- หน้าแรก
- คืนมรณะวันสิ้นโลก
- บทที่ 522 ความพยายามสูญเปล่า
บทที่ 522 ความพยายามสูญเปล่า
บทที่ 522 ความพยายามสูญเปล่า
"พี่ใหญ่ พูดได้ดีเลยครับ"
เฉินเย่เกาศีรษะด้านหลังอย่างเขินอายก่อนจะเงียบไป
อีกด้านหนึ่ง หยุนเฟิงมองหยุนชิงหานที่ยืนอยู่บนยอดน้ำพุด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจและมั่นใจ
ฉู่อู๋จี๋และคนอื่นๆ ก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวชมเชย
"ท่านหยุนชิงหานไม่เพียงมาถึงได้ทันเวลาเท่านั้น แต่ยังแข็งแกร่งน่าทึ่งอีกด้วย!"
"แน่นอนอยู่แล้ว ท่านแม่คือคนที่เก่งที่สุด! ช่างเถอะ พวกเรามาช่วยคนกันก่อนเถอะ!"
หยุนเฟิงตอบอย่างภาคภูมิ
"ตกลง!"
ทุกคนรวมถึงฉู่อู๋จี๋ต่างขานรับพร้อมเพรียง
เวลากว่าสองชั่วโมงผ่านไป กระทั่งท้องฟ้ามืดสนิทลง
ทีมนักกู้ภัยทยอยช่วยเหลือผู้ประสบภัยจนเสร็จเรียบร้อย และเริ่มทยอยเดินทางกลับ
ทางฝั่งของเสิ่นชิวก็ช่วยเหลือผู้รอดชีวิตทั้งหมดได้สำเร็จ ทุกคนเบียดเสียดกันอยู่บนเรือคายัค มุ่งหน้ากลับด้วยความเร็วอันเชื่องช้าเนื่องจากน้ำหนักบรรทุกเกินพิกัด แต่ถึงอย่างนั้น ทุกคนก็ตั้งใจพายเรือกลับอย่างสุดกำลัง
ไม่นาน เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่ยามดึก
...
บริเวณน้ำตื้นของเมืองมิเซี่ยง · ถนนตงมี่
หยุนจิ้ง ฉินหลัน และผู้คนอีกมากมายยืนอยู่ริมชายฝั่งด้วยสีหน้าเปี่ยมความกังวล มองออกไปยังท้องทะเลที่มืดมิด
สายลมเย็นเฉียบจากทะเลพัดปะทะอย่างไม่หยุดหย่อน
ฉินหลันตัวสั่นขึ้นเล็กน้อย หยุนจิ้งเห็นเข้า จึงถอดเสื้อคลุมของตนคลุมให้อย่างอ่อนโยน พร้อมกล่าวเบาๆ
"ดึกมากแล้ว กลับไปพักก่อนก็ได้นะ"
ฉินหลันส่ายหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล กล่าวเบาๆ
"ยังไม่เห็นเซี่ยวซีเลย ใจฉันมันสงบไม่ได้เลย"
"ไม่ต้องห่วง ฉันได้ยินมาว่าทีมกู้ภัยทั้งหมดกำลังเดินทางกลับ อีกเดี๋ยวคงมาถึงแล้ว"
"แต่ทำไมยังไม่เห็นมาเลยล่ะ"
"วางใจเถอะ ไม่เป็นไรหรอก"
หยุนจิ้งปลอบใจด้วยน้ำเสียงสุขุม
ทันใดนั้น ชายคนหนึ่งที่เฝ้ารออยู่ตะโกนขึ้นด้วยความตื่นเต้น
"ดูนั่น! ทีมนักกู้ภัยกลับมาแล้ว!"
ผู้คนต่างพากันหันไปมองตามเสียง เห็นแสงไฟจากไฟฉายทะลุผ่านความมืด สาดส่องลงบนผิวน้ำ และเรือคายัคหลายลำก็เริ่มปรากฏในสายตา
"ใช่จริงๆ ด้วย! พวกเขากลับมาแล้ว!"
"ขอบคุณฟ้า!"
หลายคนถึงกับหลั่งน้ำตาแห่งความดีใจออกมา
ขณะที่เสิ่นชิวนั่งอยู่บนเรือคายัค เฉินเย่ก็กระทุ้งไม้พายลงไปในน้ำอย่างมีจังหวะ พร้อมกับร้องขึ้นมาอย่างตื่นเต้น
"พี่! ข้างหน้าเป็นเขตน้ำตื้นแล้ว พวกเรากลับมาถึงแล้ว!"
"เฮ้อ... จบลงสักที..."
เสิ่นชิวถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
แต่ทันใดนั้น ขณะที่ทุกคนกำลังผ่อนคลาย ภาพรอบด้านก็เริ่มบิดเบี้ยว แปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง พื้นที่ซ้อนทับปรากฏขึ้นโดยไร้สัญญาณล่วงหน้า กลืนกินเรือช่วยเหลือทุกลำ รวมถึงทั้งเมืองมิเซี่ยงเอาไว้ในพริบตา
กลุ่มเจ้าหน้าที่ต้อนรับที่โบกมืออยู่ล่วงหน้าเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นภาพนั้น
หยุนจิ้งสีหน้าถอดสีทันที
"แย่แล้ว! พื้นที่ซ้อนทับ!"
ทางด้านของเสิ่นชิวกับพวก เขารู้สึกเหมือนโลกรอบตัวสั่นไหวเลือนราง ก่อนทุกอย่างจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
เมื่อพวกเขาตั้งสติได้ เสิ่นชิวก็พบว่า อาคารทุกหลังรอบตัวหายไปหมดแล้ว สิ่งที่มาแทนที่คือทะเลกว้างสุดลูกหูลูกตา เมืองมิเซี่ยง... หายไป
แม้จะอยู่กลางทะเล แต่รอบๆ ยังมีเรือคายัคลอยลำอยู่จำนวนหนึ่ง และผู้คนบางส่วนก็กำลังลอยตัวอยู่ในน้ำ ทุกคนล้วนมีสีหน้าสับสนงุนงง
"บ้าชะมัด! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ! ทำไมฉันถึงมาอยู่ในน้ำได้?"
"เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ที่นี่มันที่ไหนกัน?!"
หยุนเซี่ยวซีอุทานขึ้นด้วยน้ำเสียงตกใจ
"เสิ่นชิว... ที่นี่มันที่ไหนกันแน่? ทำไมเมืองมิเซี่ยงถึงหายไปแล้ว?"
เสิ่นชิวเอามือตบหน้าผากตัวเอง หน้าถอดสีและตอบอย่างปลงตก
"พวกเราถูกซ้อนทับไปอยู่ในต่างโลก... แถมยังซ้อนทับกลางทะเลด้วย"
"คราวนี้สนุกแน่ จากที่ฉันรู้ โลกซ้อนทับที่เป็นทะเลน่ะ... อันตรายที่สุดแล้ว โดยเฉพาะทีมที่ไม่มีเสบียงพอ!"
เบเคอเรนหัวเราะเยาะอย่างเย็นชา
"พี่ แล้วเราจะทำยังไงต่อดีล่ะ?" เฉินเย่ถามขึ้นอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
"ขอคิดก่อน..."
เสิ่นชิวเองก็ยังไม่มีแผนในหัว เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกซ้อนทับไปอยู่กลางทะเล
ปัง~
ในขณะนั้นเอง พลุสัญญาณดวงหนึ่งก็พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าจากที่ห่างไกล ก่อนจะระเบิดเป็นแสงสีเจิดจ้าในอากาศ
ท่ามกลางม่านควันของดอกไม้ไฟหลากสี สามารถมองเห็นท้องฟ้าที่ปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆดำมืด
"เสิ่นชิว เป็นสัญญาณพลุ!"
หยุนเซี่ยวซีรีบตะโกนบอกเสิ่นชิวทันที
"น่าจะเป็นฝีมือของพวกเราเอง จุดขึ้นมาเพื่อเรียกระดมพล ฉีตง เรารีบพายเรือไปทางนั้นเร็ว!"
เสิ่นชิวกล่าวกับฉีตงโดยไม่ลังเล
"ไม่มีปัญหา!"
ฉีตงรีบพายเรือมุ่งหน้าไปยังทิศที่สัญญาณพลุถูกยิงขึ้นมา
ในความเป็นจริง ทุกคนที่เห็นสัญญาณนั้นต่างก็เข้าใจในทันที และพากันพายเรือไปยังจุดที่สัญญาณปรากฏขึ้น
พื้นที่ทะเลแห่งนี้ หากไม่มีอะไรผิดพลาด ผู้ที่ถูกซ้อนทับมาในครั้งนี้ก็น่าจะเป็นพวกเดียวกันทั้งหมด การรวมตัวกันไว้ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ในขณะนั้นเอง บนเรือคายัคลำหนึ่งที่อยู่ห่างออกไป
หยุนเฟิงเพิ่งยิงสัญญาณพลุขึ้นไป เขาหันไปพูดกับฉู่อู๋จี๋และคนอื่นๆ ด้วยสีหน้าจริงจัง
"สัญญาณพลุถูกยิงขึ้นไปแล้ว คนที่อยู่ใกล้ๆ คงจะเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้พวกเราแน่นอน"
"แต่ถึงแม้ทุกคนจะมารวมตัวกัน สถานการณ์ก็ยังไม่น่าไว้วางใจเท่าไรนัก เราไม่เคยสำรวจโลกซ้อนทับในลักษณะนี้มาก่อนเลย"
ฉู่อู๋จี๋ขมวดคิ้วพูดอย่างเคร่งเครียด
"แต่จริงๆ แล้ว สถานการณ์ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น อย่างน้อยเราก็เตรียมน้ำสะอาด อาหาร และยาไว้มากพอในเรือทุกลำ เพื่อภารกิจช่วยเหลือครั้งนี้ ทรัพยากรของเรายังพอเพียง สามารถประคองสถานการณ์ได้อีกพักใหญ่"
ชุ่ยมู่เฉิงกลับมองโลกในแง่ดีและให้ความมั่นใจแก่ทุกคน
"ฮึ่ม! กลัวอะไรกันล่ะ? พวกเรามีแต่คนเก่งทั้งนั้น!"
เร่ยจิ่งพูดอย่างดูแคลน
จางเฉินอวิ๋นกอดดาบไม้กางเขนไว้ในมือ นั่งพิงขอบเรือคายัคอย่างนิ่งเฉย เขาไม่แสดงท่าทีใส่ใจกับสถานการณ์รอบตัวแม้แต่น้อย
เรือคายัคจำนวนมากเริ่มพายเข้ามาใกล้หยุนเฟิงและพรรคพวกทีละลำ
ผู้คนเริ่มรวมตัวกันทีละน้อย หลายคนทักทายกันด้วยสีหน้าทั้งดีใจและประหลาดใจ
"เฮ้ เฉินฉี แกก็ถูกซ้อนทับเข้ามาด้วยเหรอ?"
"หวังช่าน แกก็อยู่ด้วยเหรอ?"
"เฮ้อ! ช่างประหลาดนัก ฉันนี่แทบจะถึงเขตน้ำตื้นอยู่แล้วแท้ๆ ดันโดนซ้อนทับเข้ามาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเนี่ยนะ..."
"แกจะไปรู้ได้ยังไงว่าชั้นแย่แค่ไหน! ทั้งเรือคายัคลำนี้มีชั้นคนเดียวที่ถูกดูดเข้ามา! ต้องแช่น้ำทะเลอยู่ตั้งนาน ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนพายเรือผ่านมาแล้วช่วยดึงขึ้นมา ป่านนี้ชั้นก็คงยังลอยคออยู่ในทะเลนั่นแหละ!"
"เฮ้อ~"
ขณะนั้น เสิ่นชิว และพรรคพวกก็กำลังพายเรือคายัคเข้ามาใกล้
"พี่! มีหลายทีมเลยครับ!"
เฉินเย่จ้องมองไปยังกลุ่มผู้คนที่เริ่มรวมตัวกันแล้วเอ่ยออกมา
"อืม"
เสิ่นชิวพยักหน้ารับเบาๆ
ทันใดนั้นเอง เขาก็รู้สึกถึงสายตาไม่เป็นมิตรคู่หนึ่งกำลังจ้องมา เขาหันไปมองด้วยหางตา
ก็พบว่าเรือคายัคลำหนึ่งกำลังพายเข้ามาใกล้เช่นกัน บนเรือมีโจวกู่กับลูกทีมอีกสองคนยืนอยู่ และสายตาเปี่ยมไปด้วยความอาฆาตคู่นั้นก็มาจากโจวกู่
เบเคอเรนในตอนนั้นบิดคอเบาๆ พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงยียวน
"ที่ไหนก็มีแต่พวกไม่รู้จักตายทั้งนั้น ถ้าหัวหน้าจะให้ผมช่วยควักลูกตาไอ้หมอนั่นออกมาก็ได้นะครับ"
"ไม่ต้อง ตอนนี้คนเยอะ สายตาก็จับจ้องอยู่เยอะ ปล่อยเขาไว้ก่อน ถ้าเขายังไม่รู้จักหลาบจำ คิดจะมาหาเรื่องจริงๆ ค่อยหาโอกาสเงียบๆ แล้วส่งมันไปเกิดใหม่ก็ยังทัน"
เสิ่นชิวตอบอย่างเยือกเย็น
ในไม่ช้า เรือคายัคที่มาจากทั่วทุกสารทิศก็มารวมตัวกันแน่นขนัด
เสิ่นชิวกวาดตามองไปรอบๆ พบว่ามีผู้มีฝีมือมากมายมารวมตัวอยู่ที่นี่ และที่น่าประหลาดใจคือเขายังเห็นหลินอิน พลโทหญิง และลูกน้องหลายคนของเธอด้วย
เขารู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย ไม่คิดว่าหลินอินจะถูกดูดเข้ามาด้วย
ในเวลานั้น หยุนเฟิง ฉู่อู๋จี๋ และผู้มีฝีมือคนอื่นๆ ต่างก็ขึ้นไปบนเรือคายัคของหลินอิน เพื่อร่วมประชุมหารือ
"พี่ พวกเขาดูเหมือนจะประชุมกันอยู่ พี่ไม่ไปด้วยเหรอครับ?"
เฉินเย่หันมาถามเสิ่นชิว…
..........