- หน้าแรก
- คืนมรณะวันสิ้นโลก
- บทที่ 818 การปะทุ
บทที่ 818 การปะทุ
บทที่ 818 การปะทุ
ในขณะนั้น ภายในเขตที่พักอาศัย หวังฮ่าวหอบหายใจหนัก มองสัตว์เกล็ดเหล็ก อูคส์ที่เต็มไปด้วยบาดแผล
ทั้งสองยืนจ้องตากันเขม็ง เหมือนวัวกระทิงที่กำลังจะชนกัน
เสิ่นชิวและพวกอยู่ใกล้ๆ เพียงแค่หวังฮ่าวจับมันล้ม พวกเขาก็พร้อมจะพุ่งเข้าใส่เหมือนฝูงไฮยีน่า เปิดฉากโจมตีอย่างดุเดือด
สัตว์เกล็ดเหล็ก อูคส์เริ่มมีแววตาหวาดหวั่น มันถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
มันอยากหนีใจจะขาด แต่ไม่สามารถหนีได้ ทุกครั้งที่พยายามก็จะถูกขัดขวางเสมอ
ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังค้างคาอยู่นั้นเอง
จางเฉินอวิ๋น ฉู่อู๋จี๋ และคนอื่นๆ พุ่งมาด้วยความเร็วสูง หลินเหยียนอี่ตะโกนบอกเสิ่นชิวแต่ไกล
"เสิ่นชิว! พวกเรามาช่วยแล้ว!"
เสิ่นชิวกับหวังฮ่าวถึงกับสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยิน
หวังฮ่าวเป็นฝ่ายเอ่ยก่อน
"แย่แล้ว! พวกเขาจัดการสัตว์ประหลาดอีกตัวเสร็จแล้ว!"
"ฆ่ามันซะ!"
เสิ่นชิวกัดฟันพูดอย่างเด็ดขาด
"เข้าใจแล้ว! อ๊ากกก!!"
หวังฮ่าวคำรามลั่น ร่างสว่างจ้าขึ้นด้วยเส้นสายสีเทานับไม่ถ้วน พลังระเบิดออกมาเป็นประกายแสบตา
ทันใดนั้น หวังฮ่าวตาแดงก่ำ พุ่งเข้าใส่ศัตรู
แม้สัตว์เกล็ดเหล็ก อูคส์จะหวาดกลัว แต่มันก็ยังพุ่งเข้าชนสุดแรงเกิด!
ปัง!
เสียงปะทะดังสนั่น คลื่นกระแทกแผ่กระจายเป็นวงกว้าง
"อ๊ากก!!"
หวังฮ่าวใช้แรงเฮือกสุดท้ายพลิกสัตว์เกล็ดเหล็ก อูคส์ไปด้านข้าง จากนั้นทิ้งตัวกดทับไว้ทันที
เสิ่นชิวเปิดใช้ชุดเกราะเวทกลอะตอม และแหวนจักรกลคาลาเพื่อเพิ่มพลังสูงสุด ทั่วร่างเปล่งแสงสายฟ้าสีม่วงเข้มอย่างน่ากลัว
ต่อมาเขาเรียกใช้ "การพิพากษาแห่งความมืด" ดาบหุบเหวนรัตติกาลแผ่พลังมืดออกมาเต็มที่
ตูมม!
แสงสายฟ้าสีม่วงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
เสิ่นชิวปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมาในพริบตา
ทันทีนั้น เขาหลอมรวมพลังทั้งหมดเข้าสู่ดาบหุบเหวนรัตติกาล
วึมม วึมม~
ดาบทั้งเล่มเปล่งแสงเป็นวงสีม่วงสั่นระรัว
เสิ่นชิวกระทืบเท้าพุ่งเข้าใส่สัตว์เกล็ดเหล็ก อูคส์ ฟาดฟันสุดแรงราวกับหายนะ
"จับไว้ให้แน่น! สายฟ้าพิพากษา!"
สัตว์เกล็ดเหล็ก อูคส์สัมผัสได้ถึงความตาย พยายามดิ้นรนสุดกำลังเพื่อหลุดจากการกดทับ
แต่ครั้งนี้ หวังฮ่าวก็ทุ่มสุดชีวิต กดมันไว้แน่น
"อ๊าก! หนีไม่ได้หรอก!"
ฉัวะ!
เสิ่นชิวฟาดดาบเข้าที่ท้องของมัน พริบตานั้น ช่องท้องของสัตว์เกล็ดเหล็ก อูคส์ก็ระเบิดออก
"โฮกกก!!"
หัวและขาสี่ข้างของมันยืดเหยียดออกมาจากแรงช็อกสุดขีด
ลูกตาแทบระเบิดออกจากเบ้า
ไม่นานนัก ศีรษะของมันอ่อนแรงลง ร่างทั้งร่างทรุดฮวบลง เลือดทะลักราวกับแม่น้ำย้อมทั่วพื้นที่
ในเวลานั้นเอง ฉู่อู๋จี๋และคนอื่นๆ ก็มาถึง แต่ทุกอย่างสายเกินไป สัตว์เกล็ดเหล็ก อูคส์ถูกสังหารไปเรียบร้อยแล้ว
"ฮ่าๆ ขอโทษทีนะ พวกนายมาช้าไป พวกเราจัดการมันได้แล้ว"
หวังฮ่าวเท้าเอว หัวเราะพลางกล่าว
"ไม่ใช่พวกเรามาช้า แต่พวกนายเล่นซะแรงขนาดนี้ทำไมกัน?"
ฉู่อู๋จี๋ขมวดคิ้วแน่น ถามด้วยสีหน้าไม่สบายใจ
ชุ่ยมู่เฉิงเดินเข้าไปดูซากสัตว์เกล็ดเหล็ก อูคส์อย่างละเอียด สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดอย่างหงุดหงิด
"หวังฮ่าว พวกนายมันเกินไปจริงๆ สัตว์ประหลาดตัวงามแบบนี้ กลับเล่นมุบมิบกันอยู่แค่สองคน ฉันว่าทำไมถึงได้กระตือรือร้นมานักเชียว"
พอได้ยินคำพูดของชุ่ยมู่เฉิง คนอื่นๆ ก็ตื่นตัวทันที หันไปสำรวจร่างของสัตว์เกล็ดเหล็ก อูคส์
พอเห็นเกล็ดบนร่างมัน พวกเขาก็เข้าใจทันที แล้วเริ่มต่อว่ากันใหญ่โต
"หวังฮ่าว แกมันไม่แฟร์เลยนะ อย่างน้อยก็แบ่งพวกเราบ้างสิ!"
"อย่ามาพูดแบบนี้นะ! ตัวนี้พวกฉันกับเสิ่นชิวลุยกันสองคนตั้งแต่ต้น พวกนายไม่ได้แตะมันสักที จะให้แบ่งได้ไง! ไม่มีทาง!"
หวังฮ่าวส่ายหัวเป็นพัดลม กล้าพูดเลยว่า สัตว์ประหลาดตัวนี้ทั้งตัวคือสมบัติล้ำค่า
กองกำลังของเขาสูญเสียหนักระหว่างภารกิจช่วยเมืองที่แปด เพิ่งจะได้ของมีค่าแบบนี้กลับมาทดแทน จะให้แบ่ง? ฝันไปเถอะ!
เสิ่นชิวเองก็ไม่พูดอะไรทั้งนั้น ปล่อยให้หวังฮ่าวเล่นบทคนเลว ส่วนตัวเองแค่รอรับส่วนแบ่งก็พอ
พอเห็นหวังฮ่าวดื้อแพ่งไม่ยอม พวกฉู่อู๋จี๋ถึงจะเจ็บใจแค่ไหน แต่ก็จนปัญญา
เพราะอย่างที่หวังฮ่าวว่าไว้ พวกเขาไม่ได้แตะต้องสัตว์ประหลาดตัวนี้เลยจริงๆ จะอ้างสิทธิ์ในของรางวัลก็ไม่ได้
"หวังฮ่าว นายมันร้ายจริงๆ"
"ฮ่าฮ่า ชมเกินไปแล้ว! ชมเกินไปแล้ว!"
หวังฮ่าวหัวเราะลั่นอย่างไม่ใส่ใจ
เสิ่นชิวยืดเส้นยืดสายแล้วพูดกับหวังฮ่าว
"ในที่สุดก็จัดการได้ซะที หวังฮ่าว ซากเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ฝากนายจัดการล่ะกันนะ เดี๋ยวเอาส่วนของฉันมาส่งก็พอ"
"ไม่มีปัญหา!"
หวังฮ่าวตอบอย่างรวดเร็ว
"เฮ้อ กลับไปพักกันเถอะ สู้มาตั้งนาน รู้สึกจะหมดแรงไปครึ่งตัวแล้วนะ"
ชุ่ยมู่เฉิงพูดด้วยความอาลัย
"หึ!"
จางเฉินอวิ๋นแค่นเสียงเบาๆ สีหน้ายังคงเย่อหยิ่ง
ขณะนั้นเอง เฉินเย่ก็วิ่งเข้ามาด้วยท่าทางร่าเริง เขาลูบไล้ร่างของอูคส์อย่างดีใจ แล้วพูดกับเสิ่นชิวว่า
"พี่ ขอหนังเจ้านี่ไปทำเกราะทั้งตัวให้หน่อยได้ไหม!"
"แค่กๆ ไว้ค่อยว่ากันนะ"
เสิ่นชิวส่งสายตาเตือนเฉินเย่ ว่าอย่าพูดโอ่อวดมาก เดี๋ยวพวกชุ่ยมู่เฉิงจะหมั่นไส้เอา
"ได้เลย ได้เลย!"
เฉินเย่รีบพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
ทว่าในตอนนั้นเอง ทั่วเมืองอิ๋งลวี่กลับมีเสียงไซเรนเตือนภัยระดับสูงสุดดังขึ้นมาอย่างฉับพลัน
สีหน้าของเสิ่นชิวและคนอื่นๆ พลันตึงเครียดขึ้นทันที
"เกิดอะไรขึ้น?"
ทันใดนั้น สายรัดข้อมือของหลินเหยียนอี่ก็สั่นขึ้น
ทุกคนหันไปมองพร้อมกัน
หลินเหยียนอี่ก้มดูแล้วกล่าวว่า
"พลโทหลินอินโทรมา!"
"รีบรับเลย!"
ทุกคนต่างพูดขึ้นพร้อมกัน
หลินเหยียนอี่รีบกดรับสาย แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเร่งร้อน
"ท่านหลินอิน เกิดอะไรขึ้นครับ?"
เสียงของพลโทหลินอินดังแว่วมาจากสายรัดข้อมือ เต็มไปด้วยความตึงเครียด
"หลินเหยียนอี่ ฝูงสัตว์ประหลาดทะลวงแนวป้องกันฝั่งซ้ายไปแล้ว พันโทเหมียวถงเสียชีวิต ตอนนี้ฝูงสัตว์กำลังจะพุ่งตรงจากทิศตะวันตกเข้าโจมตีเขตที่พวกคุณอยู่ ตอนนี้ทั้งเขตนั้นต้องฝากไว้กับพวกคุณแล้ว!"
"อะไรนะ?!"
คำพูดของพลโทหลินอินดั่งสายฟ้าฟาด ทุกคนถึงกับยืนตะลึง
หยุนเซี่ยวซีถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจ
"ไม่นะ... พันโทเหมียวถงเสียชีวิตแล้วเหรอ?"
"รายละเอียดฉันก็ยังไม่รู้แน่ชัด ฉันกำลังนำกำลังเสริมไปยังแนวซ้าย ต้องวางสายก่อน!"
พลโทหลินอินกล่าวจบก็วางสายทันที
ขณะนั้นที่แนวป้องกันฝั่งกลาง พลโทหลินอินหันไปถามรองผู้บัญชาการหลินเว่ยที่อยู่ข้างๆ อย่างร้อนรน
"ติดต่อท่านเจ้าเมืองซูหยวนได้หรือยัง? ตอนนี้เราจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากเธอ"
แนวรับฝั่งซ้ายพัง พันโทเหมียวถงตาย พลโทหลินอินรู้สึกว่าทั้งระบบกำลังพังทลาย และตัวเธอเองก็กำลังจะรับมือไม่ไหว
สีหน้าของหลินเว่ยดูไม่ดีเอาเสียเลย ก่อนจะตอบว่า
"ท่านนายพล ผมเพิ่งได้รับการตอบกลับจากคฤหาสน์เจ้าเมือง บอกว่าท่านซูหยวนล้มป่วยกะทันหัน ตอนนี้ถูกส่งไปรักษาต่อที่เมืองเฉินซิงแล้วครับ"
"อะไรนะ? เจ้าเมืองซูหยวนมาป่วยเอาตอนนี้เนี่ยนะ?!"
พลโทหลินอินถึงกับพูดไม่ออก
"ครับ ผมยืนยันกับคฤหาสน์เจ้าเมืองหลายรอบแล้ว"
"เป็นไปไม่ได้ ฉันไม่เคยได้ยินว่าท่านเจ้าเมืองสุขภาพไม่ดีนี่ ทำไมถึงเกิดเรื่องตอนนี้ได้?"
"ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่คฤหาสน์ยืนยันว่านี่คือข้อมูลล่าสุด"
"แล้วใครจะเป็นผู้ดูแลเมืองอิ๋งลวี่ตอนนี้ล่ะ? ฝูงสัตว์ประหลาดบุกเข้ามาแล้วนะ การอพยพชาวเมือง ใครจะจัดการ?"
พลโทหลินอินสูดหายใจลึก ถามด้วยน้ำเสียงเครียดจัด
"คฤหาสน์เจ้าเมืองแจ้งมาว่า ก่อนออกเดินทาง ท่านซูหยวนได้ลงนามมอบอำนาจไว้แล้ว ตอนนี้เขตที่แปดทั้งหมดอยู่ในการควบคุมของท่านหลินอินโดยสมบูรณ์"
หลินเว่ยตอบกลับ
พลโทหลินอินได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกราวกับแบกรับทั้งภูเขาไว้บนบ่า แม้แต่การหายใจยังกลายเป็นเรื่องยาก...
..........