- หน้าแรก
- ผมไม่ได้บ้า ผมคือราชานักแสดงพันหน้า
- ตอนที่ 180 การคัดเลือกนักแสดงเซียนกระบี่พิชิตมาร
ตอนที่ 180 การคัดเลือกนักแสดงเซียนกระบี่พิชิตมาร
ตอนที่ 180 การคัดเลือกนักแสดงเซียนกระบี่พิชิตมาร
หลี่ลี่กั๋วมองไปยังหวังจิ้งฮัว ผู้จัดการระดับตำนานอย่างสนใจ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการของเฉิงเทียนเจียเหอ เวลานี้นั่งอยู่ที่โต๊ะรับรองแขกในงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของสี่พยัคฆ์พิทักษ์มังกร กำลังดื่มสุราและสนทนากับตน
งานเลี้ยงฉลอง
ก็ถือว่าเป็นโอกาสของเหล่าผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ และบริษัทจัดการนักแสดง ในการออกล่า
บางทีอาจจะเป็นการล่ากันเอง
บางทีก็อาจจะหมายถึงการล่าเอานักแสดงที่แสดงฝีมือได้โดดเด่นที่นี่ไปครอบครอง
“คุณเหมือนจะไม่ค่อยชอบเสี่ยวหลี่เลยนะ” หลี่ลี่กั๋วเอ่ยอย่างสนใจ “นักแสดงหนุ่มที่มีแววอย่างเขา ควรจะมีคนยื่นข้อเสนอมากมายสิ แล้วก็ควรจะอยู่ในสายตาคุณด้วยไม่ใช่เหรอ”
เด็กหนุ่ม อายุยังน้อย หน้าตาดี มีศักยภาพ
สำหรับสำนักใหญ่ในการปั้นนักแสดงอย่างเฉิงเทียนเจียเหอ
แน่นอนว่าต้องชอบ ต้องโปรดปรานแบบสุดๆ
“เหอะ ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยทาบทาม แต่คนๆนี้หัวสูง มองพวกเราว่าเป็นแค่บริษัทเล็กๆ” หวังจิ้งฮัวกล่าวอย่างแดกดัน
“ถ้าเฉิงเทียนเจียเหอยังถือว่าเล็ก งั้นทั้งปักกิ่งคงไม่มีบริษัทใหญ่แล้วสิ”
หลี่ลี่กั๋วแซวกลับ
เขาก็พอเข้าใจถึง ‘เรื่องหมางใจ’ ของทั้งสองฝ่ายแล้ว
เฉิงเทียนเจียเหออยากได้ตัวหลี่หยุน แต่กลับถูกปฏิเสธ
เฉิงเทียนเจียเหอคือที่ที่นักแสดงมากมายคุกเข่าขอร้องให้รับเข้าไป แต่เขากลับไม่รับ
ความรู้สึกมันเหมือนเศรษฐีเอาอาหารเลิศรสมาโปรยให้ขอทาน
แล้วขอทานกลับปฏิเสธ
ความรู้สึกถูกปฏิเสธเช่นนี้ หวังจิ้งฮัวไม่อาจรับได้ และยังคงฝังใจ
แต่ถึงอย่างไร
หวังจิ้งฮัวก็ไม่ได้พูดไปแบบไร้เหตุผล สำหรับอนาคตของหลี่หยุน เธอยังคงไม่มองโลกในแง่ดี ต่อให้หลี่หยุนได้รับบทเทพเมฆาอัคคีในภาพยนตร์ [คนเล็กหมัดเทวดา] แล้วมันจะเป็นยังไง
ทั้งวงการหนังฮ่องกงก็ไม่ได้รุ่งเรืองอะไรแล้ว ซิงเย่เองก็เริ่มมีอายุขึ้นทุกวัน เอาตรงๆต่อให้หลี่หยุนมีความสัมพันธ์กับซิงเย่ แต่ด้วยชื่อเสียงของเขาในตอนนี้ ก็ไม่อาจช่วยดันใครขึ้นได้
อย่างหลิวซ่งเหริน หากเขามาจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่เนิ่นๆ ก็คงไม่ต้องรอจนห้าสิบกว่าแล้วเพิ่งจะได้บทจูอู๋ซือ บางทีอาจจะได้รับการยกย่องอีกครั้ง
แต่ก็คงแค่นั้น อายุทำให้เขาเป็นได้แค่ ‘นักแสดงอาวุโส’
เวลานี้ หวังจิ้งฮัวกล่าว
“เขาไม่อิงอาศัยต้นไม้ใหญ่ สุดท้ายก็ถูกต้นไม้อื่นกดทับอยู่ดี วงการนี้มันใหญ่เกินไป จะดัง ต้องพยายามมาก มีนักแสดงหนุ่มฝีมือดีตั้งเยอะ สุดท้ายเขาก็ต้องถูกคลื่นซัดหายไป”
“เขายังสนิทกับจางต้าหูจื่ออยู่นะ”
“จางต้าหูจื่อเป็นแค่คนๆเดียว แต่พวกเราเป็นบริษัท เป็นกลุ่มธุรกิจ เป็นตระกูลใหญ่ แบบนี้มันจะเหมือนกันได้ยังไง”
“นั่นก็จริง”
หลี่ลี่กั๋วไม่พูดอะไรมาก ไม่อยากยุ่งลึกไปกว่านี้
หวังจิ้งฮัวกล่าวต่อ
“ถ้าเขาได้เล่นใน [เซียนกระบี่พิชิตมาร] ของคุณ ก็ต้องพิจารณาดีๆ อย่าเอามาเป็นตัวถ่วงให้เสียของ เขาเป็นนักแสดงที่เล่นไม่ค่อยเสถียร”
“อืม” หลี่ลี่กั๋วไม่ได้โต้แย้ง “ดื่มกันๆ”
เวลานี้
สายตาของหวังจิ้งฮัวนิ่งเรียบ
นักแสดงหนุ่มที่มีศักยภาพ หากไม่ใช่ของฉัน
งั้นก็อย่าให้เขาได้ขึ้นมาดีกว่า นั่นคือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับฉัน
เพราะฉันเองก็มีนักแสดงรุ่นใหม่ที่จะต้องปั้นเช่นกัน
“สำหรับบทถังอวี้เสี่ยวเป่า เสี่ยวเผิงของเราอยากได้มาก”
“ฮ่าฮ่า บนโต๊ะสุรา เอาไว้ดื่มก่อนละกัน”
“คุณจะต้องพอใจกับของขวัญที่เรามอบให้แน่”
การคัดเลือกนักแสดงของเซียนกระบี่พิชิตมารไม่มีการทดสอบหน้ากล้อง
ผู้กำกับมีสิทธิ์เลือกโดยตรง
พอได้ยินว่ามี ‘ของขวัญ’ หลี่ลี่กั๋วยิ้มกว้างขึ้นทันที
ในเมื่อทุกคนก็เป็นมนุษย์ธรรมดา
“ยิ่งไปกว่านั้น พวกเรายังสามารถมอบทรัพยากรเสริมให้ด้วย”
“อ้อ?” นี่ทำให้หลี่ลี่กั๋วเริ่มสนใจขึ้นมา
“เส้นสายของฉัน สามารถมอบทรัพยากรได้มาก ช่วยให้เซียนกระบี่พิชิตมารผ่านการตรวจสอบ โปรโมต และในทุกด้านให้สูงขึ้นไปอีกขั้น”
“เส้นสายของคุณ…ดูเหมือนข่าวลือจะจริงสินะ”
“หึหึ”
หวังจิ้งฮัวไม่ยืนยัน แต่ก็ไม่ปฏิเสธ
หากไม่มีเส้นสาย จะอยู่ในวงการปักกิ่งได้รุ่งโรจน์แบบนี้ได้อย่างไร
และข่าวลือก็ว่าเส้นสายของเธอคือหลี่อวี้เสวียน ขาใหญ่ในปักกิ่ง ภรรยาเป็นผู้นำในสำนักงานวิทยุโทรทัศน์
พี่ชายของเขาชื่อหลี่โมตู่
คนตระกูลหลี่แท้ๆ
เวลานี้เอง
หลี่หยุนได้รับคำเชิญหลายแห่ง ส่วนใหญ่เป็นทรัพยากรด้านหนังและละคร
แต่ไม่มีข้อเสนอจากบริษัทจัดการนักแสดง
เมื่อรู้ว่าหลี่หยุนถึงกับปฏิเสธเฉิงเทียนเจียเหอแล้ว ก็ไม่มีใครคิดจะเข้ามาอีก ทุกฝ่ายก็เก็บหน้าไว้ให้กันและกัน
หลี่หยุนมองดูทรัพยากรหนังที่ได้มา บางเรื่องถึงขั้นให้เขาเล่นพระเอก…เช่นบทพระใน [พระนักบวชก้านธูป] และบทซีเหมินชิ่งใน [บุปผาในกุณฑีทอง]
เป็นหนังอีโรติก ค่าตัวไม่ต่ำ ถึง 4 แสน
ต้องรู้ว่าแม้จะมีสี่พยัคฆ์พิทักษ์มังกร ค่าตัวเขาเพิ่มขึ้นแล้วก็ตาม ปกติก็ควรอยู่แค่ราวๆ 1.5 ถึง 2.5 แสน
4 แสนถือว่าสูงมาก
แน่นอน สูงก็ต้องมีราคาที่ต้องจ่าย
ซึ่งก็คือการสละร่างกายที่บริสุทธิ์
หากเป็นแค่การทำตัวเป็นชายผู้มีเมตตา หลี่หยุนอาจจะไม่คิดมากเท่าไร อย่างน้อยก็ยังมีชื่อเสียง มีรายงานตรวจสุขภาพ
แต่หนังอีโรติกแทบจะหมายถึงการเอาอนาคตไปแลกเงิน ไม่ว่าจะชายหรือหญิง ก็แทบจะเป็นการทำลายเส้นทางตัวเองทั้งนั้น
อย่างนักแสดงดังฮ่องกงอย่างสวี่เหมียนเจียง ก็เพราะเล่นหุ้นจนเป็นหนี้ ถึงได้ไปถ่ายหนังพวกนี้ ไม่งั้นเขาก็เป็นนักแสดงที่มีอนาคตสดใสคนหนึ่ง
ย้อนมองวงการบันเทิง ปัญหาใหญ่ที่ทำให้คนหมดตัวไม่พ้นเรื่องการพนันกับหุ้น
สำหรับเรื่องพวกนี้ หลี่หยุนก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี
พูดเล่นแซวกันได้ แต่สุดท้าย เขาปฏิเสธหนังอีโรติกทุกเรื่อง เรื่องที่ทำลายอนาคตตัวเองแบบนี้ หลี่หยุนไม่มีวันทำ
นอกจากนี้
หลี่หยุนยังได้พบกับหลี่ลี่กั๋ว คิดอยู่สักพักแล้วก็เดินเข้ามาชนแก้ว
“ผู้กำกับหลี่”
“อ้าว? รู้จักฉันด้วยเหรอ?”
“ตอนเราถ่ายตำนานรักโคมสวรรค์ คุณก็เคยมากับคุณจางไม่ใช่เหรอครับ”
หลี่ลี่กั๋วประหลาดใจ
ตอนนั้นหลี่หยุนแทบไม่ได้สนใจพวกเขาเลย แล้วทำไมถึงจำได้ชัดขนาดนี้
ตอนนั้นเขายังคิดว่าหลี่หยุนไม่รู้จักมารยาทเสียอีก
“ที่แท้นายก็มองเห็นอยู่นี่เอง”
หลี่หยุนตอบ
“ใช่ ถึงตอนนั้นเอ้อหลางเสินอยู่ตรงนั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมไม่อยู่ ผมเองก็ ‘มองเห็น’ ชัดเจนเหมือนกัน”
หลี่ลี่กั๋วไม่รู้จะตอบยังไง
มันเหมือนมีเหตุผล แต่ก็ไม่รู้ว่ามาจากตรงไหน
เป็นความรู้สึกแปลกๆแบบนั้น
“ผู้กำกับหลี่ เรื่องที่ฉันพูดไว้ คุณลองคิดให้ดีๆ” เวลานี้ หวังจิ้งฮัวลุกขึ้นออกไปก่อน แต่หันไปมองหลี่หยุนหนึ่งครั้ง
หลี่หยุนมัวแต่คุยกับหลี่ลี่กั๋ว จึงไม่ได้สังเกตสีหน้าแววตาของเธอ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีใครสังเกต
เวลานั้น ‘นักปราชญ์’ เหลือบตามองหวังจิ้งฮัวที่เดินออกไป แล้วกล่าวขึ้น
“ดูเหมือนเธอจะไม่ชอบเจ้าสักเท่าไร”
“อ้อ”
หลี่หยุนก็ไม่อยากพูดอะไร
ฉันไม่ใช่เงินเสียหน่อย
จะให้ทุกคนมาชอบได้ยังไง
หลี่ลี่กั๋ว ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ของ [เซียนกระบี่พิชิตมาร]
ละครที่ดัดแปลงจากเกมยอดนิยมของไต้หวัน
เป็นงานบุกเบิกแนวซีรีส์ย้อนยุคสายโรแมนติก และเป็นครั้งแรกที่มีการดัดแปลงจากเกม
ในวงการ แม้จะถือว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ แต่กระแสตอบรับก็ไม่มากนัก เพราะขึ้นอยู่กับบริษัทผู้สร้างและเผยแพร่คือ ถังเหริน ซึ่งผลงานก่อนหน้าของพวกเขาก็มีความนิยมอยู่บ้าง แต่ยังไม่ถึงขั้นสร้างกระแสแรงๆ
ที่สำคัญคือวงการยังซบเซา บริษัทผู้สร้างก็ยังไม่ร้อนแรง
ถังเหรินควรจัดอยู่ในบริษัทระดับสอง มีนักแสดงในสังกัดของตัวเอง
แต่เฉิงเทียนเจียเหอกลับมองออกไกล เข้ามาตั้งแต่เนิ่นๆ
หลังจากอ่านบทแล้ว หวังจิ้งฮัวก็ตัดสินใจเข้าหาหลี่ลี่กั๋วทันที และตอนนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไม่น้อย
ละครย้อนยุคแนวโรแมนติก เจาะกลุ่มผู้หญิง เน้นไปที่ความสัมพันธ์และความขัดแย้งทางอารมณ์
นี่ตรงกับเส้นทางที่เฉิงเทียนเจียเหอวางไว้พอดี
“ไม่รู้ว่าบริษัทที่เซี่ยงไฮ้ จะมีวันให้กำเนิดมังกรแท้จริงออกมาสักตัวไหม” เวลานี้ ตรงหน้าหวังจิ้งฮัวคือชายวัยกลางคนหน้าตาหล่อเหลาสง่างาม กำลังอ่านหนังสือพิมพ์ ดูสุขุมเรียบร้อย
หวังจิ้งฮัวนึกในใจว่า หน้าตาช่างเหมือนพี่ชายของเขายิ่งนัก
“คุณหลี่”
หวังจิ้งฮัวให้ความเคารพต่อชายผู้นี้อย่างมาก ไม่ใช่แค่เพราะพี่ชายของเขาคือหลี่โมตู่ ศิลปินผู้เป็นดั่งครูบาอาจารย์ของแผ่นดิน
แต่เพราะเขาเองก็เป็นนักลงทุนมือฉมัง ภรรยาก็เป็นผู้นำในสำนักงานวิทยุโทรทัศน์ ทำให้มีข้อมูลเชิงลึกและเส้นสายมากมาย
เวลานี้ เขากล่าวกับหวังจิ้งฮัว
“เอาล่ะ เราเชื่อมั่นในความสามารถของเธอ ทำให้ดีๆก็แล้วกัน แต่ช่วงนี้ห้ามมีเรื่องอื้อฉาวเด็ดขาด นี่คือเส้นตาย”
“ฉันเข้าใจค่ะ”
หวังจิ้งฮัวกลืนน้ำลายลงคอ
พี่ชายของเขา หลี่โมตู่ ศิลปินผู้ได้รับการยกย่อง หากทุกอย่างราบรื่น เขาจะคว้ารางวัลใหญ่จาก [ยุทธการทะเลสาบชาง]
นอกจากความสำเร็จด้านศิลปะ เขายังจะเป็นคนทำหนังคนแรกในศตวรรษที่ 21 ที่ได้รับเหรียญเกียรติยศ “ต้นแบบแห่งยุคสมัย”
ในช่วงเวลานี้
จะไม่มีทางให้มีเรื่องอื้อฉาวเกิดขึ้นเด็ดขาด
ถ้าเพราะเธอแล้วเกิดเรื่องขึ้นมา เหล่าคนเล็กๆอย่างเธอก็รับผิดชอบไม่ไหว
“พวกเรารู้ เข้าใจดี เรื่องเกินเลยไม่มีวันทำ เราจะไม่ทำอยู่แล้ว ตอนนี้บทหลักๆของเซียนกระบี่พิชิตมาร นักแสดงในสังกัดเขาจับไปเกือบหมด แต่ก็ยังมีช่องให้เราได้แทรกอยู่ อย่างบทพระรอง หรือบทสำคัญอื่นๆที่มีซีนเด่นๆ เราก็ยังผลักดันได้” หวังจิ้งฮัวเผยเป้าหมายชัด ว่าบทไหนคือเป้าหมาย
เพื่อดันนักแสดงหน้าใหม่ขึ้นมา ทั้งหมดอยู่ในแผนการของเธอ
ไม่ว่าจะอย่างไร ละครเรื่องนี้ เธอจะต้องเกาะกระแสซีรีส์ย้อนยุคโรแมนติกที่เจาะผู้หญิงให้ได้
แกนหลักของความขัดแย้ง ไม่ใช่เรื่องราวความแค้นหรือการต่อสู้ดวลดาบอีกแล้ว
แต่เป็นความรัก ความพลัดพราก และปมอารมณ์
เวลานี้ หลี่อวี้เสวียนพยักหน้า
“เอาล่ะ ไม่ต้องพูดอะไรมากแล้ว ช่วงนี้เราก็จะอยู่เบื้องหลังแบบเงียบๆ อย่างน้อยในช่วงนี้ ต้องอยู่เบื้องหลัง ห้ามมีเรื่องให้พี่ชายฉันเดือดร้อนเด็ดขาด”
“ฉันเองก็ต้องไปเตือนหลานชายของฉันเหมือนกัน เจ้าเด็กคนนั้น”
หลี่อวี้เสวียนพูดอย่างปวดหัว
ลูกชายของหลี่โมตู่
หวังจิ้งฮัวไม่กล้าพูด ไม่กล้าถาม