เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 1453 แสงเจ็ดสีทำลายล้างที่แข็งแกร่งขึ้น

Chapter 1453 แสงเจ็ดสีทำลายล้างที่แข็งแกร่งขึ้น

Chapter 1453 แสงเจ็ดสีทำลายล้างที่แข็งแกร่งขึ้น


นิกายนิรันดร ยอดเขากระดูกมังกร.

กู่เจ้าซีที่นั่งสมาธิอยู่บนเตียง ใบหน้ากลายเป็นจริงจังเล็กน้อย.

ภายในใจของเขาที่สั่นไหวเล็กน้อย กับการฝึกฝนวิชาครั้งแรก.

ในเวลานี้ ที่ด้านข้างของเขามีวิชามากมาย แสงเจ็ดสีทำลายล้าง พระสูตรหัวใจรุ่งโรจน์ ฝ่ามือข้ามสวรรค์ และวิชาแยกเงาพันร่าง.

ระหว่างนั้น เพราะว่าเขาได้ช่วยศิษย์ผ่านภารกิจ มีโอกาสได้สัมผัสกับทักษะของนิกาย ตอนนี้จุนซ่างเซียวที่ตัดผ่านระดับ เวลานี้มีการคัดเลือกภารกิจให้เหมาะสมกับศิษย์อย่างเข้มงวด ทำให้เขาว่างไม่ต้องออกไปคุ้มกัน.

“ลองดูเล่น ๆ ก็แล้วกัน.”

กู่เจ้าซีที่หลับตา เลือกแสงเจ็ดสีทำล้ายล้าง.

“คงจะเป็นวิชาธรรมดาทั่วไป”เขาที่เริ่มศึกษาเคล็ดวิชาไปทีละส่วน ก่อนที่จะค่อย ๆ นำมารวมกัน.

“เฮ้ย!”

หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม กู่เจ้าซีที่ตื่นตะลึงตกใจ “วิชานี่มันร้ายกาจเล็กน้อยแฮะ!”

ไม่กี่วันหลังจากนั้น.

เขาที่ศึกษาวิชาแสงเจ็ดสีทั้งเจ็ดส่วนสมบูรณ์ ก่อนที่จะไปยังยอดเขาเพื่อทดสอบ ในเวลานั้นริ้วแสงเจ็ดสีที่ผสานพุ่งตรงไปยังภูเขา เกิดระเบิดเสียงดังสนั่นส่องแสงสว่างเจิดจ้าปกคลุมพื้นที่รอบ ๆ.

“หืม?”

หลี่ชิงหยางและคนอื่น ๆ ที่เงยหน้าขึ้นมอง เห็นริ้วแสงที่ตัดข้ามท้องฟ้า เอ่ยออกมาด้วยความตกใจ“นี่คือวิชาแสงเจ็ดสีทำลายล้างอย่างงั้นรึ?”

ทักษะนี้ คือทักษะที่พวกเขาฝึกจากพิภพเบื้องล่าง ทว่าเมื่อขึ้นมายังพิภพเบื้องบน นาน ๆ จะใช้ที เพราะว่ามีฝ่ามือข้ามสวรรค์ให้ใช้แล้วนั่นเอง.

ทว่า เมื่อพวกเขาเห็นซิซูใช้ทักษะดังกล่าวเวลานี้แล้ว คาดไม่ถึงว่ามันจะทรงพลังขนาดนี้!

“น้องชาย.”

จุนซ่างเซียวที่ก้าวเข้าไปหา เอ่ยด้วยท่าทางประหลาดใจ“ทักษะดังกล่าวที่ใช้โดยเจ้า ทรงพลังขนาดนี้เลยรึ?”

“ข้ายังไม่เข้าใจทักษะนี้ได้มากมายนัก ทรงพลังแล้วอย่างงั้นรึ?”กู่เจ้าซีเอ่ย.

จุนซ่างเซียวเอ่ย “วิชาแสงเจ็ดสีทำลายล้างนั้นเป็นวิชาที่บรรพบุรุษนิกายนิรันดรทิ้งเอาไว้ ตอนนี้มาอยู่ในมือของน้องชายกับทรงพลังขนาดนี้ นี่คือพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง!”

“พี่ชาย อย่าล้อข้า.”

กู่เจ้าซีเอ่ย “เจ้าน่าจะใช้ได้ดีกว่าข้า.”

“......”

จุนซ่างเซียวที่ส่ายหน้าไปมา พร้อมกับเรียกใช้แสงเจ็ดสีทำลายล้าง ลำแสงที่สว่างจ้า รัศมีแสงสีทั้งเจ็ดปรากฏขึ้น ส่องสว่างเจิดจรัสเป็นอย่างมาก ทำให้เขาเผยท่าทางไม่อยากเชื่อออกมาทันที.

เขาในเวลานี้ สัมผัสได้ว่าลำแสงที่รวมตัวกันขึ้นมานั้น ดูเปลี่ยนไปแตกต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง!

ไม่ใช่สิ!

หลายปีมานี้เขาไม่ได้ฝึกวิชาแสงเจ็ดสีทำลายล้างเลย ทำไมลำแสงถึงได้แข็งแกร่งขึ้นกัน?

หรือเพราะว่าพลังบ่มเพาะเพิ่มขึ้นอย่างงั้นรึ?

“เดี๋ยวก่อนนะ!”

จุนซ่างเซียวที่พบเข้าในทันที แกนพลังของเขาที่สั่นพ้องกับลำแสงที่รวบรวมมา ดูเหมือนว่าเพราะพลังด้านในกลายเป็นจิตวิญญาณแท้ทำให้สามารถคงสภาพและยกระดับพลังเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด เขาที่เผยท่าทางตกใจ“ก่อนหน้านี้ไม่ได้เป็นแบบนี้!”

“ฟิ้ว!”

เขาที่ชี้นิ้วออกไป ลำแสงที่ยิงออกไปทันที.

“ตูมมมมม!”

ยอดเขาที่ห่างออกไประเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว.

“รู้แล้ว.”

จุนซ่างเซียวที่ราวกับจะเข้าใจทันที“วิชาแสงเจ็ดสีทำลายล้างแข็งแกร่งขึ้น ขึ้นอยู่กับคุณภาพของพลังด้วย!”

จุดนี้ เหออู๋ตี้รู้มานานแล้ว เห็นเจ้านิกายและกู่เจ้าซีแสดงออกมา ไม่ได้ทำให้เขาตื่นตกใจแต่อย่างใด แม้แต่ลอบคิดในใจ“ควรค่ากับวิชาที่อาวุโสปราชญ์จ้าวเจ็ดสร้างขึ้นมา.”

ทักษะระดับสูงนั้นยากที่จะแสดงพลังในพิภพเบื้องล่าง ทว่าหากใช้แกนพลังที่เหมาะสมใช้พลังวิญญาณแท้เมื่อใช้แสงเจ็ดสีทำลายล้าง พลังทำลายล้างก็จะแตกต่างโดยชัดเจน.

ดังนั้น.

พลังของแต่คนย่อมแสดงออกมาได้ไม่เหมือนกัน.

......

หลังจากทดสอบแสงเจ็ดสีทำลายล้างจนหนำใจแล้ว จุนซ่างเซียวก็กลับห้องหนังสือ พร้อมกับนำเคล็ดวิชาทั้งเจ็ดออกมา.

นี่คือต้นฉบับนั่นเอง.

ศิษย์และกู่เจ้าซีนั้นบ่มเพาะฉบับคัดลอก.

ฉบับจริงและคัดลอกนั้นแตกต่างกันชัดเจน เพราะฉบับจริงมีพลังที่ลึกล้ำหมุนวนอยู่นั่นเอง.

ก่อนหน้านี้จุนซ่างเซียวที่ได้รับมา เพราะพลังของเขาต่ำจนเกินไป จึงไม่สามารถตรวจสอบความลึกล้ำได้ ตอนนี้รับรู้พลังของมันแล้ว ดังนั้นจึงวางแผนที่จะศึกษาอีกครั้ง ผลสุดท้าย...กับไม่เข้าใจเช่นเดิม.

“ไม่ได้การ ไม่ได้การ.”

“พลังในเคล็ดวิชานี้ลึกล้ำจนเกินไป จะต้องหาใครสักคนเพื่อสอบถาม!”

คนที่เข้าใจวิชาแสงเจ็ดสีทำลายล้างในเวลานี้คงจะเป็นเหออู๋ตี้ ทว่าโกวเซิ่งไม่รู้ ทว่าส่วนที่สองนั้นขโมยมาจากหัวเหม่ยกุ้ย ดังนั้นเขาจึงได้ตรงไปยังที่พักอีกฝ่าย“เคล็ดวิชาแสงเจ็ดสีทำลายล้างมีอะไรซ่อนอยู่ด้านในรึ?”

“ข้าก็ไม่รู้.”

“แล้วเจ้าได้มาอย่างไร?”

“ขณะรุกรานพิภพคนอื่น ข้าบังเอิญได้มา.”

“......”

จากนั้นจุนซ่างเซียวก็ไปพบกับยักษ์ดำและยักษ์ขาวเพื่อสอบถามเรื่องคัมภีร์แสงเจ็ดสีทำลายล้าง ท้ายที่สุดก็ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย.

กล่าวตามจริง เขารู้สึกว่าเคล็ดวิชานั้นมีความลึกล้ำซ่อนอยู่ ทว่าก็ไม่สามารถที่จะถอดความลับออกมาได้.

“ลึกล้ำ.”

“ไม่ธรรมดา.”

จุนซ่างเซียวที่ที่จับจ้องมองเคล็ดลับวิชาแสงเจ็ดสีทำลายล้าง พลางครุ่นคิด “หวังว่าสักวัน จะสามารถพบความลับที่ยิ่งใหญ่ได้นะ.”

......

หลังจากพบว่าแสงเจ็ดสีทำลายล้างทรงพลังมากกว่าเดิม จุนซ่างเซียวก็สั่งให้ศิษย์ของตัวเอง ฝึกฝนยกระดับไม่ให้หยุด กล่าวได้ว่าหลังจากรวมจิตวิญญาณแท้ได้ วิชานี้จะทรงพลังเป็นอย่างมาก.

“เจ้านิกาย.”

วันหนึ่ง หลิวหว่านซีที่เข้ามาหา เอ่ยออกมาว่า“เมิ่งหยิงหลายวันมานี้ดูแปลกไป.”

“แปลกอย่างไร?”

“เวลาหลับก็จะบ่นพึมพำ เอ่ยว่า ตราบเท่าที่ฟ้าดินยังไม่สิ้น วิถีมารจะคงอยู่ตลอดกาล.”

จุนซ่างเซียวที่ขมวดคิ้วไปมาทันที เขาจำได้เมื่อครั้งบ่มเพาะในเขตแดนลับกลางอากาศ ที่ด้านหลังของนางนั้นมีเงายักษ์ปรากฏขึ้นและบ่นพึมพำคำพูดดังกล่าว.

หลิวหว่านซีที่เผยท่าทางเป็นกังวล“หรือว่านางจะธาตุไฟเข้าแทรก?”

“อย่าเดาสุ่ม.”

จุนซ่างเซียวเอ่ย “เปิ่นจั้วจะไปดูเอง.”

จากนั้น พวกเขาก็ไปยังเขตแดนลับกาลอากาศ เมื่อไปถึงพบว่าเหยาเมิ่งหยิงที่นั่งสมาธิอยู่นั้น ร่างกายของนางมีปราณมารมากมายปกคลุม จากนั้นก็รวมตัวกันเป็นเงายักษ์ และยังได้ยินเสียงสวด “ฟ้าดินไม่สิ้น วิถีมารคงอยู่ตลอดกาล....”

“ปัง!”

หมัดของจุนซ่างเซียวต่อยไปยังเงาดังกล่าว แตกสลายไปในทันที พร้อมกับตะโกนเสียงดัง“จงรีบไปจากร่างของศิษย์เปิ่นจั้วซะ!”

“เจ้านิกาย!”

เหยาเมิ่งหยิงที่ลืมตาขึ้น แววตาที่หนักแน่น “ข้าต้องการไปยังเขตแดนลับโม่หวัง!”

“ทำไม?”จุนซ่างเซียวเอ่ย.

“เพราะว่า......”

เหยาเมิ่งหยิงที่หยุดชั่วขณะ เอ่ยออกมาว่า“ข้ารู้สึกว่ามีพลังที่มองไม่เห็นเรียกข้าอยู่.”

“เผ่าโม่หวังถูกทำลาย ตอนนี้ยังเหลืออยู่อีกรึ?”จุนซ่างเซียวเอ่ย.

“ยังอยู่.”

กู่เจ้าซีเอ่ย.

จุนซ่างเซียวที่จ้องมองไปยังอีกฝ่าย เอ่ยด้วยความตกใจ“เข้ามาเมื่อไหร่?”

“เพิ่งเข้ามา.”

กู่เจ้าซีจ้องมองไปยังเหยาเมิ่งหยิง เอ่ยออกมาอย่างจริงจัง “พี่ชาย ข้าพบว่าศิษย์ของเจ้าผิดปรกติเล็กน้อย หากข้าเดาไม่ผิด นางน่าจะมีสายโลหิตของเผ่าโม่หวัง.”

ระบบแทบทรุด “อ้าว เฮ้ยเจ้านี่ไม่ได้โง่หรอกรึ? ทำไมตอนนี้ถึงเปลี่ยนเป็นคนละคนได้.”

“เผ่าโม่หวัง แม้นว่าจะถูกทำลายล้าง ทว่าเขตแดนลับของพวกเขายังคงอยู่ หากนางสามารถปลุกสายโลหิตได้ พลังของนางจะเพิ่มขึ้นมหาศาล.”กู่เจ้าซีเอ่ย.

จุนซ่างเซียวเอ่ย “แล้วเขตแดนลับโม่หวังอยู่ที่ใหน?”

“ในอดีตนั้นยอดฝีมือของสิบนิกายระดับเซียน ได้ใช้ทักษะเทวะผนึกเขตแดนโม่หวังเอาไว้ สำหรับตำแหน่งที่ตั้งนอกจากพวกเขาก็ไม่มีใครรู้.”กู่เจ้าซีเอ่ย.

“......”

จุนซ่างเซียวที่เหลือกตามองบน.“ก็เท่ากับไม่รู้เลยนินา.”

“.”

กู่เจ้าซีเอ่ย “มีองค์กรลับแห่งหนึ่ง น่าจะรู้ว่าเขตแดนโม่หวังถูกผนึกไว้ที่ใหน.”

“องค์กรใหน?”

“วังจางเยว่!”

“กลุ่มอิทธิพลลับที่ต่อสู้กับโถงพิภพมาเป็นเวลานานนะรึ?”

“ไม่ผิด.”

“พวกเขาอยู่ที่ใหน.”

“ไม่รู้.”

“......”

“เจ้านิกาย!”

ในเวลานั้น เสียงของหลี่ชิงหยางดังขึ้นในหูของเขา“รีบออกมาดูอะไรนี่เร็วเข้า ท้องฟ้ากำลังเปลี่ยนแปลง!”

จุนซ่างเซียวและกู่เจ้าซีก้าวออกจากเขตแดนลับทันที ก่อนที่จะจ้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้าทิศตะวันตก เมฆสีดำที่มืดครึ้มกำลังรวมตัวกัน ก่อรูปเป็นดอกเบญจมาศยักษ์ขึ้น.

“ปรากฏขึ้นแล้ว.”

ที่ด้านนอกถ้ำสวรรค์จื่อเต๋า เจิ้นเหรินตงกู่ที่ยืนจ้องมองปรากฏการณ์ดังกล่าวอยู่ พลางส่ายหน้าไปมา “เจ้านั่นคิดว่าจะฟื้นคืนชีพจริง ๆ รึ?”

“เผ่าโม่หวังถูกทำลายถือว่าเป็นชะตา หากคืนกลับมาอีก ก็ไม่ต่างจากฝ่าฝืนวิถีสวรรค์.”เจิ้นเหรินฉีเยว่เอ่ย.

“ลิขิตมารปรากฏ บางทีอาจจะดึงแมงเม่าให้เข้าสู่กองไฟ.”

“ไม่ให้ศิษย์ของเจ้าเข้าร่วมรึ?”

“เจ้านั่นอ่อนแอเป็นอย่างมาก เจ้าก็รู้ ไม่ใช่ว่าเป็นการให้เขาไปตายหรอกรึ?”

จบบทที่ Chapter 1453 แสงเจ็ดสีทำลายล้างที่แข็งแกร่งขึ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว