- หน้าแรก
- ผมไม่ได้บ้า ผมคือราชานักแสดงพันหน้า
- ตอนที่ 350 ศึกแห่งวีรบุรุษ?
ตอนที่ 350 ศึกแห่งวีรบุรุษ?
ตอนที่ 350 ศึกแห่งวีรบุรุษ?
วิธีที่คุ้มค่าที่สุดคือการใช้เรื่องอื่นมาดึงความสนใจของคนในวงการให้หันเหไป
และตอนนี้ เสียงจากหัวใจ...ที่ไม่มีใครได้ยินที่อยู่ในกระแสพอดีก็เหมาะที่สุดที่จะใช้เป็นเป้าหมายเบี่ยงเบนนี้
ถังหมินไม่มีทั้งความรักหรือความเกลียดต่อหนังเรื่องนี้ แม้แต่ความสำเร็จหรือความล้มเหลวของมัน เธอก็ไม่ได้คิดว่าจะส่งผลอะไรต่อเธอเลย
เธอเป็นเพียงทุนนิยมแท้ๆ ที่ทำทุกอย่างตามผลประโยชน์ของบริษัทเท่านั้น
หวังจิ้งฮัวได้ฟังการวิเคราะห์อย่างเยือกเย็นของถังหมิน ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชม “ถังเหรินนี่ ต่อไปต้องไปได้ไกลแน่”
เขาว่ากันว่าการลงทุนโปรเจกต์คือการลงทุนในผู้ประกอบการ
และถังหมินคนนี้ ชัดเจนว่าเป็นคนที่คุ้มค่าน่าลงทุน เพราะเธอมีสายเลือดทุนนิยมแท้ๆ
“พูดกันตรงๆนะ คำพูดสุดโต่งหลายอย่างก็เป็นฉันเองที่ปล่อยออกไป” ถังหมินพูดยิ้มพลางหรี่ตา
“แล้วเธอยังจะพูดอีกเหรอว่าไม่ได้ชอบหรือเกลียดเขา ฟังดูเหมือนเธอไม่ชอบเขาชัดๆ”
บางข้อความของพวกที่รับจ้างปั่นกระแสนั้น แม้แต่หวังจิ้งฮัวเองยังอ่านไม่จบ มันหยาบคายเกินไป
“เป้าหมายของฉันคือให้ผู้คนเปลี่ยนความสนใจ หันไปจับจ้องที่หนังของหลี่หยุนกับหลิวเชี่ยนเชี่ยน ถ้าตามแผนที่ฉันวางไว้ ฉันกลับหวังเสียอีกว่าหนังจะทำรายได้ดีในระดับหนึ่ง” ถังหมินหัวเราะเบาๆ “เพราะคำพูดที่รุนแรงเกินไป มันจะกระตุ้นให้คนดูเกิดความดื้อด้านในใจ อาจจะซื้อตั๋วเข้าไปดูด้วยตัวเองว่าแย่จริงไหม ถ้าเรายกยอเกินไป คนกลับจะรอดูเฉยๆ ตอนที่เราทำละครของเราเอง เราก็จะปล่อยให้ทั้งฝ่ายสนับสนุนกับฝ่ายต่อต้านทะเลาะกัน แบบนั้นแหละที่สร้างกระแสได้สูงสุด”
“เธอนี่มันจิ้งจอกตัวแม่เลยนะ”
หวังจิ้งฮัวนิ่งไปครู่หนึ่ง
เป้าหมายของถังหมินไม่ใช่การยกยอหรือทำลายใคร แต่เป็นการเบนความสนใจทั้งหมด
และผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นด้านบวกหรือด้านลบ เธอไม่สนใจเลย
แต่หวังจิ้งฮัวก็เชื่อว่า
โอกาสที่กระแสนี้จะส่งผลบวกมีน้อยมากจริงๆ
“แต่ก็ว่าไป หลี่หยุนนี่ก็กล้าใช้สโลแกนโฆษณาแบบนั้นนะ ‘ฮีโร่’ กล้าใช้คำนี้ได้ยังไง เขาจะสู้กับอีกเรื่องที่เป็น ‘ฮีโร่’ ได้เหรอ?” ถังหมินถอนหายใจเบาๆ
รู้สึกว่าหลี่หยุนใช้คำโปรโมตแบบนี้
กล้าหาญเกินไปหน่อย
แนวทางการประชาสัมพันธ์ของเสียงจากหัวใจ...ที่ไม่มีใครได้ยิน คือ “วีรบุรุษธรรมดา”
ที่จริงแล้ว แผนของถังหมินประสบความสำเร็จอย่างมาก
ข่าวเรื่องดาราชายชื่อดังนาม “หู” ที่มีความรัก ถูกกลบหมดด้วยกระแส “วีรบุรุษธรรมดา” ของหนังเรื่องนี้
เป้าหมายของบริษัทถังเหรินสำเร็จเรียบร้อย
และเป็นไปตามที่เธอคาดไว้ หลายคนที่ไม่เคยรู้จักหนังเรื่องนี้ ถูกดึงดูดด้วยกระแสถกเถียงสุดโต่งเหล่านี้ และบางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่า หนังมันจะแย่ขนาดนั้นจริงเหรอ
หลี่หยุนมองกระแสข่าวในโลกออนไลน์ แล้วคิดในใจว่า ถ้าเป็นยุคสื่อออนไลน์ในอนาคต ผลคงแรงยิ่งกว่านี้แน่
เพราะในยุคสื่อนั้น พวกยูทูบเบอร์หรือผู้รีวิวส่วนตัว มักจะซื้อตั๋วเข้าไปดูหนังห่วย เพื่อรีวิว “กองขี้ที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า”
กลายเป็นกลยุทธ์ประชาสัมพันธ์แบบย้อนศรไปโดยปริยาย
“ฉันควรจะขอบคุณพวกเกรียนพวกนี้ดีไหมเนี่ย” หลี่หยุนพูดพลางหัวเราะ มองจากเทรนด์ในเวยป๋อแล้ว ฝ่ายประชาสัมพันธ์ถือว่าทำได้ดีมาก
รายได้วันแรกยังไม่รู้ แต่กระแสพูดถึงในวันแรกต้องไม่ต่ำแน่
รอบสื่อจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง
หลี่หยุนเชิญทีมงานดั้งเดิมมาร่วมด้วย
ผู้อำนวยการหลิวผิงและจั๋วเว่ยก็มาตามคำเชิญ
“ฉันเพิ่งเคยมาปักกิ่งครั้งแรก เมืองใต้ฝ่าพระบาทของจักรพรรดิ ช่างมีบรรยากาศยิ่งใหญ่อย่างที่ว่าจริงๆ” ผู้อำนวยการหลิวผิงพูดพลางมองตึกสูงและจัตุรัสเทียนอันเหมิน รู้สึกวาบในใจ
เขาขอให้จั๋วเว่ยถ่ายรูปให้สักรูป
จะได้กลับไปเล่าให้นักเรียนฟังว่า ตัวเองก็เคยมาเยือนเมืองหลวงเหมือนกัน ไม่ได้อยู่ในชนบทไปตลอดชีวิต
“เมืองฮ่องกงของเราก็ไม่แพ้กันหรอกนะ” จั๋วเว่ยยิ้มบางๆ
“ทุกที่ก็มีเสน่ห์ของตัวเองนั่นแหละ”
หลี่หยุนยิ้มตอบเบาๆ
“ผมกลับรู้สึกว่าเมืองเล็กๆก็มีรสชาติและมิตรภาพในแบบของมัน”
“จริงด้วย”
หลี่หยุนพาทั้งคู่ไปยังสถานที่จัดรอบปฐมทัศน์ สื่อที่ได้รับเชิญมาถึงเรียบร้อยแล้ว
พูดไปก็มีเพียงสองสามสำนักเท่านั้น
แต่สองสามสำนักก็เพียงพอแล้ว
หนึ่งในนั้นมีตัวแทนจากเว็บ Hupu
อู๋ไห่
เมื่อเขาเห็นหลี่หยุน ก็แทบเก็บอาการตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ เพราะนี่คือการได้พบไอดอลตัวจริงครั้งแรก ความรู้สึกนั้นบอกไม่ถูกจริงๆ
แม้อู๋ไห่เองก็ไม่คิดมาก่อนว่า เขาจะได้มาที่นี่ในฐานะตัวแทนของเว็บไซต์ Hupu
“ตัวจริงยังหล่อกว่าที่เห็นในละครอีก”
ตอนนั้นอู๋ไห่นั่งอยู่ที่ที่ของตัวเอง
ข้างๆคือผู้แทนจากเว็บไซต์ Douban
ทุกคนเป็นคนรุ่นใหม่ในวงการสื่อออนไลน์ ไม่มีพิธีรีตองอะไรมาก พอเจอกันก็คุยกันได้ทันที
ผู้แทนจาก Douban เปิดปากพูดก่อน
“นายก็ถูกสั่งมาหลบที่นี่เหมือนกันเหรอ”
อู๋ไห่ถึงกับพูดไม่ออก
“ฉันมาด้วยความสมัครใจนะ ฉันอยากดูหนังเรื่องนี้ก่อนใคร”
“อ่า...” ตัวแทนจาก Douban ถึงกับหน้าเก้อ
ผู้แทนจากสื่อออนไลน์ที่มาร่วมงานส่วนใหญ่
ล้วนเป็นพวกที่ถูกกลั่นแกล้งให้มาทำรีวิวหนังเรื่องนี้แทบทั้งนั้น
อู๋ไห่ไม่รู้จะพูดยังไงดี
“ฉันอยากมาจริงๆ ถึงเอาสิทธิ์ดูรอบปฐมทัศน์แบทแมนมาแลก ฉันก็ไม่ยอม”
“งั้นเหรอ...”
ทุกคนในกลุ่มนักวิจารณ์ต่างรู้สึกว่ามีระยะห่างกับอู๋ไห่ขึ้นมาทันที
ไอ้นี่มันบ้าจริงรึเปล่า
อีกด้านหนึ่ง หลิวเชี่ยนเชี่ยนและแม่ของเธอก็กำลังเตรียมตัวจะไปดูรอบปฐมทัศน์ของตัวเอง
หลิวเชี่ยนเชี่ยนจะไปดูเสียงจากหัวใจ...ที่ไม่มีใครได้ยิน ส่วนหลิวลี่ลี่ก็จะไปดูแบทแมน
ในฐานะแขกพิเศษที่ได้รับเชิญ
ครั้งนี้เธอก็มีส่วนช่วยในการประชาสัมพันธ์ไม่น้อย
“จะไปกับแม่ไหม” หลิวลี่ลี่ถามหลังนิ่งไปครู่หนึ่ง
“ไม่ล่ะ หนูจะไปดูหนังของตัวเอง” หลิวเชี่ยนเชี่ยนปฏิเสธอย่างเป็นธรรมชาติ
สำหรับคำตอบนี้
หลิวลี่ลี่ไม่ได้แปลกใจเลย
พอรายได้ออกมา เธอก็เชื่อว่าลูกสาวจะเข้าใจถึงความหวังดีของแม่เอง
เธอไม่อยากให้ลูกสาวกลายเป็นอัศวินที่ต่อสู้กับกังหันลม
เธออยากให้ลูกสาวเป็น “กังหันลม” เสียเอง
ไม่อยากให้กลายเป็นดอนกิโฆเต้ผู้แสนเศร้า
“หนูไปก่อนนะ”
ก่อนออกจากบ้าน หลิวเชี่ยนเชี่ยนเดินชนกับชายอีกคน ที่มารับแม่เธอไปดูรอบปฐมทัศน์แบทแมนนั่นคือคุณอาหวัง ตัวแทนของหมิงเหยา
ชายวัยกลางคนในชุดสูทเรียบหรู ดูภูมิฐานและมั่นใจสุดๆ
ในฐานะตัวแทนนายทุนผู้นำเข้าภาพยนตร์ต่างประเทศ ตำแหน่งของเขาในกลุ่มบริษัทกำลังไต่สูงขึ้นเรื่อยๆ
ถ้ายังประสบความสำเร็จแบบนี้ต่อไป เขาอาจกลายเป็นประธานคนต่อไปของหัวต้า
จะให้เขาไม่ภาคภูมิใจได้อย่างไร
จากความสำเร็จหนึ่งสู่ความสำเร็จอีกขั้น
ชนะซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“คุณอาหวัง” หลิวเชี่ยนเชี่ยนกล่าวทักทายอย่างสุภาพ ถึงแม้จะอยู่คนละฝั่ง แต่ก็ยังให้ความเคารพต่อผู้ใหญ่ตามมารยาท
“หลานสาว ลุงมีหนังสือเล่มหนึ่งอยากให้เธอ” ชายตรงหน้าเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
เขายื่นหนังสือปกแข็งเรื่อง “ดอนกิโฆเต้” ให้เธอ
หนังสือนิทานเชิงอุปมาอุปไมยเล่มนี้ มีหลายมุมมอง บ้างชื่นชมความกล้าหาญของดอนกิโฆเต้ บ้างก็มองว่าเป็นความโง่เขลาที่ไปท้าทายกังหันลม
ความกล้าหาญที่ปนความเขลา
หลิวเชี่ยนเชี่ยนมองหนังสือเล่มนั้น หน้าตาไม่เปลี่ยน แค่ยิ้มบางๆ
“ขอบคุณค่ะ”
“ให้ลุงไปส่งไหม”
“ไม่ต้องค่ะ ฉันมีขาเดินเอง”
1.ดอนกิโฆเต้ (Don Quixote) คือชื่อของตัวละครเอกและชื่อผลงานวรรณกรรมคลาสสิกระดับโลกจากประเทศสเปน เขียนโดย มิเกล เด เซร์บันเตส เขาเป็นสัญลักษณ์ของคนที่ต่อสู้กับสิ่งที่ไม่มีจริง เช่น ต่อสู้กับกังหันลม ซึ่งกลายเป็นสำนวนที่หมายถึง ต่อสู้กับสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง หรือสิ่งที่ไร้ประโยชน์