เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5 สะสมได้ 900 ปีแล้ว การรวมตัวของนักเรียนเขตหยางเฉิง

ตอนที่ 5 สะสมได้ 900 ปีแล้ว การรวมตัวของนักเรียนเขตหยางเฉิง

ตอนที่ 5 สะสมได้ 900 ปีแล้ว การรวมตัวของนักเรียนเขตหยางเฉิง


"ฮะๆ เอาล่ะ"

หลินซานได้ปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์ของเขานั้นออกมมาด้วยความมั่นใจ

โจไคเอ๋อเองก็มีสีหน้าที่มุ่งมั่นอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าพวกเขาทั้งสี่คนร่วมมือกันนั้นจะมีโอกาสสูงมากที่จะชนะได้

และตงรุ่ยเองในฐานะวิญญาจารย์สายป้องกันเพียงคนเดียว ก็ได้เดินไปข้างหน้าพวกเขาอย่างรู้หน้าที่

เย่เฉินเองก็ยิ้มเล็กน้อย และหอกศักดิ์สิทธิ์แห่งยมโลกก็ปรากฏขึ้นในมือของเขาพร้อมกับควันสีดำที่หนาทึบ

...

ในช่วงเวลาตอนเย็น.

“หื่อออ  ข้าเหนื่อยมากแล้วล่ะ”

ที่ชั้นบนดาดฟ้านั้น โจไคเอ๋อ นั่งทรุดตัวลงกับพื้น โดยไม่กังวลเกี่ยวกับรูปลักษณ์เทพธิดาของเธอเหมือนอย่างที่เธอทำในตอนเช้าอีกต่อไป

หลินซานและตงรุ่ยเองก็ต่างก้มตัวลงและหอบกันอย่างหนัก

หลังจากการฝึกการต่อสู้จริงในวันนี้ เย่เฉินเองก็เหนื่อยล้าด้วยเช่นกัน

ท้ายที่สุดแล้ว เขานั้นยังอยู่ในระดับ 11 เพียงเท่านั้น แม้ว่าหลิงเหว่ยจะบีบลดระดับของเขาให้เป็นวิญญาจารย์ ในฐานะปรมาจารย์วิญญาณแล้วก็ตาม แต่ว่าประสบการณ์การต่อสู้และการตอบสนองของเขานั้นไม่ได้ถูกบีบอัดลงมาด้วย และเขายังคงมีมันอยู่เช่นเดิม

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับโจไคเอ๋อและอีกสามคนแล้ว เย่เฉินนั้นก็อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด

“พวกเจ้าเหนื่อยกันไวจังเลยนะ ยังไม่ค่ำเลยเนี่ย”

หลิงเหว่ยนั่งบนก้อนหินอย่างสบายๆ และพูดพร้อมด้วยรอยยิ้ม “แล้วมาต่อกันพรุ่งนี้นะ”

"อา?"

มีเสียงโอดครางดังขึ้นมาในทันที

ตงรุ่ยหัวเราะอย่างขมขื่น: "อาจารย์หลิง พรุ่งนี้เราเลื่อนไปก่อนดีไหม อาการบาดเจ็บของข้ายังไม่หายดีเลยอ่ะ"

ขณะที่เขาพูดนั้น เขาก็ลูบหน้าข้างซ้ายของเขาที่เขียวจากการถูกเตะในการฝึกก่อนหน้านี้

“ใช่แล้ว ข้าเองก็เหนื่อยมากเลยล่ะ”

หลินซานสูญเสียความเย่อหยิ่งของเขาไปแล้วด้วยเช่นกัน สำหรับวิญญาจารย์มือใหม่แล้ว ความหนักในการฝึกฝนนั้นมักจะไม่สูงมากนัก

“โอ้ พวกเจ้าเหนื่อยกันมากแล้วใช่ไหมล่ะ? ไม่เป็นไร งั้นพรุ่งนี้ก็มาหยุดกันสักวันหนึ่งนะ”

หลิงเหว่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย: "แต่ขอบอกไว้หน่อยล่ะว่า การเข้าทดสอบของค่ายฝึกพิเศานั้นยากกว่านี้มากเลยล่ะ"

ทันทีที่คำพูดนี้ออกมา ตงรุ่ยและหลินซานก็หยุดพูดทันที

โจไคเอ๋อซึ่งนั่งอยู่ข้างๆเย่เฉินก็หันศีรษะของเธอ ดวงตาที่สวยงามของเธอเต็มไปด้วยความชื่นชม: "เย่เฉินเจ้าน่าทึ่งมากเลยล่ะ เจ้าไม่ได้รับบาดเจ็บเลยหลังจากผ่านการฝึกต่อสู้มาทั้งวันน่ะ"

“ดูเหมือนว่าพี่ใหญ่เฉินจะฝึกฝนร่างกายมาก่อนที่จะปลุกวิญญาณยุทธ์ของเขามาอย่างดีเลยใช่ไหมล่ะ?” ตงรุ่ยกล่าว

ในตอนท้ายของวัน ทุกคนนั้นต่างเริ่มคุ้นเคยกับเขา และเนื่องจากความแข็งแกร่งของเย่เฉิน ตงรุ่ยจึงตั้งใจเรียกเขาว่าพี่ใหญ่เฉิน

เย่เฉินพยักหน้า หลักสูตรส่วนใหญ่ก่อนปลุกวิญญาณยุทธ์นั้นล้วนมุ่งเน้นไปกับการฝึกร่างกายและทักษะทางกายภาพ

ในหลักสูตรเหล่านี้ เย่เฉินนั้นเป็นอันดับหนึ่งในชั้นเรียนมาโดยตลอด

มิฉะนั้น การต่อสู้อันหนักหน่วงในวันนี้คงไม่อึดอย่างที่เห็นอีกต่อไป

หลังจากพูดคุยกันสั้นๆ ทุกคนก็ไปที่โรงอาหารเพื่อทานอาหารเย็นกัน

และในค่ำคืนนี้ เย่เฉินนั้นนอนหลับสนิทมาก

...

เวลาเก้าวันได้พ้นผ่านไปในพริบตา

ในช่วง 9 วันนี้ เย่เฉินและคนอื่นๆ ได้มุ่งเน้นไปที่การฝึกการต่อสู้จริงเป็นส่วนใหญ่

หลังจากการบ่มเพาะอย่างหนักเป็นเวลา 9 วัน ประสบการณ์การต่อสู้ของหลายๆ คนก็ได้รับการพัฒนาขึ้นมาอย่างมาก

ในตอนแรกหลิงเหว่ยสามารถรับมือกับพวกเขาได้อย่างง่ายดาย แต่ค่อยๆ เริ่มรับมือได้ยากขึ้น

สุดท้ายก็เปลี่ยนจาก 1 ต่อ 4 เป็น 1 ต่อ 2

นอกเหนือจากการสั่งสมประสบการณ์การต่อสู้แล้ว ระดับของเย่เฉินยังได้รับการยกระดับเป็นระดับ 13 แล้วอีกด้วย

และผลส่วนใหญ่นั้น มาจากหินวิญญาณที่มีส่วนช่วยอย่างที่สุด

แน่นอนว่า นอกจากหินวิญญาณที่หลิงเหว่ยมอบให้แล้ว ยังมีการบ่มเพาะของเย่เฉินเองอีกด้วย

ท้ายที่สุดแล้ว อาศัยพลังวิญญาณบริสุทธิ์ในหินวิญญาณและการต่อสู้ในแต่ละวันเพียงอย่างเดียวนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะอัปเกรด 2 ระดับภายใน 9 วัน

นอกจากเย่เฉินแล้วโจไคเอ๋อและหลินซานเองก็ยังได้รับการเลื่อนระดับเป็นระดับ 12 แล้วอีกด้วย

และตงรุ่ยคนที่มีระดับพลังวิญญาณต่ำสุดก็มาถึงระดับ 10 และดูดซับวงแหวนวิญญาณวงแรกของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย

ขณะนี้ยังเหลือเวลาอีก 1 วันก่อนการทดสอบของค่ายฝึกพิเศษ

และอายุของวงแหวนวิญญาณของเย่เฉินที่ได้สะสมในระบบก็มาจนถึงวันนี้ก็มีอายุ 900 ปีแล้ว

"ปล่อยมันไว้ก่อนเถอะ ค่อยมาใช้มันหลังจากการทดสอบในค่ายฝึกพิเศษเรียบร้อยแล้วก่อนเถอะ"

รถบัสมาแล้ว เย่เฉินพึมพำ

เขาวางแผนที่จะตัดสินใจตามความแข็งแกร่งของคนอื่นในระหว่างการทดสอบของค่ายฝึกพิเศษนี้ หากว่าพวกเขานั้นไม่แข็งแกร่งมากก็จะคงไว้แบบนี้ไปก่อน

และถ้าคู่ต่อสู้นั้นแข็งแกร่งมาก ก็คงจำเป็นต้องใช้มันอย่างแน่นอน

ท้ายที่สุดแล้ว เขามาที่นี่เพื่อมารับกระดูกวิญญาณให้ได้

กระดูกวิญญาณนั้นมีค่ามากเกินไป และวิญญาจารย์ส่วนใหญ่อาจไม่สามารถได้มันจากการล่าสัตว์วิญญาณตลอดชีวิตเลยก็มี

แม้แต่อันที่หมุนเวียนอยู่ภายในตลาดเอง ก็ยังมีคุณสมบัติสำหรับวิญญาจารย์ชั้นนำบางคนเพียงเท่านั้น

แม้ว่าอายุของกระดูกวิญญาณนั้นจะไม่สูงมากนัก แต่ผู้คนก็ยังต่างแย่งชิงกันเต็มที่

แม้ว่าเย่เฉินจะไม่รู้ว่าเหตุใดค่ายฝึกพิเศษสี่เขตปกครองนั้นยื่นเสนอของขวัญราคาแพงเช่นนี้ แต่เมื่อโอกาสมาถึงแล้ว เขาก็ต้องคว้ามันไว้ให้ได้

อันที่จริงโจไคเอ๋อและคนอื่น ๆ ต่างก็คิดเช่นนั้นด้วยเช่นกัน

บางทีนี่อาจเป็นครั้งเดียวที่จะได้สัมผัสกับกระดูกวิญญาณในช่วงชีวิตนี้ หากไม่ได้พยายามคว้ามันมาให้ได้ในครั้งนี้ก็อาจจะไม่สามารถพบมันได้อีกเลยก็ได้

“เหล่านักเรียนทั้งหลาย ตอนนี้เรามาถึงสนามบินกันแล้วล่ะ ทุกคนพร้อมลงกันได้แล้ว”

ในเวลานี้ หลิงเหว่ยซึ่งนั่งอยู่แถวหน้าได้กล่าวออกมา

ค่ายฝึกพิเศษสี่เขตปกครองดังกล่าว หมายถึงเขตปกครองทั้งสี่ของมณฑลหนานเจียง ซึ่งเป็นที่ตั้งของเขตปกครองเจียงหนาน เขตปกครองหลินเจียง เขตปกครองเป่ยเจียง และหยางเฉิง

ค่ายฝึกพิเศษ 4 เขตปกครองนี้จัดขึ้นโดยเมืองหลวงของ 4 เขตปกครองตามลำดับ และในปีนี้ได้จัดขึ้นที่ซูเฉิง เมืองหลวงของเขตปกครองเจียงหนาน

ซูเฉิงนั้นอยู่ห่างจากหยางเฉิงหลายพันกิโลเมตรเลยทีเดียว

ประกอบกับความจริงที่ว่ามีสัตว์วิญญาณจำนวนมากรบกวนระหว่างการเดินทางของทั้งสองเมือง วิธีเดียวที่จะไปซูเฉิงได้คือขึ้นเครื่องบินรบของทหารเพียงเท่านั้น

เมื่อได้ยินดังนั้น ทั้งสี่คนก็ลงจากรถพร้อมเป้สะพายหลังของพวกเขา

หลังจากลงจากรถบัสแล้ว เย่เฉินก็เห็นรถบัส 2 คันจอดอยู่ไม่ไกล

มันคือโรงเรียนมัธยมหยางเฉิงหมายเลข 1 และโรงเรียนมัธยมหยางเฉิงหมายเลข 4

“นั่นคือรถจากโรงเรียนมัธยมหมายเลข 1 ปีนี้พวกเขามีกัน 8 คนเลยจริงๆ งั้นเหรอ?”

โจไคเอ๋อที่อยู่ด้านข้างอดไม่ได้ที่จะพูดออกมา

โรงเรียนมัธยมหยางเฉิงหมายเลข 1 นั้นแข็งแกร่งที่สุด แต่ในปีก่อนหน้านี้มีนักเรียนเพียง 5 หรือ 6 คนเท่านั้น และในปีนี้ก็มีจำนวนที่เพิ่มขึ้นมาด้วย

“หึหึ จำนวนคนไม่ได้แสดงถึงความแข็งแกร่งหรอกนะ”

หลินซานพูดเบา ๆ หลังจากฝึกฝนพิเศษมาในก่อนหน้านี้แล้ว เขาก็มั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองมากยิ่งขึ้น

ในเวลานี้ นักเรียนที่ดูเย่อหยิ่งทั้งแปดคนของโรงเรียนมัธยมหยางเฉิงหมายเลข 1 ก็สังเกตเห็นอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน

ชายหนุ่มร่างกำยำคนหนึ่งได้เดินเข้ามาหา

“สวัสดีนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมหมายเลข 3 ข้าเป็นกัปตันของโรงเรียนมัธยมหมายเลข 1 ในครั้งนี้ ข้าฉินเล่ย เรามาทำความรู้จักกันหน่อยดีไหม?”

ฉินเล่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

จบบทที่ ตอนที่ 5 สะสมได้ 900 ปีแล้ว การรวมตัวของนักเรียนเขตหยางเฉิง

คัดลอกลิงก์แล้ว