- หน้าแรก
- วันพีซ ช่างตัดผมของกลุ่มหมวกฟาง
- ตอนที่ 230 การตะลุมบอนครั้งสุดท้ายเปิดฉาก
ตอนที่ 230 การตะลุมบอนครั้งสุดท้ายเปิดฉาก
ตอนที่ 230 การตะลุมบอนครั้งสุดท้ายเปิดฉาก
ตอนที่ 230 การตะลุมบอนครั้งสุดท้ายเปิดฉาก
“ซันจิ! รีบไปเอาอะไรมาให้กินหน่อยซิ ชั้นหิวจะตายอยู่แล้ว”
เย่เฉิงคว้าคอซันจิแล้วเหวี่ยงเข้าไปในห้องครัว
เขาต้องรีบฟื้นฟูพลังกายด่วน
“เย่เฉิง เกิดอะไรขึ้นกับเรจู?”
ซันจิมองเรจูที่ตื่นขึ้นมาแล้ว และจ้องเย่เฉิงเขม็ง
ใบหน้าของเรจูซีดเผือด ริมฝีปากแห้งผาก อาการของเธอดูไม่ดีเอามากๆ
“ซันจิ พี่ไม่เป็นไร พี่ก็อยากกินอาหารฝีมือนายเหมือนกัน”
เรจูกระชับ ‘เกราะเส้นผม’ บนตัว ขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วชำเลืองมองเย่เฉิง
“เธอคือพุดดิ้งสินะ?”
นามิไม่มีเวลาไปสนใจพวกนั้น สายตาของเธอจับจ้องไปที่พุดดิ้ง
พุดดิ้งพยักหน้า ไม่รู้จะอธิบายยังไง เหลือมองเย่เฉิงแวบหนึ่ง แล้วเตรียมจะเดินจากไป
“อย่าเพิ่งไปเลย ชั้นรู้ว่าเธอไม่ใช่คนเลว ขอบคุณนะที่ช่วยเหลือในครั้งนี้”
นามิจูงมือพุดดิ้งลงมาจากพรมวิเศษ
ความจริงแล้ว นามิสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างตั้งแต่แรก นั่นคือที่รัดผมที่คอของพุดดิ้ง เธอเห็นมันทันที
นี่ต้องเป็นฝีมือของเย่เฉิงแน่ๆ
ในสายตาของนามิ พุดดิ้งคงถูกเย่เฉิงควบคุมไว้ แม้เธอจะไม่รู้เหตุผล แต่เธอเชื่อใจเย่เฉิงหมดใจ
นี่ก็เป็นการคาดเดาของเธอเช่นกัน
ที่รัดผมที่ข้อมือคือพี่น้อง ส่วนที่รัดผมที่คอคือคนที่ถูกเย่เฉิงควบคุม
“นามิ เธอไม่รังเกียจชั้นเหรอ? ชั้นเป็นเผ่าสามตานะ”
พุดดิ้งเปิดตาที่สามให้ดู
“ไม่เป็นไรหรอก ดูดีออก ขอบใจนะที่ช่วย ถ้าไม่มีเธอ พวกเราคง...”
นามิเริ่มชวนพุดดิ้งคุย
การรั้งตัวพุดดิ้งไว้ไม่ใช่แค่เพื่อขอบคุณ แต่เพื่อต้องการรู้การจัดวางกำลังของหม่าม้าด้วย
ตอนนี้ เหลือเวลาอีกไม่ถึงชั่วโมงก็จะถึงเวลานัดหมายของลูฟี่ เธออยากรู้สถานการณ์ปัจจุบันจากพุดดิ้ง
เย่เฉิงไม่ยุ่งกับนามิและพุดดิ้ง แต่เดินไปหาเรจู
“เรจู ชั้นขอโทษนะ... ชั้น...”
เย่เฉิงก้มหน้าขอโทษ ท่าทางจริงใจ
“อื้ม~ ไม่ต้องห่วง ชั้นไม่เป็นไร...”
เรจูจูบหน้าผากเย่เฉิง เอนตัวพิงเขา แล้วหลับไปอีกครั้ง
“คำสาปนี่มันแรงจริงๆ เฮ้อ~”
เย่เฉิงถอนหายใจ ลูบผมเรจู แล้วนั่งรอซันจิทำอาหารเงียบๆ
โชคดีที่ซันจิทำเร็วมาก ไม่นานอาหารกองโตก็เสร็จ เขาแจกจ่ายให้ทุกคน แล้วกระโดดขึ้นไปเฝ้ายามบนรังกา
ทุกคนเริ่มลงมือกิน
หลังจากวิ่งหนีมานาน พวกเขาก็หิวกันจริงๆ นั่นแหละ
เย่เฉิงไม่เกรงใจ เริ่มยัดอาหารเข้าปากอย่างบ้าคลั่ง
เขาต้องใช้เวลานี้รีบฟื้นฟูพลังกาย เพื่อเตรียมพร้อมรับมือศึกหนักที่กำลังจะมาถึง
การต่อสู้ของลูฟี่ยังคงดำเนินต่อไป
เขาเริ่มจับเคล็ดวิชาฮาคิมองอนาคตได้บ้างแล้ว
ต้องยกเครดิตให้อาจารย์คาตาคุริที่สอนมวยให้
และชีวิตของลูฟี่ก็น่าทึ่งจริงๆ โดนอัดไปขนาดนั้นก็ยังไม่ตาย พอพลังหมดก็กินโมจิของคู่ต่อสู้
หมอนี่กินไม่เลือกหน้าจริงๆ
ในตอนนี้ เกาะช็อกโกแลตถูกกองทัพขนาดใหญ่ล้อมไว้แน่นหนา
กระจกบนเกาะถูกทุบแตกหมด เหลือเพียงบานเดียว
นี่คือทางออกเดียวของลูฟี่
เมื่อรู้เรื่องนี้จากพุดดิ้ง ทุกคนก็เริ่มคิดหาทางแก้
“ทุกคนคงรู้สถานการณ์แล้ว งั้นชั้นกับซันจิจะแอบขึ้นไปบนเกาะกับพุดดิ้งก่อน นามิ พวกเธอเตรียมสนับสนุนจากบนเรือซันนี่นะ”
พอเย่เฉิงวางแผนเสร็จ เขาก็เห็นผู้ไล่ล่าด้านหลัง
‘คลื่นดาบ’ ขนาดยักษ์พุ่งเข้ามาเฉียดเรือซันนี่ไปนิดเดียว
“สมูทตี้เหรอ?”
เย่เฉิงเห็นร่างยักษ์บนเรือไกลๆ คือสมูทตี้ที่อู้งานมาตลอดนั่นเอง
เธอเพิ่งจะลงมือในตอนนี้
ช่วยไม่ได้ อู้งานก็ส่วนอู้งาน แต่ต้องมีข้ออ้างที่ฟังขึ้น จะไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้ อย่างน้อยต้องแกล้งทำเป็นมีส่วนร่วมบ้าง
ยังไงเธอก็เป็นหนึ่งในสามแม่ทัพขนมหวาน จะไม่ลงมือเลยได้ยังไง?
ดังนั้น ท่าไม้ตาย ‘ตีเส้นกั้นแดน’ ของเธอจึงเริ่มขึ้น
“เย่เฉิง ชั้นจะลงมือแล้วนะ ระวังหลบให้ดี ครั้งนี้ชั้นจะฟันพวกนายให้หมด รีบหลบไปซะ”
สมูทตี้ติดต่อเย่เฉิงผ่านหอยทากสื่อสารจิ๋ว แต่มือไม้ไม่ได้ลดความเร็วลงเลย
“จินเบ เตรียมหลบ ซ้าย แล้วก็ขวา!”
เย่เฉิงยิ้มและเริ่มสั่งการ
ด้วยการบัญชาการของเย่เฉิง เรือซันนี่หลบการโจมตีได้ทั้งหมด
“สมูทตี้ เป้าหมายต่อไปของชั้นคือไปปราบไคโด ไว้เจอกันคราวหน้า...”
เย่เฉิงพอใจกับผลงานของสมูทตี้มาก เขากับซันจิขึ้นพรมวิเศษ มุ่งหน้าสู่เมืองช็อกโกแลตด้วยกัน
ต่อหน้าซันจิ เย่เฉิงทำได้แค่แอบลงมือเงียบๆ... เมื่อเข้าใกล้เมืองช็อกโกแลต พรมวิเศษก็เริ่มบินเลัดเลาะผิวน้ำ
“ซันจิ นายขึ้นเกาะไปก่อน หาทางปะปนเข้าไป พอลูฟี่ออกมา ชั้นจะรับหน้าที่ดึงดูดความสนใจ แล้วนายพาตัวลูฟี่หนีไป”
เย่เฉิงสั่งการและวางซันจิลงในมุมลับตาคน
“เข้าใจแล้ว ไว้ใจได้เลย”
ซันจิพยักหน้า เหลือบมองพุดดิ้งที่เงียบกริบ แล้วหันหลังเดินจากไป
“พุดดิ้ง จุ๊บ~”
เห็นซันจิไปแล้ว เย่เฉิงก็หอมแก้มพุดดิ้งเป็นการขอบคุณ
“ขอบใจมากนะที่ช่วยในครั้งนี้ เธอวางแผนจะไปอเมซอน ลิลี่เมื่อไหร่? อยากให้ชั้นไปส่งมั้ย?”
เย่เฉิงถาม พลางโอบไหล่เธอ
“หนู... หนูแล้วแต่คุณค่ะ”
พุดดิ้งหน้าแดง ไม่กล้ามองเย่เฉิง
“งั้นชั้นให้กำไลข้อมือเธออันนึง ถึงเวลาแค่แตะที่กำไล มันจะพาเธอไปที่นั่นเอง”
เย่เฉิงถอดที่รัดผมจากคอเธอออก แล้วเปลี่ยนเป็นกำไลข้อมือให้แทน จากนั้นเขาก็ไม่สนใจเธออีก หาที่สูงร่อนลง และมองดูสถานการณ์เบื้องล่าง
สถานการณ์ชัดเจนแล้ว โอเว่นและพี่น้องจำนวนหนึ่งเฝ้ากระจกอยู่ ทันทีที่ลูฟี่ออกมา เขาจะตกเป็นเป้าโจมตีอย่างหนัก
เวลาผ่านไปทีละนาที เรือของนามิก็ชะลอความเร็วลง ข้างหน้าคือเมืองช็อกโกแลต ชายฝั่งเต็มไปด้วยเรือรบของท็อตโตะแลนด์
“ช้าลงหน่อย เหลืออีกแค่สองนาที”
นามิพูดจบก็เริ่มสวดภาวนาในใจ
ฟุ่บ~
วินาทีแรกหลังจากนาทีสุดท้ายผ่านไป เปคอมส์พุ่งออกจากกระจกพร้อมกับบรูเล่ โดยแบกถุงใบหนึ่งไว้บนหลัง
การปรากฏตัวของเขาทำให้ทุกคนตกใจ และเล็งอาวุธไปที่เขาทันที
“อย่าเข้ามานะ! ไม่งั้นชั้นฆ่ายัยนี่แน่! นี่ลูกสาวของหม่าม้านะเว้ย!”
ในขณะที่เขาดึงดูดความสนใจ ลูฟี่ก็แอบมุดออกจากถุง เตรียมจะหนี
แต่ก็ยังมีโจรสลัดตาไวเห็นเข้า และโจมตีทันที
นี่เหมือนสัญญาณ ทุกคนเข้ามารุมล้อมลูฟี่
ลูฟี่รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายกระโดดลอยตัว และถูกซันจิรับไว้กลางอากาศ
“ถึงตาพระเอกเปิดตัวแล้ว!”
เย่เฉิงบินขึ้นไปบนฟ้า ปล่อย ‘ฮาคิราชันย์’ ออกมาทันที ทำให้โจรสลัดรอบๆ ลูฟี่สลบไปส่วนหนึ่ง
แต่โจรสลัดพวกนี้เหมือนมีไม่จำกัด ยังคงดาหน้าเข้ามาขวางทางต่อ
“บ้าเอ๊ย~ ไอ้พวกนี้ใช้ฮาคิเป็นกันหมดเลย”
ฮาคิราชันย์ของเย่เฉิงจัดการได้แค่ส่วนน้อย พวกที่ฝึกฮาคิมาสามารถต้านทานแรงกดดันจากฮาคิราชันย์ของเขาได้
นี่แสดงให้เห็นถึงความน่ากลัวของกลุ่มโจรสลัดบิ๊กมัม
“ถ้าไม่ได้ผล ก็มีแต่ต้องใส่สุดตัว ไม่งั้นตายไม่รู้ตัวแน่”
“ซูลองจันทราทมิฬ เปิดใช้งาน!”
โปรดติดตามตอนต่อไป จบตอน By. charcoal gray silver gold ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═