานเหยียนปรายตามองแวบหนึ่งแล้วเมินหน้าหนี

"เดี๋ยวก่อนอาเหยียน สองคนนั้นหน้าคุ้นๆ นะ ผู้หญิงที่วิ่งนำมานั่น... เพื่อนสนิทซุ่ยซุ่ยไม่ใช่เหรอ?" เซี่ยโหวจินชะงัก มือยังจับประตูรถค้างอยู่

จบบทที่ บทที่ 28: ของฉัน อย่าแตะต้อง

คัดลอกลิงก์แล้ว