- หน้าแรก
- มหาจอมเวทพิทักษ์สวรรค์ ผู้ครองบัลลังก์น้ำแข็ง
- บทที่ 21: จอมปีศาจคนใหม่ กระจกน้ำแข็งหมื่นบุปผา
บทที่ 21: จอมปีศาจคนใหม่ กระจกน้ำแข็งหมื่นบุปผา
บทที่ 21: จอมปีศาจคนใหม่ กระจกน้ำแข็งหมื่นบุปผา
บทที่ 21: จอมปีศาจคนใหม่ กระจกน้ำแข็งหมื่นบุปผา!
"อัญเชิญมิติ!"
มู่เนี่ยนปิงไม่ได้พูดจายั่วยุโง่ๆ ก่อนแข่ง เขาอัญเชิญมังกรวารีครามออกมาทันทีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
ภายใต้การเลี้ยงดูของเขาในช่วงที่ผ่านมา ร่างกายของมังกรวารีครามเติบโตจนมีความยาวเกือบสิบเมตร กินพื้นที่ส่วนใหญ่ของสนามประลองทันทีที่ปรากฏตัว
วินาทีที่มังกรวารีครามปรากฏกาย นักเรียนห้าคนที่เพิ่งเดินขึ้นมาท้าประลองถึงกับขาสั่นพั่บๆ ด้วยความหวาดกลัว
อย่าว่าแต่ผู้ท้าชิงพวกนี้เลย แม้แต่ห้าคนจากธาตุอัญเชิญที่อยู่ข้างหลังยังตกตะลึง
"นี่มันสัตว์อัญเชิญบ้าอะไรเนี่ย??"
"สัตว์อัญเชิญระดับนักรบ... นี่มันไม่ผิดกฎไปหน่อยเหรอ?"
หัวหน้าแผนกธาตุไฟอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
สำหรับนักเรียนใหม่เหล่านี้ แค่รับมือกับสัตว์อัญเชิญระดับบริวารก็ตึงมือแล้ว ไม่ต้องพูดถึงสัตว์อัญเชิญระดับนักรบตัวนี้เลย
"ผิดกฎตรงไหน? ทีตอนที่ทรัพยากรของธาตุอัญเชิญเราถูกแย่งไป ข้าไม่เห็นได้ยินเจ้าพูดอะไรเรื่องผิดกฎเลยนี่"
เจียงอวิ๋นหมิงรีบปกป้องนักเรียนของเขาทันที
กว่าธาตุอัญเชิญจะมีนักเรียนใหม่ที่เก่งกาจขนาดนี้โผล่มาสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาต้องสู้เพื่อศักดิ์ศรีของตัวเอง
"เอ่อ..."
หัวหน้าแผนกธาตุไฟเงียบกริบทันที จริงอยู่ที่ไม่มีกฎห้ามจอมเวทย์ระดับกลางเข้าร่วมการแข่งขัน
สีหน้าของบดีเซียวสงบนิ่ง เขากล่าวเรียบๆ ว่า "ในเมื่อเขาเป็นนักเรียนใหม่ของธาตุอัญเชิญ ก็ไม่ได้ทำผิดกฎอะไร"
ตั้งแต่ตอนสัมภาษณ์ บดีเซียวก็สังเกตเห็นพรสวรรค์อันไม่ธรรมดาของเนี่ยนปิงแล้ว... จอมเวทย์ระดับกลางสองธาตุ!
ถึงกระนั้น เขาก็ยังอดตกใจเล็กน้อยไม่ได้เมื่อเห็นมังกรวารีคราม
สายเลือดของสัตว์อัญเชิญตัวนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกกึ่งมังกรเลย!
...
ในสนามประลอง มังกรวารีครามจัดการผู้ท้าชิงห้าคนด้วยกระบวนท่าเดียว... มังกรสวรรค์สะบัดหาง
"เก่งเกินไปแล้ว! แบบนี้จะให้สู้ยังไง?"
"แค่สัตว์อัญเชิญตัวนี้ตัวเดียว อย่าว่าแต่พวกเราจอมเวทย์ระดับต้นเลย จอมเวทย์ระดับกลางก็คงต้านไม่ไหวเหมือนกัน"
หลังจากมังกรวารีครามแสดงอานุภาพ ผู้ท้าชิงที่กำลังต่อแถวอยู่ก็แตกกระเจิงหนีไปทันที
เมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้ บดีเซียวทำได้เพียงเพิ่มจำนวนผู้ท้าชิง โดยอนุญาตให้ท้าชิงพร้อมกันได้ทีละสิบคน
พอได้ยินว่าเข้าได้ทีละสิบคน ฝูงชนที่ท้อแท้ก็กลับมาฮึกเหิมอีกครั้ง
ถ้าสามารถเอาชนะสัตว์อัญเชิญที่แข็งแกร่งขนาดนี้ได้ มันจะเป็นเรื่องให้คุยโวได้ชั่วชีวิต!
ไม่นาน ทีมสิบคนก็ถูกรวมตัวขึ้นในหมู่นักเรียนใหม่ แต่พวกเขาก็ถูกมังกรวารีครามกวาดล้างลงจากเวทีอย่างรวดเร็วหลังจากเข้าไปได้ไม่นาน
ทีมหนึ่งพ่ายแพ้ อีกทีมก็เข้ามา เป็นเช่นนี้เรื่อยไป
ตั้งแต่ต้นจนจบ มู่เนี่ยนปิงไม่ได้ขยับตัวเลย มังกรวารีครามจัดการทุกอย่าง
แน่นอนว่ามีบางคนพยายามลอบโจมตีมู่เนี่ยนปิง แต่ยังไม่ทันเข้าใกล้ ก็ถูกกระสุนน้ำที่มังกรวารีครามพ่นใส่ซัดกระเด็นออกนอกสนามไป
เมื่อจำนวนผู้ท้าชิงทะลุหนึ่งร้อยคน บดีเซียวประกาศทันทีว่าหากถึงสองร้อยคน ทรัพยากรสำหรับนักเรียนใหม่ทั้งโรงเรียนจะตกเป็นของธาตุอัญเชิญทั้งหมด
"พระเจ้าช่วย แล้วจะเล่นกันยังไงล่ะทีนี้? ขืนเป็นแบบนี้ ทรัพยากรทั้งหมดของเราคงโดนหมอนี่กวาดเรียบแน่!"
"สัตว์อัญเชิญตัวนี้มันผิดปกติเกินไปแล้ว แม้แต่ทีมจอมเวทย์ระดับกลางก็อาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน"
"อย่าเพิ่งตื่นตูม พวกระดับกลางเตรียมตัวจะเข้าไปแล้ว ขอแค่เราตัดกำลังเจ้าสัตว์อัญเชิญนี่อีกสักหน่อย ก็ยังมีความหวังที่จะรักษาทรัพยากรไว้ได้"
จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีจอมเวทย์ระดับกลางคนไหนเข้าไปเลย เพราะพวกเขารอจังหวะลงมือตอนท้ายสุด
เมื่อเผชิญหน้ากับทีมสิบคนชุดสุดท้าย มังกรวารีครามพ่นคลื่นน้ำยักษ์ซัดพวกเขากระเด็นออกนอกสนามไปในคราวเดียว
นี่ขนาดยั้งมือไว้แล้วนะ หากปล่อยเต็มกำลัง อานุภาพของมันคงเทียบเท่าเวทมนตร์ระดับกลาง 'คลื่นพายุโหมกระหน่ำ' ได้เลย
นี่มันคนละระดับกันชัดๆ มันเหมือนบอสเฝ้าประตูมากกว่า!
"ถ้ามู่เนี่ยนปิงคนนี้อยู่ในวิทยาเขตหลัก ความแข็งแกร่งของเขาน่าจะติดท็อปร้อยได้เลย!"
ศาสตราจารย์อาวุโสท่านหนึ่งบนเวทีประธานเอ่ยขึ้น
ความแข็งแกร่งของมู่เนี่ยนปิงเกินขอบเขตนักเรียนใหม่ไปไกลโข ตามหลักแล้ว เขาควรได้เข้าเรียนในวิทยาเขตหลัก
"หนึ่งร้อยเก้าสิบห้าคนแล้ว อีกแค่ห้าคนก็จะครบสองร้อย"
"ห้าคนสุดท้ายดูเหมือนจะเป็นจอมเวทย์ระดับกลางทั้งหมด มีความหวังแล้ว ขอแค่มีใครสักคนโจมตีเจ้าจอมมารนี่ได้"
"โค่นล้มจอมมาร!"
"โค่นล้มจอมมาร!"
ท่ามกลางเสียงเชียร์ ห้าคนที่เป็นดั่งความหวังสุดท้ายของนักเรียนใหม่ทั้งโรงเรียนก็ก้าวเข้าสู่สนามประลอง
"มู่เนี่ยนปิง เจ้าไม่น่าจะเป็นคนที่ขาดแคลนทรัพยากรนะ ไม่จำเป็นต้องล่วงเกินนักเรียนใหม่ทั้งโรงเรียนเพื่อทรัพยากรเล็กน้อยแค่นี้หรอก"
ตงฟางเลี่ยกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ความแข็งแกร่งของมู่เนี่ยนปิงเหนือความคาดหมายของเขาไปมาก และเขาไม่อยากล่วงเกินเนี่ยนปิงเพราะการแข่งนัดนี้
ด้วยสัตว์อัญเชิญที่แข็งแกร่งขนาดนี้ ถ้าสู้กันตัวต่อตัว เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมู่เนี่ยนปิงแน่นอน
"ไม่ จำเป็นมาก"
มู่เนี่ยนปิงส่ายหน้า ทรัพยากรเล็กน้อยเหล่านั้นไม่มีประโยชน์กับเขา แต่เขาต้องการเข้าไปบำเพ็ญเพียรในหอคอยสามก้าว!
ขอแค่การบำเพ็ญเพียรธาตุน้ำแข็งของเขาทะลวงสู่ระดับสูง ความแข็งแกร่งของเขาก็จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณอย่างแน่นอน
การล่วงเกินนักเรียนใหม่บางคนเพื่อแลกกับสิ่งนี้ เป็นเรื่องเล็กน้อยมากสำหรับเขา
ได้ยินเช่นนั้น ตงฟางเลี่ยและศิษย์ตระกูลใหญ่อีกสี่คนถึงกับพูดไม่ออก
ต้องเห็นแก่ตัวขนาดนี้เลยเหรอ?
"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว"
ตงฟางเลี่ยสูดหายใจเข้าลึกๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรที่ทรงพลังขนาดนี้ เขาประมาทไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
อีกสี่คนก็ตื่นตัวเต็มที่ แม้พวกเขาจะถึงระดับกลางกันแล้ว แต่ยังร่ายเวทมนตร์ระดับกลางไม่ได้
"ลามน้ำแข็ง -- ปกคลุม!!"
ขณะที่พวกเขาคิดว่าสัตว์อสูรระดับนักรบกำลังจะลงมือ พลังน้ำแข็งอันทรงอานุภาพก็แผ่ออกมาจากตัวมู่เนี่ยนปิง กวาดไปทั่วทั้งสนามประลองในพริบตา
ความหนาวเย็นกัดกินกระดูก ทั้งสนามกลายเป็นโลกน้ำแข็งและหิมะทันที
ในการต่อสู้ก่อนหน้านี้ มังกรวารีครามทิ้งน้ำไว้บนพื้นมากพอสมควร สร้างความได้เปรียบทางสภาพแวดล้อมให้กับมู่เนี่ยนปิงอย่างมหาศาล
ปรัชญาของมู่เนี่ยนปิงคือ ถ้าจบเกมได้เร็วก็จบเลย ไม่เคยเสียเวลาออกท่าเกินจำเป็น
ภายใต้การกวาดล้างของไอเย็นนี้ สี่ในห้าของนักเรียนระดับกลางถูกแช่แข็ง เหลือเพียงตงฟางเลี่ย จอมเวทย์ธาตุไฟคนเดียว
เห็นฉากนี้ ครูบาอาจารย์และนักเรียนทั้งหอประชุมชิงโต้วต่างอ้าปากค้าง
นักเรียนระดับกลางห้าคนเพิ่งขึ้นเวที สี่คนโดนเก็บในพริบตาเดียวเนี่ยนะ?
"???"
ตงฟางเลี่ยมองเพื่อนร่วมทีมสี่คนที่กลายเป็นน้ำแข็งไปแล้วด้วยความมึนงง
ขึ้นมาปุ๊บแพ้ปั๊บ พวกเอ็งเล่นเป็นกันไหมเนี่ย? ตอบข้ามาซิ!
ตงฟางเลี่ยยังสงสัยอยู่เมื่อวานว่าทำไมมู่เนี่ยนปิงที่เป็นศิษย์ตระกูลมู่ ถึงไม่เน้นบำเพ็ญเพียรธาตุน้ำแข็งเป็นหลัก
ตอนนี้เขาเห็นแล้ว ธาตุอัญเชิญที่เป็นธาตุรองยังฝึกได้ถึงระดับกลาง แถมยังมีสัตว์อัญเชิญระดับนักรบอีก
ต้องเทพทรูขนาดนี้เลยเหรอ?
ในฐานะอัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดในรุ่นเยาว์ของตระกูลตงฟาง ตงฟางเลี่ยรู้สึกถึงความไร้พลังเป็นครั้งแรกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับปีศาจอัจฉริยะเช่นนี้
หลังจากสี่คนนั้นถูกส่งไปรักษาตัว มู่เนี่ยนปิงก็หันมามองตงฟางเลี่ยแล้วพูดว่า:
"ยอมแพ้ซะเถอะ เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า"
"ไม่มีทาง!!"
ตงฟางเลี่ยคำรามลั่น เมื่อภาพดวงดาวสีแดงชาดก่อตัวเสร็จสมบูรณ์ เปลวเพลิงนับไม่ถ้วนก็ปะทุออกจากร่างกายของเขา น้ำแข็งใต้เท้าถูกเผาผลาญและละลายหายไป
แต่เนื่องจากเมล็ดพันธุ์น้ำแข็งของมู่เนี่ยนปิงเป็นระดับสูงสุด เปลวเพลิงของตงฟางเลี่ยจึงละลายได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ทันใดนั้น ตงฟางเลี่ยก็ชกหมัดลงพื้น... มันคือหมัดอัคคีขั้นที่สอง!
มู่เนี่ยนปิงขมวดคิ้วเล็กน้อย หมอนี่ก็ฝึกถึงขั้นที่สองแล้วเหรอ?
ไม่น่าใช่ น่าจะเป็นผลจากพรสวรรค์แต่กำเนิดของเขา 'อนุภาคดวงดาวกลายพันธุ์' มากกว่า
ไม่กี่เดือนก่อน ถ้าเจอท่านี้น มู่เนี่ยนปิงคงทำได้แค่ใช้รองเท้าเวทมนตร์เหินเวหาเพื่อหลบหนี แต่ตอนนี้... "กระจกน้ำแข็งหมื่นบุปผา!"