- หน้าแรก
- บทท่านเทพดีนี่ หวานปากข้าล่ะสิสหายพรต
- บทที่ 17 : ใช่แล้ว! ท่านผู้อาวุโส!
บทที่ 17 : ใช่แล้ว! ท่านผู้อาวุโส!
บทที่ 17 : ใช่แล้ว! ท่านผู้อาวุโส!
บทที่ 17 : ใช่แล้ว! ท่านผู้อาวุโส!
ภายในลานเรือนบนยอดเขาอวี่ซาง เฉียนอวิ๋นกำลังชงชาอย่างสง่างาม
ในขณะเดียวกัน ซูหลีกำลังเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับศิษย์พี่ศิษย์น้องผมเงินคู่หนึ่งจากสำนักเดียวกันที่ออกเดินทางโดยรถไฟ
ในจังหวะที่ซูหลีกำลังจะเกริ่นถึงแก่นแท้แห่งความรักอันลึกซึ้งระหว่างศิษย์พี่ศิษย์น้องผมเงินคู่นี้ ทันใดนั้น ปราณกระบี่สายหนึ่งก็พุ่งวาบเข้ามา!
"ศิษย์พี่"
เฉียนอวิ๋นที่สัมผัสได้ถึงปราณกระบี่อันดุดันเช่นกัน หันไปมองศิษย์พี่ของนางด้วยสายตาเป็นคำถาม
"ไม่เป็นไร" ซูหลียิ้มแห้งๆ "น่าจะเป็นเขานั่นแหละ"
ซูหลียกชาขึ้นจิบอย่างใจเย็น
ในขณะนี้ จ้าวซินได้มายืนอยู่หน้าลานเรือนบนยอดเขาอวี่ซางเรียบร้อยแล้ว
ยืนอยู่หน้าลานเรือน มองดูความเรียบง่าย (และค่อนข้างซอมซ่อ) ของเรือน จ้าวซินสูดหายใจลึก
"ผู้น้อย! จ้าวซินแห่งหอวิหากระบี่ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เชียนหลิง! มาเพื่อคารวะท่านผู้อาวุโส!"
จ้าวซินเอ่ยช้าๆ น้ำเสียงของเขาดังก้องด้วยพลังปราณ
สิ้นเสียงจ้าวซิน ประตูรั้วก็เปิดออก ซูหลีเดินออกมา
ซูหลีสวมชุดคลุมยาวสีขาวเรียบๆ แม้จะดูราคาไม่แพง แต่กลับสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบอย่างยิ่ง (ทั้งหมดนี้เฉียนอวิ๋นเป็นคนซัก พับ และรีดให้ด้วยมือเอง)
ผมยาวของซูหลีรวบขึ้นสวมครอบผม ไม่มีผมหลุดลุ่ยแม้แต่เส้นเดียว (เฉียนอวิ๋นเป็นคนจัดทรงให้ซูหลีทุกเช้าเช่นกัน)
ข้างกายซูหลี มีสตรีสองนางยืนขนาบข้าง
สตรีผู้หนึ่งมีผมยาวสลวยดุจน้ำพุสีหมึกดำขลับ เกล้าเป็นมวยประดับปิ่นหยกอย่างหลวมๆ และเครื่องประดับระย้าที่ห้อยตุ้งติ้งแกว่งไกวอยู่ข้างขมับ
คิ้วของนางเข้มโดยไม่ต้องเขียน ผิวพรรณขาวผ่องนวลเนียนดุจหยกโดยไม่ต้องผัดแป้ง
ริมฝีปากอิ่มเอิบยามเม้มเข้าหากันดูสดใสราวกับผลไม้สีแดง
ชุดผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์สวมอยู่บนเรือนร่าง รัดเอวด้วยแถบผ้าไหมสีเขียว เผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวอันงดงามได้ทันที
ราวกับว่านางยืนอยู่ ณ ที่แห่งใด ที่นั่นก็จะมีสายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิพัดผ่าน
อีกด้านหนึ่งของซูหลี เด็กสาวตัวน้อยในชุดสีชมพูก็น่ารักน่าชังอย่างเหลือเชื่อ ใบหน้าเล็กเรียวขนาดเท่าฝ่ามือ ดวงตาใสกระจ่างดุจสายน้ำพุ เปี่ยมไปด้วยพลังวิญญาณ
โดยเฉพาะผมยาวสีเงินบริสุทธิ์ที่ทิ้งตัวลงบนไหล่ สะท้อนแสงระยิบระยับราวกับหิมะแรกในต้นฤดูหนาว
ใบหน้าเนียนละเอียดราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ
จ้าวซินประหลาดใจยิ่งนัก ไม่คิดเลยว่าศิษย์ของยอดเขาอวี่ซางจะงดงามปานนี้
พักเรื่องเด็กน้อยที่กำลังจะเติบโตเป็นสาวงามในอนาคตไว้ก่อน แค่สตรีสาวที่ยืนอยู่ข้างกายท่านผู้อาวุโส หากวัดกันที่รูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว ก็สามารถเทียบชั้นได้กับองค์หญิงศักดิ์สิทธิ์และน้องสาวของเขาเลยทีเดียว
หญิงงามสะคราญโฉมปานนี้ เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอก ย่อมต้องเป็นที่หมายปองของศิษย์นับไม่ถ้วนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เป็นแน่แท้
แต่เหตุใดเขาถึงไม่เคยได้ยินชื่อนางมาก่อนเลย?
อย่างไรก็ตาม จ้าวซินเพียงแค่สงสัยเล็กน้อยเท่านั้น
สำหรับจ้าวซินแล้ว ต่อให้อีกฝ่ายจะงดงามเพียงใด ก็หาได้สำคัญไม่
สตรีหรือ จะมาเทียบกับความสุขในการฝึกทวนได้อย่างไร?
ในสายตาของจ้าวซิน มีเพียงซูหลีเท่านั้น!
เขาเชื่อมั่น! ท่านผู้อาวุโสจะต้องชี้ทางสว่างให้เขาได้อย่างแน่นอน!
"ท่านผู้อาวุโส ผู้น้อยไม่ได้ส่งเทียบเชิญล่วงหน้า บุ่มบ่ามมารบกวน โปรดอภัยให้ผู้น้อยด้วย!" จ้าวซินประสานมือคารวะด้วยกระบี่อีกครั้ง
"ท่านผู้อาวุโส?"
ได้ยินคำเรียกขานของจ้าวซิน ซูหลีก็ชะงักไป
จ้าวซินน่าจะอายุมากกว่าเขาเป็นร้อยปีไม่ใช่หรือ?
เขาอายุยังไม่ถึงยี่สิบปีเลย ท่านมาเรียกข้าว่าผู้อาวุโสทำไม?
"ศิษย์พี่จ้าว ท่านเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า? ข้าไม่ใช่ผู้อาวุโสอะไรทั้งนั้น"
"มิได้! ท่านผู้อาวุโส โปรดอย่าเรียกผู้น้อยว่า 'ศิษย์พี่' เลย ผู้น้อยมิอาจรับไว้ได้!"
"ไม่ๆๆ ศิษย์พี่จ้าว อย่าพูดเช่นนั้นเลย ท่านเข้าสำนักมาก่อนข้าตั้งร้อยกว่าปี..."
"นั่นไม่ใช่ประเด็น! ท่านต่างหากคือผู้อาวุโสที่แท้จริง! โปรดอย่าถ่อมตัวเช่นนี้เลยขอรับ"
"ศิษย์พี่จ้าว!"
"ท่านผู้อาวุโส! จ้าวซินทราบดี ท่านคือยอดคนผู้กลับชาติมาเกิด เพียงแค่มาใช้ชีวิตสันโดษบนยอดเขาอวี่ซาง ไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนเท่านั้น"
ดวงตาของจ้าวซินเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ
"ผู้น้อยเข้าใจทุกอย่างแล้วขอรับ!"
"???"
ซูหลีอ้าปากค้างเล็กน้อย
เดี๋ยวนะ ข้าไปเป็นยอดคนกลับชาติมาเกิดตั้งแต่เมื่อไหร่?
แล้วท่านไปเอาความคิดนี้มาจากไหนกัน?
ท่านไม่เข้าใจอะไรเลยสักนิด!
ในเวลาเดียวกัน เฉียนอวิ๋นและอินหลิงก็หันมามองซูหลี ซูหลีรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน สื่อความหมายว่า "ข้าเปล่า ข้าไม่ได้ทำ เขาคิดไปเองทั้งนั้น!"
ในขณะที่ซูหลีกำลังรู้สึกว่าตัวเองบริสุทธิ์ผุดผ่อง เสียงของระบบก็ดังขึ้นในหัว
[ตรวจพบว่าโฮสต์มีอิทธิพลต่อชีวิตของจ้าวซิน เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเขา มอบรางวัล 3,000 คะแนนชะตา]
หือ? ข้าเปลี่ยนชีวิตเขาแล้วเหรอ?
เร็วขนาดนั้นเชียว?
ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ
ซูหลีเปิดใช้งานความสามารถในการมองเห็นชะตา และบทบาทชีวิตของจ้าวซินก็เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ!
แต่หลังจากอ่านจบ คิ้วของซูหลีก็กระตุก
[จ้าวซิน (โชคชะตาระดับแดง): ศิษย์พี่ใหญ่หอวิหากระบี่ เคยเขียนเรียงความเรื่อง "ท่านพ่อเจ้าหอวิหากระบี่ของข้า" ได้รับรางวัลวรรณกรรมดีเด่นของหอวิหากระบี่
จ้าวซินเคยสับสน เคยโดดเดี่ยว เคยสิ้นหวัง และเคยไร้ที่พึ่ง
ในฐานะดาวรุ่ง เขามีเรื่องให้กังวลมากเกินไป
อย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุดเขาเลือกวิถีแห่งทวนภายใต้การชี้แนะของซูหลีแห่งยอดเขาอวี่ซาง
หนึ่งเดือนหลังจากมาเยือนซูหลี จ้าวซินทำลายกระดูกกระบี่ของตนเอง เลือกที่จะเริ่มต้นใหม่
สวรรค์เข้าข้างจ้าวซิน จ้าวซินหลงเข้าไปใน 'ยอดเขาพิษเหมันต์' ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เชียนหลิง และพบคัมภีร์ลับวิชาทวนเล่มหนึ่ง
คัมภีร์ลับวิชาทวนเล่มนี้ เซียนทวนอันดับหนึ่งในใต้หล้าเมื่อสามหมื่นปีก่อนได้ทิ้งไว้! เพื่อมอบให้แก่ผู้มีวาสนาเท่านั้น!
ความพยายามและพรสวรรค์ ความหลงใหลและความเพียรพยายาม
จ้าวซินบำเพ็ญเพียรตามคัมภีร์ลับเล่มนี้อย่างขะมักเขม้นไม่ถึงสิบปี เขาก็บรรลุเคล็ดวิชา 'ประกายหนาวเหน็บมาถึงก่อน'! ตามด้วย 'ทวนพุ่งทะยานดุจมังกร'!
ในเวลาเพียงสิบปี! ความสำเร็จในวิถีแห่งทวนของเขาก้าวหน้าถึงขั้นขอบเขตจินตันขั้นสมบูรณ์!
ทว่า ในระหว่างปฏิบัติภารกิจ จ้าวซินเผชิญหน้ากับจอมทวนอันดับหนึ่งของพรรคมาร!
จ้าวซินสามารถถอยหนีได้ แต่เพื่อทำความเข้าใจแก่นแท้แห่งวิถีทวนท่ามกลางความเป็นความตาย จ้าวซินเลือกที่จะบุกตะลุยไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ
ในที่สุดเขาก็สิ้นชีพในสนามรบ
แต่ในใจของจ้าวซิน แม้ตัวตาย เขาก็ไม่เคยนึกเสียใจ
เขายังคงขอบคุณท่านผู้อาวุโสแห่งยอดเขาอวี่ซางผู้นั้น ที่ทำให้เขามุ่งมั่นในวิถีแห่งทวน!
เขาไม่เคยรู้สึกว่าตนมีชีวิตชีวาเท่านี้มาก่อน]
"อ่า นี่มัน... ทำไมจุดจบของเจ้ายังน่าอนาถเหมือนเดิมล่ะเนี่ย?" หลังจากอ่านบทบาทชีวิตที่เปลี่ยนไป ซูหลีก็อึ้งไปเลย
"จ้าวซิน" อารมณ์ของซูหลีค่อนข้างซับซ้อน
"ท่านผู้อาวุโส"
เห็นสายตาจริงจังของซูหลี จ้าวซินก็ประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม รู้สึกว่าท่านผู้อาวุโสจะต้องมีคำสั่งสอนแก่เขาเป็นแน่!
"เจ้าอยากจะละทิ้งวิถีแห่งกระบี่จริงๆ หรือ? อันที่จริง ข้าว่าวิถีแห่งกระบี่ก็ดีออกนะ"
คนหนึ่งตรอมใจตาย อีกคนตายในสนามรบ
อย่างน้อยคนแรกก็ตายตามอายุขัย
"ท่านผู้อาวุโสยังคงสงสัยในความมุ่งมั่นของผู้น้อยอยู่หรือขอรับ?"
"???"
"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น วันนี้ ซินจะทำลายกระดูกกระบี่แต่กำเนิด เพื่อสาบานตน! ชาตินี้ขอมีเพียงทวนเดียว! ไม่บ้าคลั่ง ไม่ใช่ชีวิต!"
"เดี๋ยว! จ้าวซิน! ข้าเชื่อเจ้าแล้ว! อย่าทำนะ!"
ซูหลีเพิ่งจะเอ่ยปากพลางยื่นมือห้ามปรามด้วยความร้อนรน
แต่ในพริบตาเดียว จ้าวซินก็หักกระดูกกระบี่แต่กำเนิดของตนเองทิ้งเสียแล้ว!
"เช่นนี้... ท่านผู้อาวุโส เชื่อในความมุ่งมั่นของผู้น้อยแล้วหรือยังขอรับ?" มองดูซูหลี จ้าวซินยิ้มทั้งที่มีเลือดไหลซึมจากมุมปาก
[ติ๊ง! เนื่องจากคำพูดสามประโยคของโฮสต์ ทำให้จ้าวซินทำลายกระดูกกระบี่ของตนเองเร็วกว่ากำหนดหนึ่งเดือน มอบรางวัลให้โฮสต์ 1,000 คะแนนชะตา]
ซูหลียืนตัวแข็งทื่อ คิ้วกระตุกยิกๆ
ซูหลีรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นคนบาป
เขารู้สึกด้วยซ้ำว่าถ้าจ้าวซินตายจริงๆ ก็เป็นความผิดของเขานั่นแหละ!
"จ้าวซิน เอ๋ย จ้าวซิน ทำไมต้องลำบากขนาดนี้? เจ้ามีพ่อเป็นเจ้าหอวิหากระบี่ มีพรสวรรค์ด้านกระบี่ที่น่าทึ่ง มีน้องสาว มีบ้าน ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย?"
"มิได้ขอรับ ท่านผู้อาวุโส!"
จ้าวซินส่ายหน้า มองซูหลีด้วยสายตามุ่งมั่น
"แม้ข้าจะมีพ่อเป็นเจ้าหอวิหากระบี่
แม้ข้าจะต้องกังวลทุกวันว่ามีหินวิญญาณให้ใช้มากเกินไป
แม้ข้าจะมีน้องสาวสวยปานนางฟ้า และมีคนนับไม่ถ้วนอยากมาเป็นน้องเขย
และแม้ข้าจะดูแลอสังหาริมทรัพย์บนยอดเขาจกว่าสิบลูกในหอวิหากระบี่...
แต่! ผู้น้อยไม่เคยรู้สึกผ่อนคลายเท่าตอนนี้มาก่อนเลย! นี่สิคือการมีชีวิตอยู่จริงๆ!"
มองจ้าวซินที่ประสานมือโค้งคำนับอย่างซาบซึ้งใจตรงหน้า
"เฮ้อ"
ผ่านไปครู่ใหญ่ ซูหลีถอนหายใจยาว แล้วเงยหน้าขึ้น แววตาจริงจังอย่างที่สุด
"จ้าวซิน ข้าขอถามเจ้า แม้หนทางข้างหน้าจะเป็นป่าทึบมืดมิด ปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งขาวโพลน เจ้าก็จะยังก้าวเดินต่อไปใช่หรือไม่?"
"ใช่ขอรับ!"
"แม้ข้างหน้าจะเป็นหลุมดำมืดมิด เจ้าก็จะสำรวจมันอย่างไม่ลดละใช่หรือไม่?"
"ใช่ขอรับ! ท่านผู้อาวุโส!"
"ข้าเข้าใจแล้ว"
ซูหลีตบไหล่เขา
"เจ้ากลับไปก่อนเถอะ เมื่อถึงเวลา ข้าจะมอบสุดยอดวิชาทวนให้เจ้า!"
"ขอรับ! ท่านผู้อาวุโส!"
มองดูซูหลี จ้าวซินกล่าวด้วยความตื่นเต้น สีหน้าดีใจราวกบเด็กน้อยวัยร้อยห้าสิบขวบ
"แต่เจ้าจงจำไว้ให้ดี!"
ซูหลีมองจ้าวซินด้วยความจริงจัง
"ในอนาคต เจ้าจะเผชิญเคราะห์กรรมถึงชีวิต เจ้าจะเจอกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง! เจ้ารู้ไหมว่าเจ้าควรทำอย่างไร?"
"ข้ารู้!" ดวงตาของจ้าวซินลุกโชน
"คืออะไร?"
"คือการที่ผู้น้อยจะสู้กับมันจนตัวตาย และทำความเข้าใจแก่นแท้แห่งวิถีทวนท่ามกลางความเป็นความตายขอรับ!"
ซูหลี : "???"