- หน้าแรก
- คืนมรณะวันสิ้นโลก
- บทที่ 1102 การดูแล
บทที่ 1102 การดูแล
บทที่ 1102 การดูแล
"ฮ่าๆๆ เรื่องจิ๊บจ๊อยน่า!"
เสิ่นชิวหัวเราะ โบกมือไปมาอย่างไม่ใส่ใจ
ในเวลานั้นเอง เจ้าหน้าที่แผนกแสงดาวในชุดเครื่องแบบและทหารกองพลเรด เซนเทนซ์จำนวนมากก็รีบรุดเข้ามา
"เร็วเข้า ปิดล้อมพื้นที่ทั้งหมด!"
"ควบคุมตัวทุกคน ห้ามใครออกไปเด็ดขาด ใครขัดขืนฆ่าได้ทันที!"
ชายวัยกลางคนผมขาวโพลนที่ขมับ ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา สวมเครื่องแบบระดับสูงของแผนกแสงดาว ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
"รับทราบครับ ท่านซุนปาง!"
เจ้าหน้าที่แผนกแสงดาวและทหารจำนวนมาก รีบเข้าปิดล้อมเขตชุมชนเกฟเฟนตันทั้งหมดอย่างรวดเร็ว โดยถนนทุกสายถูกปิดกั้นด้วยรถถังหนักและรถหุ้มเกราะ
วู้ม วู้ม~
ทันใดนั้นเสียงคำรามแสบแก้วหูก็ดังมาจากท้องฟ้า เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไป ก็เห็นเครื่องบินรบรุ่นใหม่ 'แบล็กแฮริเออร์' บินวนเวียนอยู่กลางอากาศ ปากกระบอกปืนสีดำทมิฬเล็งลงมาที่พื้นด้านล่าง
เหล่าประชาชนที่รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิดยังไม่ทันเข้าใจสถานการณ์ ก็ได้ยินเสียงตวาดดังลั่น
"เอามือกุมหัวแล้วนั่งลง!"
"คนเจ็บให้นอนลงกับพื้น"
"นี่มัน?" เสิ่นชิวถามด้วยความประหลาดใจเมื่อมองเห็นกำลังคนที่รุดเข้ามา
"อ้อ กองหนุนเข้ามาในพื้นที่แล้ว พวกเขากำลังเข้าควบคุมพื้นที่ทั้งหมด" อู๋ตี้อธิบายให้เสิ่นชิวฟังคร่าวๆ
"ที่แท้พวกนายก็เตรียมการไว้แต่แรกแล้วสินะ" เสิ่นชิวได้ยินอู๋ตี้พูดแบบนั้นก็เข้าใจทันที กองกำลังที่รอคำสั่งอยู่รอบนอกได้เข้ามาแล้ว
เวลานั้นไป๋มู่เฉิงเดินตรงไปหาพวกซุนปาง โดยมีพวกอู๋ตี้เดินตามขนาบข้าง เสิ่นชิวเห็นดังนั้นจึงเดินตามไปด้วย
เมื่อซุนปางเห็นไป๋มู่เฉิง ก็รีบทำความเคารพอย่างนอบน้อมทันที
"ท่านรองประธานสภาไป๋"
"หลังจากปิดล้อมเสร็จสิ้น ให้ควบคุมตัวทุกคนไปสอบสวน นอกจากนี้ให้ตรวจค้นบ้านเรือนที่ยังหลงเหลืออยู่ทุกหลัง อย่าให้มีปลาเล็ดลอดหลุดตาข่ายไปได้"
"รับทราบ!"
"อีกอย่าง ฉันไม่อยากเห็นข่าวเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้รั่วไหลออกไป!"
"ครับ!" ซุนปางรับคำอย่างแข็งขัน
หลังจากสั่งการเสร็จ ไป๋มู่เฉิงก็เดินตรวจตราไปรอบๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ประชาชนที่กำลังตื่นตระหนกถูกควบคุมตัวออกไปทีละคน แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะให้ความร่วมมือ หลายคนที่กำลังหวาดกลัวต่างพากันขัดขืน
"พวกคุณจะทำอะไร เราไม่ไป"
"ฉันจะอยู่ที่นี่ ที่นี่บ้านฉัน"
น่าเสียดายที่ทหารซึ่งปกติพูดคุยง่าย ครั้งนี้กลับมีท่าทีแข็งกร้าวอย่างมาก พวกเขาจับกดลงกับพื้นใส่กุญแจมือแล้วคุมตัวไปอย่างไม่เกรงใจ
เหตุผลที่ต้องทำเช่นนี้ ด้านหนึ่งเพื่อปิดข่าว อีกด้านหนึ่งเพื่อคัดกรองสาวกพ่ายศึกที่แฝงตัวอยู่ออกมาทีละคน
ฮือ ฮือ~
ตอนนั้นเองไม่ไกลออกไป เด็กชายอายุเจ็ดแปดขวบนั่งร้องไห้อยู่ข้างศพ
ทหารกองพลเรด เซนเทนซ์หลายนายเห็นภาพนี้ก็รู้สึกลำบากใจ จะทำตามคำสั่งก็ไม่ดี จะไม่ทำก็ไม่ได้
ไป๋มู่เฉิงเดินเข้าไปหา พูดกับทหารเหล่านั้นว่า
"พาเด็กคนนี้ไปฝังศพใกล้ๆ แถวนี้ แล้วพาตัวไปดูแลให้ดี"
"ครับ!" ทหารรีบตอบรับ
หลังจากสั่งการเสร็จ ไป๋มู่เฉิงก็หันหลังเดินจากไป
เสิ่นชิวทำท่าจะเดินตามไป แต่อู๋ตี้คว้าตัวเขาไว้แล้วถามด้วยความสงสัยว่า
"เสิ่นชิว นายจะตามพวกเราไปตลอดทำไมเนี่ย"
"ช่วยงานไง"
"การต่อสู้จบแล้ว ไม่มีเรื่องของนายแล้ว นายจะไปทำอะไรก็ไปเถอะ ไปทำธุระของนายสิ" อู๋ตี้โบกมือไล่
เสิ่นชิวได้ยินดังนั้นก็มองอู๋ตี้ด้วยสายตาเหยียดหยาม
"มองหน้าฉันแบบนี้ทำไม?" อู๋ตี้งงเล็กน้อย แต่แล้วก็คิดได้ทันที "อ้อ เข้าใจละ ฉันมีธุระทางโน้น ไปก่อนนะ"
อู๋ตี้เข้าใจสถานการณ์แล้วจึงรีบตอบแก้เก้อ
เสิ่นชิวรีบเดินตามไป๋มู่เฉิงไป แน่นอนว่าไป๋มู่เฉิงรับรู้ได้ แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไร กลับชะลอฝีเท้าลง
ทั้งสองเดินตรวจตรางานเก็บกวาดพื้นที่ไปทั่ว
กว่าหนึ่งชั่วโมงต่อมา ไป๋มู่เฉิงตรวจตราจนเกือบครบถ้วน ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีอะไรต้องเข้าไปแทรกแซง
ดังนั้นไป๋มู่เฉิงจึงหาสถานที่โล่งกว้างแห่งหนึ่งแล้วยืนนิ่ง โดยมีเสิ่นชิวยืนอยู่ข้างกาย
ท่ามกลางความมืดมิด ท้องฟ้ายามค่ำคืนมีดวงดาวระยิบระยับ
สายลมพัดโชยมาเบาๆ เขตชุมชนที่เคยคึกคัก ตอนนี้กลับเงียบเหงาวังเวง มีเพียงเจ้าหน้าที่ค้นหาเดินกันขวักไขว่
ตอนนั้นเอง ไป๋มู่เฉิงก็เอ่ยถามขึ้นเรียบๆ
"เสิ่นชิว ช่วงนี้นายเลื่อนระดับพลังแล้วสินะ รู้สึกว่าความแข็งแกร่งของนายตอนนี้มากกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย"
เสิ่นชิวได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมา ตอบทีเล่นทีจริงว่า
"แหงอยู่แล้ว ถ้าไม่เก่งขึ้น จะเดินเคียงข้างคุณไปจนสุดทางได้ยังไงล่ะ?"
"ทำตัวไม่มีระเบียบตั้งแต่เมื่อไหร่"
"ฮ่าๆ ล้อเล่นน่า สร้างบรรยากาศหน่อยไง"
"อืม ถ้าฉันดูไม่ผิด นายคงทะลวงผ่าน LV4 เข้าสู่ LV5 แล้วสินะ"
"ก็ประมาณนั้นแหละ" เสิ่นชิวไม่ได้ปิดบังไป๋มู่เฉิง
หลังจากได้รับคำตอบจากเสิ่นชิว ไป๋มู่เฉิงก็มองเหม่อไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืนโดยไม่พูดอะไร
"มู่เฉิง ตอนนี้เธอน่าจะยุ่งเสร็จแล้วใช่ไหม?" เสิ่นชิวถามอย่างมีความหวัง
"ก็เกือบแล้วล่ะ" ไป๋มู่เฉิงครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วตอบ
"งั้นไปหาอะไรกินรอบดึกกันไหม มื้อเย็นเมื่อกี้ยังไม่ได้กินเลย โดนล้มโต๊ะซะก่อน" เสิ่นชิวยิ้มชวน
ไป๋มู่เฉิงหันมามองเสิ่นชิว ทันใดนั้นก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงถามอย่างมีเลศนัยว่า
"วันนี้ทำไมไม่เห็นนายพาแม่หนูนั่นมาด้วยล่ะ!"
"เอ่อ?... ช่วงนี้เธอไม่ค่อยสบาย พักผ่อนอยู่ที่บริษัทน่ะ" เสิ่นชิวได้ยินคำถามของไป๋มู่เฉิง ก็ตอบไม่ถูกไปชั่วขณะ
"อย่างนี้นี่เอง แล้วนายจะตื่นเต้นทำไม?" ไป๋มู่เฉิงมองเสิ่นชิวอย่างสนใจ
"เปล่านะ!" เสิ่นชิวสังหรณ์ใจไม่ดี หรือว่าจะหึง?
"ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้น ฉันแค่จะบอกว่าแม่หนูนั่นเป็นเด็กดี นายอย่าทำให้เธอเสียใจล่ะ" ไป๋มู่เฉิงไพล่มือไว้ข้างหลัง มองท่าทางเก้ๆ กังๆ ของเสิ่นชิวแล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม
เสิ่นชิวได้ยินดังนั้น สีหน้าก็ขรึมลง
"ทำไมจู่ๆ ถึงพูดเรื่องนี้?"
ไป๋มู่เฉิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าก่อนจะพูดว่า
"ชีวิตคนเราสั้นนัก แค่ไม่กี่สิบปี ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือช่วงอายุ 20-30 ปี ช่วงเวลานี้ประกอบไปด้วยสิ่งต่างๆ มากมาย ทั้งความฝัน การแสวงหาความรู้ การต่อสู้ และความรัก ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ช่วงเวลาวัยเยาว์ที่งดงามที่สุดก็คือช่วงนี้ หวังว่านายจะไม่ทำให้คนรักผิดหวัง และไม่ทำให้ช่วงเวลาวัยเยาว์ต้องสูญเปล่า"
"เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า? เราเคยสัญญากันไว้แล้วไม่ใช่เหรอ?" เสิ่นชิวถามเสียงขรึม
เมื่อไป๋มู่เฉิงได้ยินน้ำเสียงเย็นชาของเสิ่นชิว ก็เงียบไป
เสิ่นชิวยืนนิ่งอยู่ที่เดิม จ้องมองไป๋มู่เฉิงไม่วางตา
ผ่านไปครู่ใหญ่ ไป๋มู่เฉิงค่อยๆ ถอดหน้ากากออก หันมาส่งยิ้มให้เสิ่นชิวแล้วพูดว่า
"คิดมากน่า ฉันแค่บอกให้นายอย่าเห็นแก่ตัวเกินไป รู้จักแบ่งปันความรักให้ทั่วถึง อย่าทำให้คนอื่นเสียใจ ไม่งั้นฉันคงรู้สึกผิดแย่"
"..." เสิ่นชิวได้ยินก็มุมปากกระตุก
"ก็นี่กลัวว่านายจะเหงา จะอึดอัดใจแทบแย่ ทำไมถึงไม่พอใจล่ะ?" ไป๋มู่เฉิงถามยิ้มๆ
เสิ่นชิวกรอกตามองบน เปลี่ยนเรื่องคุยทันที
"ผมหิวแล้ว ไปหาอะไรกินกันเถอะ?"
"ฮ่าๆ"
ขณะที่ไป๋มู่เฉิงกำลังจะตอบตกลง กำไลข้อมือของเธอก็สั่นเตือน ข้อความเด้งขึ้นมา เธอก้มลงมอง คิ้วขมวดเข้าหากันทันที แล้วเปลี่ยนคำพูดบอกเสิ่นชิวว่า
"ไม่ได้แล้ว ฉันมีงานต้องไปจัดการ"
เสิ่นชิวเหลือบมองข้อความบนกำไลข้อมือของไป๋มู่เฉิง
"ข่าวด่วน: เมืองฮุ่ยหวงเกิดการซ้อนทับของมิติเป็นวงกว้างเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว สัตว์ประหลาดจำนวนมากออกอาละวาด ในจำนวนนั้นมีสัตว์ประหลาดติดเชื้อที่ไม่ระบุสายพันธุ์ปะปนอยู่ด้วย ต้องการกำลังเสริมด่วน"
เสิ่นชิวรีบบอกไป๋มู่เฉิงว่า
"ให้ผมช่วยไหม"
"ไม่ต้อง พวกเราจัดการได้ นายอยู่ที่เมืองแห่งดวงดาวอย่างสบายใจเถอะ รีบๆ พัฒนาฝีมือเข้า สู้ๆ นะ!"
ไป๋มู่เฉิงบอกเสิ่นชิว
เสิ่นชิวได้ยินคำพูดของไป๋มู่เฉิง ก็ขมวดคิ้วแน่นพูดว่า
"ก็ได้"
"ไปล่ะ"
หลังจากบอกลาเสิ่นชิวสั้นๆ ไป๋มู่เฉิงก็รีบจากไปอย่างรวดเร็ว
เสิ่นชิวมองตามแผ่นหลังของไป๋มู่เฉิง ยืนนิ่งอยู่กับที่นานสองนาน ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
"เสิ่นชิว นายเป็นอะไรไป? หรือว่าเสียใจที่โดนปฏิเสธ?" อันจิโผล่หัวออกมาถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"เปล่า แค่รู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ"
"แปลกตรงไหน?"
"ตั้งแต่ฉันเข้ามารับตำแหน่งทูตแห่งดวงดาวที่เมืองแห่งดวงดาว ดูเหมือนทุกอย่างจะเปลี่ยนไปนะ ทางพันธมิตรแดงดูเหมือนจะไม่ค่อยเรียกใช้งานฉันแล้ว ฉันไม่ได้ภารกิจจากพันธมิตรแดงมานานมากแล้ว"
"เอ๊ะ? หรือว่าช่วงนี้พันธมิตรแดงราบรื่นดี ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น?" อันจิคิดแล้วตอบ
เสิ่นชิวได้ยินดังนั้น ก็ยกกำไลข้อมือขึ้นค้นหาดูว่าช่วงนี้พันธมิตรแดงมีเหตุการณ์ใหญ่ๆ อะไรเกิดขึ้นบ้าง
เหตุการณ์ป้องกันมรณะ
สถานที่: เมืองฉิงคง · คลองเทียนฉิง
สาเหตุ: ฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้น้ำในคลองเทียนฉิงเอ่อล้น สัตว์ทะเลจำนวนมากอพยพเข้ามาโจมตีเมืองฉิงคง
เหตุการณ์: กองทัพเทียนฉิงต่อสู้เลือดพล่านหลายวัน ขณะที่กำลังจะตีโต้กลับได้สำเร็จ MX377·ราชาปลิง ก็ขึ้นฝั่งจากคลองเทียนฉิง ไล่ฆ่าสังหารผู้คนในเมืองฉิงคง ในช่วงวิกฤต ฟู่เหยียน วีรบุรุษจากแผนก KPI ได้ออกมาขัดขวางอย่างสุดชีวิต จนสามารถสังหารมันลงได้สำเร็จ...
..........