- หน้าแรก
- ฉันได้เป็นโฮคาเงะตั้งแต่อายุแปดขวบ
- บทที่ 300 พวกเราเชื่อคำโกหกของท่านครับ
บทที่ 300 พวกเราเชื่อคำโกหกของท่านครับ
บทที่ 300 พวกเราเชื่อคำโกหกของท่านครับ
บทที่ 300 พวกเราเชื่อคำโกหกของท่านครับ
ทั้งบริเวณเกิดความโกลาหลขึ้นทันที
คนๆ เดียวหูฝาดอาจจะอธิบายได้
แต่ทุกคนได้ยินสิ่งที่คาเซฮายะพูดชัดเจนเต็มสองหู
เขายอมรับว่าซูซาโนโอะเมื่อกี้คือวิชานินจาที่เขาใช้!
"ดูนั่นสิ ทุกคน..."
แต่ทว่า ทันใดนั้น หัวหน้าตระกูลนาราตะโกนขึ้นมาพร้อมชี้ไปที่ดวงตาของคาเซฮายะ
ทุกคนหันไปมองตามและสังเกตเห็นว่าดวงตาทั้งสองข้างของคาเซฮายะเปลี่ยนเป็นรูปร่างดาวหกแฉกสีแดงเลือด
"ตาคู่นั้น หรือจะเป็น... เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา?"
หัวหน้าตระกูลฮิวงะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง
เขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
"ถึงเนตรวงแหวนของตระกูลอุจิวะจะไม่ได้ทรงพลังเท่าเนตรสีขาวของพวกเรา แต่ถ้าเนตรวงแหวนสามโทโมเอะพัฒนาไปถึงขั้นกระจกเงาหมื่นบุปผาได้ รูปแบบพลังมันจะเปลี่ยนไปคนละเรื่อง..."
จนถึงทุกวันนี้ เขายังจำความน่ากลัวของอุจิวะ มาดาระได้แม่น
ก็เพราะเขาพัฒนาพลังของเนตรวงแหวนไปจนถึงขีดสุดนั่นแหละ
แล้วตอนนี้ พลังที่เคยเป็นของอุจิวะ มาดาระ กลับมาปรากฏอยู่บนตัวคาเซฮายะ
มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
"เดี๋ยวสิ เดี๋ยวก่อนนะ"
แต่ก็มีคนสังเกตเห็นจุดบอดเข้าจนได้
"คาเซฮายะเป็นหลานท่านฮาชิรามะไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงมีเนตรวงแหวนได้ล่ะ?"
"เนตรวงแหวนเป็นขีดจำกัดสายเลือดเฉพาะของตระกูลอุจิวะไม่ใช่เหรอ?"
ใครๆ ก็รู้ว่าเนตรวงแหวนเป็นขีดจำกัดสายเลือด
ไม่ว่ายังไง ในยุคสงคราม ตระกูลอุจิวะก็เลื่องลือระบือไกลอยู่แล้ว
โดยเฉพาะพวกยอดฝีมือที่เบิกเนตรวงแหวนได้
ถ้าเจอในสนามรบ ส่วนใหญ่มักจะเลือกถอยหนีดีกว่าไปปะทะด้วย
ผลก็คือ เนตรวงแหวนนี่แหละที่นินจาหลายคนใฝ่ฝันอยากครอบครอง
แต่ตอนนี้... มันมาอยู่กับคาเซฮายะ
นี่มันเหลือเชื่อเกินไปจริงๆ!
"คาเซฮายะได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนดวงตา"
โทบิรามะสังเกตเห็นปฏิกิริยาของทุกคน จึงรีบอธิบาย
"ดวงตาของคาเซฮายะมีปัญหาตั้งแต่เด็ก เสี่ยงที่จะตาบอด เพื่อจะรักษาคาเซฮายะ..."
"ชั้นเลยหาดวงตาที่เข้ากันได้มาเปลี่ยนให้"
"มันเป็นของเด็กตระกูลอุจิวะคนหนึ่งที่เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจแต่กำเนิด"
"มีแค่ดวงตาของเขาเท่านั้นที่เข้ากันได้กับคาเซฮายะ"
โทบิรามะยืนกอดอก สีหน้าเรียบเฉย หัวใจเต้นปกติ อธิบายด้วยท่าทีจริงจังสุดขีด
แม้แต่คาเซฮายะยังงงเป็นไก่ตาแตก
เขาคิดว่าข้ออ้างที่เขากับโทบิรามะแต่งเรื่องหลอกฮาชิรามะมันก็ฟังดูไร้สาระพอแล้วนะ
ไม่นึกเลยว่าคำอธิบายของโทบิรามะครั้งนี้จะยิ่งฟังดูปัญญาอ่อนกว่าเดิมอีก
ใครจะไปเชื่อลง!
คาเซฮายะอดบ่นในใจไม่ได้ แต่พอสังเกตปฏิกิริยาของคนรอบข้าง
ดูเหมือนว่า... พวกเขาจะเชื่อจริงๆ ซะงั้น!
แถมเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ โทบิรามะยังหันไปมองพวกสมาชิกตระกูลอุจิวะที่กำลังตัวสั่นงันงกอีกต่างหาก
"พวกนายก็เห็นด้วยใช่มั้ย?"
ในสถานการณ์แบบนี้ สมาชิกตระกูลอุจิวะคนไหนก็ดูออกว่าโทบิรามะกุมชีวิตพวกเขาไว้ในกำมือ
นอกจากพยักหน้าเออออห่อหมกไปกับโทบิรามะ พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
ประเด็นสำคัญที่สุดคือ ต่อให้พวกเขาส่ายหน้าปฏิเสธ มันก็ไม่ได้มีผลอะไรกับโทบิรามะเลยสักนิด
"แต่ว่า ชั้นก็คาดไม่ถึงจริงๆ ว่าคาเซฮายะจะสามารถเบิกเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาได้ด้วยพลังของตัวเอง"
สุดท้าย โทบิรามะไม่ลืมที่จะถอนหายใจด้วยความซาบซึ้ง
"ก็เพราะพลังนี้แหละ ที่ทำให้คาเซฮายะมีโอกาสเอาชนะเคนอิจิได้"
"เขาได้คลี่คลายวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่หมู่บ้านเคยเจอมา!"
ตอนพูดประโยคนี้ โทบิรามะจงใจขึ้นเสียงดังฟังชัด แทบจะตะโกนออกมาเลยด้วยซ้ำ
กลัวว่านินจาแถวนั้นจะไม่ได้ยิน
"อายุแค่แปดขวบ ไม่เพียงแต่เรียนรู้วิชาไม้กับโหมดเซียนได้ แต่ยังเบิกเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาที่หาได้ยากยิ่งแม้แต่ในตระกูลอุจิวะเอง..." หัวหน้าตระกูลซารุโทบิอดสูดหายใจเฮือกไม่ได้
เขาเคยคิดว่าหลานชายของเขา ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น ก็เก่งกาจน่ากลัวมากแล้ว
อายุน้อยนิดก็ได้เป็นโจนินประจำหมู่บ้าน
เกิดมาพร้อมจักระ 5 ธาตุ
ใช้วิชานินจาได้เป็นร้อยวิชา
ในรุ่นเดียวกัน ไม่มีใครเทียบติด
ไม่ว่าจะตระกูลเซ็นจูหรืออุจิวะ ก็ยังห่างชั้นกับหลานเขามาก
แถมยังมีวาสนาได้เป็นลูกศิษย์โทบิรามะ
ตำแหน่งโฮคาเงะในอนาคตก็คงหนีไม่พ้น
แต่ทว่า... สิ่งที่เขาไม่เคยฝันถึงเลยก็คือ จะมีสัตว์ประหลาดอย่างคาเซฮายะโผล่มากลางคัน
เจ็ดขวบเป็นโจนินชั้นแนวหน้า
แปดขวบกลายเป็นฮีโร่กู้หมู่บ้าน
เก้าขวบไม่ขึ้นเป็นโฮคาเงะเลยรึไง
พอคิดถึงตรงนี้ หัวหน้าตระกูลซารุโทบิก็รู้สึกความดันขึ้นปรี๊ด
ทำไมไอ้เด็กนรกแตกนี่ถึงไม่ใช่หลานเขาวะ!
จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่เขา หัวหน้าตระกูลทุกคนที่อยู่ที่นั่นต่างเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา
ดูสิว่าลูกหลานบ้านอื่นทำอะไรตอนแปดขวบ
แล้วหันมาดูลูกหลานตัวเอง
เทียบกันไม่ติดฝุ่น
คนหนึ่งอยู่บนสวรรค์ อีกคนจมดิน
"คาเซฮายะ ขอบใจเธอมาก วิกฤตครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้ก็เพราะเธอ"
โทบิรามะหันมากล่าวขอบคุณคาเซฮายะ
ถ้าไม่มีเขา หมู่บ้านโคโนฮะคงกลายเป็นอะไรไปแล้วก็ไม่รู้
คาเซฮายะคือวีรบุรุษผู้กอบกู้หมู่บ้าน!
"มันเป็นสิ่งที่ผมควรทำอยู่แล้วครับ"
คาเซฮายะพยักหน้า แสดงท่าทีว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
แต่เขาก็ไม่ได้ถ่อมตัวปฏิเสธความดีความชอบที่โทบิรามะยกย่อง
ถึงจะเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ถ้าไม่มีเขา สถานการณ์ของหมู่บ้าน...
ใครจะรู้ว่าจะลงเอยแบบไหน
สุขุมและเยือกเย็น
เรื่องที่เหลือก็จัดการง่ายขึ้นเยอะ
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกำลังรบของทั้งหมู่บ้าน ตระกูลอุจิวะที่เหลือรอดก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมจำนน
จากนั้นพวกเขาก็ถูกหน่วยลับที่เพิ่งมาถึงคุมตัวไปขังไว้ชั่วคราว
อุจิวะ เคนอิจิที่บาดเจ็บสาหัสก็ถูกหน่วยลับพยุงตัวขึ้นมา
แต่ทว่า... ขณะที่กำลังจะถูกพาตัวไป โทบิรามะก็เอ่ยปากเรียกเคนอิจิไว้
สายตาทั้งสองประสานกัน
"แกมีอะไรจะพูดอีกมั้ย โทบิรามะ?"
แม้แผนของเคนอิจิจะพังไม่เป็นท่า แต่เขาก็ไม่ยอมก้มหัวให้โทบิรามะ
เขาคิดว่าความพ่ายแพ้ของเขาเป็นเพราะฮาชิรามะดันมีหลานชายดีๆ ต่างหาก
ไม่เกี่ยวกับโทบิรามะเลยสักนิด
"คำถามนั้นชั้นควรถามแกมากกว่า ทำเรื่องไปตั้งขนาดนี้ แกไม่มีอะไรจะพูดหน่อยเรอะ?"
โทบิรามะย้อนถาม
อุจิวะ เคนอิจิคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ เอ่ยปาก "ปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นความคิดของข้าคนเดียว"
"นินจาพวกนั้นแค่โดนข้าใช้อำนาจหัวหน้าตระกูลบีบบังคับ พวกมันไม่กล้าขัดคำสั่งข้าหรอก"
ถึงเคนอิจิจะไม่รู้ว่าทำแบบนี้จะช่วยอะไรได้มั้ย แต่เขาก็ตัดสินใจรับผิดไว้คนเดียวอย่างเด็ดเดี่ยว
เขาตัดความเกี่ยวข้องกับตระกูลทิ้ง
แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดเลยก็คือ... คำพูดของเขาดูเหมือนจะเป็นคำตอบที่โทบิรามะต้องการพอดี
แววตาพึงพอใจแวบผ่านดวงตาของโทบิรามะ ก่อนที่เขาจะโบกมือเป็นสัญญาณให้พาตัวเคนอิจิออกไป
จากนั้น... ภายใต้การนำของโทบิรามะ นินจาทุกคนที่อยู่ที่นั่นก็เริ่มโห่ร้องเรียกชื่อคาเซฮายะ
แม้แต่มิโตะก็ยังดีใจไปกับคาเซฮายะด้วย
เขาคือ... วีรบุรุษคนใหม่ของโคโนฮะ!