- หน้าแรก
- วันพีซ ช่างตัดผมของกลุ่มหมวกฟาง
- ตอนที่ 220 เสพติด
ตอนที่ 220 เสพติด
ตอนที่ 220 เสพติด
ตอนที่ 220 เสพติด
“หือ? นี่ชั้นเป็นใคร? อยู่ที่ไหน? นี่ชั้นโดนปล้ำคืนเหรอ?”
เย่เฉิงเบิกตากว้างจ้องมองเรจูที่อยู่ตรงหน้า
เรจูจูบเขาอย่างตั้งใจมาก ความเกลียดชังบนใบหน้าของเธอค่อยๆ เลือนหายไป
“ให้ชั้นส่งนายไปสู่สุขคตินะ เย่เฉิง”
ผ่านไปห้านาทีเต็มๆ เรจูถึงยอมปล่อยเย่เฉิง
เธอก้มมองเย่เฉิงที่มีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
“ทำไม?”
เย่เฉิงรู้สึกว่าร่างกายชาไปทั้งตัว ความเจ็บปวดแสบร้อนแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
เขารู้ตัวทันทีว่าโดนยาพิษ และเป็นยาพิษที่ร้ายแรงมากด้วย
เขาสับสนสุดขีด ไม่เข้าใจว่าทำไมเรจูถึงทำกับเขาแบบนี้ ในหัวเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
โชคดีที่เขามีความต้านทานพิษสูง เลยยังไม่ตายทันที
“นายยังไม่รู้อีกเหรอว่าทำอะไรกับชั้นไว้? แถมยังคิดจะทำร้ายพุดดิ้งอีก! ถ้าไม่ใช่เพราะ...”
เรจูดูอารมณ์พลุ่งพล่านมาก ถึงกับเตะซ้ำเย่เฉิงไปอีกหลายที
“...”
เย่เฉิงไม่ได้พูดอะไร ได้แต่มองเรจู ปล่อยให้เธอระบายอารมณ์
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากอธิบาย แต่เส้นเสียงของเขาพังยับไปแล้ว
“คำพูดทิ้งท้ายของพุดดิ้งคงเป็นเพราะเรื่องนี้สินะ? ยัยนั่นไปแก้ความทรงจำอะไรมากันแน่?”
เย่เฉิงเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ แต่ก็ทำได้เพียงยิ้มอย่างขมขื่น
กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมคืนสนอง ไม่มีใครหนีพ้นกฎแห่งกรรม
เย่เฉิงกระอักเลือดออกมา เขาสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของพิษนี้
ไม่นึกเลยว่าคนอย่างเย่เฉิง จะต้องมาตายแทบเท้าผู้หญิง... นี่คงเป็นเวรกรรมจริงๆ
เย่เฉิงหลับตาลงและเลิกต่อต้าน เพราะพิษได้กระจายไปทั่วร่างแล้ว ถ้าเป็นคนธรรมดาคงตายไปนานแล้ว
แต่เขามีความต้านทานพิษ เลยยื้อเวลาได้อีกหน่อย แต่ความเจ็บปวดนี้เหมือนการทรมานที่ค่อยๆ กัดกินร่างกายเขาไปเรื่อยๆ
เย่เฉิงรู้ดีว่าความเจ็บปวดนี้จะไม่ฆ่าเขา แต่มันจะทรมานเขาไปเรื่อยๆ จนกว่าร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกัน หรือไม่ก็ตายไปจริงๆ
เมื่อเห็นว่าเย่เฉิงแน่นิ่งไปแล้ว เรจูก็ทรุดตัวลงกับพื้นเช่นกัน
จากนั้นเธอก็หยิบผ้าขาวผืนหนึ่งขึ้นมาคลุมร่างเย่เฉิง แล้วกลับไปนั่งบนเตียง
เธอจ้องมอง “ศพ” ของเย่เฉิงอย่างเหม่อลอย
แม้จะกำจัดเย่เฉิงได้สำเร็จ แต่เธอกลับไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิด
เมื่อเห็นที่รัดผมบนข้อมือ หัวใจของเธอก็ปวดแปลบขึ้นมา
“ไม่นึกเลยว่านายจะเป็นคนแบบนี้! เฮ้อ~”
เรจูกระชากที่รัดผมออกจากข้อมือ แล้วโยนทิ้งลงบน “ศพ” ของเย่เฉิงอย่างไม่ไยดี
ก๊อก ก๊อก ก๊อก~
ในจังหวะที่เรจูกำลังจะปล่อยโฮ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
“เรจู เป็นอะไรรึเปล่า?”
ประตูถูกผลักเปิดออก และคนที่เข้ามาคือซันจิ
“ซันจิ มาทำอะไรที่นี่?”
เรจูรีบปรับอารมณ์กลับมาเป็นปกติ
“ชั้นจะมาบอกความจริงกับพี่! ชั้นเห็นกับตา...”
ซันจิเล่าทุกอย่างที่เขาเห็นและได้ยินให้เรจูฟัง
รวมถึงเรื่องการแก้ไขความทรงจำด้วย
“ว่าไงนะ?!”
เรจูมองซันจิอย่างไม่อยากเชื่อ แล้วเหลือบมองผ้าขาวที่คลุมร่างเย่เฉิงไว้
“เพราะงั้น พี่รีบหนีไปเถอะ นี่เป็นแผนชั่วของบิ๊กมัม ยัยนั่นต้องการฆ่าทุกคนและยึดเทคโนโลยีของเจอร์ม่า 66”
สีหน้าของซันจิก็ไม่สู้ดีนัก เขาเองก็ไม่อยากเชื่อว่าเรื่องนี้จะเป็นความจริง
แต่เขาเห็นมากับตาตัวเอง จะหลอกตัวเองต่อไปไม่ได้แล้ว
“ยัยนั่นแก้ความทรงจำของชั้นงั้นเหรอ? งั้นเขาก็...”
เรจูสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามอย่างหนักที่จะไม่มองไปที่ “ศพ” ของเย่เฉิง
“ซันจิ นายทำดีที่สุดแล้ว ก่อนที่พวกมันจะรู้ตัว นายรีบหนีไปกับพวกพ้องเถอะ ครอบครัวที่ไร้หัวใจแบบนี้...”
เรจูยิ้มอย่างปลงตก เธอไม่กลัวความตายอีกต่อไปแล้ว
เกิดมาในตระกูลที่ไร้หัวใจแบบนี้ การมีความรู้สึกนึกคิดถือเป็นความผิดมหันต์
ซันจิมองเรจู อยากจะพูดอะไรอีกสักหน่อย
“ชั้นเหนื่อยแล้ว ซันจิ ไปเถอะ...”
เรจูเอ่ยปากไล่อีกครั้ง
“เข้าใจแล้ว...”
ซันจิไม่รั้งรออีก เขาเข้าใจความหมายในคำพูดของพี่สาวดี
หลังจากซันจิจากไป เรจูก็พยุงร่างเดินไปหาเย่เฉิง มือสั่นเทาขณะดึงผ้าคลุมหน้าออก
“นายเองก็คงตั้งใจจะมาบอกเรื่องนี้กับชั้นเหมือนกันสินะ? ช่างเป็นผู้ชายที่อ่อนโยนจริงๆ ขนาดตายไปแล้วยังไม่ด่าชั้นสักคำ”
หัวใจของเรจูสับสนปนเป น้ำตาแห่งความเสียใจไหลอาบแก้ม
เธอย้อนนึกถึงความทรงจำเมื่อครู่อีกครั้ง และในที่สุดก็พบจุดพิรุธ
“ถ้านายต้องการจริงๆ นายไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นด้วยซ้ำ แต่น่าเสียดาย...”
เรจูเช็ดเลือดที่มุมปากให้เย่เฉิง น้ำตาของเธอหยดลงบนใบหน้าของเขา
ในตอนนี้ หน้าของเย่เฉิงเริ่มเขียวคล้ำ แสดงให้เห็นถึงความร้ายกาจของพิษ
“บ้าเอ๊ย ถ้าไม่รีบถอนพิษให้ ชั้นได้ตายจริงๆ แน่ ไม่เห็นรึไงว่าชั้นยังรอดได้อยู่น่ะ?”
ในตอนนี้ เย่เฉิงไม่มีแรงแม้แต่จะลืมตา อย่าว่าแต่ส่งเสียงเลย
แม้ลมหายใจจะแผ่วเบา แต่ก็ยังพอมีอยู่
เรจูมองใบหน้าที่เริ่มเขียวของเย่เฉิง ก้มหน้าลงอีกครั้ง และดูดพิษทั้งหมดออกจากตัวเย่เฉิง
“ขอโทษนะ... ฮือๆ~”
ในที่สุดเรจูก็กลั้นไม่ไหว ฟุบลงร้องไห้กับอกของเย่เฉิง
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอร้องไห้ และเป็นครั้งสุดท้าย
ตึกตัก~
ทันใดนั้น เรจูสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจจากร่างของเย่เฉิง
“แค่ก~”
เย่เฉิงกระอักเลือดออกมาคำโต
“เย่เฉิง?! นายยังไม่ตายเหรอ?!”
เรจูโผเข้ากอดเขาด้วยความดีใจ
“...”
เย่เฉิงไม่ส่งเสียง
ความรู้สึกเมื่อครู่ยังทำให้เขาขวัญผวาไม่หาย และเริ่มรู้สึกกลัวเรจูขึ้นมาบ้างแล้ว
『ความต้านทานพิษเพิ่มขึ้น』
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น
เย่เฉิงยังคงนอนนิ่งอยู่กับพื้น มองดูเรจูที่ร้องไห้ด้วยความดีใจ รู้สึกตะขิดตะขวงใจบอกไม่ถูก
“ถือว่าชดใช้ชีวิตให้เธอแล้วกัน”
คิดได้ดังนั้น เย่เฉิงก็พยุงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก
จากนั้นเขาก็เมินเรจูที่กอดเขาอยู่ แล้วเริ่มยัดอาหารเข้าปากอย่างบ้าคลั่ง
พิษถูกกำจัดไปแล้ว แต่อวัยวะภายในหลายส่วนเสียหายหนัก ต่อให้มีความสามารถในการฟื้นตัวเร็ว อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาสักวันสองวันถึงจะหายสนิท
จริงๆ แล้วไม่ใช่ว่าเย่เฉิงไม่อยากพูด แต่เส้นเสียงของเขาพังเพราะพิษ ตอนนี้เขาทำได้แค่กินเพื่อฟื้นฟูร่างกายเท่านั้น
เหตุการณ์นี้ทำให้เย่เฉิงระมัดระวังตัวมากขึ้นไปอีก
สองครั้งแล้วที่เขาเกือบตายเพราะพิษ
ความน่ากลัวของพิษนั้นจินตนาการได้ไม่ยาก
มองดูเรจูตรงหน้า เขาก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
ความคิดที่จะเก็บเรจูไว้เป็นของตัวเองเริ่มจางหายไป
ที่สำคัญที่สุด เย่เฉิงไม่รู้ว่าเรจูหลงเหลือความรู้สึกอยู่มากน้อยแค่ไหน เพราะเธอก็ผ่านการดัดแปลงมาเหมือนกัน
เขาไม่อยากเจอเหตุการณ์แบบนี้อีกแล้ว
โดยเฉพาะปีกผีเสื้อที่สยายออกของเรจู ทำให้เย่เฉิงใจสั่น
กินไปได้ไม่เท่าไหร่ เย่เฉิงก็กระอักเลือดออกมาอีกกองใหญ่
นี่คือเลือดเสียที่ตกค้างอยู่ในร่างกาย ซึ่งเย่เฉิงใช้ความสามารถฟื้นฟูตัวเองขับออกมา
กระอักเลือดแล้วกิน กินแล้วก็กระอักเลือดอีก
เรจูได้แต่นั่งมองตาปริบๆ อยู่ข้างๆ
เธอย่อมรู้ดีว่าพิษชนิดนี้ทำลายอวัยวะภายใน และสามารถฆ่าคนได้ในเวลาไม่ถึงนาที
เย่เฉิงกินอยู่ครึ่งชั่วโมง ในที่สุดก็หยุด
ถึงตอนนี้ อาการบาดเจ็บสาหัสหายดีแล้ว เหลือแค่ต้องพักฟื้นอีกสักวัน
ทว่าความเสียหายที่เส้นเสียงนั้นรุนแรงมาก เย่เฉิงแทบจะเปล่งเสียงออกมาไม่ได้เลย
“เย่เฉิง...”
เรจูมองเย่เฉิงอย่างอึกอัก ไม่รู้จะเริ่มพูดยังไงดี
โปรดติดตามตอนต่อไป จบตอน By. charcoal gray silver gold ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═