- หน้าแรก
- เกาอู่ แค่ฆ่ามอน ก็ได้บัฟโกงๆ มาใช้เฉย
- บทที่ 2 หักเหลี่ยมโหดช่วงชิงสังหาร
บทที่ 2 หักเหลี่ยมโหดช่วงชิงสังหาร
บทที่ 2 หักเหลี่ยมโหดช่วงชิงสังหาร
บทที่ 2 หักเหลี่ยมโหดช่วงชิงสังหาร
เชินเยว่ หลิวเฟยเฟย และกลุ่มผู้ติดตามนับสิบคน รวมถึงเพื่อนร่วมชั้นอีกกว่าสิบชีวิตที่เข้ามาสมทบ ต่างตกอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมจากการถูกปิดล้อมโดยฝูงกิ้งก่าระดับสูงนับร้อยตัว
หลายคนเริ่มได้รับบาดเจ็บ
โดยเฉพาะหลิวเฟยเฟย รัศมีเทพธิดาผู้เลอโฉมมลายหายไปจนสิ้น ถุงน่องตาข่ายสีดำสุดเซ็กซี่ขาดวิ่น เผยให้เห็นบาดแผลอาบเลือดหลายแห่งจากการถูกกรงเล็บของกิ้งก่าระดับสูงขย้ำ
เลือดสีแดงสดไหลซึม สภาพของเธดูอเนจอนาถอย่างยิ่ง!
ทุกคนต่างยุ่งอยู่กับการเอาตัวรอด หลิวเฟยเฟยคิดจะตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่กลับเหลือบไปเห็นเชินจวินอู่ยืนหัวเราะร่าอย่างสบายใจอยู่ด้านหลัง เธอจึงตะเบ็งเสียงด้วยความโมโห
"เชินจวินอู่! นายจะไม่ทำอะไรเลยหรือไง?"
"ถ้าพวกเราเป็นอะไรไป ทางโรงเรียนไม่ปล่อยนายไว้แน่!"
"แล้วถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพี่เยว่ ตระกูลเชินไม่มีทางให้อภัยนายแน่ ชาตินี้นายอย่าหวังจะได้กลับเข้าตระกูลอีกเลย... ทำไมยังไม่รีบมาช่วยอีก!"
เชินจวินอู่แค่นเสียงหัวเราะ
ความตายมาจ่ออยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ ยังจะปากดีวางท่าโอหังอีกงั้นหรือ? ยังคิดจะมาบงการเขาอีก?
เขาไม่ใช่คนโง่เง่าที่โหยหาความรักจากครอบครัวจอมปลอมนั่นอีกต่อไปแล้ว
เมื่อเห็นว่าเชินจวินอู่ไม่ตอบโต้ หลิวเฟยเฟยก็ยิ่งเดือดดาล
เธอต่อสู้ไปพลาง ถอยร่นไปทางเชินจวินอู่ไปพลาง พร้อมกับหอบหายใจสั่งการ "เชินจวินอู่ ฉันสั่งให้นายลงมือเดี๋ยวนี้!"
"ถ้านายไม่ช่วย ฉันจะไม่พูดกับนายอีกตลอดไป..."
"ฉันพูดกับนายอยู่ ได้ยินไหมเนี่ย!"
เชินจวินอู่ยิ้มมุมปาก
ผู้หญิงคนนี้คงลืมไปแล้วกระมัง ว่าใครเป็นคนโยนเธอออกไปล่อสัตว์อสูร
เมื่อเริ่มเบื่อกับละครฉากนี้ เชินจวินอู่จึงตัดสินใจปั่นหัวเธอเล่น เขาพิงร่างกับก้อนหินใหญ่ ก่อนจะเอ่ยตอบอย่างเนิบนาบ
"ได้ยินแล้ว... ฉันได้ยินแล้ว!"
เขาได้ยิน
แต่เขาไม่ขยับ
มิหนำซ้ำ นอกจากจะไม่ขยับตัวไปช่วยแล้ว เขายังหวดเท้าเตะเจ้ากิ้งก่าระดับสูงตัวที่กระโจนเข้าใส่ ส่งร่างของมันลอยละลิ่วพุ่งไปทางหลิวเฟยเฟย เขี้ยวแหลมคมของมันเกือบจะงับเข้าที่ลำคอของเธอ
หลิวเฟยเฟยเอี้ยวตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิว แต่กรงเล็บของมันก็ยังกรีดผ่านใบหน้าอันแสนภาคภูมิใจของเธอจนได้เลือด
เชินเยว่เข้าใจสถานการณ์ในทันที
เชินจวินอู่ในตอนนี้ เกลียดชังหลิวเฟยเฟยเข้ากระดูกดำแล้ว
เชินเยว่รีบข่มขู่ทันควัน "เชินจวินอู่ ถ้าแกกล้าทำกับเฟยเฟยแบบนี้ ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่ ฝากไว้ก่อนเถอะ"
"ปัญญาอ่อน!"
เชินจวินอู่หัวเราะเบาๆ "ตอนนี้ เป็นฉันต่างหากที่จะไม่ปล่อยพวกแกไว้"
เชินเยว่ตกตะลึง หันกลับมามองด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "แก... แกว่าไงนะ?"
"แกได้ยินถูกแล้ว!"
"แกเป็นบ้าไปแล้วเหรอ? แหกตาดูสถานะของตัวเองกับสถานะของฉันหน่อยสิ!"
"ก็แค่สุนัขตัวหนึ่ง"
เชินจวินอู่คร้านจะต่อล้อต่อเถียง
อย่าเห็นว่าตอนนี้เชินเยว่วางท่าใหญ่โต พรสวรรค์ 'พลังธาตุสายฟ้า' ที่มันปลุกขึ้นมาได้ ก็อยู่แค่ระดับ 'หายาก' เท่านั้น
ระดับพรสวรรค์แบ่งออกเป็น 6 ขั้น
ซึ่งเหมือนกับระดับ 'คุณสมบัติ' ในระบบของเชินจวินอู่พอดิบพอดี ได้แก่ ทั่วไป, ดีเยี่ยม, หายาก, มหากาพย์, ตำนาน และ เทพเจ้า
แค่เขาฆ่ากิ้งก่าระดับสูงสักตัว ก็มีโอกาสดรอปคุณสมบัติระดับหายากได้แล้ว
ไอ้พวกที่เรียกตัวเองว่าอัจฉริยะ สำหรับเขาแล้ว มันก็แค่เรื่องไร้สาระ
ฉึก...
ฉึก!
ในจังหวะนั้นเอง กิ้งก่าระดับสูงสามตัวฉวยโอกาสพุ่งเข้าโจมตีหลิวเฟยเฟยพร้อมกัน กรงเล็บแหลมคมและเขี้ยวอาบเลือดฉีกกระชากร่างของเธออย่างต่อเนื่อง
ในที่สุด แนวป้องกันของหลิวเฟยเฟยก็พังทลาย ท่าทีหยิ่งยโสแปรเปลี่ยนเป็นการอ้อนวอนขอชีวิตทันที
"เชิน... พี่จวินอู่ ช่วยฉันด้วย ช่วยฉันด้วย!"
เชินจวินอู่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง "ได้สิ!"
"ขอแค่เธอด่าว่าเชินเยว่เป็นไอ้สัตว์เดรัจฉาน ฉันจะช่วยเธอเดี๋ยวนี้"
เมื่อเผชิญหน้ากับความเป็นความตาย หลิวเฟยเฟยไม่ลังเลแม้แต่น้อย "เชินเยว่เป็นไอ้สัตว์เดรัจฉาน!"
"เด็กดี!"
เชินจวินอู่รู้อยู่แล้วว่าคนประเภทนี้ไม่มีความรู้สึก มีแต่ผลประโยชน์ เขาจึงถามต่อ "ฉันถามเธอหน่อย เธอชอบเชินเยว่จริงๆ งั้นเหรอ?"
หลิวเฟยเฟยากัดฟัน แต่จำต้องตอบตามที่เชินจวินอู่ต้องการ "ไม่ ฉันไม่ได้ชอบเขา"
เชินจวินอู่ไม่แปลกใจเลยสักนิด เขาซักไซ้ต่อ "ในเมื่อไม่ได้ชอบ แล้วไปคบกับมันทำไม?"
คำถามนี้ เชินเยว่เองก็อยากรู้คำตอบเช่นกัน
นับตั้งแต่เขาย้ายมาที่โรงเรียนมัธยมชางอวิ๋นและได้อยู่ห้องเดียวกับเชินจวินอู่ หลิวเฟยเฟยก็พยายามเข้าหาเขามาโดยตลอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม
และในวันสอบเข้าวิทยาลัยยุทธ์ เมื่อเชินจวินอู่ปลุกพลังไม่ผ่าน หลิวเฟยเฟยก็กระโจนเข้าสู่อ้อมอกของเขาแทบจะทันที
หลิวเฟยเฟยรู้ทันความคิดของเชินจวินอู่ และรู้ดีว่าหลังจากวันนี้ ตระกูลเชินคงไม่เก็บเธอไว้แน่ เธอจึงพูดออกมาอย่างหมดเปลือก
"ตั้งแต่พลังวิญญาณฟื้นคืน สัตว์อสูรก็ยึดครองพื้นที่ป่า บีบพื้นที่อาศัยของมนุษย์เข้ามาเรื่อยๆ"
"ฉันผิดด้วยเหรอที่อยากจะมีชีวิตรอด?"
"ฉันผิดตรงไหนที่อยากได้ทรัพยากรให้มากกว่านี้?"
"ฉันผิดหรือไงที่อยากจะแข็งแกร่งขึ้นและมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม?"
"ถ้านายปลุกพลังพิเศษระดับสูงได้ คิดเหรอว่าฉันจะทิ้งนายไป?"
ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ หางขนาดใหญ่ของกิ้งก่าระดับสูงตัวหนึ่งก็ฟาดเข้าเต็มอกของหลิวเฟยเฟย ส่งร่างของเธอกระเด็นลอยละลิ่วพร้อมกระอักเลือดคำโต
กิ้งก่าสามตัวนั้นพุ่งตามไปติดๆ แยกเขี้ยวขู่คำราม เตรียมจะฉีกทึ้งหลิวเฟยเฟยประหนึ่งอาหารอันโอชะ
ไม่มีใครช่วยเธอได้นอกจากเชินจวินอู่
แต่เชินจวินอู่กลับยืนมองด้วยสายตาเย็นชา ไร้ซึ่งวี่แววว่าจะยื่นมือเข้าช่วย
สีหน้าของเขาไร้ความรู้สึกและไร้ความปรานีอย่างถึงที่สุด
ภาพนั้นทำให้เชินเยว่และพรรคพวกที่กำลังตกที่นั่งลำบากถึงกับขนลุกซู่ เพิ่งตระหนักได้เป็นครั้งแรกว่าคนคนหนึ่งจะใจดำอำมหิตได้ถึงเพียงนี้
หลังจากกลิ้งไปตามพื้นหลายตลบ หลิวเฟยเฟยจ้องมองเชินจวินอู่เขม็ง แววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ เขาจะไม่ช่วยเธอจริงๆ หรือ?
ต่อให้เธอส่งสายตาเว้าวอนเพียงใด เชินจวินอู่ก็ยังคงนิ่งเฉย
ถึงกระนั้น ในวินาทีสุดท้าย หลิวเฟยเฟยก็ยังไม่คิดว่าตัวเองทำผิดอยู่ดี
ตูม!
ครืน!
ในช่วงวิกฤตินี้เอง หญิงสาวมาดเท่ในชุดเกราะหนังสีดำทะมัดทะแมงก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง
เธอซัดฝ่ามือไปยังจุดที่หลิวเฟยเฟยอยู่
สิ้นฝ่ามือ อากาศพลันเย็นยะเยือก
พลังฝ่ามือก่อตัวเป็นกำแพงน้ำแข็งขึ้นทันตา ขวางกั้นกิ้งก่าระดับสูงสามตัวนั้นไว้ ช่วยชีวิตหลิวเฟยเฟยได้อย่างหวุดหวิด
"เฮ้อ สุดท้ายเธอก็มาจนได้!"
เชินจวินอู่ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้
เธอคือ 'หลินซวง'
หัวหน้าห้อง ม.6/8 แห่งโรงเรียนมัธยมชางอวิ๋น
อัจฉริยะอันดับหนึ่งในการสอบเข้าวิทยาลัยยุทธ์ปีนี้ของเมืองชางอวิ๋น ผู้ปลุกพลังธาตุน้ำแข็งระดับ 'มหากาพย์' ได้สำเร็จ พร้อมทักษะสุดแกร่งอย่าง 'ค่ายกลน้ำแข็ง'
ในชาติที่แล้ว ก็เป็นเธอนี่แหละที่เข้ามาช่วยเชินจวินอู่ไว้ได้ทันเวลาก่อนจะถูกฝูงกิ้งก่ารุมทึ้ง
น่าเสียดายที่เธอเป็นคนจิตใจดีเกินไป
แม้จะรู้ว่าหลิวเฟยเฟยและเชินเยว่รังแกเพื่อนร่วมชั้น แต่เธอก็ยังยื่นมือเข้าช่วยเชินเยว่ต้านทานฝูงกิ้งก่า เปิดโอกาสให้เชินเยว่ไปสังหารราชาอสูรได้สำเร็จ
ทันทีที่เธอมาถึง นักเรียนโรงเรียนชางอวิ๋นอีกนับร้อยคนที่ติดตามเธอมาก็เข้าร่วมวงไพบูลย์ เกิดเป็นการต่อสู้ตะลุมบอนขนาดใหญ่
แรงกดดันลดฮวบลงทันที
โอกาสมาถึงแล้ว
เชินเยว่ต่อสู้พลางถอยฉากออกมา กระซิบสั่งลูกสมุนแปดคนข้างกาย "ตามฉันมา เราจะไปฆ่าราชาอสูรแล้วเอากระดูกวิญญาณกัน"
ทั้งเก้าคนหายวับไปท่ามกลางความชุลมุน
เชินจวินอู่เองก็หายตัวตามพวกเขาไปเช่นกัน
เมื่อไม่มีฝูงกิ้งก่าระดับสูงคอยคุ้มกัน เชินเยว่และลูกสมุนทั้งแปดก็บุกเข้ามาในอาณาเขตของราชาอสูรได้อย่างง่ายดาย
เหมือนในชาติที่แล้วไม่มีผิด เพื่อให้เชินเยว่ได้เข้าเรียนที่วิทยาลัยการสงคราม ตระกูลเชินไม่ลังเลที่จะใช้ช่องโหว่ของ 'แหวนมิติ' ลักลอบนำอาวุธต้องห้ามเข้ามาในแดนลับ
การสอบเข้าวิทยาลัยยุทธ์ไม่ได้ทดสอบแค่พละกำลัง แต่ยังทดสอบจิตใจและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ดังนั้นจึงไม่อนุญาตให้นำอาวุธใดๆ เข้ามา แม้แต่มีดปอกผลไม้
แต่เชินเยว่นั้นเตรียมพร้อมมาอย่างดี
นอกจากดาบยาวระดับ 'หายาก' แล้ว เขายังพกโซ่ตรวนเหล็กมาถึงสี่เส้น
ทันทีที่เข้าสู่อาณาเขต ลูกสมุนทั้งแปดแบ่งเป็นสี่กลุ่ม กลุ่มละสองคน ใช้โซ่ตรวนตรึงร่างราชาอสูรไว้ เปิดโอกาสให้เชินเยว่ผนึกพลังสายฟ้าลงในดาบยาวเพื่อสังหารในดาบเดียว
ทว่าฉายา 'หลังเหล็ก' ของกิ้งก่าพวกนี้ไม่ได้มีไว้โชว์ พลังป้องกันของมันแข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ
เชินเยว่กระหน่ำฟันแทงด้วยดาบระดับหายากไม่ยั้ง แต่กลับไม่สามารถสร้างบาดแผลฉกรรจ์ได้ ซ้ำร้ายแรงสะท้อนยังทำให้ลูกสมุนทั้งแปดล้มลุกคลุกคลาน
การยื้อยุดฉุดกระชากทำให้ค่ายกลโซ่ตรวนเริ่มปั่นป่วน ราชาอสูรทำท่าจะหลุดจากการควบคุม ในที่สุด เชินเยว่ก็สบโอกาส แทงดาบเข้าที่หน้าท้องของราชาอสูรได้สำเร็จ
พลังสายฟ้ากัดกร่อนร่างกายของราชาอสูรอย่างต่อเนื่อง
การโจมตีสัมฤทธิ์ผล แต่ทว่า... เชินเยว่กลับยืนนิ่งค้าง เหม่อลอยคล้ายคนไร้สติ
ไม่ว่าลูกน้องจะตะโกนเรียกอย่างไร เขาก็ไม่ยอมลงดาบสุดท้ายเสียที
เชินจวินอู่รู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น
นั่นคือทักษะติดตัวของราชาอสูร 'โจมตีทางจิต' ซึ่งทำให้ศัตรูตกอยู่ในภวังค์ชั่วขณะ หรือรุนแรงถึงขั้นจิตใจแตกสลายและเสียชีวิตได้
ในชาติที่แล้ว เชินเยว่พลาดท่าให้กับท่านี้จนถูกราชาอสูรเล่นงานปางตาย ส่วนลูกสมุนทั้งแปดก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด
ท้ายที่สุด เป็นหลิวเฟยเฟยที่ฉวยโอกาสลงดาบสุดท้ายสังหารราชาอสูรได้สำเร็จ
"โอกาสงาม!"
เชินจวินอู่ที่ซุ่มรออยู่ในเงามืดพุ่งตัวออกมา กระโดดขึ้นไปบนหลังของราชาอสูร ภายใต้แรงกดดันมหาศาล เขาเปิดใช้งานคุณสมบัติ 'แขนเหล็กทรงพลัง' รัวหมัดออกไปไม่ยั้ง
กำปั้นที่เรืองแสงจางๆ กระแทกเข้าที่ดวงตาของราชาอสูรเป็นจุดแรก
ราชาอสูรที่บาดเจ็บหนัก ทั้งยังเพิ่งใช้พลังจิตโจมตี และถูกโซ่ตรวนพันธนาการไว้ ทำให้ไม่สามารถตอบโต้ได้ ดวงตาของมันถูกหมัดอันทรงพลังของเชินจวินอู่บดขยี้จนแหลกเหลวในพริบตา
เพียงไม่กี่หมัดต่อมา หัวของมันก็ถูกทุบจนยุบแบน
"ไอ้ขยะ แกแกว่งเท้าหาเสี้ยน!"
เชินเยว่ที่เพิ่งหลุดพ้นจาก 'การโจมตีทางจิต' ได้สติกลับมา เห็นเชินจวินอู่กล้าดีมาแย่งชิงผลงานการสังหารไปต่อหน้าต่อตา ความโกรธและความอัปยศพุ่งพล่านขึ้นมาทันที
เขาบิดดาบในมือด้วยความอำมหิต
ปลายดาบยาวพุ่งตรงไปยังหน้าอกของเชินจวินอู่ โดยไม่สนเลยว่าคนที่อยู่ตรงหน้า คือพี่ชายต่างสายเลือดของตนเอง