- หน้าแรก
- คืนมรณะวันสิ้นโลก
- บทที่ 334 การควบคุมตนเอง
บทที่ 334 การควบคุมตนเอง
บทที่ 334 การควบคุมตนเอง
ไม่นานนัก เสิ่นชิวและพรรคพวกก็มาถึงทางเข้าใต้ดินของจุดหลบภัย
สิ่งที่เห็นทันทีคือการปะทะอย่างดุเดือด
ที่ทางเข้าใต้ดินของจุดหลบภัย กองกำลังทหารจำนวนมากและรถถัง กำลังร่วมกันสกัดกั้น "สตอร์มแท็งก์"
เสียงปืนดังสะท้อนทั่วบริเวณ กระสุนปืนใหญ่และจรวดโจมตี สตอร์มแท็งก์อย่างต่อเนื่อง
ในเวลาเดียวกัน เจ้าหน้าที่ KPI สองนายกำลังเข้าไปปะทะในระยะประชิด หนึ่งในนั้นเป็นชายหนุ่มผู้ใช้พลังสายลม เขาฟาดฟันดาบในมือด้วยความรวดเร็ว กระแทกเข้ากับเกราะของรถถัง แต่แรงปะทะนั้นกลับทำให้ดาบทั้งเล่มแตกหัก
อีกคนเป็นชายวัยกลางคน เขาตบพื้นอย่างแรง สร้างหลุมยุบขนาดใหญ่เพื่อกักขังสตอร์มแท็งก์ให้อยู่กับที่
ทว่าผลลัพธ์กลับไม่ดีนัก เมื่อสตอร์มแท็งก์ไม่สามารถจัดการกับเจ้าหน้าที่ KPI ทั้งสองได้ มันจึงหมุนป้อมปืนเปลี่ยนเป้าหมาย
เสียงปืนใหญ่คำรามกึกก้อง!
สตอร์มแท็งก์ยิงโจมตีรถถังของกองกำลังที่สกัดมันอยู่
ตูมมมม!!
รถถังหนัก "ไวลด์ไลอ้อน" ถูกระเบิดเป็นเสี่ยงๆ ทหารจำนวนมากถูกแรงระเบิดซัดกระเด็นออกไป
ถึงแม้สถานการณ์จะเลวร้ายเพียงใด กองกำลังป้องกันก็ยังคงไม่ถอย ยังคงระดมยิงโจมตีต่อไป
เพราะเบื้องหลังพวกเขาคือประตูทางเข้าที่ซึ่งมีประชาชนหลายพันคนหลบซ่อนอยู่ ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสู้จนถึงที่สุด
"มู่หาน เธอไปหาที่หลบก่อน!"
หยุนเซี่ยวซีหันไปสั่งมู่หานก่อนจะพุ่งออกไปทันที
เสิ่นชิวเองก็ตามหลังเธอไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อทั้งสองพุ่งเข้าหาเป้าหมาย สตอร์มแท็งก์เหมือนจะตรวจจับถึงอันตรายได้ มันจึงหมุนป้อมปืนมาทางพวกเขา
เสียงปืนใหญ่คำรามขึ้นอีกครั้ง!
กระสุนขนาดใหญ่พุ่งตรงเข้าหาทั้งสองคน
เสิ่นชิวและหยุนเซี่ยวซีแยกตัวออกจากกันอย่างรวดเร็ว หลบพ้นจากการโจมตีได้ทัน
ตูมมมมม!
ถนนทั้งสายสั่นสะเทือนจากแรงระเบิด พื้นแตกร้าวเป็นหลุมลึก
หยุนเซี่ยวซีพุ่งประชิดสตอร์มแท็งก์ก่อน เธอชูดาบยาวที่ฝังโมดูลปรมาณูรูปสามเหลี่ยมขึ้นมา เปลวเพลิงสีดำลุกโชนรอบตัวดาบ และเธอฟาดมันลงไปเต็มแรง!
เปรี้ยง!
สะเก็ดประกายไฟสีดำกระจายออกไปทั่วบริเวณ
อย่างไรก็ตาม เกราะของสตอร์มแท็งก์แข็งแกร่งเกินไป ดาบของหยุนเซี่ยวซีสามารถฝากรอยได้เพียงรอยตื้นๆ เท่านั้น
ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความประหลาดใจ "ทำไมมันถึงแข็งแกร่งขนาดนี้!?"
"หลบไป ฉันจัดการเอง!"
ทันใดนั้น ร่างของเสิ่นชิวเปล่งประกายสายฟ้าคลั่ง ดาบกระดูกซีดในมือของเขาพุ่งเข้าฟาดฟันลงไปเต็มกำลัง!
"ฟาดฟันสายฟ้า!"
เสียงโลหะฉีกขาดดังขึ้น เกราะของสตอร์มแท็งก์ถูกตัดผ่าน แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง ดาบกลับติดค้างอยู่ในรอยแยก ไม่สามารถตัดลงไปได้หมด
"อะไรกัน!?"
เสิ่นชิวเบิกตากว้าง "เกราะมันแข็งขนาดนี้เลยหรือ!?"
ในจังหวะนั้นเอง สตอร์มแท็งก์เริ่มเปลี่ยนรูปร่าง เสิ่นชิวรู้ตัวทันทีถึงอันตราย ดวงตาหดเกร็ง และเร่งพลังทั้งหมดเข้าสู่ร่างกาย!
เสียงฟ้าผ่ากึกก้องสะท้อนทั่วบริเวณ พลังสายฟ้าที่น่าสะพรึงกลัวไหลผ่านดาบกระดูกซีด ซัดทะลวงเข้าไปภายในตัวสตอร์มแท็งก์อย่างรุนแรง!
ชิ้นส่วนภายในสตอร์มแท็งก์เกิดประกายไฟกระจายว่อน บางส่วนของแผงวงจรระเบิดออกมาพร้อมเสียงดังสนั่น
ดวงตาของสตอร์มแท็งก์ทั้งคัน ค่อยๆ หม่นแสงลง
เสิ่นชิวถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะยกเท้าซ้ายเหยียบลงบนเกราะเหล็ก ดึงดาบกระดูกซีดออกมาจากตัวรถถัง
"เฮ้อ~ ไอ้สิ่งนี้ฆ่ายากชะมัด"
"ฆ่ายาก? นายฆ่ามันได้ในพริบตา แล้วยังบอกว่าฆ่ายากงั้นเหรอ?"
เจ้าหน้าที่ KPI สองคนที่ยืนอยู่มองเสิ่นชิวด้วยสีหน้าตกตะลึง ราวกับพวกเขากำลังฝันอยู่
"แค่โชคช่วยน่ะ ความสามารถของฉันดันไปข่มมันพอดี"
เสิ่นชิวกระแอมไอเบาๆ แล้วพูดด้วยความกระอักกระอ่วน
แต่คำอธิบายของเขากลับยิ่งทำให้เจ้าหน้าที่ KPI ทั้งสองคนรู้สึกสับสนในชีวิตหนักกว่าเดิม
เพราะทุกครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับสตอร์มแท็งก์ ทุกคนต่างเตรียมใจรับความตายไว้แล้ว แต่เสิ่นชิวกลับจัดการมันได้อย่างง่ายดายเพียงเพราะ "ความสามารถข่มกันได้" อย่างนั้นเหรอ? มันจะง่ายขนาดนั้นเลย?
ขณะเดียวกัน มู่หานที่เห็นว่าสตอร์มแท็งก์ถูกกำจัดแล้วก็รีบวิ่งเข้ามาหาพวกเขา
"พวกนายไม่เป็นไรใช่ไหม?"
"ไม่เป็นไร เธอรีบไปยังที่หลบภัยเถอะ พวกเราต้องไปช่วยเหลือจุดอื่นต่อแล้ว"
หยุนเซี่ยวซีเหลือบดูโทรศัพท์ พบว่ามีข้อความร้องขอความช่วยเหลือขึ้นมา เธอจึงหันไปบอกมู่หาน
มู่หานจับมือของหยุนเซี่ยวซีแน่น พลางกล่าวด้วยความเป็นห่วง
"เซี่ยวซี ระวังตัวด้วยนะ!"
"อืมๆ"
หยุนเซี่ยวซีพยักหน้ารับ
"เสิ่นชิว ฝากดูแลเซี่ยวซีด้วยนะ"
มู่หานหันไปสั่งเสิ่นชิว
"ฉันจะดูแลเธออย่างดีแน่นอน"
เสิ่นชิวไม่ได้มีความรู้สึกไม่ดีกับมู่หาน อย่างน้อยเธอก็ดีกว่าพวกหญิงสาวจอมเสแสร้งพวกนั้น
มู่หานไม่พูดอะไรมากกว่านี้ก่อนจะรีบวิ่งไปยังทางเข้าที่หลบภัย ส่วนเสิ่นชิวและหยุนเซี่ยวซีก็หันหลังออกเดินทางต่อ
"เราจะไปที่ไหนกันต่อ?"
เสิ่นชิวถามขณะวิ่ง
"ไปที่ถนนซีโจว ที่นั่นมีสตอร์มไบค์อาละวาดอยู่เยอะ กองทหารป้องกันเริ่มรับมือไม่ไหวแล้ว"
หยุนเซี่ยวซีตอบสั้นๆ
แต่ในขณะนั้นเอง โทรศัพท์ของเสิ่นชิวก็สั่นขึ้น
เขาหยิบขึ้นมาดู ปรากฏว่าเป็นสายจากฉีตง เขาจึงกดรับทันที
"ว่าไง?"
"พี่ชาย! แย่แล้ว!"
"เกิดอะไรขึ้น?"
เสิ่นชิวขมวดคิ้วถาม
"อาคารสำนักงานใหญ่ของหน่วยที่สามกำลังถูกโจมตีโดยกองทัพจักรกล! คนในหน่วยส่วนใหญ่ยังอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจ ขณะนี้สถานการณ์กำลังจะพังทลายแล้ว!"
ฉีตงพูดด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น
"สำนักงานใหญ่ของหน่วยที่สามกำลังจะล่มงั้นเหรอ?!"
เสิ่นชิวได้ยินดังนั้น สมองของเขาก็แทบจะหยุดคิด มันเป็นสถานการณ์ที่ไม่น่าเชื่อ
หยุนเซี่ยวซีที่อยู่ข้างๆ ได้ยินก็เริ่มตื่นตระหนก รีบถามขึ้น
"สำนักงานใหญ่ของเราถูกโจมตีอย่างนั้นเหรอ?!"
"ใช่แล้ว"
เสิ่นชิวตอบตรงไปตรงมา
หยุนเซี่ยวซีรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาหลี่เยี่ยนทันที
เสียงสัญญาณดังขึ้นไม่นาน โทรศัพท์ก็ต่อสาย
ท่ามกลางเสียงระเบิดและเสียงโกลาหล หลี่เยี่ยนพูดขึ้น
"เซี่ยวซี มีอะไรเหรอ? ฉันกำลังยุ่งอยู่!"
"หลี่เยี่ยน! สำนักงานใหญ่ของเราถูกโจมตี! เรากำลังจะไม่มีที่อยู่แล้ว!"
"อะไรนะ?! ไอ้พวกเวรนั่นมัวทำอะไรอยู่?! ปล่อยให้บ้านตัวเองถูกถล่มได้ยังไงวะ!"
หลี่เยี่ยนระเบิดอารมณ์อย่างโกรธเกรี้ยว แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบดี
เสียงระเบิดลูกใหญ่ก็ดังขึ้นผ่านสายโทรศัพท์ ตามมาด้วยเสียงกระแทกและเสียงวัตถุหล่นกระจาย
"หลี่เยี่ยน?! หลี่เยี่ยน นายยังอยู่ไหม?!"
หยุนเซี่ยวซีรีบตะโกนถามด้วยความร้อนรน
“แค่กๆ ไม่ตายหรอก รีบกลับไปช่วยสนับสนุนเถอะ อย่ามัวแต่ห่วงฉัน เดี๋ยวทางนั้นจะถูกยึดไปก่อน ฉันไม่คุยกับเธอแล้ว ตอนนี้เจอก้างชิ้นใหญ่เข้าให้ เดี๋ยวจัดการเสร็จจะรีบกลับไปทันที”
หลี่เยี่ยนพูดจบก็ตัดสายไป
หยุนเซี่ยวซีรีบหันหน้าไปทางเสิ่นชิว พูดด้วยความร้อนรนสุดๆว่า
“เสิ่นชิว พวกเราต้องรีบกลับไปที่หน่วยที่สาม ถ้าช้าไป อาจจะไม่ทันการณ์นะ”
“อย่าเพิ่งร้อนใจ พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”
เสิ่นชิวปลอบหยุนเซี่ยวซี
ทันใดนั้น รถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งก็พุ่งตรงมาทางนี้ด้วยความเร็วสูง ดูท่าจะไปยังจุดหลบภัย
เสิ่นชิวรีบยกมือขวางไว้ทันที
เอี๊ยดดดด!
เสียงเบรกแหลมดังขึ้น มอเตอร์ไซค์คันนั้นก็หยุดลง
หญิงสาวผมทองคนหนึ่งที่อยู่บนรถถอดหมวกกันน็อกออกมาแล้วถามว่า
“ต้องการความช่วยเหลือไหม? ฉันกำลังจะไปจุดหลบภัย พวกคุณติดรถไปด้วยได้นะ”
“พวกเราคือหน่วย KPI ที่สาม เพิ่งออกจากจุดหลบภัยมา ตรงนั้นปลอดภัยแล้ว ตอนนี้อยากขอยืมรถของเธอเพื่อไปยังพื้นที่ต่อไป ช่วยหน่อยได้ไหม?”
เสิ่นชิวพยายามอธิบายกับฝ่ายตรงข้าม ถ้าเดินเท้าไปคงไม่ทันการณ์แน่ๆ
“ได้! แต่นายขี่เป็นหรือเปล่า? รถฉันเป็นมอเตอร์ไซค์แข่งโดยเฉพาะ หนักมาก คนทั่วไปขี่ไม่ค่อยได้หรอก”
หญิงสาวผมทองอึ้งไปเล็กน้อยแล้วถามกลับ
“ขี่ได้”
เสิ่นชิวตอบอย่างมั่นใจ
เมื่อเห็นท่าทีของเสิ่นชิว หญิงสาวจึงลงจากรถ ส่งหมวกกันน็อคให้เสิ่นชิว
“ขอบใจนะ ภายหลังไปเอารถคืนได้ที่หน่วยสาม”
เสิ่นชิวรับหมวกกันน็อกมา แล้วกระโดดขึ้นรถทันที!
หยุนเซี่ยวซีรีบขึ้นรถตามไป แต่ก็ถามอย่างกังวลว่า
“นายขี่เป็นเหรอ?”
“นิดหน่อย เคยเล่นมาก่อนน่ะ นั่งดีๆ ล่ะ จับแน่นๆ!”
เสิ่นชิวตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม จากนั้นก็บิดคันเร่งพุ่งทะยานออกไปทันที
“ว้าย~”
หยุนเซี่ยวซีส่งเสียงกรีดร้องออกมาแทบจะทันที เธอยังไม่ทันตั้งตัว เกือบจะถูกเหวี่ยงตกจากรถ
...
สำนักงานใหญ่หน่วยที่สาม
เจ้าหน้าที่ KPI แต่ละคนถอยหลังไปอย่างตื่นตระหนก
สนามหญ้าหน้าอาคารสำนักงานถูกพลิกคว่ำทั้งหมด
ปืนกลหนักจำนวนมากผุดขึ้นมา เปิดฉากกระหน่ำยิงใส่เหล่าสตอร์มไบค์ที่พุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง!
ตูมๆ!
สตอร์มไบค์ถูกยิงระเบิดกระจายเป็นชิ้นๆ
แต่ในชั่วพริบตาถัดมา รถถัง สตอร์มแท็งก์จำนวนมากที่ทนต่อห่ากระสุนได้ดี ก็พุ่งเข้ามาอย่างดุดัน
พวกมันพุ่งชนป้อมปืนอัตโนมัติจนพังยับ แหลกละเอียดไปใต้รางเหล็กของพวกมัน!
จากนั้นหุ่นรบ "ทานหลาง" ก็เคลื่อนเข้ามาเพิ่มด้วย ช่องปล่อยขีปนาวุธที่หน้าท้องของมันเปิดออก!
ฟิ้ว!
ขีปนาวุธหนึ่งลูกถูกยิงออกไป พุ่งตรงไปยังใจกลางอาคาร!
ตูมมมม!
แรงระเบิดขนาดมหึมาพุ่งทะยานขึ้นฟ้า
อาคารที่มีรูปร่างเหมือนถ้วยน้ำ ถูกระเบิดตรงกลางเป็นโพรงขนาดใหญ่...
..........