- หน้าแรก
- ยอดนักสืบระบบจิตสัมผัส ไขคดีโหดสะเทือนโซเชียล
- บทที่ 14 นามบัตรเปื้อนเลือด...
บทที่ 14 นามบัตรเปื้อนเลือด...
บทที่ 14 นามบัตรเปื้อนเลือด...
หยางฟานก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
"อาจจะยังมีอีกนิดหน่อยครับ"
พูดจบ เขาเดินตรงไปยังรอยเท้าเปื้อนเลือดที่ค่อนข้างชัดเจนรอยหนึ่ง แล้วหันไปถามเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานข้างๆ
"รอยเท้านี้ยาวเท่าไหร่ครับ?"
"ความยาวรวม 28 เซนติเมตรครับ" เจ้าหน้าที่ตอบ
หยางฟานพยักหน้า นั่งยองๆ ข้างรอยเท้านั้น นิ้วชี้ไปที่จุดต่างๆ บนรอย
"ความยาวรวม 28 ซม. ก็จริงครับ แต่ลองดูตรงนี้...
จุดกดลึกสุดของหน้าเท้าอยู่ห่างจากปลายเท้าถึง 4 ซม. ทั้งที่คนปกติเวลาเดิน จุดกดแรงควรจะอยู่ที่ 2-2.5 ซม.
แล้วดูรอยเว้าตรงอุ้งเท้าสิครับ ขอบมันเบลอๆ ไม่ชัด เหมือนเท้าลื่นไถลอยู่ในรองเท้าตลอดเวลา แถมระยะก้าว..."
เขาลุกขึ้นยืนสาธิตการก้าวเท้า เมื่อปลายเท้าแตะพื้น ระยะก้าวนั้นยาวกว่ารอยเท้าบนพื้นอย่างเห็นได้ชัด
"ระยะก้าวสั้นแค่ 68 ซม. แต่ใส่รองเท้าเบอร์ 42 มันเหมือนเอาไม้พายอันใหญ่มาพายเรือลำเล็ก ผิดธรรมชาติมากครับ"
หยางฟานหันไปมองเจิ้งเหวินซง น้ำเสียงมั่นใจ
"เท้าจริงของฆาตกรยาวอย่างมากก็แค่ 25.5 ซม. หรือประมาณเบอร์ 41 แต่เขาจงใจใส่รองเท้ากีฬาเบอร์ 42 มา
ดังนั้น ส่วนสูงจริงของเขาน่าจะอยู่ระหว่าง [ข้อมูลปกปิดเพื่อความปลอดภัย] รูปร่างค่อนข้างผอม แต่แรงส่งจากหน้าเท้าหนักแน่น แสดงว่ากล้ามเนื้อน่องแข็งแรงดีครับ"
ได้ยินดังนั้น เจิ้งเหวินซงรีบคว้าไม้บรรทัดมาวัดซ้ำ ทันใดนั้นเขาก็อุทานออกมา
"จุดกดแรงของเท้าจริงอยู่ที่ 24 ซม. จริงๆ ด้วย! เสี่ยวหยาง สายตานายมันสุดยอดไปเลย!"
หยางฟานยิ้มแล้วเตือนว่า
"หัวหน้าเจิ้งครับ นี่เป็นผลลัพธ์ของฆาตกรแค่คนเดียว
แต่ผมสันนิษฐานว่า ในเมื่อคนนี้ใส่รองเท้าหลวมเกินไซส์มา มีความเป็นไปได้สูงที่อีกคนก็จะทำแบบเดียวกัน
ดังนั้น ตอนวัดรอยเท้าของฆาตกรอีกคน ต้องระวังจุดนี้เป็นพิเศษด้วยครับ"
เจิ้งเหวินซงพยักหน้ารัวๆ แล้วหันไปหาหลิวจื้อเสวียน
"หัวหน้าหลิว คุณลงทุนไปทาบทามมาเอง คราวนี้ได้เพชรเม็ดงามมาจริงๆ!"
หลิวจื้อเสวียนหัวเราะร่าอย่างพอใจ แล้วหันกลับมาถามหยางฟาน
"แล้วไงต่อเสี่ยวหยาง จากการตรวจสอบพวกนี้ นายได้ข้อสรุปอะไรบ้าง?"
หยางฟานรู้ว่าโอกาสมาถึงแล้ว จึงรีบตอบ
"หัวหน้าหลิวครับ แม้จะพอได้ข้อสรุปบ้าง แต่ยังไม่ครอบคลุมพอครับ
ผมคิดว่าถ้าได้ตรวจสอบวัตถุพยานพวกนั้นอีกรอบ ผมน่าจะฟันธงได้แม่นยำกว่านี้
เมื่อกี้ผมรีบไปหน่อย กลัวทำหลักฐานปนเปื้อนเลยไม่ได้ดูละเอียดครับ"
หลิวจื้อเสวียนหันไปทางเจิ้งเหวินซงทันที
"เฒ่าเจิ้ง คุณก็เห็นฝีมือเสี่ยวหยางแล้ว ให้เขาดูหลักฐานเถอะ
เขาใส่ถุงมืออยู่แล้ว หลักฐานก็ซีลไว้ ไม่มีปัญหาหรอก"
"ได้สิ!"
เจิ้งเหวินซงยิ้มพยักหน้า หันไปสั่งลูกทีมด้านหลัง
"เดี๋ยวผู้หมวดหยางอยากดูชิ้นไหน ให้ความร่วมมือเต็มที่เลยนะ"
"รับทราบครับ!"
เจ้าหน้าที่หลายคนพยักหน้าพร้อมกัน พลางเปิดกล่องเครื่องมือรอ
หยางฟานลิงโลดใจ ไม่รอช้า รีบตรงไปหาเจ้าหน้าที่ชื่อเสี่ยวโจว ชี้ไปที่ถุงซีลใส่ธนบัตร
"หมวดโจวครับ ขอดุถุงนั้นหน่อยครับ!"
เสี่ยวโจวพยักหน้า หยิบถุงส่งให้ทันที
เมื่อรับมา หยางฟานแสร้งทำเป็นพินิจพิเคราะห์ธนบัตรข้างใน แต่มือกลับลูบคลำไปทั่วทุกจุดของถุง
ทันทีที่สัมผัสโดนมุมธนบัตรใบหนึ่ง คลื่นอารมณ์รุนแรงก็พุ่งเข้าใส่ จนหยางฟานชะงักงัน
มันคืออารมณ์ที่ผสมปนเปกันระหว่างความเกลียดชังอันรุนแรงและความลำพองใจเย้ยหยัน!
"หรือว่านี่จะเป็น... การฆ่าล้างแค้น?"
คลื่นยักษ์ถาโถมในใจหยางฟานทันที!
เมื่อครู่ที่ข้างบ่อน้ำแห้ง ตอนสัมผัสเสื้อเปื้อนเลือด เขาจับได้แค่ความตื่นเต้นและจิตสังหาร ทำให้เข้าใจว่าเป็นการฆ่าเพราะบุกรุกธรรมดา
แต่ตอนนี้ดูเหมือนเรื่องจะไม่ง่ายขนาดนั้น!
ธนบัตรพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนร้ายทำตกโดยบังเอิญเพราะรีบร้อน แต่เป็นฉากที่เขาจงใจสร้างขึ้นเพื่อตบตาตำรวจต่างหาก!
ในห้วงความคิด หยางฟานเหมือนเห็นภาพเหตุการณ์—
ฆาตกรกำปึกธนบัตรที่ค้นเจอไว้แน่น จ้องมองศพหงกวนจือและภรรยาด้วยความเคียดแค้น ก่อนจะดึงเงินออกมาโปรยไปทั่วห้องด้วยความสะใจ
"หัวหน้าเจิ้งเพิ่งบอกว่าคดีนี้น่าจะมีคนร้ายสองคน
คนหนึ่งคือคนที่ใส่เสื้อเปื้อนเลือด ส่วนอีกคนคือคนที่จงใจโปรยเงิน!"
"ชัดเจนแล้วว่า คนที่โปรยเงินคือตัวการหลัก และต้องมีความแค้นฝังลึกกับตระกูลหง
ส่วนอีกคน... เป็นแค่ผู้สมรู้ร่วมคิด!"
เพื่อยืนยันความคิด หยางฟานตรวจดูในกล่องเครื่องมืออีกครั้ง และพบหลักฐานสำคัญอีกสองชิ้น—
นามบัตรที่มีรอยนิ้วมือเลือดประทับอยู่ และกระเป๋าสตางค์ผู้หญิงที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด
"นามบัตรกับกระเป๋านี้เจอที่ไหนครับ?" หยางฟานถาม
เท่าที่จำได้ เขาไม่เห็นของพวกนี้ใกล้ศพซุนอวี้เสียเลย
"นามบัตรอยู่ในกระเป๋าตังค์ใบนี้ครับ ส่วนกระเป๋าตังค์... ถูกซ่อนอยู่ในอ้อมกอดผู้ตายตอนพบศพ"
หยางฟานพยักหน้า หันไปมองศพซุนอวี้เสีย แล้วก็ถึงบางอ้อ
มิน่าล่ะ ตอนแรกที่เห็นศพ เขารู้สึกทะแม่งๆ กับท่าทางของเธอ แขนข้างหนึ่งวางพาดอกดูสงบเกินไป ขัดกับบรรยากาศนองเลือดรอบข้าง
ที่แท้ตอนนั้นเธอกอดกระเป๋าใบนี้ไว้นี่เอง... แต่นี่ก็นำมาซึ่งคำถามใหม่!
เธอยัดกระเป๋าใส่อกในวาระสุดท้าย ขณะที่ฆาตกรผละไปฆ่าคนอื่น? หรือฆาตกรเป็นคนยัดใส่ไว้หลังเธอตายแล้ว?
แล้วรอยนิ้วมือเลือดบนนามบัตรล่ะ ของใคร?
ของเธอเอง หรือฆาตกรจงใจประทับไว้?
คิดได้ดังนั้น หยางฟานหันไปมองศพซุนอวี้เสีย พบว่าแขนอีกข้างของเธอแบอยู่บนกองเลือด นิ้วทั้งห้าเปื้อนเลือดเต็มไปหมด
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด รอยนิ้วมือบนนามบัตรน่าจะมาจากมือของซุนอวี้เสียนั่นแหละ
หยางฟานหันไปหาเสี่ยวโจว
"หมวดโจว รบกวนขอดูถุงใส่นามบัตรหน่อยครับ"
"ได้ครับ"
เสี่ยวโจวหยิบส่งให้
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ความลำพองใจพุ่งพล่านเข้าสู่สมองหยางฟาน
อารมณ์นี้คล้ายคลึงกับที่พบบนธนบัตรเมื่อครู่มาก เพียงแต่จิตสังหารเบาบางลง แต่ความลำพองใจกลับเด่นชัดขึ้น
"นี่ก็เป็นอารมณ์ที่ฆาตกรทิ้งไว้!"
หัวใจหยางฟานบีบตัวแน่น เขาได้ข้อสรุปในเรื่องนี้แล้ว
วินาทีนี้ เขาเหมือนได้ยินเสียงเย้ยหยันของฆาตกรดังก้องอยู่ในหัว: "เห็นไหม? แผนของฉันจะทำให้พวกตำรวจหัวหมุนจนไปไม่เป็น!"