- หน้าแรก
- เศรษฐีซ่อนพรสวรรค์ ดันเป็นเทพวาไรตี้
- บทที่ 16 เร็วไปหน่อยไหม?
บทที่ 16 เร็วไปหน่อยไหม?
บทที่ 16 เร็วไปหน่อยไหม?
"ไม่เชื่อหรอกค่ะ ใส่ปาเต็ก ฟิลิปป์ ขับเฟอร์รารี่ จะเป็นพ่อค้าของเก่าได้ไง..." ซ่างโยวโยวจ้องเกาตงซวี่อย่างจับผิด ก่อนจะส่ายหน้าไม่เชื่อ
"วงการของเก่าก็แบบนี้แหละครับ สามปีไม่เปิดบิล เปิดบิลทีอยู่ได้สามปี" เกาตงซวี่ยักคิ้วยิ้ม
"พูดจริงเหรอคะ?"
"จริงยิ่งกว่าทองอีกครับ"
"แต่ฉันก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี คุณดูไม่เหมือน..."
"แล้วคุณคิดว่าผมเหมือนอะไรครับ?"
"ลูกเศรษฐีไฮโซนักเรียนนอก" ซ่างโยวโยวจ้องหน้าเกาตงซวี่ตาไม่กะพริบเพื่อสังเกตปฏิกิริยา
"ฮ่าๆ มองคนแม่นนะเนี่ย ผมเคยไปเรียนนอกจริงครับ ถือว่าเป็นลูกเศรษฐีรุ่นสองนิดหน่อย แต่เป็นพวกปลายแถวไม่ค่อยมีใครรู้จัก ส่วนเรื่องสะสมค้าขายของเก่าก็เพิ่งทำมาปีกว่าๆ นี่เอง..." เกาตงซวี่ตอบอย่างเปิดเผย
"มีเรื่องราวใช่ไหมคะ? เล่าให้ฟังได้ไหม?" ดวงตาของซ่างโยวโยวเป็นประกายด้วยความอยากรู้
"ได้สิครับ... เรื่องมันเริ่มจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อปีก่อน..."
"หือ?!"
เมื่อได้ยินเกาตงซวี่เล่าเรื่องการจากไปของพ่อแม่จากอุบัติเหตุด้วยสีหน้าเรียบเฉย ซ่างโยวโยวเบิกตากว้าง ยกมือปิดปากด้วยความตกใจ
"ขอโทษค่ะ ฉันไม่รู้... ขอโทษจริงๆ ที่ทำให้คุณนึกถึงเรื่องเศร้า" ซ่างโยวโยวรู้สึกผิด ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเสียใจ มองรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าเกาตงซวี่ที่ดูยังไงก็แฝงความโศกเศร้า สัญชาตญาณความเป็นแม่ในตัวเธอเริ่มทำงาน สายตาที่มองเกาตงซวี่จึงเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและเห็นอกเห็นใจ
"ไม่เป็นไรครับ มันผ่านไปแล้ว" เกาตงซวี่ยิ้มตอบเหมือนทำใจได้แล้ว
แต่ยิ่งเขาทำแบบนี้ สัญชาตญาณความเป็นแม่ของซ่างโยวโยวก็ยิ่งพลุ่งพล่าน จนอยากจะเข้าไปกอดปลอบโยนเขาให้หายเศร้า
"เอาล่ะ ผมแนะนำตัวเองจบแล้ว ตาคุณบ้าง" เกาตงซวี่เห็นความอ่อนโยนในแววตาซ่างโยวโยว ก็รู้ว่าแผน 'ขายดราม่า' สำเร็จ จึงยิ้มเปลี่ยนเรื่องเพื่อรักษาสภาพลักษณ์ของผู้ชายที่ภายนอกดูเข้มแข็งแต่ภายในบอบช้ำ
เพราะคนที่แสร้งทำเป็นเข้มแข็ง มักจะเรียกคะแนนความสงสารได้มากที่สุด!
และเป็นไปตามคาด ซ่างโยวโยวจ้องมองเขาด้วยสายตาที่อ่อนโยนยิ่งกว่าเดิม
"ฉันไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกค่ะ โตมาในตรอกซอยเก่าๆ เรียนหนังสือ แล้วก็สอบเข้าวิทยาลัยการบินของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศปักกิ่ง เรียนจบโชคดีสอบเข้าแอร์ไชน่าได้..."
"โห อย่างงี้คุณก็เป็นเศรษฐีจากการเวนคืนที่ดิน เป็นเศรษฐีนีตัวน้อยๆ สิครับ?"
"เศรษฐีนีตัวน้อยอะไรกันคะ" ซ่างโยวโยวหัวเราะแก้เขิน "บ้านเก่าโดนรื้อไปนานแล้ว ได้ห้องชุดมาสองห้องแถวเยี่ยนเจียวกับฝางซาน แล้วก็ได้เงินมาชดเชยมาสองล้านกว่าหยวน พ่อแม่เอาเงินไปดาวน์คอนโดให้ฉันที่เฉาหยาง แล้วก็ซื้อรถให้คันหนึ่ง เงินก็แทบไม่เหลือแล้วค่ะ..."
"ยังจะบอกว่าไม่ใช่เศรษฐีนีอีก ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ ฟันผมไม่ค่อยดี อยากกินอะไรนิ่มๆ อยู่พอดี" เกาตงซวี่ยิ้มเจ้าเล่ห์แซว
"ฉันไม่ชอบผู้ชายเกาะผู้หญิงกินหรอกนะคะ" ซ่างโยวโยวทำเสียงฮึดฮัดอย่างน่ารัก
"ว้า... อดเกาะเศรษฐีนีเลยเรา..." เกาตงซวี่ทำหน้าผิดหวัง ถอนหายใจอย่างเสียดาย
"คิกคิก..." ซ่างโยวโยวขำกลิ้ง ตัวสั่นเทิ้มจนส่วนเว้าส่วนโค้งกระเพื่อมไหว ทำเอาเกาตงซวี่ตาค้าง
"ลามก..." ซ่างโยวโยวหน้าแดง ค้อนใส่เขาอย่างเขินอายปนยั่วยวน
"อาหารตาชัดๆ" เกาตงซวี่ยอมรับหน้าด้านๆ
"หน้าด้าน..." แม้จะเขิน แต่เจอคนอย่างเกาตงซวี่เข้าไป ซ่างโยวโยวก็อดขำไม่ได้
ขณะที่ทั้งสองกำลังจ้องตากันราวกับจะวัดพลัง เสียงดนตรีก็ดังแว่วมาจากลานด้านนอก
"วงดนตรีเริ่มเล่นแล้ว ไปดูกันเถอะ..." ซ่างโยวโยวค้อนเกาตงซวี่เบาๆ ถือขวดเบียร์ลุกขึ้นแล้วกวักมือเรียกให้เกาตงซวี่ตามไป
เมื่อออกมาจากห้องส่วนตัว ก็เห็นผู้คนมุงดูวงดนตรีสี่คนที่กำลังเล่นดนตรีสดอยู่กลางลาน
หนุ่มสาวหลายคนโยกย้ายไปตามจังหวะเพลง
ซ่างโยวโยวที่ยืนอยู่ข้างเกาตงซวี่ก็โยกตัวตามจังหวะอย่างเพลิดเพลิน ดูเหมือนเธอจะชอบเพลงของวงนี้มาก
เกาตงซวี่มองเสี้ยวหน้าสวยๆ ของซ่างโยวโยว ยิ่งมองความต้องการครอบครองก็ยิ่งพุ่งสูง ไม่รอช้า เขาเอื้อมมือไปกุมมือซ่างโยวโยวไว้
ซ่างโยวโยวที่กำลังโยกตัวตามเสียงเพลงไม่ได้หันมามอง เพียงแค่ยิ้มหวาน แต่ก็กระชับมือตอบรับสัมผัสของเกาตงซวี่
ทุกอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยคำ
ในตรอกมืดสลัว เกาตงซวี่จูงมือซ่างโยวโยวเดินมุ่งหน้าสู่ถนนใหญ่ที่สว่างไสว
ซ่างโยวโยวหรี่ตายิ้มแก้มปริ เอียงคอมองเสี้ยวหน้าคมเข้มของเกาตงซวี่ หัวใจพองโต
เกาตงซวี่หันมาสบตายิ้มให้เธอ ปล่อยมือที่กุมไว้ แล้วโอบไหล่ดึงเธอเข้ามากอดแนบชิด พลางเดินต่อไป
ซ่างโยวโยวที่ถูกโอบกอดไม่ได้ขัดขืน เพียงแค่เขินอายจนใจเต้นรัว ตัวเกร็งเล็กน้อยยอมให้เขาพาเดินไป
ไม่นานก็เดินมาถึงถนนใหญ่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน ซ่างโยวโยวที่เขินอายยิ่งเบียดตัวเข้าหาอ้อมอกเกาตงซวี่แน่นขึ้น
เกาตงซวี่ใช้มือข้างหนึ่งโอบเอวสาวหุ่นแซ่บ อีกมือเปิดประตูเฟอร์รารี่ ประคองซ่างโยวโยวขึ้นรถอย่างสุภาพบุรุษ แล้วปิดประตูให้
ท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยาของผู้คน เกาตงซวี่อ้อมไปฝั่งคนขับ สตาร์ตเครื่อง แล้วขับรถออกไป
รถเฟอร์รารี่สีแดงเปล่งประกายเจิดจ้าใต้แสงไฟ เป็นจุดสนใจของผู้คน
ในรถ เกาตงซวี่ขับรถมือเดียว อีกมือกุมประสานกับมือของซ่างโยวโยว ที่กำลังมองเขาตาแป๋วด้วยความเขินอายและมีความสุข
"แบบนี้ถือว่าเราคบกันแล้วใช่ไหมคะ?"
"ทำไม หรือคุณไม่เต็มใจ?" เกาตงซวี่ยิ้ม หันไปมองซ่างโยวโยวที่จ้องเขาอยู่
"เร็วไปหน่อยไหมคะ..." ซ่างโยวโยวแกล้งทำเป็นสงวนท่าทีอย่างขัดเขิน
"เร็วเหรอ? ก็ไม่นะ เราต่างก็รู้เรื่องของกันและกันพอสมควรแล้ว ในเมื่อผมมีใจ คุณมีใจ จะเสียเวลาเล่นตัวไปทำไม" เกาตงซวี่ยิ้มมุมปาก
ได้ยินแบบนี้ ซ่างโยวโยวชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มหวานทำเสียงฮึดฮัด "ใครจะไปรู้ว่าที่คุณพูดมาจริงหรือเท็จ..."
"หึๆ..." เกาตงซวี่ปล่อยมือที่กุมไว้ เปิดกล่องเก็บของตรงที่พักแขน หยิบเอกสารสองเล่มยื่นให้ซ่างโยวโยวที่กำลังทำตาแป๋ว "เล่มหนึ่งใบขับขี่ อีกเล่มทะเบียนรถ อย่างน้อยก็พิสูจน์ได้ว่าตัวตนของผมกับรถคันนี้เป็นของจริง"
ซ่างโยวโยวรับใบขับขี่และทะเบียนรถมาถือไว้ ฟังคำแซวของเกาตงซวี่ แม้ในใจจะลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายด้วยดวงตาที่เป็นประกาย เธอก็เปิดดูเอกสารทั้งสองเล่ม
"คุณอายุ 29 แล้วเหรอคะ? แก่กว่าฉันตั้งหกปี..." ซ่างโยวโยวดูข้อมูลในใบขับขี่แล้วหันมายิ้มตาหยีใส่เขา
"แก่กว่าไม่ดีเหรอ?" เกาตงซวี่ขับรถพลางยิ้มตอบ "จะได้ปกป้องคุณ ยอมคุณ ดูแลคุณ ตามใจคุณ ดีจะตายไป"
จบบท