- หน้าแรก
- เศรษฐีซ่อนพรสวรรค์ ดันเป็นเทพวาไรตี้
- บทที่ 4 ผมเป็นพยานได้ คุณลวนลามเธอ!
บทที่ 4 ผมเป็นพยานได้ คุณลวนลามเธอ!
บทที่ 4 ผมเป็นพยานได้ คุณลวนลามเธอ!
"ซู่ ซู่..."
ในห้องน้ำบนเครื่องบิน เกาตงซวี่วักน้ำล้างหน้าหลายครั้ง ความเย็นของน้ำกระตุ้นให้เขารู้สึกสดชื่นและตื่นตัวเต็มที่
"เฮ้อ..."
เขาเงยหน้ามองใบหน้าที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกตาในกระจก แล้วใช้มือเช็ดหยดน้ำออกจากใบหน้า
ภาพสะท้อนในกระจกคือเขาเอง แม้หน้าตาจะไม่ได้งดงามไร้ที่ติ ตาสองชั้นหลบใน ผิวค่อนข้างเหลือง เครื่องหน้าถือว่าได้รูป ดูคล้ายดารา 'จางเจิ้น' ในชาติที่แล้วถึงเก้าส่วน โดยเฉพาะเวลาล้ม จะมีลักยิ้มสองข้างให้ความรู้สึกเป็นมิตรและขี้เล่นแบบฮิปปี้หน่อยๆ
ทว่าอาจเป็นเพราะจิตวิญญาณที่เหนือกว่าคนทั่วไป ทำให้บุคลิกของเขาดูโดดเด่นมาก
ส่วนสูงร้อยแปดสิบเซนติเมตร ไหล่กว้าง ขายาว รูปร่างสมบูรณ์แบบ ออกกำลังกายเป็นประจำ กล้ามท้อง กล้ามอก กล้ามแขน ใบเส็บ ไตรเส็บ กล้ามเนื้อที่ควรมีเขามีครบทุกส่วน
หุ่นดีชนิดมองตาเปล่าก็รู้ แถมแผ่ออร่าความเป็นชายอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเวลายิ้ม เพียงแค่เลิกคิ้วนิดหน่อย ก็ให้ความรู้สึกเป็นหนุ่มเจ้าสำราญที่ไม่ยึดติดกับโลกทันที
และเสน่ห์อีกส่วนหนึ่งในตัวเขามาจากน้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มลึก มีเสน่ห์แบบเสียงแหบพร่าในลำคอ
หล่อ รวย สูง โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมจริงๆ ไม่เพียงแต่มีรูปร่างหน้าตาดี ยังมีชาติตระกูลดีและร่ำรวยอีก...
คิดถึงตรงนี้ เกาตงซวี่ก็วางมือทาบลงบนแผลเป็นรูปจันทร์เสี้ยวข้างหัวใจ
เขารู้ดีว่าทุกอย่างในตอนนี้ล้วนเป็นผลมาจากสิ่งที่พุ่งชนเขา แม้จะยังไม่รู้แน่ชัดว่ามันคืออะไร แต่เท่าที่ดูตอนนี้ สิ่งนี้มีแต่ข้อดีกับเขา ส่วนข้อเสีย เมื่อมันยังไม่แสดงออกมา ก็อย่าเพิ่งไปคิดให้ปวดหัวเลย
อุตส่าห์ได้มาอยู่ในโลกภาพยนตร์ทั้งที เริ่มต้นชีวิตก็ระดับเทพขนาดนี้ ย่อมต้องใช้ชีวิตให้คุ้มค่า เพราะเขาเป็นยอดคนที่เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง... ไม่สิ เคยตายมาแล้วถึงสองครั้งต่างหาก
ตั้งแต่ค้นพบสูตรโกงในการตรวจสอบของเก่า เขาก็มุ่งมั่นแต่เรื่องสะสมของ วิ่งวุ่นไปทั่วสารทิศ ทิ้งเรื่องอื่นไว้ข้างหลังจนหมด ไม่รู้ว่าพลาดทิวทัศน์ข้างทางไปมากแค่ไหน
ตอนนี้พอใจเย็นลงแล้วมาคิดดู จริงๆ แล้วเขาแค่รู้สึกว่าเรื่องราวมันมหัศจรรย์เกินไป บวกกับความหวาดกลัวและความสับสนในอนาคตที่ไม่แน่นอน ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย จึงกดดันตัวเองให้ยุ่งอยู่ตลอดเวลา
"ถึงเวลาที่ต้องใช้ชีวิตให้ช้าลงเพื่อสัมผัสและกลมกลืนไปกับโลกที่สวยงามใบนี้เสียที..."
เกาตงซวี่มองตัวเองในกระจก เผยรอยยิ้มเท่ๆ แบบแบดบอยออกมา มือดึงกระดาษทิชชูสองแผ่นมาเช็ดหน้าเช็ดมือให้แห้ง เปิดประตูแล้วเดินออกจากห้องน้ำ
เมื่อกลับมานั่งที่เบาะเฟิร์สคลาสอันแสนสบาย เกาตงซวี่เหลือบมองผู้โดยสารทางซ้ายมือแล้วอดขมวดคิ้วไม่ได้ คนข้างๆ เป็นชายอ้วนหัวล้าน สวมจี้หยกพระพุทธรูปสีเขียวมรกตที่คอ กำลังลวนลามผู้หญิงสาวสวยแต่งตัวจัดจ้านที่นั่งข้างๆ ซึ่งฝ่ายหญิงก็ส่งเสียงหัวเราะคิกคักอย่างมีจริตจะก้านเป็นระยะ
เกาตงซวี่ถอนสายตาออกมาอย่างเอือมระอา เอื้อมมือไปแตะหน้าจอ LCD ตรงหน้า เตรียมจะดูหนังหรือซีรีส์ของโลกนี้สักหน่อย อยากรู้ว่าจะมีดาราดังจากชาติที่แล้วโผล่มาบ้างไหม เพราะในโลกความเป็นจริงของที่นี่ เขาเจอดาราหน้าคุ้นมาหลายคนแล้ว ไม่รู้ว่าจะบังเอิญเจอใครในจออีกหรือเปล่า
"ติ๊ง..."
ม่านกั้นห้องโดยสารชั้นธุรกิจถูกเปิดออก แอร์โฮสเตสสาวหุ่นนางแบบสองคนเข็นรถเครื่องดื่มเข้ามา
"สวัสดีค่ะ รับเครื่องดื่มอะไรดีคะ?"
เสียงหวานใสเป็นกันเองดังขึ้น เกาตงซวี่ที่กำลังเลือกเมนูหนังเงยหน้าขึ้นมอง ก็เจอกับใบหน้าที่คุ้นเคยและสวยงามอีกแล้ว
'ไป๋ไป่เหอ'...
หน้าเหมือนดาราอีกคนแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเป็นตัวละครจากเรื่องไหน
เกาตงซวี่ยิ้มและพยักหน้า "ขอกาแฟลาเต้แก้วหนึ่ง แล้วก็น้ำแร่ขวดหนึ่งครับ ขอบคุณครับ"
"ได้ค่ะ กรุณารอสักครู่นะคะ"
เกาตงซวี่ยิ้มแล้วหันไปมองแอร์โฮสเตสอีกคนที่มีหน้าตาเหมือนหยางมี่ คราวนี้เธอสวมผ้ากันเปื้อนสีม่วงทับ ยิ่งดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจเข้าไปอีก
ดวงตากลมโตสดใส นัยน์ตาดำขลับเป็นประกาย รับกับขนตางอนยาวกระพริบถี่ๆ ขณะสบตากับเกาตงซวี่
เมื่อเจอกับสายตาอันร้อนแรงของหนุ่มหล่อมาดกวนอย่างเกาตงซวี่ แก้มขาวเนียนของ 'ซ่างโยวโยว' ก็ระเรื่อสีแดงจางๆ ขณะที่เธอกำลังจะหลบสายตาที่จ้องมองมาตรงๆ ของเขา ก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำนุ่มลึกเอ่ยขึ้นว่า "เรื่องเมื่อกี้ ขอบคุณนะครับ"
"ไม่เป็นไรค่ะ เป็นหน้าที่ของดิฉันอยู่แล้ว... นี่น้ำแร่ค่ะ" พูดจบ ซ่างโยวโยวก็รีบหยิบขวดน้ำแร่ส่งให้เกาตงซวี่
เกาตงซวี่มองใบหน้าสวยหมดจดไร้ที่ติแม้ไม่ได้แต่งหน้าจัด ยิ่งมองก็ยิ่งหวั่นไหว นี่แหละของดีของแท้
ผิวขาว หน้าสวย ขาเรียวยาว...
ไม่ว่าจะในจอหรือนอกจอ เธอก็คือสุดยอดความงามในอุดมคติของผู้ชายทุกคน!
"หึหึ ที่แท้คุณชื่อซ่างโยวโยว..." สายตาอันเฉียบคมของเกาตงซวี่มองเห็นชื่อบนป้ายชื่อของเธอชัดเจน จึงเอ่ยแซวพร้อมรอยยิ้ม
ซ่างโยวโยวเผลอยกมือขึ้นปิดป้ายชื่อโดยอัตโนมัติ ก่อนจะถลึงตามองเกาตงซวี่ที่ใช้สายตาซุกซนด้วยความเขินอายปนหมั่นไส้ เธอค้อนขวับอย่างน่าเอ็นดู ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอเบาๆ แล้วเข็นรถเครื่องดื่มเดินหน้าต่อ แต่มุมปากกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
เกาตงซวี่ถือขวดน้ำแร่พลางบิดฝาขวด สายตามองตามแผ่นหลังเย้ายวนในชุดยูนิฟอร์มรัดรูปที่อวดสัดส่วนเอวและสะโพกอันสมบูรณ์แบบพร้อมรอยยิ้ม
"ว้าย! ทำบ้าอะไรของคุณน่ะ?!"
"คุณทำอะไรน่ะ?"
ทันใดนั้น เสียงร้องด้วยความตกใจของซ่างโยวโยวก็ดังขึ้น เธอหันขวับถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยใบหน้าโกรธจัดและรังเกียจ จ้องเขม็งไปที่ชายอ้วนหัวล้านที่ทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ แต่แววตากลับฉายความหื่นกามอย่างชัดเจน
เกาตงซวี่เองก็จ้องชายอ้วนหัวล้านด้วยความโกรธเช่นกัน เขาเห็นเต็มสองตาว่าเจ้าอ้วนใช้ข้อศอกกระแทกบั้นท้ายที่ถูกกระโปรงทรงสอบรัดรูปของซ่างโยวโยว คนที่เขาเล็งไว้มาโดนลวนลามแบบนี้ มีหรือจะทนเฉยได้ เขาจึงตะคอกถามเสียงเข้ม
"อะไร? มีปัญหาอะไร?" ชายอ้วนหัวล้านถลึงตาใส่เกาตงซวี่อย่างอวดดีเป็นการเตือนไม่ให้สอดเรื่องชาวบ้าน ก่อนจะหันไปทำหน้าตากวนประสาทใส่ซ่างโยวโยวที่กำลังโกรธจนตัวสั่น
"เมื่อกี้ผมเห็นคุณจับก้นเธอ" เกาตงซวี่ไม่กลัวคำขู่ พูดเสียงเย็นท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของผู้โดยสารคนอื่น
"เปล่านะโว้ย ไอ้หนุ่ม อย่าหาเรื่องใส่ตัวดีกว่า..." ชายอ้วนหัวล้านขู่ฟ่อพร้อมทำหน้าตาถมึงทึงใส่เกาตงซวี่
"ผมเห็นเต็มตาว่าคุณจับก้นเธอ!" เกาตงซวี่ยิ้มเยาะ ยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เดิมทีซ่างโยวโยวที่รู้สึกอับอายและโกรธแค้นจากการถูกคุกคาม คิดว่าตัวเองคงต้องยอมถูกเอาเปรียบฟรีๆ เหมือนที่ผ่านมาจากประสบการณ์เดิม แต่เมื่อได้ยินคำพูดของเกาตงซวี่ ดวงตาคู่สวยก็เป็นประกายขึ้นมาทันที เธอหันมามองเกาตงซวี่ด้วยความซาบซึ้งใจแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปพูดกับแอร์โฮสเตสหน้าเหมือนไป๋ไป่เหอที่กำลังโกรธจัดเช่นกันว่า "แจ้งกัปตันค่ะ มีคนลวนลามพนักงาน..."
"ล้อเล่นน่า ผมแค่มือไปโดนโดยบังเอิญ ไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย..." พอได้ยินว่าจะแจ้งกัปตัน เจ้าอ้วนหัวล้านก็เริ่มร้อนรนโวยวายขึ้นมาทันที ดูท่าเขาก็รู้ดีว่าถ้าเรื่องถึงกัปตัน ตัวเองต้องเจอปัญหาแน่
"คุณตั้งใจชัดๆ ผมเป็นพยานได้ กล้าทำแต่ไม่กล้ารับ เสียชาติเกิดลูกผู้ชายจริงๆ" เกาตงซวี่ไม่ยอมปล่อยโอกาสที่จะได้ทำคะแนนต่อหน้าสาวงาม เขาสวนกลับเจ้าอ้วนหัวล้านที่จ้องเขม็งมาด้วยวาจาเชือดเฉือน เรียกเสียงหัวเราะเยาะเย้ยและเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้โดยสารทั่วชั้นธุรกิจ
จบบท