เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 300 พวกเราเชื่อคำโกหกของท่านครับ

บทที่ 300 พวกเราเชื่อคำโกหกของท่านครับ

บทที่ 300 พวกเราเชื่อคำโกหกของท่านครับ


บทที่ 300 พวกเราเชื่อคำโกหกของท่านครับ

ทั้งบริเวณเกิดความโกลาหลขึ้นทันที

คนๆ เดียวหูฝาดอาจจะอธิบายได้

แต่ทุกคนได้ยินสิ่งที่คาเซฮายะพูดชัดเจนเต็มสองหู

เขายอมรับว่าซูซาโนโอะเมื่อกี้คือวิชานินจาที่เขาใช้!

"ดูนั่นสิ ทุกคน..."

แต่ทว่า ทันใดนั้น หัวหน้าตระกูลนาราตะโกนขึ้นมาพร้อมชี้ไปที่ดวงตาของคาเซฮายะ

ทุกคนหันไปมองตามและสังเกตเห็นว่าดวงตาทั้งสองข้างของคาเซฮายะเปลี่ยนเป็นรูปร่างดาวหกแฉกสีแดงเลือด

"ตาคู่นั้น หรือจะเป็น... เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา?"

หัวหน้าตระกูลฮิวงะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง

เขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง

"ถึงเนตรวงแหวนของตระกูลอุจิวะจะไม่ได้ทรงพลังเท่าเนตรสีขาวของพวกเรา แต่ถ้าเนตรวงแหวนสามโทโมเอะพัฒนาไปถึงขั้นกระจกเงาหมื่นบุปผาได้ รูปแบบพลังมันจะเปลี่ยนไปคนละเรื่อง..."

จนถึงทุกวันนี้ เขายังจำความน่ากลัวของอุจิวะ มาดาระได้แม่น

ก็เพราะเขาพัฒนาพลังของเนตรวงแหวนไปจนถึงขีดสุดนั่นแหละ

แล้วตอนนี้ พลังที่เคยเป็นของอุจิวะ มาดาระ กลับมาปรากฏอยู่บนตัวคาเซฮายะ

มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว

"เดี๋ยวสิ เดี๋ยวก่อนนะ"

แต่ก็มีคนสังเกตเห็นจุดบอดเข้าจนได้

"คาเซฮายะเป็นหลานท่านฮาชิรามะไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงมีเนตรวงแหวนได้ล่ะ?"

"เนตรวงแหวนเป็นขีดจำกัดสายเลือดเฉพาะของตระกูลอุจิวะไม่ใช่เหรอ?"

ใครๆ ก็รู้ว่าเนตรวงแหวนเป็นขีดจำกัดสายเลือด

ไม่ว่ายังไง ในยุคสงคราม ตระกูลอุจิวะก็เลื่องลือระบือไกลอยู่แล้ว

โดยเฉพาะพวกยอดฝีมือที่เบิกเนตรวงแหวนได้

ถ้าเจอในสนามรบ ส่วนใหญ่มักจะเลือกถอยหนีดีกว่าไปปะทะด้วย

ผลก็คือ เนตรวงแหวนนี่แหละที่นินจาหลายคนใฝ่ฝันอยากครอบครอง

แต่ตอนนี้... มันมาอยู่กับคาเซฮายะ

นี่มันเหลือเชื่อเกินไปจริงๆ!

"คาเซฮายะได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนดวงตา"

โทบิรามะสังเกตเห็นปฏิกิริยาของทุกคน จึงรีบอธิบาย

"ดวงตาของคาเซฮายะมีปัญหาตั้งแต่เด็ก เสี่ยงที่จะตาบอด เพื่อจะรักษาคาเซฮายะ..."

"ชั้นเลยหาดวงตาที่เข้ากันได้มาเปลี่ยนให้"

"มันเป็นของเด็กตระกูลอุจิวะคนหนึ่งที่เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจแต่กำเนิด"

"มีแค่ดวงตาของเขาเท่านั้นที่เข้ากันได้กับคาเซฮายะ"

โทบิรามะยืนกอดอก สีหน้าเรียบเฉย หัวใจเต้นปกติ อธิบายด้วยท่าทีจริงจังสุดขีด

แม้แต่คาเซฮายะยังงงเป็นไก่ตาแตก

เขาคิดว่าข้ออ้างที่เขากับโทบิรามะแต่งเรื่องหลอกฮาชิรามะมันก็ฟังดูไร้สาระพอแล้วนะ

ไม่นึกเลยว่าคำอธิบายของโทบิรามะครั้งนี้จะยิ่งฟังดูปัญญาอ่อนกว่าเดิมอีก

ใครจะไปเชื่อลง!

คาเซฮายะอดบ่นในใจไม่ได้ แต่พอสังเกตปฏิกิริยาของคนรอบข้าง

ดูเหมือนว่า... พวกเขาจะเชื่อจริงๆ ซะงั้น!

แถมเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ โทบิรามะยังหันไปมองพวกสมาชิกตระกูลอุจิวะที่กำลังตัวสั่นงันงกอีกต่างหาก

"พวกนายก็เห็นด้วยใช่มั้ย?"

ในสถานการณ์แบบนี้ สมาชิกตระกูลอุจิวะคนไหนก็ดูออกว่าโทบิรามะกุมชีวิตพวกเขาไว้ในกำมือ

นอกจากพยักหน้าเออออห่อหมกไปกับโทบิรามะ พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

ประเด็นสำคัญที่สุดคือ ต่อให้พวกเขาส่ายหน้าปฏิเสธ มันก็ไม่ได้มีผลอะไรกับโทบิรามะเลยสักนิด

"แต่ว่า ชั้นก็คาดไม่ถึงจริงๆ ว่าคาเซฮายะจะสามารถเบิกเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาได้ด้วยพลังของตัวเอง"

สุดท้าย โทบิรามะไม่ลืมที่จะถอนหายใจด้วยความซาบซึ้ง

"ก็เพราะพลังนี้แหละ ที่ทำให้คาเซฮายะมีโอกาสเอาชนะเคนอิจิได้"

"เขาได้คลี่คลายวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่หมู่บ้านเคยเจอมา!"

ตอนพูดประโยคนี้ โทบิรามะจงใจขึ้นเสียงดังฟังชัด แทบจะตะโกนออกมาเลยด้วยซ้ำ

กลัวว่านินจาแถวนั้นจะไม่ได้ยิน

"อายุแค่แปดขวบ ไม่เพียงแต่เรียนรู้วิชาไม้กับโหมดเซียนได้ แต่ยังเบิกเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาที่หาได้ยากยิ่งแม้แต่ในตระกูลอุจิวะเอง..." หัวหน้าตระกูลซารุโทบิอดสูดหายใจเฮือกไม่ได้

เขาเคยคิดว่าหลานชายของเขา ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น ก็เก่งกาจน่ากลัวมากแล้ว

อายุน้อยนิดก็ได้เป็นโจนินประจำหมู่บ้าน

เกิดมาพร้อมจักระ 5 ธาตุ

ใช้วิชานินจาได้เป็นร้อยวิชา

ในรุ่นเดียวกัน ไม่มีใครเทียบติด

ไม่ว่าจะตระกูลเซ็นจูหรืออุจิวะ ก็ยังห่างชั้นกับหลานเขามาก

แถมยังมีวาสนาได้เป็นลูกศิษย์โทบิรามะ

ตำแหน่งโฮคาเงะในอนาคตก็คงหนีไม่พ้น

แต่ทว่า... สิ่งที่เขาไม่เคยฝันถึงเลยก็คือ จะมีสัตว์ประหลาดอย่างคาเซฮายะโผล่มากลางคัน

เจ็ดขวบเป็นโจนินชั้นแนวหน้า

แปดขวบกลายเป็นฮีโร่กู้หมู่บ้าน

เก้าขวบไม่ขึ้นเป็นโฮคาเงะเลยรึไง

พอคิดถึงตรงนี้ หัวหน้าตระกูลซารุโทบิก็รู้สึกความดันขึ้นปรี๊ด

ทำไมไอ้เด็กนรกแตกนี่ถึงไม่ใช่หลานเขาวะ!

จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่เขา หัวหน้าตระกูลทุกคนที่อยู่ที่นั่นต่างเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา

ดูสิว่าลูกหลานบ้านอื่นทำอะไรตอนแปดขวบ

แล้วหันมาดูลูกหลานตัวเอง

เทียบกันไม่ติดฝุ่น

คนหนึ่งอยู่บนสวรรค์ อีกคนจมดิน

"คาเซฮายะ ขอบใจเธอมาก วิกฤตครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้ก็เพราะเธอ"

โทบิรามะหันมากล่าวขอบคุณคาเซฮายะ

ถ้าไม่มีเขา หมู่บ้านโคโนฮะคงกลายเป็นอะไรไปแล้วก็ไม่รู้

คาเซฮายะคือวีรบุรุษผู้กอบกู้หมู่บ้าน!

"มันเป็นสิ่งที่ผมควรทำอยู่แล้วครับ"

คาเซฮายะพยักหน้า แสดงท่าทีว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

แต่เขาก็ไม่ได้ถ่อมตัวปฏิเสธความดีความชอบที่โทบิรามะยกย่อง

ถึงจะเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ถ้าไม่มีเขา สถานการณ์ของหมู่บ้าน...

ใครจะรู้ว่าจะลงเอยแบบไหน

สุขุมและเยือกเย็น

เรื่องที่เหลือก็จัดการง่ายขึ้นเยอะ

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกำลังรบของทั้งหมู่บ้าน ตระกูลอุจิวะที่เหลือรอดก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมจำนน

จากนั้นพวกเขาก็ถูกหน่วยลับที่เพิ่งมาถึงคุมตัวไปขังไว้ชั่วคราว

อุจิวะ เคนอิจิที่บาดเจ็บสาหัสก็ถูกหน่วยลับพยุงตัวขึ้นมา

แต่ทว่า... ขณะที่กำลังจะถูกพาตัวไป โทบิรามะก็เอ่ยปากเรียกเคนอิจิไว้

สายตาทั้งสองประสานกัน

"แกมีอะไรจะพูดอีกมั้ย โทบิรามะ?"

แม้แผนของเคนอิจิจะพังไม่เป็นท่า แต่เขาก็ไม่ยอมก้มหัวให้โทบิรามะ

เขาคิดว่าความพ่ายแพ้ของเขาเป็นเพราะฮาชิรามะดันมีหลานชายดีๆ ต่างหาก

ไม่เกี่ยวกับโทบิรามะเลยสักนิด

"คำถามนั้นชั้นควรถามแกมากกว่า ทำเรื่องไปตั้งขนาดนี้ แกไม่มีอะไรจะพูดหน่อยเรอะ?"

โทบิรามะย้อนถาม

อุจิวะ เคนอิจิคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ เอ่ยปาก "ปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นความคิดของข้าคนเดียว"

"นินจาพวกนั้นแค่โดนข้าใช้อำนาจหัวหน้าตระกูลบีบบังคับ พวกมันไม่กล้าขัดคำสั่งข้าหรอก"

ถึงเคนอิจิจะไม่รู้ว่าทำแบบนี้จะช่วยอะไรได้มั้ย แต่เขาก็ตัดสินใจรับผิดไว้คนเดียวอย่างเด็ดเดี่ยว

เขาตัดความเกี่ยวข้องกับตระกูลทิ้ง

แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดเลยก็คือ... คำพูดของเขาดูเหมือนจะเป็นคำตอบที่โทบิรามะต้องการพอดี

แววตาพึงพอใจแวบผ่านดวงตาของโทบิรามะ ก่อนที่เขาจะโบกมือเป็นสัญญาณให้พาตัวเคนอิจิออกไป

จากนั้น... ภายใต้การนำของโทบิรามะ นินจาทุกคนที่อยู่ที่นั่นก็เริ่มโห่ร้องเรียกชื่อคาเซฮายะ

แม้แต่มิโตะก็ยังดีใจไปกับคาเซฮายะด้วย

เขาคือ... วีรบุรุษคนใหม่ของโคโนฮะ!

จบบทที่ บทที่ 300 พวกเราเชื่อคำโกหกของท่านครับ

คัดลอกลิงก์แล้ว