เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 ระบบจุติ อัญเชิญนักบุญยุทธ์ตั้งแต่เริ่มต้น

บทที่ 1 ระบบจุติ อัญเชิญนักบุญยุทธ์ตั้งแต่เริ่มต้น

บทที่ 1 ระบบจุติ อัญเชิญนักบุญยุทธ์ตั้งแต่เริ่มต้น


"หลินเทียน อย่าลืมเอายาปราณโลหิตที่จะแจกก่อนการทดสอบร่างกายวันพรุ่งนี้มาให้ฉันด้วยล่ะ!"

ณ ระเบียงทางเดินอาคารเรียนของโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายแห่งที่สอง เมืองอี๋ มณฑลชิง ประเทศมังกร บนดาวบลูสตาร์

เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหยิ่งยโสใส่เด็กหนุ่มผมดำตาสีรัตติกาลที่ยืนอยู่ตรงหน้า ราวกับว่าสิ่งที่เธอพูดนั้นเป็นสัจธรรมที่ต้องปฏิบัติ

เหล่านักเรียนโดยรอบต่างยืนดูเหตุการณ์นี้ราวกับกำลังชมมหรสพ ด้วยความคุ้นชินกับภาพที่เกิดขึ้นเป็นประจำ

สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่หลินเทียน เด็กหนุ่มผมสีดำสนิท รอคอยคำตอบรับที่แสนจะว่าง่ายของเขา

"หลิวชิง ทำไมฉันต้องให้ยาปราณโลหิตกับเธอด้วย? เธอต่างหากที่ควรจะเป็นฝ่ายให้ฉันไม่ใช่เหรอ?"

ทว่าเมื่อได้ยินประโยคนั้น หลินเทียนกลับสวนกลับไปอย่างเหลืออด

"ฉันให้ยาปราณโลหิตกับเธอมาตลอดสามปี แค่เธอแบ่งให้ฉันครั้งเดียวมันจะเป็นปัญหาอะไรนักหนา"

"ยาปราณโลหิตสองเม็ดมันมากพอที่จะทำให้ค่าปราณโลหิตของฉันแตะหลักร้อย และทะลวงขั้นสู่การเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้พอดี"

วาจาของหลินเทียนทำเอาเพื่อนร่วมชั้นที่กำลังรอเรื่องสนุกถึงกับตะลึงงัน นี่ใช่หลินเทียนคนเดิมที่พวกเขารู้จักจริงหรือ?

"เฮ้ยๆ หลินเทียนมันเสียสติไปแล้วหรือเปล่า? กล้าพูดกับหลิวชิงแบบนั้นได้ยังไง?"

นักเรียนระแวกนั้นมองหลินเทียนด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ นี่เป็นเหตุการณ์ที่พวกเขาคิดว่าชาตินี้คงไม่มีวันได้เห็น

หลินเทียนคือคนดังประจำโรงเรียนมัธยมสอง ทว่าเป็นที่รู้จักในฐานะ 'ไอ้โง่' ที่ยอมทิ้งอนาคตของตัวเองเพื่อหลิวชิง เพื่อนสมัยเด็ก

สมองของหลิวชิงเหมือนจะหยุดทำงานไปชั่วขณะหลังจากได้ยินคำพูดของหลินเทียน กว่าเธอจะตั้งสติได้ เสียงแหลมปรี๊ดก็กรีดร้องออกมา

"หลินเทียน นายพูดว่าอะไรนะ? นายอยากให้ฉันเอายาปราณโลหิตให้นายงั้นเหรอ!"

"ทำไมฉันต้องให้ยาปราณโลหิตนาย? เรื่องอะไรฉันต้องให้!"

หลินเทียนรีบยกมือปิดหูพร้อมโบกมือปัดอย่างรำคาญใจ

"เบาเสียงหน่อย! แล้วมันผิดตรงไหนที่ฉันอยากได้ยาของเธอ? เธอมาขอฉันตลอดสามปีนะ"

"ฉันให้ยาเธอกินมาสามปี มันไม่สมเหตุสมผลหรือไงที่เธอควรจะเอายาที่จะแจกพรุ่งนี้มาให้ฉันบ้าง?"

"ขนาดสุนัขยังรู้จักบุญคุณคน เธอคงไม่ได้โง่เขลายิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานหรอกใช่ไหม?"

น้ำเสียงของหลินเทียนเปี่ยมไปด้วยความประชดประชัน

หากเป็นคนอื่นพูด ประโยคเหล่านี้คงฟังดูปกติ แต่เมื่อออกจากปากหลินเทียน มันทำให้ทุกคนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

หลิวชิงโกรธจนหน้าแดงก่ำ เธอชี้นิ้วไปที่หน้าหลินเทียนแล้วตวาดลั่น

"หลินเทียน! นอกจากฉันจะไม่ให้ยาปราณโลหิตนายแล้ว วันนี้นายต้องคุกเข่าขอขมาฉัน! คลานเข้ามาขอโทษฉันต่อหน้าครูและนักเรียนทุกคนเดี๋ยวนี้!"

"นายต้องโขกศีรษะคำนับฉันจนกว่าฉันจะพอใจ ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่พูดกับนายอีกเลย"

"ถ้าจะไม่พูดก็ไม่ต้องพูด ใครเขาสนใจเธอกัน คิดว่าตัวเองเป็นลูกข่างหรือไงที่พอมีคนสะกิดหน่อยก็หมุนรอบตัวเองให้คนอื่นดู?"

"จะให้ฉันคุกเข่าต่อหน้าครูและนักเรียนงั้นเหรอ? ถ้าพวกอาจารย์ได้ยินเข้า เธอคงโดนไล่ออกแน่"

"เป็นแค่นักเรียนมัธยมปลาย ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ แต่ทำตัวราวกับแม่ค้าปากตลาด อัปลักษณ์จริงๆ เป็นเสนียดลูกตาชะมัด"

"ถุย!"

หลินเทียนถ่มน้ำลายลงพื้นด้วยสีหน้ารังเกียจ ก่อนจะหันหลังเดินหนีไปทันที

"กรี๊ดดดดด!"

เสียงกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจของหลิวชิงดังไล่หลังมา

เหตุการณ์นี้ทำเอาไทยมุงรอบข้างถึงกับอ้าปากค้าง

"เชี่ย... นั่นใช่หลินเทียนคนเดิมจริงดิ?"

"เขากล้าพูดแบบนั้นกับหลิวชิงได้ยังไง"

พวกเขารีบหันไปมองหลิวชิง ที่ตอนนี้ใบหน้าสวยหวานบิดเบี้ยวจนดูน่าเกลียด

หลิวชิงจ้องมองแผ่นหลังของหลินเทียนที่เดินจากไปด้วยสายตาอาฆาต

"หลินเทียน นายกล้าฉีกหน้าฉัน ฉันไม่มีวันปล่อยนายไว้แน่!"

หลังจากเดินออกมา หลินเทียนก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาวพร้อมกับเรียบเรียงความทรงจำในหัว

"เปิดเกมมาก็หายนะเลยแฮะเรา"

เขาเพิ่งจะ 'ทะลุมิติ' มายังโลกที่เรียกว่าดาวบลูสตาร์เมื่อคืนนี้เอง

ดาวบลูสตาร์คือโลกที่พลังลมปราณฟื้นคืนชีพมาได้สามพันปีแล้ว ขนาดของมันใหญ่กว่าโลกเดิมของเขาหลายสิบเท่า และเต็มไปด้วยยอดฝีมือ หากใครไม่สามารถเป็น 'ผู้ฝึกยุทธ์' ได้ ก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมีชีวิตรอดในฐานะชนชั้นล่างของสังคม

ระดับพลังที่เขารู้จักตอนนี้มีเพียง 'ขอบเขตยุทธ์ 9 ระดับ' โดยแต่ละระดับแบ่งย่อยเป็น ขั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นปลาย ค่าปราณโลหิตหนึ่งร้อยแต้มคือธรณีประตูสู่การเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับ 1

เจ้าของร่างเดิมพยายามจะเร่งค่าปราณโลหิตให้ถึงร้อยก่อนการทดสอบร่างกาย จึงไปหายาปราณโลหิตมาด้วยวิธีบางอย่าง แต่โชคร้ายที่ได้ยาด้อยคุณภาพมา จนสุดท้ายธาตุไฟเข้าแทรก เลือดไหลออกทวารทั้งเจ็ดจนสิ้นใจตาย

และเขาก็เข้ามาสวมร่างแทนที่หลินเทียนคนเดิมเพื่อใช้ชีวิตต่อไป

ยัยหลิวชิงเมื่อกี้ คือเด็กกำพร้าที่โตมาในสถานสงเคราะห์เดียวกับเจ้าของร่าง พอจบมัธยมต้น เธอก็ถูกเศรษฐีรับไปอุปการะ

ไม่นึกว่าทั้งคู่จะได้มาเรียนต่อมัธยมปลายที่เดียวกัน เจ้าของร่างเดิมนั้นมีพรสวรรค์สูงมาก หลิวชิงจึงมาขอให้เขายกยาปราณโลหิตให้เธอ โดยสัญญาว่าจะตอบแทนในอนาคต

ยาปราณโลหิตคือทรัพยากรการฝึกฝนที่ทางรัฐบาลประเทศมังกรแจกจ่ายให้ทุกเดือน และไม่มีช่องทางอื่นให้หาซื้อได้ทั่วไป

ด้วยความที่เห็นแก่ความเป็นเพื่อนสมัยเด็ก เจ้าของร่างเดิมจึงมอบยาที่ได้รับแจกทุกเดือนให้หลิวชิงจนหมด... และไม่น่าเชื่อว่าเขาจะทำแบบนั้นติดต่อกันถึงสามปี!

แต่ไม่ว่าจะเจ้าของร่างเดิมหรือตัวเขาในตอนนี้ ก็ไม่เคยได้รับอะไรตอบแทนจากหลิวชิงเลยสักนิด มีแต่ฝ่ายหญิงที่กอบโกยไปฝ่ายเดียว...

"อ้าว นี่มันหลินเทียนไม่ใช่เหรอ?"

"ค่าปราณโลหิตเก้าสิบแปดแต้ม สูงใช้ได้เลยนี่นา ในชั้น ม.6 นี้มีไม่กี่คนหรอกนะที่ทำได้"

"ฮ่าๆๆๆๆ"

ทันทีที่หลินเทียนก้าวเท้าเข้าห้องเรียน เสียงเย้ยหยันก็ดังกระทบโสตประสาท

ในการทดสอบร่างกายครั้งล่าสุด ค่าปราณโลหิตของเขาอยู่ที่เก้าสิบแปด

เก้าสิบแปดแต้ม... พูดให้ดูดีก็คือมีไม่กี่คนในชั้นปีที่มีค่าปราณเท่านี้

แต่ในความเป็นจริง นักเรียน ม.6 ส่วนใหญ่ได้กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์กันไปหมดแล้ว บางคนทะลวงระดับด้วยค่าปราณโลหิตเกินร้อยแต้ม ซึ่งหมายถึงศักยภาพที่เหนือกว่าในอนาคต

แต่เขา หลินเทียน กลับย่ำอยู่แค่เก้าสิบแปด

เมื่อเห็นหลินเทียนไม่โต้ตอบ เจ้าของเสียงนั้นก็พูดต่อ

"เก้าสิบแปดแต้ม... หมาจรจัดข้างถนนมันยังมีค่าปราณเยอะกว่าแกเลยมั้ง แบบนี้มันก็แค่หนอนแมลงชั้นต่ำของสังคมไม่ใช่หรือไง?"

"ฮ่าๆๆ"

"หลี่หมิง พอได้แล้ว! พวกนายเป็นเพื่อนร่วมห้องกันนะ หยุดพูดเดี๋ยวนี้!"

ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเย้ย เสียงใสไพเราะเสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา

เด็กสาวหน้าตาดีคนหนึ่งจ้องมองกลุ่มของหลี่หมิงด้วยความโกรธ

เธอคือหัวหน้าห้อง ม.6/2 'มู่จื่อเวย'

"โอเคๆ หัวหน้าห้องสอง เราไปก็ได้"

หลี่หมิงตอบรับกลั้วหัวเราะเบาๆ เขาเป็นเด็กห้องหนึ่ง หัวหน้าห้องสองอย่างเธอไม่มีอำนาจสั่งการเขาได้

ทว่าก่อนจะเดินจากไป หลี่หมิงหันมามองหลินเทียนด้วยสายตาเคียดแค้น

"หลินเทียน ไอ้ลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่ แกจงคลานเป็นหนอนอยู่ก้นบ่อของสังคมต่อไปเถอะ อย่าหวังว่าจะได้ผุดได้เกิด"

"ไม่งั้น ฉันนี่แหละจะขยี้แกให้ตายคามือ!"

"หลี่หมิง!"

มู่จื่อเวยตวาดลั่น แต่หลี่หมิงไม่สนใจ เขาเดินจากไปอย่างผู้ชนะ

"หลินเทียน..."

มู่จื่อเวยหันมามองหลินเทียนด้วยความเป็นห่วง

"หัวหน้าห้อง ขอบคุณมากนะ"

หลินเทียนกล่าวขอบคุณจากใจจริง เขารู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของมู่จื่อเวยมาก

เมื่อเห็นดังนั้น มู่จื่อเวยก็พูดอะไรไม่ออก ได้แต่เดินจากไปอย่างจนใจ

ในความทรงจำของหลินเทียน ไอ้เจ้าหลี่หมิงเคยมีเรื่องกับเขาตอนเข้าเรียนมัธยมปลายใหม่ๆ แต่ตอนนั้นหลินเทียนมีค่าปราณโลหิตสูงสุดในโรงเรียน จึงอัดหลี่หมิงจนน่วม

นับแต่นั้นมา หลี่หมิงก็ผูกใจเจ็บมาตลอด

เจ้าของร่างเดิมแม้จะเป็นเด็กกำพร้า แต่ตอนเข้าเรียนกลับมีค่าปราณสูงสุด นี่พิสูจน์ได้ว่าพรสวรรค์ของเขาน่ากลัวขนาดไหน

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เขาตกต่ำจากอัจฉริยะกลายเป็นไอ้ขี้แพ้ที่ไม่ใช่แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์...

ก็เพราะนังแพศยาหลิวชิงนั่นแหละ!

ในใจหลินเทียนเต็มไปด้วยความคับแค้น

ถ้าหลิวชิงไม่เอาเบี้ยเลี้ยงประจำเดือนของเจ้าของร่างไปจนหมด ป่านนี้เขาคงทะลวงขั้นเป็นผู้ฝึกยุทธ์ด้วยค่าปราณที่สูงลิ่ว และน่าจะไปถึงขั้นปลายของระดับ 1 แล้วด้วยซ้ำ

คงไม่ต้องมาโดนลูกน้องเก่าอย่างหลี่หมิงดูถูก ไม่ต้องให้ทุกคนเหยียดหยาม และไม่ต้องทำให้ครูบาอาจารย์ผิดหวัง

เผลอๆ เขาอาจจะเข้ามหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้ไม่ได้ด้วยซ้ำ!

อนาคตคงหนีไม่พ้นการเป็นกาฝากสังคมที่ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด

"ได้ยินมาว่าหลิวชิงทะลวงระดับ 1 ด้วยค่าปราณหนึ่งร้อยห้าสิบแต้ม และตอนนี้ก็เลื่อนไปถึงขั้นกลางของระดับ 1 แล้ว"

พอนึกถึงเรื่องนี้ ไฟโทสะก็ลุกโชนในอกหลินเทียน นั่นมันทรัพยากรของเขาทั้งนั้น!

อัจฉริยะหลายคนเมื่อค่าปราณถึงร้อย จะยังไม่รีบทะลวงระดับ แต่จะพยายามทลายขีดจำกัดเพื่อปูทางสู่อนาคตที่กว้างไกลกว่า

"ว่ากันว่าขีดจำกัดของค่าปราณโลหิตคือสองร้อยแต้ม แต่ตลอดสามพันปีนับตั้งแต่พลังลมปราณฟื้นคืนชีพ มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้"

ผู้บุกเบิกแห่งวิถียุทธ์ — เซี่ยเจี๋ย!

หลินเทียนใช้เวลาทั้งวันในโรงเรียนด้วยความทุกข์ทรมาน...

เมื่อกลับมาถึงห้องเช่ารูหนู หลินเทียนก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่

"เฮ้อ ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ตอนทดสอบร่างกาย ค่าปราณของฉันจะแตะร้อยไหมนะ"

เขาเดินกลับเข้าห้อง เตรียมจะนั่งสมาธิเดินลมปราณ

"ติ๊ง! ระบบเจ้าผู้ไร้เทียมทานสะสมพลังงานเสร็จสิ้น ทำการผูกมัดกับโฮสต์เพียงหนึ่งเดียว — หลินเทียน เรียบร้อยแล้ว"

ทันทีที่ก้นแตะพื้น เสียงหนึ่งก็ดังก้องขึ้นในหัว

"ระบบ! มาช้าดีกว่าไม่มาสินะ"

หลินเทียนยิ้มกว้าง ในที่สุดเขาก็ได้รับระบบ 'เจ้าผู้ไร้เทียมทาน' สักที!

ความอัปยศที่เขาต้องแบกรับ มันจะสิ้นสุดลงในวันนี้แหละ

"ระบบ แนะนำฟังก์ชันของแกหน่อย"

"ติ๊ง! ตอบโฮสต์ ระบบนี้คือระบบเจ้าผู้ไร้เทียมทาน มีเป้าหมายเพื่อให้โฮสต์บรรลุความเป็นอมตะและครอบครองพลังอำนาจที่ไร้ผู้ต่อกร"

"ระบบมีฟังก์ชันหลักสองอย่าง: ลงชื่อเช็คอิน และ อัญเชิญ"

"โฮสต์สามารถลงชื่อได้วันละหนึ่งครั้ง ของรางวัลการันตีคือการเพิ่มระดับพลังบำเพ็ญเพียรปัจจุบันขึ้นหนึ่งเปอร์เซ็นต์"

"โฮสต์สามารถทำการอัญเชิญได้เดือนละหนึ่งครั้ง ตัวตนที่ถูกอัญเชิญมาจะแข็งแกร่งขึ้นตามระดับพลังของโฮสต์และระยะเวลาที่ผ่านไป"

หลังจากฟังคำอธิบาย หลินเทียนก็ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น

ระบบเจ้าผู้ไร้เทียมทาน... ระบบที่จะทำให้เขาไร้พ่าย

คำว่า 'ไร้พ่าย' ใครบ้างจะไม่อยากได้?

"ติ๊ง! เนื่องด้วยโฮสต์เปิดใช้งานระบบเป็นครั้งแรก ขอมอบ 'แพ็กเกจของขวัญมือใหม่' ให้แก่โฮสต์"

"แพ็กเกจมือใหม่!"

"ระบบ เปิดแพ็กเกจของขวัญเดี๋ยวนี้!" หลินเทียนสั่งการด้วยความตื่นเต้น

"ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับ 'การ์ดอัญเชิญนักบุญยุทธ์' จำนวน 1 ใบ!"

"นักบุญยุทธ์?"

"ระบบ นักบุญยุทธ์นี่คือระดับไหน?"

นี่เป็นระดับพลังที่หลินเทียนไม่เคยได้ยินมาก่อน เขารู้จักแค่ขอบเขตยุทธ์ 9 ระดับเท่านั้น

"ติ๊ง! ตอบโฮสต์ นักบุญยุทธ์คือสมญานามของผู้แข็งแกร่งใน 'ขอบเขตนักบุญ' เหนือกว่าขอบเขตยุทธ์ 9 ระดับขึ้นไปคือการก้าวข้ามความเป็นมนุษย์"

"นั่นคือ ขอบเขตเหนือมนุษย์, ขอบเขตนักบุญ, และเหนือกว่านักบุญขึ้นไปคือ ขอบเขตเทพยุทธ์!"

"เหนือมนุษย์... นักบุญ!"

เลือดในกายหลินเทียนสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง เขาได้การ์ดอัญเชิญที่สามารถเรียกตัวตนระดับขอบเขตนักบุญออกมาได้เชียวนะ!

"ระบบ ใช้การ์ดอัญเชิญนักบุญยุทธ์!"

"ติ๊ง! ใช้การ์ดอัญเชิญนักบุญยุทธ์สำเร็จ"

"ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์ได้ทำการอัญเชิญยอดฝีมือขอบเขตนักบุญ ขั้น 5 — นักบุญยุทธ์ ฟ่านชาง!"

จบบทที่ บทที่ 1 ระบบจุติ อัญเชิญนักบุญยุทธ์ตั้งแต่เริ่มต้น

คัดลอกลิงก์แล้ว