เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 1469 สมกับเป็นอาจารย์แบบอย่าง

Chapter 1469 สมกับเป็นอาจารย์แบบอย่าง

Chapter 1469 สมกับเป็นอาจารย์แบบอย่าง


ด้านนอกโลก.

ประตูโลหะขนาดใหญ่ไม่ส่งปราณมารออกมาอีกแล้ว ลวดลายของประตูไม่มีแสงส่องสว่างอีกต่อไป.

“ทำไมถึงเงียบแบบนี้ล่ะ?”

“ดูเหมือนว่า บรรพชนมารจะคืนชีพล้มเหลว.”

“เยี่ยม แบบนี้นะดีแล้ว!”

ขณะที่ผู้คนกำลังพูดคุยกันไปมานั้นประตูโลหะก็สั่นไปมาในทันที ก่อนที่จะค่อย ๆ เปิดขึ้นช้า ๆ.

“ประตูเปิดขึ้น!”

เหล่ายอดฝีมือเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ที่กลายเป็นเงียบ เต็มไปด้วยความระมัดระวัง.

พวกเขาไม่รู้ว่า เกิดอะไรขึ้นที่ด้านใน หากบรรพชนมารคืนชีพกลับมาได้ โผล่ออกมาจริง ๆ ล่ะก็ พวกเขาจะต้องเตรียมตัวพร้อมสู้ในทันที.

เจิ้นเหรินตงกู่และเจิ้นเหรินฉีเยว่เองก็กลายเป็นจริงจังเช่นกัน.

ในเวลานั้น ในความเห็นของพวกเขา ประตูโลหิตที่เปิดขึ้น ก็หมายถึงหายนะที่ปรากฏขึ้นเช่นกัน!

“ฟู่ ฟู่!”

“ฟู่ ฟู่!”

ปราณมารที่แผ่ออกมาจากช่องประตูที่เปิด.

เหล่ายอดฝีมือที่เตรียมเข้าปะทะ พริบตานั้นก็กลายเป็นตะลึงขึ้นมาทันที.

มิติที่บรรพชนมารสร้างขึ้น ควรจะมีปราณมารหนาแน่น ทำไมถึงได้มีแสงสว่าง นี่ไม่ใช่พิสัยของผู้ฝึกตนมารเลย.

หรือเพราะว่าใช้พลังงานมารไปจนหมดอย่างงั้นรึ?

“ครืนนนนน!”

ในเวลานั้นประตูใหญ่โลหะที่เปิดขึ้นสมบูรณ์.

เหล่ายอดฝีมือเผ่าต่าง  ๆ ที่เต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจ.

อย่างไรก็ตาม เมื่อจุนซ่างเซียวนำศิษย์ก้าวออกมาจากด้านใน ใบหน้าของทุกคนกลายเป็นแข็งค้างในทันที.

พวกเขาที่ตื่นตะลึงตกใจ ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปสามารถเข้าไปและกลับออกมาได้ด้วยอย่างงั้นรึ?

“ศิษย์น้อย!” เจิ้นเหรินตงกู่ที่เผยท่าทางตื่นเต้นดีใจ.

จุนซ่างเซียวที่เพิ่งออกมาจากดินแดนโม่หยวน เผยท่าทางประหลาดใจออกมาเช่นกัน“อาจารย์ ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”

“ไม่ใช่เพราะเจ้ารึไง!”เจิ้นเหรินตงกู่ตะโกนดัง.

เดี๋ยวนะ!

ผิวของเจ้านี่แปลกไป?

เจิ้นเหรินตงกู่ที่จับจ้อง ภายในใจเอ่ยด้วยความตกใจ“เผ่าศิลา?”

หนึ่งในสามเผ่ากลุ่มชาติพันธ์ที่แข็งแกร่งที่สุด หนึ่งในนั้นมีผิวหนังเคลือบศิลาเป็นเอกลักษณ์.

เหล่ายอดฝีมือรอบ ๆ ที่เผยท่าทางเหลือเชื่อเช่นกัน.

กลุ่มผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปเข้าไปในดินแดนโม่หยวนได้เรื่องนี้ก็แปลกพอแล้ว หนึ่งในนั้นยังเป็นเผ่าศิลาด้วย? นอกจากนี้คาดไม่ถึงว่าจะเป็นศิษย์ของเจิ้นเหรินตงกู่?

ไม่ใช่ว่าศิษย์ของเขาคือเจ้านิกายนิรันดรไม่ใช่รึ?

เจ้านั่นเพิ่งขึ้นมาจากพิภพเบื้องล่างไม่ใช่รึ? แล้วไปเกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์ศิลาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

เพราะข้อมูลดังกล่าวนี้แปลกประหลาดเกินไป ทำให้กลุ่มอิทธิพลต่าง ๆ ตื่นตะลึงไปตาม ๆ กัน.

แน่นอน.

นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญ สิ่งสำคัญคือในกลุ่มผู้ฝึกยุทธ์ที่ตรงกลางมีเด็กสาวที่แผ่กลิ่นอายมารที่ไม่ธรรมดาออกมา ทำให้พวกเขาขมวดคิ้วไปมา.

“ไม่ใช่สิ!”เจิ้นเหรินฉีเยว่เผยท่าทางจริงจังขึ้นมา.

เจิ้นเหรินตงกู่จ้องมองไปยังเหยาเมิ่งหยิง ลอบคิดในใจ“กลิ่นอายของสตรีนางนี้ดูแปลกประหลาด บางที....นางได้รับสืบทอดสมบัติจากดินแดนโม่หยวนอย่างงั้นรึ?”

“กายาต้นกำเนิดมารศักดิ์สิทธิ์!”อาวุโสนิกายเซียวคนหนึ่งครุ่นคิด เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม“เด็กสาวคนนี้ได้รับสืบทอดกายาของบรรพชนมาร!”

“ฟู่!”

“ฟู่! ฟู่!”

ในเวลานั้น เหล่ายอดฝีมือนิกายเซียนระเบิดพลังบ่มเพาะ จ้องมองเหยาเมิ่งหยิงด้วยท่าทางระมัดระวังขั้นสุด.

บรรพชนมารคืนชีพหรือไม่ พวกเขาไม่รู้ ทว่ากายาที่นางได้รับมานี้ เป็นปัญหาใหญ่ จะต้องกำจัดทันที!

“ดูเหมือนงานจะเข้า!”

กู่เจ้าซีแทบทรุดเอ่ยในใจ.

ต่อหน้ายอดฝีมือค้นหาความจริงมากมาย หากอีกฝ่ายลงมือ เกรงว่าคงแย่แน่ ๆ.

คิดว่าออกมาจากดินแดนโม่หยวนได้ปลอดภัยทุกอย่างจะจบ ใครจะคิดว่ามียอดฝีมือรอหาเรื่องอยู่.

เหล่ายอดฝีมือที่ปะทุพลังบ่มเพาะออกมา กดทับมายังกลุ่มพวกเขาทำให้พวกหลี่ชิงหยางหายใจหอบ ๆ ทันที.

พวกเขาเพียงแค่หนึ่งแกนหมุน จะแบกรับแรงกดดันยอดฝีมือระดับค้นหาความจริงได้อย่างไร.

“พี่ชาย!”

กู่เจ้าซีที่ส่งเสียงผ่านวิญญาณ “ชาติหน้า ขอให้พวกเราได้เป็นพี่น้องร่วมสาบานกันอีก!”

ในความคิดของเขา คิดว่าคงไม่รอดแน่ ๆ เตรียมที่จะไปเกิดใหม่แล้ว ทว่าคิดถึงตัวเองที่มีจิตวิญญาณสังหารวัฏ ส่วนพี่ชายข้า....

“พวกเจ้าต้องการอะไร?”

เพราะว่าอยู่ในสภาวะเคลือบศิลา คำพูดของจุนซ่างเซียวจึงดูเด็ดเดี่ยว.

คำพูดของเขาที่คล้ายกับพร้อมจะหาเรื่องเต็มที.

“เจ้าหนู.”

ยอดฝีมือนิกายเซียวคนหนึ่งเอ่ย “เด็กสาวผู้นี้ได้รับกายาที่บรรพชนมารที่ทิ้งไว้ ในอนาคตจะต้องสร้างภัยพิบัติให้กับพิภพเบื้องบน!”

“ดังนั้น?”

“ต้องกำจัดนาง ป้องกันหายนะที่จะเกิดขึ้น!”

แววตาของจุนซ่างเซี่ยวเต็มไปด้วยความเย็นชา เอ่ยออกมาว่า“ใครกล้าแตะต้องศิษย์ข้าแม้แต่นิดเดียว ข้าจะตัดกระดูกเผามันให้เป็นเถ้า.”

“......”

กู่เจ้าซีถึงกับอ้าปากค้าง.

ต่อหน้ายอดฝีมือค้นหาความจริงชั้นยอดมากมาย ทว่ากับไม่ได้มีผลกับพี่ชายเลย คาดไม่ถึงว่าจะกล้าเอ่ยกล่าวอย่างบ้าคลั่งเช่นนั้น ช่างมีจิตใจที่น่าเกรงขามนัก.

ยอดฝีมือนิกายเซียนคนหนึ่งที่เผยท่าทางจริงจัง“เจิ้นเหรินตงกู่ ศิษย์ของเจ้ากำลังปกป้องมารร้าย?”

“.”

เจิ้นเหรินตงกู่เอ่ย “เขาเป็นเจ้านิกาย ปกป้องศิษย์แล้วมันผิดตรงใหน?”

เขาและเจิ้นเหรินฉีเยว่ที่มาปรากฏตัวที่ด้านหน้าจุนซ่างเซียว ปลดปล่อยพลังบ่มเพาะออกมาปกป้องแรงกดดันที่ฝ่ายตรงข้ามแผ่ออกมาเช่นกัน.

เห็นชัดเจน.

เจ้านิกายปกป้องศิษย์ตัวเอง อาจารย์ก็ปกป้องศิษย์ของเขาเช่นกัน.

ควรค่าที่จะเรียกว่าอาจารย์.

ร่วมเป็นร่วมตาย ไม่เสียดายชีวิต การที่จุนซ่างเซียวมีอาจารย์เช่นนี้ ช่างเป็นความโชคดีที่เหลือเชื่อ.

“เฮ้อ.”

เจิ้นเหรินฉียวีที่ได้แต่ถอนหายใจ.

ดูเหมือนว่าคงจะหนีไม่พ้นต้องเป็นศัตรูกับสิบนิกายเซียนแล้ว.

กล่าวได้ว่าความสัมพันธ์ของอาจารย์และศิษย์นั้นเหนียวแน่น ส่วนเขาก็ความสัมพันธ์ของสหายที่ลึกล้ำ ไม่มีทางที่จะปล่อยวางได้เช่นกัน.

......

เหยาเมิ่งหยิงที่ได้รับสืบทอดกายาต้นกำเนิดมารศักดิ์สิทธิ์ กำลังถูกจับจ้องจากสิบนิกายเซียน ซึ่งจุนซ่างเซียวได้ก้าวออกมาขวาง ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะใหญ่ยิ่งกว่าเหตุการณ์ขโมยไข่ซะอีก.

ไม่ต้องสงสัย.

เจิ้นเหรินตงกู่ต้องแบกรับความผิดไปด้วยอีกครั้งแล้ว.

ทั้งหมดทั้งมวลก็เพราะอีกฝ่ายต้องการปกป้องศิษย์ตัวเองเท่านั้น.

ถือว่าเขาทำหน้าที่อาจารย์ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง.

ยอดฝีมือสิบนิกายเซียนที่จ้องมองหน้ากันและกัน.

“เจิ้นเหรินตงกู่.”

ยอดฝีมือคนหนึ่งเอ่ยออกมาอย่างเคร่งขรึม“เด็กสาวคนนั้นสืบทอดกายามาจากบรรพชนมาร หลังจากเติบโต จะต้องสร้างหายนะต่อผู้บริสุทธิ์แน่นอน เจ้าและเจิ้นเหรินฉีเยว่ต้องการช่วยมารร้ายอย่างงั้นรึ?!”

“ปากก็เอ่ยอ้างผู้บริสุทธิ์ เจ้าคิดว่าตัวเองมีความสามารถมองเห็นอนาคตได้อย่างงั้นรึ?”เจิ้นเหรินตงกู่เอ่ยออกมาเล็กน้อย.

เจิ้นเหรินฉีเยว่เอ่ย “ดินแดนโม่หยวนและพิภพเบื้องบนนั้นมีต้นกำเนิดเดียวกัน กายาของบรรพชนมารที่ยังคงอยู่ ถือว่าได้รับการยอมรับจากวิถีสวรรค์ ตอนนี้มันถือว่าเป็นเพียงสมบัติอย่างหนึ่ง ทำไมพวกเจ้าถึงได้อันธพาลนัก.”

ความหมายของเขานั้น คือสมบัติในดินแดนโม่หยวนหากว่ามันเป็นภัยพิบัติ วิถีสวรรค์คงไม่ยอมให้คงอยู่มาถึงตอนนี้.

“ชิ.”

ยอดฝีมือคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา“บรรพชนมารก่อนตายได้เข้าสู่วิวัฒนาการที่สาม จะอยู่ภายใต้วิถีสวรรค์ได้อย่างไร.”

“ฮ่าฮ่าฮ่าอ่า!”

เจิ้นเหรินตงกู่หัวเราะเสียงดัง “หากเพราะเจ้านั่นเข้าสู่วิวัฒนาการที่สามได้ ทำไมเผ่าโม่หวังจึงถูกทำลายล้าง แล้วทำไมสิบนิกายเซียนถึงยังรอดอยู่ได้?”

กู่เจ้าซีที่เข้าใจได้ในทันที แท้จริงแล้วบรรพชนมารยังไม่ตัดผ่านไปถึงวิวัฒนาการที่สาม ไม่เช่นนั้นคงไม่ใช่เผ่าโม่หวังที่ถูกทำลาย แต่ต้องเป็นสิบนิกายเซียนแทน.

“เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว!”

“วันนี้มารร้ายต้องตาย ไม่มีใครปกป้องนางได้!”

ยอดฝีมือของสิบนิกายเซียนที่ตัดสินใจอย่างหนักแน่น ไม่ยินยอมให้กายาของบรรพชนมารคงอยู่ได้.

แน่นอน พวกเขาไม่สามารถที่จะตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ดังนั้นยอดฝีมือนิกายเซียนจึงได้หันไปมองเผ่าพันธุ์อื่น ๆ เอ่ยออกมาว่า“ทุกท่าน มีความเห็นว่าอย่างไร.”

“ข้าเชื่อว่านางไม่ใช่บรรพชนมาร ปัญหานี้ไม่ได้ใหญ่โตขนาดนั้น ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใส่ร้ายนาง.”

“ในอนาคตมีความเป็นไปได้มากมาย พวกเราไม่สามารถบอกสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้.”

“เจ้านิกายจุนและเผ่าพันธุ์จ้าวลมกรดของข้านั้นเข้าใจดี ไม่มีใครบอกได้ว่านางจะกลายเป็นมารร้ายในอนาคต!”

จบบทที่ Chapter 1469 สมกับเป็นอาจารย์แบบอย่าง

คัดลอกลิงก์แล้ว