เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 ชื่อเสียงป่นปี้ เชินเยว่สิ้นท่า

บทที่ 7 ชื่อเสียงป่นปี้ เชินเยว่สิ้นท่า

บทที่ 7 ชื่อเสียงป่นปี้ เชินเยว่สิ้นท่า


บทที่ 7 ชื่อเสียงป่นปี้ เชินเยว่สิ้นท่า

ภาพความเจ็บปวดรวดร้าวของเชินจวินอู่ที่ปรากฏในวิดีโอ ทำให้ผู้คนต่างตั้งคำถามด้วยความสงสัยว่า เชินเยว่ต้องทำเรื่องเลวร้ายและไร้มนุษยธรรมขนาดไหน ถึงบีบให้เชินจวินอู่ต้องตอบโต้กลับด้วยความโกรธแค้นถึงเพียงนี้?

คุณชายตระกูลเชิน จิตใจอำมหิตผิดมนุษย์ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

ตัวแทนจากสี่สถาบัน รวมถึงเย่เชียนอวี่ ต่างถูกคำพูดของเชินจวินอู่กระตุ้นความสนใจ จนต้องหันไปจ้องมองวิดีโอหลักฐานอย่างตั้งใจ

"บัดซบ! บัดซบที่สุด!"

"หน้าไม่อาย! ช่างหน้าไม่อายเหลือเกิน!"

ทันทีที่วิดีโอเริ่มเล่น เฉาจวินเห็นภาพเชินเยว่ลักลอบใช้อาวุธต้องห้าม เขาก็ระเบิดอารมณ์ด่าทอออกมาด้วยความเดือดดาลทันที

หลักฐานมัดตัวแน่นหนาขนาดนี้เชียวหรือ?

เชินเยว่สิ้นหวังในทันที

จวงลู่และพรรคพวกอีกแปดคนต่างหวาดกลัวจนเข่าอ่อน ทรุดลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ

การลักลอบนำอาวุธต้องห้ามเข้าไปในแดนลับสอบเข้าวิทยาลัยยุทธ์ เพียงแค่ข้อหานี้ข้อหาเดียว ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาจบเห่แล้ว

"เดรัจฉาน! ไอ้พวกสัตว์นรก!"

"เชินเยว่ ไอ้สัตว์เดรัจฉาน ทำไมแกไม่ไปตายซะ!"

เมื่อวิดีโอเล่นมาถึงฉากที่เชินจวินอู่บุกเข้าไปตัดหัวราชาอสูรกิ้งก่า แล้วถูกเชินเยว่ลอบโจมตีด้วยความเคียดแค้น เฉาจวินและเย่เชียนอวี่ต่างสบถด่าออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

เกือบไปแล้ว...

ประเทศชาติเกือบต้องสูญเสียอัจฉริยะผู้ฝึกฝนทั้งวิทยายุทธ์และพลังพิเศษไปเพราะไอ้สารเลวนี่

สมควรตายเป็นพันครั้งก็ยังไม่สาสม!

"เฮ้ย! ไอ้เกิง แกไสหัวมานี่!"

เฉาจวินระงับความโกรธไม่ไหว หันไปตวาดใส่หัวหน้าเกิงด้วยสายตาดุดัน

หัวใจของหัวหน้าเกิงกระตุกวูบ เหงื่อเย็นผุดพราวเต็มหน้าผาก เขารีบก้าวเท้าเข้ามาหาอย่างกล้าๆ กลัวๆ

"แกแหกตาดูให้ชัดๆ แล้วทำความเข้าใจซะ!"

เฉาจวินยัดโทรศัพท์ใส่มือหัวหน้าเกิงอย่างแรง "ดูให้เต็มตา!"

"ครับ! ครับผม!"

หัวหน้าเกิงรู้ตัวว่างานเข้าอย่างจัง จึงไม่กล้าแสดงท่าทีไม่พอใจแม้แต่น้อย

หลังจากดูวิดีโอจนจบ

ขาของหัวหน้าเกิงอ่อนจนแทบยืนไม่อยู่

เรื่องใหญ่แล้ว

เขากลายเป็นคนที่เกือบจะช่วยตระกูลเชินกดขี่และใส่ร้ายอัจฉริยะผู้มีอนาคตไกล งานนี้เขาซวยหนักแน่

เมื่อคิดได้ดังนั้น

สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวของหัวหน้าเกิงตอนนี้คือ ต้องรีบแก้ไขสถานการณ์เพื่อชดเชยความผิด

เขาหันขวับไปจ้องหน้าเชินเยว่เขม็ง ชูโทรศัพท์ที่เปิดวิดีโอค้างไว้ให้ทุกคนเห็น "ทุกท่าน! เรื่องราวชัดเจนแล้ว มีหลักฐานเป็นวิดีโอยืนยัน ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น"

"เป็นเชินเยว่ จวงลู่ และพรรคพวก ที่ลักลอบใช้อาวุธต้องห้ามเข้าไปรุมสังหาร 'ราชาอสูรกิ้งก่า' ระดับ 1 จนถูกทักษะติดตัวของราชาอสูรเล่นงานจนตกอยู่ในอันตราย"

"เป็นนักเรียนเชินจวินอู่ที่ยื่นมือเข้าช่วยในนาทีวิกฤต ช่วยชีวิตเชินเยว่จากราชาอสูรและสังหารมันลงได้"

"แต่เพียงเพื่อ 'มุกวิญญาณ' ระดับ 1 เชินเยว่กลับไม่คำนึงถึงสายเลือดพี่น้อง ลอบกัดเชินจวินอู่อย่างหน้าไม่อาย นั่นจึงเป็นเหตุให้นักเรียนเชินจวินอู่ต้องป้องกันตัวและทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บสาหัส"

"ส่วนรองผู้อำนวยการเยว่จิน ก็สมรู้ร่วมคิดกับเชินเยว่ บิดเบือนความจริง ใส่ร้ายป้ายสีนักเรียนเชินจวินอู่ ซ้ำยังลอบทำร้ายผู้บริสุทธิ์และพยายามทำลายหลักฐาน ความผิดของพวกมันชั่วช้าสามานย์ สมควรตาย!"

สิ้นเสียงประกาศก้อง

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ดังกระหึ่มขึ้นทันที

"เดรัจฉาน! สัตว์นรกชัดๆ!"

"พี่ชายแท้ๆ ช่วยชีวิตมันไว้ แต่มันกลับเนรคุณ ลอบกัดเขาหน้าตาเฉย?"

"เชินเยว่พยายามฆ่าพี่ชายตัวเอง พี่ชายแค่โกรธจนป้องกันตัวทำมันบาดเจ็บ แต่มันกลับไม่สำนึก? ยังไปรวมหัวกับรอง ผอ. บิดเบือนความจริง บีบให้พี่ชายตัวเองยอมรับผิดเนี่ยนะ?"

"นี่น่ะหรือคุณชายตระกูลเชิน? เป็นคนแบบนี้เองเหรอ?"

"มิน่าล่ะ เชินจวินอู่ถึงไม่อยากงัดหลักฐานออกมาแต่แรก เขาคงไม่อยากให้เชินเยว่เสียชื่อเสียง จิตใจของเขาช่างประเสริฐนัก!"

"สมแล้วที่เป็นนักเรียนอันดับหนึ่งของโรงเรียนมัธยมชางอวิ๋นของเรา!"

คำพูดของผู้คนเปรียบเสมือนคมมีด

ที่เชือดเฉือนโดยไร้ร่องรอยบาดแผล

สายตาที่มองมาด้วยความรังเกียจและคำด่าทอที่ถาโถมเข้ามา ทำให้เชินเยว่ไม่อาจทานทนได้อีกต่อไป เขากระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโต ก่อนจะหมดสติล้มพับไปคาที่

เมื่อเห็นจุดจบของเชินเยว่

หลิวเฟยเฟยไม่ได้รู้สึกสงสารหรือเจ็บปวดใจแม้แต่น้อย มีเพียงความสับสนและเสียดาย

ทำไมเรื่องถึงกลายเป็นแบบนี้?

เชินจวินอู่ล้มเหลวในการปลุกพลังไม่ใช่หรือ?

ส่วนเชินเยว่ปลุกพลังสำเร็จ แถมยังเป็นคุณชายสายตรงของตระกูลเชิน!

เมื่อเอาทั้งสองคนมาเทียบกัน ต่อให้เป็นคนโง่ก็ยังรู้ว่าควรเลือกใคร แล้วทำไมผลลัพธ์ถึงกลับตาลปัตรแบบนี้?

อนาคตของเธออยู่ที่ไหน?

โชคชะตาของเธอจะเป็นอย่างไรต่อไป?

"ทหาร! จับกุมตัวเชินเยว่ จวงลู่ และพรรคพวกไปสอบสวนเดี๋ยวนี้!"

หลังจากออกคำสั่ง หัวหน้าเกิงก็รีบหันกลับมาพูดกับเชินจวินอู่ด้วยท่าทีนอบน้อม "นักเรียนเชินจวินอู่ รบกวนช่วยส่งสำเนาวิดีโอให้ผมหน่อยได้ไหมครับ?"

"เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับเชินเยว่และพวกจวงลู่"

"วางใจได้เลย 'หน่วยจินอี' จะดำเนินการสอบสวนอย่างเข้มงวด... เราจะไม่มีทางละเว้นผู้ต้องหาเพียงเพราะเขามีฐานะหรือแบ็กกราวนด์เด็ดขาด หน่วยจินอีไม่มีประวัติเสื่อมเสียเช่นนั้น!"

"ได้แน่นอนครับ!"

เชินจวินอู่พยักหน้าและตอบกลับอย่างนุ่มนวล "เรื่องในวันนี้ไม่ใช่ความผิดของหัวหน้าเกิงหรอกครับ หัวหน้าเกิงไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ"

"ขอบคุณ... ขอบคุณน้องเชิน... เอ้ย ไม่สิ ขอบคุณพี่ชายเชิน! ขอบคุณมากครับ!"

เมื่อได้ยินดังนั้น หัวหน้าเกิงก็ดีใจจนเนื้อเต้น "เรื่องวันนี้เป็นความสะเพร่าของผมเองจริงๆ เกือบทำให้พี่ชายเชินต้องเดือดร้อน พี่เกิงคนนี้ต้องขอโทษด้วยจริงๆ!"

"โอ้! พี่เกิงพูดอะไรแบบนั้น คุณเองก็ถูกคนชั่วหลอกใช้... มนุษย์เราย่อมเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นเป็นอันดับแรกอยู่แล้ว ดังนั้นคุณไม่ได้บกพร่องต่อหน้าที่หรอกครับ"

เชินจวินอู่ผู้ผ่านโลกมาแล้วสองชาติ ย่อมเชี่ยวชาญในการบริหารความสัมพันธ์

"พี่ชายเชินช่างเป็นคนใจกว้างจริงๆ ขนาดถูกใส่ร้ายยังมองโลกในแง่ดี อนาคตต้องรุ่งโรจน์แน่นอน"

หัวหน้าเกิงรู้สึกโล่งใจยิ่งขึ้น รีบฉวยโอกาสตีสนิท "พี่ชายเชิน แอดวีแชตกันไว้หน่อยดีไหม... ต่อไปถ้าในเมืองชางอวิ๋นมีเรื่องอะไรให้ช่วย ก็ส่งข้อความมาหาพี่ได้เลย"

"ยินดีครับ!"

เชินจวินอู่ตอบตกลงทันที

แม้หัวหน้าเกิงจะเคยเข้าข้างเชินเยว่มาก่อน แต่เขาเป็นคนรู้จักพลิกแพลงและยอมเปลี่ยนศัตรูเป็นมิตร เชินจวินอู่จึงไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธคอนเนกชันนี้

หลังจากทักทายตามมารยาททางสังคมเสร็จสิ้น

เฉาจวินก็รีบดึงตัวเชินจวินอู่มายืนตรงหน้า แล้วถามด้วยสีหน้าจริงจัง "น้องเชิน ตอบฉันตามตรง เธอปลุกพลัง 'สายจิตวิญญาณ' ได้แล้วใช่ไหม? แล้วทั้งวิทยายุทธ์และพลังพิเศษก็ถึงระดับ 2 แล้วด้วย?"

สิ้นคำถามนั้น

เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นอีกระลอก

หวังหยวน ครูประจำชั้นที่เพิ่งมาถึงและยังจับต้นชนปลายไม่ถูก สะดุ้งโหยงกับคำพูดนั้น รีบพุ่งตัวเข้ามาถาม

"อะไรนะ? ทั้งวิทยายุทธ์และพลังพิเศษระดับ 2?"

"เชินจวินอู่ เธอทำพิธีปลุกพลังในวันสอบไม่ผ่านไม่ใช่เหรอ? แล้วเธอมีพลังพิเศษได้ยังไง แถมยังถึงระดับ 2 แล้วด้วย?"

หลินซวงและสาวน้อยน่ารักอย่างหวังหลิง ต่างก็ขยับเข้ามาล้อมวง จ้องมองเขาตาแป๋วเพื่อรอคำตอบ

"แหม!"

"อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นสิครับ ผมไม่ใช่สาวสวยนุ่งสั้นสักหน่อย!"

เชินจวินอู่ยิ้มเขินๆ เขาเตรียมคำตอบสำหรับเรื่องนี้ไว้แล้ว

"ไม่ต้องมาทำหน้าระรื่น" เรื่องนี้สำคัญเกินไป หวังหยวนต้องการคำอธิบายเดี๋ยวนี้ "รีบบอกมา มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"

"ครูหวังครับ ความจริงมันง่ายนิดเดียว"

"ก่อนจะถึงวันสอบเข้าวิทยาลัยยุทธ์ ผมได้ปลุกพลัง 'สายจิตวิญญาณ' ตื่นขึ้นมาด้วยตัวเองแล้วครับ"

เชินจวินอู่ยิ้มพร้อมตอบกลับ "ดังนั้น ในพิธีปลุกพลังวันสอบ มันเลยเป็นไปไม่ได้ที่ผมจะปลุกพลังซ้ำได้อีกครั้ง มันก็เลยแสดงผลว่าล้มเหลวไงครับ!"

"หา? ปลุก... ปลุกพลังตื่นขึ้นมาเองก่อนแล้ว!!!"

เมื่อหลิวเฟยเฟยได้ยินคำตอบ สมองของเธอก็ขาวโพลน ร่างกายทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างหมดแรง

เธอกล้าทิ้งแฟนหนุ่มที่มีพรสวรรค์ระดับนี้ไปเชียวหรือ?

เธอกล้าตัดอนาคตที่สวยหรูและความสุขสบายทิ้งไปกับมือตัวเอง?

ดวงตาที่เหม่อลอยมองจากพื้น จ้องตรงไปยังเชินจวินอู่ หวังจะมองหาโอกาสหรือเยื่อใยที่หลงเหลืออยู่ในแววตาคู่นั้น

ทว่า...

ดวงตาอันสดใสของเชินจวินอู่ ไม่มีภาพของเธอสะท้อนอยู่อีกต่อไป

เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองมาทางเธอด้วยซ้ำ

"ม่ายยย! ไม่จริง!!!"

ยิ่งหลิวเฟยเฟยคิด เธอก็ยิ่งเจ็บใจ ยิ่งรู้สึกอึดอัดจนแทบคลั่ง

คนที่ควรจะได้ยืนเคียงข้างเชินจวินอู่ ได้รับความชื่นชมและสายตาอิจฉาริษยาจากผู้คน ควรจะเป็นเธอ

ไม่ใช่หลินซวง หรือหวังหลิง ที่ยืนอยู่ตรงนั้น

"เด็กดี! ยอดเยี่ยมจริงๆ!"

"ตามธรรมเนียมแล้ว พลังที่ปลุกตื่นขึ้นเองโดยอัตโนมัติก่อนวันสอบ อย่างน้อยต้องเป็นพรสวรรค์ระดับ 'มหากาพย์' ขึ้นไป"

เมื่อได้รับคำยืนยัน เฉาจวินก็หยิบใบตอบรับเข้าศึกษาออกมาจากกระเป๋าทันที "ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เซ็นชื่อแล้วเข้าเรียนกับเราเดี๋ยวนี้!"

"ไอ้เฒ่าเฉา แกเอาอีกแล้วนะ?"

เย่เชียนอวี่และตัวแทนจากอีกสามสถาบันยอมไม่ได้ รีบเข้ามาดึงตัวเชินจวินอู่ออกไป "นักเรียนเชินจวินอู่ยังไม่ทันรับปากเลย แกจะรีบไปตายที่ไหน?"

"ไสหัวไป!"

"พวกแกทุกคน ไสหัวไปให้หมด! เชินจวินอู่ต้องเป็นนักศึกษาของ 'มหาวิทยาลัยเฟิงอวิ๋น' ของฉันเท่านั้น!"

เดิมทีเฉาจวินมาที่นี่เพื่อหลินซวง แต่พรสวรรค์และอุปนิสัยของเชินจวินอู่นั้นโดดเด่นยิ่งกว่า

โดยเฉพาะอุปนิสัยของเขา

เขาเหมือนกับตาเฒ่าที่ผ่านโลกมาหลายสิบปี ทั้งเด็ดขาด รอบคอบ และเหี้ยมเกรียม

หลินซวงเทียบไม่ติดเลยสักนิด

เมื่อถูกเมินข้าม หลินซวงรู้สึกไม่พอใจลึกๆ แต่ความรู้สึกนั้นก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว เหลือไว้เพียงความดื้อรั้นอยากเอาชนะ

การแย่งชิงตัวอย่างหน้าไม่อายของ 'ห้ามหาวิทยาลัยใหญ่' ทำให้เธอรู้สึกอิจฉา

แม้เธอจะเป็นอัจฉริยะ แต่ก็ยังไม่ได้รับการปฏิบัติที่พิเศษขนาดนี้เหมือนกับเชินจวินอู่

"พวกตาแก่ตาถั่ว วิสัยทัศน์คับแคบสิ้นดี"

"นี่ลืม 'วิทยาลัยการสงคราม' ของข้าไปแล้วหรือไง?"

ในขณะที่ตัวแทนจากห้ามหาวิทยาลัยใหญ่กำลังยื้อแย่งกันอย่างดุเดือดและไร้ยางอาย เสียงอันทรงพลังเสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะพวกเขา

เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหู

ทั้งห้าคนรีบหันขวับไปมอง และก็เป็นอย่างที่คิด... ตาเฒ่าประหลาดนั่นมาจริงๆ ด้วย

สีหน้าของพวกเขาบูดบึ้งลงทันตา

เชินจวินอู่มองตามเสียงไป ก็เห็นชายชราหลังค่อม สวมเสื้อผ้าขาดวิ่น ผมเผ้าและหนวดเคราขาวโพลนจับตัวเป็นก้อนด้วยคราบสกปรก กำลังเดินย่างสามขุมเข้ามาอย่างช้าๆ

"เป็นเขา?"

เชินจวินอู่จำชายคนนี้ได้ในทันที

อดีตอันดับหนึ่งของโลก ผู้อาวุโสระดับตำนานที่ถูกล่ำลือว่ามีโอกาสทำลายขีดจำกัดทางกายภาพของมนุษย์ได้มากที่สุด

เขามาทำอะไรที่เมืองเล็กๆ อย่าง 'เมืองชางอวิ๋น' แห่งนี้?

จบบทที่ บทที่ 7 ชื่อเสียงป่นปี้ เชินเยว่สิ้นท่า

คัดลอกลิงก์แล้ว