- หน้าแรก
- อัญเชิญเทพ เทเพื่อนเลว
- บทที่ 1 ระบบจุติ อัญเชิญนักบุญยุทธ์ตั้งแต่เริ่มต้น
บทที่ 1 ระบบจุติ อัญเชิญนักบุญยุทธ์ตั้งแต่เริ่มต้น
บทที่ 1 ระบบจุติ อัญเชิญนักบุญยุทธ์ตั้งแต่เริ่มต้น
"หลินเทียน อย่าลืมเอายาปราณโลหิตที่จะแจกก่อนการทดสอบร่างกายวันพรุ่งนี้มาให้ฉันด้วยล่ะ!"
ณ ระเบียงทางเดินอาคารเรียนของโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายแห่งที่สอง เมืองอี๋ มณฑลชิง ประเทศมังกร บนดาวบลูสตาร์
เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหยิ่งยโสใส่เด็กหนุ่มผมดำตาสีรัตติกาลที่ยืนอยู่ตรงหน้า ราวกับว่าสิ่งที่เธอพูดนั้นเป็นสัจธรรมที่ต้องปฏิบัติ
เหล่านักเรียนโดยรอบต่างยืนดูเหตุการณ์นี้ราวกับกำลังชมมหรสพ ด้วยความคุ้นชินกับภาพที่เกิดขึ้นเป็นประจำ
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่หลินเทียน เด็กหนุ่มผมสีดำสนิท รอคอยคำตอบรับที่แสนจะว่าง่ายของเขา
"หลิวชิง ทำไมฉันต้องให้ยาปราณโลหิตกับเธอด้วย? เธอต่างหากที่ควรจะเป็นฝ่ายให้ฉันไม่ใช่เหรอ?"
ทว่าเมื่อได้ยินประโยคนั้น หลินเทียนกลับสวนกลับไปอย่างเหลืออด
"ฉันให้ยาปราณโลหิตกับเธอมาตลอดสามปี แค่เธอแบ่งให้ฉันครั้งเดียวมันจะเป็นปัญหาอะไรนักหนา"
"ยาปราณโลหิตสองเม็ดมันมากพอที่จะทำให้ค่าปราณโลหิตของฉันแตะหลักร้อย และทะลวงขั้นสู่การเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้พอดี"
วาจาของหลินเทียนทำเอาเพื่อนร่วมชั้นที่กำลังรอเรื่องสนุกถึงกับตะลึงงัน นี่ใช่หลินเทียนคนเดิมที่พวกเขารู้จักจริงหรือ?
"เฮ้ยๆ หลินเทียนมันเสียสติไปแล้วหรือเปล่า? กล้าพูดกับหลิวชิงแบบนั้นได้ยังไง?"
นักเรียนระแวกนั้นมองหลินเทียนด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ นี่เป็นเหตุการณ์ที่พวกเขาคิดว่าชาตินี้คงไม่มีวันได้เห็น
หลินเทียนคือคนดังประจำโรงเรียนมัธยมสอง ทว่าเป็นที่รู้จักในฐานะ 'ไอ้โง่' ที่ยอมทิ้งอนาคตของตัวเองเพื่อหลิวชิง เพื่อนสมัยเด็ก
สมองของหลิวชิงเหมือนจะหยุดทำงานไปชั่วขณะหลังจากได้ยินคำพูดของหลินเทียน กว่าเธอจะตั้งสติได้ เสียงแหลมปรี๊ดก็กรีดร้องออกมา
"หลินเทียน นายพูดว่าอะไรนะ? นายอยากให้ฉันเอายาปราณโลหิตให้นายงั้นเหรอ!"
"ทำไมฉันต้องให้ยาปราณโลหิตนาย? เรื่องอะไรฉันต้องให้!"
หลินเทียนรีบยกมือปิดหูพร้อมโบกมือปัดอย่างรำคาญใจ
"เบาเสียงหน่อย! แล้วมันผิดตรงไหนที่ฉันอยากได้ยาของเธอ? เธอมาขอฉันตลอดสามปีนะ"
"ฉันให้ยาเธอกินมาสามปี มันไม่สมเหตุสมผลหรือไงที่เธอควรจะเอายาที่จะแจกพรุ่งนี้มาให้ฉันบ้าง?"
"ขนาดสุนัขยังรู้จักบุญคุณคน เธอคงไม่ได้โง่เขลายิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานหรอกใช่ไหม?"
น้ำเสียงของหลินเทียนเปี่ยมไปด้วยความประชดประชัน
หากเป็นคนอื่นพูด ประโยคเหล่านี้คงฟังดูปกติ แต่เมื่อออกจากปากหลินเทียน มันทำให้ทุกคนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
หลิวชิงโกรธจนหน้าแดงก่ำ เธอชี้นิ้วไปที่หน้าหลินเทียนแล้วตวาดลั่น
"หลินเทียน! นอกจากฉันจะไม่ให้ยาปราณโลหิตนายแล้ว วันนี้นายต้องคุกเข่าขอขมาฉัน! คลานเข้ามาขอโทษฉันต่อหน้าครูและนักเรียนทุกคนเดี๋ยวนี้!"
"นายต้องโขกศีรษะคำนับฉันจนกว่าฉันจะพอใจ ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่พูดกับนายอีกเลย"
"ถ้าจะไม่พูดก็ไม่ต้องพูด ใครเขาสนใจเธอกัน คิดว่าตัวเองเป็นลูกข่างหรือไงที่พอมีคนสะกิดหน่อยก็หมุนรอบตัวเองให้คนอื่นดู?"
"จะให้ฉันคุกเข่าต่อหน้าครูและนักเรียนงั้นเหรอ? ถ้าพวกอาจารย์ได้ยินเข้า เธอคงโดนไล่ออกแน่"
"เป็นแค่นักเรียนมัธยมปลาย ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ แต่ทำตัวราวกับแม่ค้าปากตลาด อัปลักษณ์จริงๆ เป็นเสนียดลูกตาชะมัด"
"ถุย!"
หลินเทียนถ่มน้ำลายลงพื้นด้วยสีหน้ารังเกียจ ก่อนจะหันหลังเดินหนีไปทันที
"กรี๊ดดดดด!"
เสียงกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจของหลิวชิงดังไล่หลังมา
เหตุการณ์นี้ทำเอาไทยมุงรอบข้างถึงกับอ้าปากค้าง
"เชี่ย... นั่นใช่หลินเทียนคนเดิมจริงดิ?"
"เขากล้าพูดแบบนั้นกับหลิวชิงได้ยังไง"
พวกเขารีบหันไปมองหลิวชิง ที่ตอนนี้ใบหน้าสวยหวานบิดเบี้ยวจนดูน่าเกลียด
หลิวชิงจ้องมองแผ่นหลังของหลินเทียนที่เดินจากไปด้วยสายตาอาฆาต
"หลินเทียน นายกล้าฉีกหน้าฉัน ฉันไม่มีวันปล่อยนายไว้แน่!"
หลังจากเดินออกมา หลินเทียนก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาวพร้อมกับเรียบเรียงความทรงจำในหัว
"เปิดเกมมาก็หายนะเลยแฮะเรา"
เขาเพิ่งจะ 'ทะลุมิติ' มายังโลกที่เรียกว่าดาวบลูสตาร์เมื่อคืนนี้เอง
ดาวบลูสตาร์คือโลกที่พลังลมปราณฟื้นคืนชีพมาได้สามพันปีแล้ว ขนาดของมันใหญ่กว่าโลกเดิมของเขาหลายสิบเท่า และเต็มไปด้วยยอดฝีมือ หากใครไม่สามารถเป็น 'ผู้ฝึกยุทธ์' ได้ ก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมีชีวิตรอดในฐานะชนชั้นล่างของสังคม
ระดับพลังที่เขารู้จักตอนนี้มีเพียง 'ขอบเขตยุทธ์ 9 ระดับ' โดยแต่ละระดับแบ่งย่อยเป็น ขั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นปลาย ค่าปราณโลหิตหนึ่งร้อยแต้มคือธรณีประตูสู่การเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับ 1
เจ้าของร่างเดิมพยายามจะเร่งค่าปราณโลหิตให้ถึงร้อยก่อนการทดสอบร่างกาย จึงไปหายาปราณโลหิตมาด้วยวิธีบางอย่าง แต่โชคร้ายที่ได้ยาด้อยคุณภาพมา จนสุดท้ายธาตุไฟเข้าแทรก เลือดไหลออกทวารทั้งเจ็ดจนสิ้นใจตาย
และเขาก็เข้ามาสวมร่างแทนที่หลินเทียนคนเดิมเพื่อใช้ชีวิตต่อไป
ยัยหลิวชิงเมื่อกี้ คือเด็กกำพร้าที่โตมาในสถานสงเคราะห์เดียวกับเจ้าของร่าง พอจบมัธยมต้น เธอก็ถูกเศรษฐีรับไปอุปการะ
ไม่นึกว่าทั้งคู่จะได้มาเรียนต่อมัธยมปลายที่เดียวกัน เจ้าของร่างเดิมนั้นมีพรสวรรค์สูงมาก หลิวชิงจึงมาขอให้เขายกยาปราณโลหิตให้เธอ โดยสัญญาว่าจะตอบแทนในอนาคต
ยาปราณโลหิตคือทรัพยากรการฝึกฝนที่ทางรัฐบาลประเทศมังกรแจกจ่ายให้ทุกเดือน และไม่มีช่องทางอื่นให้หาซื้อได้ทั่วไป
ด้วยความที่เห็นแก่ความเป็นเพื่อนสมัยเด็ก เจ้าของร่างเดิมจึงมอบยาที่ได้รับแจกทุกเดือนให้หลิวชิงจนหมด... และไม่น่าเชื่อว่าเขาจะทำแบบนั้นติดต่อกันถึงสามปี!
แต่ไม่ว่าจะเจ้าของร่างเดิมหรือตัวเขาในตอนนี้ ก็ไม่เคยได้รับอะไรตอบแทนจากหลิวชิงเลยสักนิด มีแต่ฝ่ายหญิงที่กอบโกยไปฝ่ายเดียว...
"อ้าว นี่มันหลินเทียนไม่ใช่เหรอ?"
"ค่าปราณโลหิตเก้าสิบแปดแต้ม สูงใช้ได้เลยนี่นา ในชั้น ม.6 นี้มีไม่กี่คนหรอกนะที่ทำได้"
"ฮ่าๆๆๆๆ"
ทันทีที่หลินเทียนก้าวเท้าเข้าห้องเรียน เสียงเย้ยหยันก็ดังกระทบโสตประสาท
ในการทดสอบร่างกายครั้งล่าสุด ค่าปราณโลหิตของเขาอยู่ที่เก้าสิบแปด
เก้าสิบแปดแต้ม... พูดให้ดูดีก็คือมีไม่กี่คนในชั้นปีที่มีค่าปราณเท่านี้
แต่ในความเป็นจริง นักเรียน ม.6 ส่วนใหญ่ได้กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์กันไปหมดแล้ว บางคนทะลวงระดับด้วยค่าปราณโลหิตเกินร้อยแต้ม ซึ่งหมายถึงศักยภาพที่เหนือกว่าในอนาคต
แต่เขา หลินเทียน กลับย่ำอยู่แค่เก้าสิบแปด
เมื่อเห็นหลินเทียนไม่โต้ตอบ เจ้าของเสียงนั้นก็พูดต่อ
"เก้าสิบแปดแต้ม... หมาจรจัดข้างถนนมันยังมีค่าปราณเยอะกว่าแกเลยมั้ง แบบนี้มันก็แค่หนอนแมลงชั้นต่ำของสังคมไม่ใช่หรือไง?"
"ฮ่าๆๆ"
"หลี่หมิง พอได้แล้ว! พวกนายเป็นเพื่อนร่วมห้องกันนะ หยุดพูดเดี๋ยวนี้!"
ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเย้ย เสียงใสไพเราะเสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา
เด็กสาวหน้าตาดีคนหนึ่งจ้องมองกลุ่มของหลี่หมิงด้วยความโกรธ
เธอคือหัวหน้าห้อง ม.6/2 'มู่จื่อเวย'
"โอเคๆ หัวหน้าห้องสอง เราไปก็ได้"
หลี่หมิงตอบรับกลั้วหัวเราะเบาๆ เขาเป็นเด็กห้องหนึ่ง หัวหน้าห้องสองอย่างเธอไม่มีอำนาจสั่งการเขาได้
ทว่าก่อนจะเดินจากไป หลี่หมิงหันมามองหลินเทียนด้วยสายตาเคียดแค้น
"หลินเทียน ไอ้ลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่ แกจงคลานเป็นหนอนอยู่ก้นบ่อของสังคมต่อไปเถอะ อย่าหวังว่าจะได้ผุดได้เกิด"
"ไม่งั้น ฉันนี่แหละจะขยี้แกให้ตายคามือ!"
"หลี่หมิง!"
มู่จื่อเวยตวาดลั่น แต่หลี่หมิงไม่สนใจ เขาเดินจากไปอย่างผู้ชนะ
"หลินเทียน..."
มู่จื่อเวยหันมามองหลินเทียนด้วยความเป็นห่วง
"หัวหน้าห้อง ขอบคุณมากนะ"
หลินเทียนกล่าวขอบคุณจากใจจริง เขารู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของมู่จื่อเวยมาก
เมื่อเห็นดังนั้น มู่จื่อเวยก็พูดอะไรไม่ออก ได้แต่เดินจากไปอย่างจนใจ
ในความทรงจำของหลินเทียน ไอ้เจ้าหลี่หมิงเคยมีเรื่องกับเขาตอนเข้าเรียนมัธยมปลายใหม่ๆ แต่ตอนนั้นหลินเทียนมีค่าปราณโลหิตสูงสุดในโรงเรียน จึงอัดหลี่หมิงจนน่วม
นับแต่นั้นมา หลี่หมิงก็ผูกใจเจ็บมาตลอด
เจ้าของร่างเดิมแม้จะเป็นเด็กกำพร้า แต่ตอนเข้าเรียนกลับมีค่าปราณสูงสุด นี่พิสูจน์ได้ว่าพรสวรรค์ของเขาน่ากลัวขนาดไหน
ส่วนสาเหตุที่ทำให้เขาตกต่ำจากอัจฉริยะกลายเป็นไอ้ขี้แพ้ที่ไม่ใช่แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์...
ก็เพราะนังแพศยาหลิวชิงนั่นแหละ!
ในใจหลินเทียนเต็มไปด้วยความคับแค้น
ถ้าหลิวชิงไม่เอาเบี้ยเลี้ยงประจำเดือนของเจ้าของร่างไปจนหมด ป่านนี้เขาคงทะลวงขั้นเป็นผู้ฝึกยุทธ์ด้วยค่าปราณที่สูงลิ่ว และน่าจะไปถึงขั้นปลายของระดับ 1 แล้วด้วยซ้ำ
คงไม่ต้องมาโดนลูกน้องเก่าอย่างหลี่หมิงดูถูก ไม่ต้องให้ทุกคนเหยียดหยาม และไม่ต้องทำให้ครูบาอาจารย์ผิดหวัง
เผลอๆ เขาอาจจะเข้ามหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้ไม่ได้ด้วยซ้ำ!
อนาคตคงหนีไม่พ้นการเป็นกาฝากสังคมที่ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด
"ได้ยินมาว่าหลิวชิงทะลวงระดับ 1 ด้วยค่าปราณหนึ่งร้อยห้าสิบแต้ม และตอนนี้ก็เลื่อนไปถึงขั้นกลางของระดับ 1 แล้ว"
พอนึกถึงเรื่องนี้ ไฟโทสะก็ลุกโชนในอกหลินเทียน นั่นมันทรัพยากรของเขาทั้งนั้น!
อัจฉริยะหลายคนเมื่อค่าปราณถึงร้อย จะยังไม่รีบทะลวงระดับ แต่จะพยายามทลายขีดจำกัดเพื่อปูทางสู่อนาคตที่กว้างไกลกว่า
"ว่ากันว่าขีดจำกัดของค่าปราณโลหิตคือสองร้อยแต้ม แต่ตลอดสามพันปีนับตั้งแต่พลังลมปราณฟื้นคืนชีพ มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้"
ผู้บุกเบิกแห่งวิถียุทธ์ — เซี่ยเจี๋ย!
หลินเทียนใช้เวลาทั้งวันในโรงเรียนด้วยความทุกข์ทรมาน...
เมื่อกลับมาถึงห้องเช่ารูหนู หลินเทียนก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
"เฮ้อ ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ตอนทดสอบร่างกาย ค่าปราณของฉันจะแตะร้อยไหมนะ"
เขาเดินกลับเข้าห้อง เตรียมจะนั่งสมาธิเดินลมปราณ
"ติ๊ง! ระบบเจ้าผู้ไร้เทียมทานสะสมพลังงานเสร็จสิ้น ทำการผูกมัดกับโฮสต์เพียงหนึ่งเดียว — หลินเทียน เรียบร้อยแล้ว"
ทันทีที่ก้นแตะพื้น เสียงหนึ่งก็ดังก้องขึ้นในหัว
"ระบบ! มาช้าดีกว่าไม่มาสินะ"
หลินเทียนยิ้มกว้าง ในที่สุดเขาก็ได้รับระบบ 'เจ้าผู้ไร้เทียมทาน' สักที!
ความอัปยศที่เขาต้องแบกรับ มันจะสิ้นสุดลงในวันนี้แหละ
"ระบบ แนะนำฟังก์ชันของแกหน่อย"
"ติ๊ง! ตอบโฮสต์ ระบบนี้คือระบบเจ้าผู้ไร้เทียมทาน มีเป้าหมายเพื่อให้โฮสต์บรรลุความเป็นอมตะและครอบครองพลังอำนาจที่ไร้ผู้ต่อกร"
"ระบบมีฟังก์ชันหลักสองอย่าง: ลงชื่อเช็คอิน และ อัญเชิญ"
"โฮสต์สามารถลงชื่อได้วันละหนึ่งครั้ง ของรางวัลการันตีคือการเพิ่มระดับพลังบำเพ็ญเพียรปัจจุบันขึ้นหนึ่งเปอร์เซ็นต์"
"โฮสต์สามารถทำการอัญเชิญได้เดือนละหนึ่งครั้ง ตัวตนที่ถูกอัญเชิญมาจะแข็งแกร่งขึ้นตามระดับพลังของโฮสต์และระยะเวลาที่ผ่านไป"
หลังจากฟังคำอธิบาย หลินเทียนก็ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น
ระบบเจ้าผู้ไร้เทียมทาน... ระบบที่จะทำให้เขาไร้พ่าย
คำว่า 'ไร้พ่าย' ใครบ้างจะไม่อยากได้?
"ติ๊ง! เนื่องด้วยโฮสต์เปิดใช้งานระบบเป็นครั้งแรก ขอมอบ 'แพ็กเกจของขวัญมือใหม่' ให้แก่โฮสต์"
"แพ็กเกจมือใหม่!"
"ระบบ เปิดแพ็กเกจของขวัญเดี๋ยวนี้!" หลินเทียนสั่งการด้วยความตื่นเต้น
"ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับ 'การ์ดอัญเชิญนักบุญยุทธ์' จำนวน 1 ใบ!"
"นักบุญยุทธ์?"
"ระบบ นักบุญยุทธ์นี่คือระดับไหน?"
นี่เป็นระดับพลังที่หลินเทียนไม่เคยได้ยินมาก่อน เขารู้จักแค่ขอบเขตยุทธ์ 9 ระดับเท่านั้น
"ติ๊ง! ตอบโฮสต์ นักบุญยุทธ์คือสมญานามของผู้แข็งแกร่งใน 'ขอบเขตนักบุญ' เหนือกว่าขอบเขตยุทธ์ 9 ระดับขึ้นไปคือการก้าวข้ามความเป็นมนุษย์"
"นั่นคือ ขอบเขตเหนือมนุษย์, ขอบเขตนักบุญ, และเหนือกว่านักบุญขึ้นไปคือ ขอบเขตเทพยุทธ์!"
"เหนือมนุษย์... นักบุญ!"
เลือดในกายหลินเทียนสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง เขาได้การ์ดอัญเชิญที่สามารถเรียกตัวตนระดับขอบเขตนักบุญออกมาได้เชียวนะ!
"ระบบ ใช้การ์ดอัญเชิญนักบุญยุทธ์!"
"ติ๊ง! ใช้การ์ดอัญเชิญนักบุญยุทธ์สำเร็จ"
"ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์ได้ทำการอัญเชิญยอดฝีมือขอบเขตนักบุญ ขั้น 5 — นักบุญยุทธ์ ฟ่านชาง!"