- หน้าแรก
- ผมไม่ได้บ้า ผมคือราชานักแสดงพันหน้า
- ตอนที่ 70 ฉันคือหวังอวี่เยียน
ตอนที่ 70 ฉันคือหวังอวี่เยียน
ตอนที่ 70 ฉันคือหวังอวี่เยียน
อีกด้านหนึ่ง
หลังจากที่สองคนสองคม 2 มีการประกาศอย่างเป็นทางการออกมา
หลิวเฉียงเหว่ยถึงกับโทรหาหลี่หยุน
อธิบายด้วยตัวเองอีกครั้ง
“เสี่ยวหลี่ ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากใช้นายหรอก แต่ทางอิงหวงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ยัดเขาเข้ามา แถมยังให้ทรัพยากรกับฉันมากมาย เงื่อนไขบางอย่างที่ทำให้กองถ่ายของฉันไม่สามารถปฏิเสธได้”
หลิวเฉียงเหว่ยพูดตรงไปตรงมา
จริงๆแล้วอิงหวงให้มามากเกินไป
คนเราก็ล้วนแต่แสวงหาผลประโยชน์ทั้งนั้น
อย่างน้อยสำหรับหลิวเฉียงเหว่ยแล้ว ก็เป็นเช่นนั้น
เมื่อผลประโยชน์ถูกหยิบมาชั่งน้ำหนักมากพอ ต่อให้ต้องเปลี่ยนตัวเอกในนาทีสุดท้ายก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้
ท้ายที่สุดแล้วการทำหนัง
สิ่งที่จะตัดสินว่าหนังเรื่องหนึ่งสำเร็จหรือล้มเหลว ไม่ได้มีแค่การแสดงเท่านั้น
ยังมีปัจจัยอื่นๆที่กำหนดความเป็นตายของหนังเรื่องหนึ่งได้
“เรื่องนี้ ผมเข้าใจครับ ขอบคุณผู้กำกับหลิว” หลี่หยุนหยุดไปครู่หนึ่ง แต่ก็ยังเอ่ยคำขอบคุณออกมา
ด้วยตำแหน่งของหลิวเฉียงเหว่ยแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรกับหลี่หยุนเลย
แต่ที่ให้คำอธิบาย ถือว่าเป็นการให้เกียรติหลี่หยุนอยู่บ้าง
เวลานี้ หลิวเฉียงเหว่ยพูดขึ้น
“ฉันควรจะเป็นฝ่ายขอบคุณนายมากกว่าที่ช่วยสร้างภาพจำแรกของตัวละครนี้ได้ดีขนาดนั้น”
แน่นอนว่า
การให้เกียรติก็มีเพียงเท่านี้
ต่อไปนี้ หลิวเจี้ยนหมิงก็ไม่ใช่ของหลี่หยุนอีกแล้ว
แต่เป็นของเฉินกวนซี
หลังจากอธิบายสั้นๆเสร็จ หลิวเฉียงเหว่ยก็ตัดสายโทรศัพท์ หันไปทุ่มเทกับการเตรียมงานของสองคนสองคม 2 ต่อไป
ส่วนหลี่หยุนก็ง่ายๆ กินอิ่มแล้วนอน นอนอิ่มแล้วกิน พักผ่อนเอาแรงเพื่อเตรียมเข้าถ่ายทำแปดเทพอสูรมังกรฟ้า มีเพียงเจียงเฉิงกังเท่านั้นที่คอยกังวลอยู่เสมอ
แต่เจียงเฉิงกังพอผ่านไปหลายวันก็ฮึดขึ้นมาได้
คิดให้รอบคอบ
การเปลี่ยนตัวครั้งนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวหลี่หยุนในฐานะนักแสดงเลย
ถ้าจะพูดจริงๆ
ในฐานะที่เป็นแบ็กอัปของหลี่หยุน บริษัทต้นสังกัดไม่มีอำนาจเท่าอิงหวงต่างหาก
ถ้ามีพลังเท่าอิงหวง
มีทรัพยากรไว้ต่อรองมากกว่านี้
แล้วจะต้องมาถูกเปลี่ยนตัวหรือ?
เวลานี้ เจียงเฉิงกังก็พึมพำออกมา
“ฉันเองก็ต้องพยายามให้มากกว่านี้เหมือนกัน”
ในเวลานี้
ที่ฮ่องกง
เฉิงซื่อหลงจมูกโต กำลังคุยกับผู้กำกับเฉินมู่เซิงถึงบทหนังใหม่
ยังอยู่ในขั้นตอนการวางแผนเบื้องต้น ดูแล้วคงยังไม่เกิดขึ้นเร็วๆนี้
ระหว่างคุยกันก็พูดถึงสองคนสองคมที่กำลังร้อนแรงในฮ่องกง
เฉิงซื่อหลงก็กล่าว
“เด็กหนุ่มคนนี้ดูแล้วไม่เลวเลยนะ ในสายตายังมีความชั่วร้ายบางอย่าง ความชั่วร้ายโดยกำเนิด”
“ฮ่าๆๆๆ นายหมายความว่าเขาเป็นคนเลวโดยกำเนิดน่ะหรือ?”
“เอ๊ะ ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นนะ” เฉิงซื่อหลงหัวเราะพลางกล่าว “แค่รู้สึกว่าเขาเล่นบทนี้ได้ดีมาก เหมาะดี มีกลิ่นอายของอู๋เอี้ยนจู่”
อู๋เอี้ยนจู่ก็เป็นหนึ่งในชายหนุ่มหล่ออันดับต้นๆของเอเชีย มีทั้งเสน่ห์หม่นหมองและความชั่วร้ายบางส่วน
เป็นผู้ร้ายหน้าหล่อโดยกำเนิด
เฉิงซื่อหลงกับเฉินมู่เซิงต่างก็ “เล็ง” หนุ่มหล่อคนนี้เอาไว้แล้ว
เฉินกวนซีก็นับเป็นหนึ่งในตัวเลือก เพียงแต่เฉินกวนซีมีความหม่นหมองมากกว่า ความชั่วร้ายไม่เท่าอู๋เอี้ยนจู่
ตอนนี้
ก็เพิ่มอีกหนึ่งตัวเลือก
นักแสดงจากแผ่นดินใหญ่ หลี่หยุน
“เมื่อไหร่ซีรีส์วิ่งสู้ฟัดจะได้เริ่มใหม่อีกครั้งนะ”
“อีกไม่นานแล้ว”
ทั้งสองคุยกันถึงการรีบูต(1) ซีรีส์วิ่งสู้ฟัด
ในเวลานี้ หลี่หยุนก็กำลังเตรียมตัวเข้ากองถ่ายแปดเทพอสูรมังกรฟ้า
โดยไม่รู้ตัว
ก็มาถึงช่วงเวลาของมู่หยงฟู่แล้ว
เวลานี้ หลี่หยุนก็เก็บของเตรียมตัวไปรายงานตัวที่เหิงเฉิง
แน่นอนว่า
เหิงเฉิงไม่ใช่สถานีแรก
เวอร์ชันกิมย้งของจางต้าหูจื่อ จุดเด่นใหญ่ที่สุดก็คือความอลังการ แน่นอนว่าความอลังการนี้ไม่ใช่ในแง่ของนักแสดง แต่เป็นในด้านสถานที่ถ่ายทำ
ทั้งไปทั่วทุกสารทิศ ทั้งสร้างเมืองถ่ายทำขึ้นมา
“ท่องเที่ยวฟรี ไปทั่วทุกสารทิศ ก็ดีเหมือนกันนะ”
เวลานี้ยังคงเป็นคุณชายมู่หยงผู้สง่างาม สายตาเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน ยืนอยู่ข้างหลี่หยุน
ขณะเดียวกัน หลี่หยุนก็มีความรู้สึกสง่างามแฝงอยู่เช่นกัน
สง่างาม หล่อเหลา เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน
พอเดินทางมาถึงกองถ่ายแปดเทพอสูรมังกรฟ้าที่เหิงเฉิง
หลี่หยุนก็ได้เจอหูจวิน เกาเซี่ยวหู่ หลินจื้ออิ่ง
สามพระเอกต่างก็มากด้วยราศี
หลินจื้ออิ่ง หน้าตาอ่อนเยาว์ตลอดกาล รับบทต้วนอี้
หูจวิน ชายชาตรีผู้แข็งแกร่งจากตะวันตกเฉียงเหนือ
เกาเซี่ยวหู่ หนุ่มอารมณ์ซื่อๆตรงไปตรงมา
ทั้งสามคือพระเอกหลักอย่างแท้จริง ทั้งสามได้เริ่มอ่านบทกันแล้ว
เมื่อหลี่หยุนเดินทางมาถึง
โจวเหลียงก็ทักขึ้นมา
“เฮ้ นี่มันหลิวเจี้ยนหมิงของพวกเราไม่ใช่หรือไง”
โจวเหลียงก็ได้ดูสองคนสองคมมาแล้ว
ใครก็ตามที่อยู่ในวงการบันเทิงย่อมรู้ถึงความร้อนแรงของสองคนสองคมในตลาดภาพยนตร์
ในฐานะตัวละครที่ปรากฏตั้งแต่ต้นเรื่อง
หลี่หยุนก็ยังคงโดดเด่นไม่น้อย
แต่กระแสเล็กๆของสองคนสองคม สำหรับกองถ่ายแปดเทพอสูรมังกรฟ้า มันก็เป็นเพียงหัวข้อคุยสนุกๆเท่านั้น เรื่องหนึ่งเป็นละครย้อนยุค อีกเรื่องเป็นหนังตำรวจ-มาเฟีย มันต่างกันไกลเกินไป
“ผู้กำกับโจว” หลี่หยุนยิ้ม “ผมอยากเป็นคนดี ขอโอกาสหน่อยได้ไหม”
“ไปถามผู้พิพากษาเอาสิว่าจะให้โอกาสไหม ฮ่าๆๆๆ”
โจวเหลียงก็เพียงแค่หยอกเล่นสักครู่
กลับมาที่เรื่องจริง ผู้กำกับกำลังจัดการแบ่งสัดส่วนบทหลัก มู่หยงฟู่ในแปดเทพอสูรมังกรฟ้ามีบทมากกว่าซ่งชิงซูในดาบมังกรหยก บทเกือบทั้งหมดเป็นการติดตามถ่ายโดยตรงของโจวเหลียง
หลังจากพูดถึงข้อควรระวังบางอย่างแล้ว ก็ยื่นบทให้หลี่หยุน
ให้หลี่หยุนได้อ่านบท
เป็นบทมู่หยงฟู่แห่งแคว้นต้าเยี่ยน
เป็นครั้งแรกที่ได้บทประจำ
เป็นตัวละครที่จะต้องแสดงในแปดเทพอสูรมังกรฟ้า
กลายเป็นบุคคลนั้น
เมื่อก้าวเข้าสู่กองถ่ายแปดเทพอสูรมังกรฟ้า
หลี่หยุนก็ต้องกลายเป็นมู่หยงฟู่แล้ว
เมื่อหันไปมองมู่หยงฟู่ที่อยู่ข้างกาย
หลี่หยุนกลับรู้สึกสับสนอยู่เล็กน้อย อารมณ์หลายอย่างเกิดการเข้าใจสอดคล้องประสานกัน
ดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจมู่หยงฟู่ ชายที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อความสำเร็จได้ไม่ยาก
เขาล้มเหลวมาตลอด ล้มเหลวแล้วก็ล้มเหลว แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ ยืนหยัดจนถึงวินาทีสุดท้าย
บางที
ผู้คนทั้งหลาย
ก็คือแบบนี้กันทั้งนั้น
เวลานี้หลี่หยุนเพิ่งได้บทมา
ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มีใครสนใจการมาของหลี่หยุนมากนัก แค่บทมู่หยงฟู่เท่านั้น บทหลักส่วนใหญ่ก็ต้องอยู่ที่สามพระเอก
หรือจะบอกว่าที่เฉียวฟง
นี่คือสิ่งที่จางต้าหูจื่อและผู้กำกับโจวเหลียงตกลงกัน กิมย้งเองก็สนับสนุนเต็มที่
เวอร์ชันแปดเทพอสูรมังกรฟ้านี้ จะเน้นหนักไปที่เฉียวฟง บทของต้วนอี้และซีจุ๊จะน้อยกว่าเฉียวฟง
ซึ่งก็หมายความว่าแปดเทพอสูรมังกรฟ้า จากเดิมที่เป็นสามพระเอก กลายเป็นหนึ่งเด่นสองรอง คนหนึ่งเป็นพระเอก อีกสองเป็นพระรอง ที่เหลือก็เป็นตัวประกอบ
จางต้าหูจื่อฉลาดนัก เขาไม่ได้ใช้สูตรแบบกระจายบทอย่าง TVB แต่เลือกจุดยึดที่ชัดเจน
คือหนึ่งพระเอกโดยแท้จริง
เมื่อทุกอย่างถูกจัดการแล้ว เวอร์ชันของจางต้าหูจื่อก็เริ่มอ่านบทกันอย่างเป็นทางการ
เวลานี้ หลี่หยุนที่รู้สึกว่าไม่มีใครมารบกวน ก็นั่งลงเปิดบทอ่านด้วยตัวเอง
แคว้นต้าเยี่ยน มู่หยงฟู่
อีกคนที่ต้องมาอ่านบทกับหลี่หยุนก็เดินเข้ามาใกล้
“สวัสดีจ้ะ เจอกันครั้งแรก… อืม ก็นับว่าครั้งแรกแหละนะ”
เสียงสดใสร่าเริงแฝงความขี้เล่นเล็กน้อย มีทั้งความร่าเริงและความสงสัย
ใบหน้าอันงดงามดวงตากลมโต พอเดินเข้ามาใกล้ก็มีสายลมอวลไปด้วยกลิ่นหอม
กลิ่นนั้นคือกลิ่นของความสาวสดใสโดยแท้
หลังจากหลี่หยุนมองสาวน้อยตรงหน้า แล้วก็ยิ้มกล่าว
“สวัสดี ฉันคือมู่หยงฟู่”
“ฉันคือหวังอวี่เยียน”
1.รีบูต (Reboot) คือ การนำผลงานเก่า (เช่น หนัง, ซีรีส์, เกม, การ์ตูน) มาสร้างใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง โดยไม่ยึดติดกับเนื้อเรื่องหรือภาคก่อนๆ