- หน้าแรก
- ระบบสุ่มรางวัลไร้เทียมทานแห่งมหายุทธ์หยุดพิภพ
- บทที่ 25 เยือนเมืองเหยียนครั้งแรก พบพานหอสิ่งมหัศจรรย์!
บทที่ 25 เยือนเมืองเหยียนครั้งแรก พบพานหอสิ่งมหัศจรรย์!
บทที่ 25 เยือนเมืองเหยียนครั้งแรก พบพานหอสิ่งมหัศจรรย์!
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ณ บริเวณหน้าประตูทางเข้าหมู่บ้านไม้เหล็ก รถม้าถูกจัดเตรียมเข้าแถวไว้อย่างเป็นระเบียบ
บนรถม้าเหล่านั้นบรรทุกท่อนไม้สีดำขนาดใหญ่ที่ถูกมัดรวมกันไว้
ไม้เหล่านี้ก็คือไม้เหล็กซึ่งเป็นผลผลิตดั้งเดิมของหมู่บ้านไม้เหล็กนั่นเอง
การเดินทางไปยังเมืองเหยียนในครานี้ ไม้เหล็กเป็นเพียงฉากบังหน้า วัตถุประสงค์ที่แท้จริงคือการนำหินหยางหยวนไปจำหน่าย
หลินเจิ้นเทียนให้ความสำคัญกับการค้าขายหินหยางหยวนครั้งแรกนี้เป็นอย่างยิ่ง
ไม่เพียงแต่เขาจะเดินทางไปด้วยตนเอง แต่ยังพาหลินเขิ่น หลินมั่ง และหน่วยคุ้มกันอีกเกือบร้อยนายติดตามไปด้วย
ส่วนหลินเซี่ยวนั้นรั้งอยู่ที่หมู่บ้านไม้เหล็กในฐานะไพ่ตายของตระกูลหลิน
เมื่อหลินเจิ้นเทียนตรวจตราจนมั่นใจว่าทุกคนพร้อมแล้ว จึงประกาศออกเดินทางทันที เขาตวาดแส้ม้าควบทะยานมุ่งหน้าสู่เมืองเหยียนอย่างรวดเร็ว
ในการเดินทางครั้งนี้ หลินฟ่าน หลินต้ง และชิงถานต่างก็ขี่ม้าไปด้วยเช่นกัน
ส่วนเสี่ยวเหยียนและฮั่วเอ๋อร์นั้น รูปลักษณ์ของพวกมันสะดุดตาเกินไป
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจตามมาโดยไม่จำเป็น จึงให้พวกมันรออยู่ที่หมู่บ้านไม้เหล็ก
ช่วงเที่ยงวัน ขบวนของตระกูลหลินที่เร่งเดินทางก็มาถึงเขตเมืองเหยียนในที่สุด
บนถนนสายหลักที่มุ่งสู่ตัวเมือง ผู้คนสัญจรไปมาขวักไขว่ ดูคึกคักมีชีวิตชีวายิ่งนัก
หลินต้งและชิงถานต่างตื่นเต้นที่ได้เห็นเมืองใหญ่ที่ผู้คนพลุกพล่านเช่นนี้
ระหว่างทาง หลินเจิ้นเทียนได้อธิบายเรื่องการแบ่งขั้วอำนาจในเมืองเหยียนให้หลานทั้งสามฟังด้วยตนเอง พร้อมทั้งกำชับไม่ให้พวกเขาสร้างศัตรูโดยไม่ยั้งคิด
ซึ่งทั้งสามก็รับปากเป็นอย่างดี
หลังจากขบวนเข้าสู่ตัวเมืองเหยียน พวกเขาก็หยุดพักที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งซึ่งค่อนข้างเงียบสงบ
หลังจากพักผ่อนครู่หนึ่ง ขบวนของตระกูลหลินก็แยกออกเป็นสองกลุ่ม
หลินเจิ้นเทียนและหลินเขิ่นนำหีบหินหยางหยวนสองใบติดตัวไป ส่วนหลินมั่งนำขบวนไปขายไม้เหล็ก
สำหรับหลินฟ่าน หลินต้ง ชิงถาน และหน่วยคุ้มกันที่เหลือ พักรออยู่ที่โรงเตี๊ยม
หลังจากหลินเจิ้นเทียนและคนอื่นๆ ออกไปได้ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ชิงถานและหลินต้งก็มาหาหลินฟ่าน
หลินต้งเอ่ยขึ้นว่า "พี่หลินฟ่าน พวกเราออกไปเดินเล่นกันเถอะ นานๆ ทีจะได้มาเมืองเหยียน อุดอู้อยู่แต่ในโรงเตี๊ยมครึ่งค่อนวันคงน่าเสียดายแย่"
"ใช่แล้วพี่หลินฟ่าน ไปเดินเล่นกันเถอะ! เมืองเหยียนกว้างใหญ่ขนาดนี้ ต้องคึกคักและสนุกกว่างานชุมนุมการค้าที่เมืองชิงหยางแน่ๆ" ชิงถานมองหลินฟ่านด้วยแววตาคาดหวัง
หลินฟ่านยิ้มพลางกล่าวว่า "ตกลง เช่นนั้นพวกเราก็ออกไปเดินเล่นกัน"
"เยี่ยมไปเลย!" ชิงถานดีใจมากเมื่อได้ยินดังนั้น นางรีบเข้ามากอดแขนหลินฟ่านแล้วเดินนำออกไปทันที
หลินต้งเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน เดินตามหลังทั้งสองไปติดๆ
ทั้งสามเดินทอดน่องไปตามถนนในเมืองเหยียน ระหว่างทางพบเห็นผู้คนทะเลาะวิวาทต่อสู้กันอยู่เนืองๆ
ทว่าชาวเมืองเหยียนกลับดูชาชินกับเรื่องพรรค์นี้ มิหนำซ้ำยังมีคนมุงดูและส่งเสียงเชียร์ราวกับกำลังชมกายกรรม
หลินฟ่านและน้องๆ ยืนดูอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินจากไป
หลังจากเลี้ยวผ่านถนนไม่กี่สาย ในที่สุดพวกเขาก็มาหยุดอยู่หน้าอาคารสูงตระหง่านที่ดูโอ่อ่าอลังการ
บนป้ายชื่ออาคารสลักอักษรตัวใหญ่สามตัวว่า "หอสิ่งมหัศจรรย์"
"หอสิ่งมหัศจรรย์?" เมื่อเห็นชื่ออาคาร หลินต้งก็ประหลาดใจเล็กน้อย "ข้าเคยได้ยินมาว่า ในหอสิ่งมหัศจรรย์มีของล้ำค่าทุกชนิดวางขาย พี่หลินฟ่าน พวกเราเข้าไปดูกันเถอะ"
"ได้สิ" หลินฟ่านไม่ขัดข้อง เขาพยักหน้าแล้วเดินนำชิงถานและหลินต้งเข้าไปในหอสิ่งมหัศจรรย์
ทันทีที่ก้าวผ่านประตูใหญ่ โถงกว้างขวางก็ปรากฏแก่สายตาของทั้งสาม
รอบโถงเต็มไปด้วยตู้สินค้าวางเรียงราย สินค้ามากมายละลานตา ทั้งสามเดินดูของบนตู้ไปเรื่อยๆ โดยไม่รีบร้อนซื้อ
ทันใดนั้น สายตาของหลินต้งก็ถูกดึงดูดด้วยถุงผ้าสีเขียวขนาดเท่าฝ่ามือใบหนึ่ง
หลินฟ่านและชิงถานมองตามสายตาของหลินต้งไป ไม่นานก็เห็นคำบรรยายสรรพคุณของมัน
"ถุงเฉียนคุนระดับต่ำ สี่สิบแปดหินหยางหยวน"
พนักงานหนุ่มชุดเขียวในโถงสังเกตเห็นว่าหลินฟ่านและพวกสนใจถุงเฉียนคุน จึงเดินยิ้มเข้ามาแนะนำสินค้า
"ถุงเฉียนคุนระดับต่ำนี้ทำจากไม้เฉียนคุนเป็นวัสดุหลัก แล้วลงอักขระโดยซินแสอาคมระดับสอง"
"เห็นใบเล็กๆ แบบนี้ แต่จุของได้เท่ากับตู้สินค้าตู้นี้เลยนะขอรับ พกติดตัวไว้ช่วยลดความยุ่งยากไปได้มากโข"
หลินฟ่านเลิกคิ้วเล็กน้อย เอ่ยเสียงเรียบ "ยาหยางหยวนสิบสี่เม็ด ข้าเอาสามใบ"
หลินฟ่านมีมิติเก็บของของระบบอยู่แล้ว การซื้อถุงเฉียนคุนเป็นเพียงการตบตาเท่านั้น
พนักงานหนุ่มชุดเขียวทำสีหน้าลำบากใจ "ราคานี้ยังขาดไปอีกสี่ก้อนหินหยางหยวนนะขอรับ"
ตามราคาตลาด ยาหยางหยวนสิบสี่เม็ดมีค่าเท่ากับหินหยางหยวนหนึ่งร้อยสี่สิบก้อน
ทว่าหลินต้งใช้หินหยางหยวนเพียงสี่สิบสองก้อนในการกลั่นยาหยางหยวนด้วยยันต์หิน
เมื่อคำนวณเช่นนี้ เท่ากับว่าเขาซื้อถุงเฉียนคุนสามใบในราคาที่ถูกกว่าซื้อใบเดียวเสียอีก นับว่ากำไรมหาศาล
หลินฟ่านยิ้มแล้วกล่าวว่า "ถ้าขายก็ตกลง ถ้าไม่ขายก็ช่างเถอะ"
"เอ่อ... ก็ได้ขอรับ ขอบพระคุณคุณชายที่อุดหนุน" พนักงานยิ้มแห้งๆ แต่ก็ยอมตกลงในที่สุด
หลินฟ่านไม่รอช้า ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ แต่แท้จริงแล้วคือนำยาหยางหยวนสิบสี่เม็ดออกมาจากมิติระบบ แล้วส่งให้พนักงานหนุ่ม
"นี่คือถุงเฉียนคุนของท่าน โปรดเก็บรักษาให้ดี" พนักงานรับยาหยางหยวนไปพร้อมกับยื่นถุงเฉียนคุนสามใบให้หลินฟ่าน
"คนละใบ เก็บไว้ให้ดีล่ะ" หลินฟ่านเก็บไว้เองหนึ่งใบ และส่งอีกสองใบให้ชิงถานและหลินต้ง
"ขอบคุณเจ้าค่ะ/ข้าพี่หลินฟ่าน!"
ชิงถานและหลินต้งกล่าวขอบคุณพร้อมกัน ยื่นมือรับถุงเฉียนคุนมาลูบคลำด้วยความชอบใจ
หลินต้งถือถุงเฉียนคุนพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับอักขระที่ด้านซ้ายของถุง
สายตาของหลินต้งจับจ้องไปที่อักขระประหลาดนั้น จิตใจดำดิ่งลงไปในภวังค์โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด
ไม่มีใครล่วงรู้ว่าในขณะนี้ คลื่นความถี่ประหลาดแผ่ออกมาจากห้วงความคิดของหลินต้ง พลังจิตที่มองไม่เห็นไหลซึมออกมาจากศีรษะ ค่อยๆ วาดโครงร่างอักขระเลือนรางขึ้นมา
อักขระเลือนรางนั้นคล้ายคลึงกับอักขระบนถุงเฉียนคุนเป็นอย่างยิ่ง
ที่มุมหนึ่งของโถงหอสิ่งมหัศจรรย์ ชายชราสวมชุดคลุมสีเทากำลังนั่งสัปหงกอยู่
สภาพรอบตัวเขาดูรกรุงรัง ดูไม่เข้ากับหอสิ่งมหัศจรรย์เอาเสียเลย ทว่ากลับไม่มีใครกล้าเข้าไปรบกวน
ชายชราที่หลับตาพักผ่อนจู่ๆ ก็ลืมตาโพลงขึ้น สายตาจับจ้องไปที่หลินต้งราวกับค้นพบสมบัติล้ำค่า พึมพำกับตนเองว่า
"พรสวรรค์พลังจิตช่างแข็งแกร่งนัก!"
เมื่อชายชราชุดเทาเห็นว่าพวกหลินฟ่านกำลังจะเดินออกจากหอสิ่งมหัศจรรย์ ร่างของเขาก็วูบไหว ปรากฏตัวขวางหน้าหลินต้งและพรรคพวกอย่างรวดเร็ว
"มิทราบว่าผู้อาวุโสท่านนี้มีธุระอันใดจึงได้ขวางทางพวกเราไว้?" หลินฟ่านพิจารณรูปลักษณ์ของชายชรา ชื่อหนึ่งก็ผุดขึ้นในสมอง เขาจึงเป็นฝ่ายเอ่ยถามก่อน
ชายชราชุดเทาไม่ได้สนใจหลินฟ่าน สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่หลินต้ง ทำให้หลินต้งรู้สึกหนาวเยือกในใจ
ชั่วอึดใจต่อมา จู่ๆ เขาก็ยื่นนิ้วชี้ตรงไปยังหว่างคิ้วของหลินต้ง
เมื่อเห็นการกระทำของชายชรา หลินต้งตกใจมาก เขาอยากจะหลบหลีก แต่กลับพบด้วยความหวาดผวาว่าเขาไม่สามารถควบคุมร่างกายของตนเองได้!
แม้หลินฟ่านจะพอเดาตัวตนของชายชราชุดเทาได้บ้างแล้ว แต่ในสถานการณ์เช่นนี้เขาจะนิ่งดูดายได้อย่างไร มือทั้งสองประสานอินอย่างรวดเร็ว ก่อเกิดพลังโจมตีใส่แขนของชายชราชุดเทาอย่างดุดัน!
"โอ้? พรสวรรค์ไม่เลว!" ชายชราชุดเทาอุทานด้วยความแปลกใจ พลังอ่อนหยุ่นสายหนึ่งพุ่งออกจากมือผลักหลินฟ่านกระเด็นออกไป พลางเอ่ยแก้ต่าง "ข้าไม่ได้มีเจตนาร้าย"
จากนั้นเขาก็หันกลับมามองหลินต้ง รอยยิ้มยินดีปรากฏขึ้นบนใบหน้าเหี่ยวย่นที่เคยเคร่งขรึม
"เจ้าหนู เจ้าสนใจจะมาเป็นซินแสอาคมหรือไม่?"