เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 33 เข้ากองถ่ายดาบมังกรหยก

ตอนที่ 33 เข้ากองถ่ายดาบมังกรหยก

ตอนที่ 33 เข้ากองถ่ายดาบมังกรหยก


อีกด้านหนึ่ง

“ไม่เป็นไรหรอก หลิวเหิงก็ไม่ได้เป็นบทสำคัญอะไร”

“ผมรู้ครับลุงหง” ตอนนี้ หลิวเหิงมองไปที่ลุงหงตรงหน้า เขารู้สึกซาบซึ้งใจแล้ว ที่รุ่นใหญ่ยังเต็มใจช่วยไปถามแทน

ตอนนี้ เจียงหงตบไหล่หลิวเหิงแล้วกล่าว

“น่าเสียดายจริงๆ หนุ่มหล่อแบบนี้ ได้เล่นบทนี้ก็ดีไม่น้อย แต่คนที่ได้ไปดูเหมือนจะมีเส้นสาย ให้ผู้กำกับฟงอวิ๋นช่วยรับรอง เลยได้เข้ากอง”

“ในเมื่อเป็นพวกเส้นสายแล้ว ผมก็คงทำอะไรไม่ได้หรอกครับ”

หลิวเหิงยิ้มอย่างจนใจ

ถ้าถามว่าผิดหวังมากไหม

ก็ไม่ถึงขนาดนั้น

แค่รู้สึกค้างคาใจอยู่บ้าง

บทแบบนี้ดันถูกแย่งไปซะได้

เขาก็ชอบบทนี้อยู่ไม่น้อย

พอรู้ว่านักแสดงที่มาแย่งบทไป

แม้แต่บทจริงๆก็ยังไม่เคยแสดงมาก่อน

ก็ยิ่งรู้สึกผิดหวังมากขึ้น

“ฮ่าๆๆๆ ไม่เป็นไรหรอก เส้นสายมีอยู่ทุกที่ ที่นี่นายก็ถือว่าใช้เส้นเหมือนกันนะ มาๆๆ ละครหมอเทวดาซีเล่อของฉันมีบทให้นายเล่นด้วย” เจียงหงหัวเราะพลางกล่าว “โอกาสน่ะ มีตั้งเยอะ”

“ขอบคุณครับลุงหง”

หลิวเหิงคิดในใจ

บางทีตอนนั้น

ตอนที่ละครออกฉายทางทีวีจริงๆ

ก็คงจะรู้กันแล้ว

ว่าผู้กำกับดาบมังกรหยกจะเสียใจหรือไม่

จะเสียใจหรือไม่

ที่เลือกนักแสดงที่ไม่มีชื่อเสียงเลย

เรื่องของซ่งชิงซู

สำหรับไล่ชิงสุ่ยหรือหลิวหมิงเสีย

ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

หลิวเหิงมีประสบการณ์การแสดง มีพื้นฐานการเต้น เคยเล่นบทมาบ้าง

นี่คือข้อได้เปรียบของเขา

ส่วนข้อได้เปรียบของหลี่หยุน คือผู้กำกับฟงอวิ๋นเป็นคนแนะนำโดยตรง ดูเหมือนจะมีพื้นฐานบู๊ หน้าตาก็พอใช้ได้

ราคาถูก

เพราะไม่มีผลงานที่เคยออกอากาศมาก่อน ค่าตัวก็เลยยังเป็นระดับนักแสดงรับเชิญทั่วไป แสดงจบทั้งเรื่องก็ได้แค่สี่พันถึงห้าพัน

ค่าตัวของหลิวเหิงคือสองหมื่น มากกว่าหลายเท่า

ถึงจะเทียบกับค่าตัวพระเอกก็ยังห่างกันมากอยู่ดี

แต่ยังไงก็ตาม

บทสมทบก็คือบทสมทบ

พูดไปมากแค่ไหน สุดท้ายก็เป็นบทสมทบ

ไม่ได้สำคัญขนาดนั้น

สิ่งที่สำคัญจริงๆคือทีมพระเอกนางเอก ต้องโฟกัสที่ตรงนั้น

ทีมพระเอกนางเอก

ซูโหย่วเผิงและคนอื่นๆ

อดีตสมาชิกวงเสี่ยวหู่ตุ้ยที่หันมาเป็นนักแสดง ไล่ชิงสุ่ยพอใจเขามาก

หน้าตา ฝีมือ และความนิยม ผ่านหมดทั้งสามข้อ

“ทำไมเธอไม่ไปซ้อมบทกับซูโหย่วเผิงล่ะ?”

ตอนนั้น ไล่ชิงสุ่ยเห็นเกาหยวนหยวนที่กำลังอ่านบท

เธอแสดงเป็นโจวจื่อรั่ว

“ฉันยังไม่ถึงคิวออก ฉันกำลังอินกับตัวละครอยู่”

เกาหยวนหยวนก็ค่อนข้างกังวล ก่อนหน้านี้เธอเล่นแต่บทสมทบ

แต่ว่าครั้งนี้โจวจื่อรั่ว คือบทนางเอกเต็มตัว

ปริมาณบทมากเป็นอันดับสองรองจากจ้าวหมิ่น(เตี๋ยเมี่ยง) ถึงในเชิงบทแล้วจะถูกขับให้เด่นกว่าจ้าวหมิ่นก็ตาม

“โอเค งั้นเธอก็เตรียมตัวไว้เยอะๆ เวลาอ่านบทหมู่จะได้พร้อมๆหน่อย”

“ค่ะ”

ไล่ชิงสุ่ยมองดูโจวจื่อรั่วตรงหน้า ภาพลักษณ์ถือว่าดีมาก

อย่างน้อยไล่ชิงสุ่ยก็คิดว่า

ในกองถ่ายดาบมังกรหยกนี้

เกาหยวนหยวนกับบทโจวจื่อรั่ว ถือว่าทำได้ดีมาก

พอลองแต่งหน้าแต่งตัว บทบาทยิ่งน่าทึ่ง

ความรู้สึกสาวบ้านๆแสนบริสุทธิ์ออกมาเต็มๆ

เสียดายว่าความรู้สึกแบบนี้

ไม่สามารถแสดงเป็นนางเอกได้

ไม่สามารถเล่นบทจ้าวหมิ่นที่มีคาแรกเตอร์แบบนั้น

มันไม่มีอารมณ์แบบนั้น

ตอนนั้น เกาหยวนหยวนก็ถามอย่างสงสัย

“พวกเรายังมีใครที่ยังมาไม่ถึงอีกรึเปล่า?”

“ยังมีอีกไม่กี่คน แต่ไม่เป็นปัญหา” ไล่ชิงสุ่ยดูแล้ว อย่างเฉิงคุน หยางเซียวก็ยังไม่มา

แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่

เมื่อทีมพระเอกนางเอกเริ่มอ่านบทหมู่

หลี่หยุนก็เพิ่งเดินทางมารายงานตัว

หลิวหมิงเสียเห็นหลี่หยุนเดินเข้ามาก็แปลกใจ

“มาก่อนเวลาเลยนะ”

ถึงแม้ว่าพระเอกนางเอกส่วนใหญ่จะมาถึงแล้ว แต่บทของหลี่หยุนยังไม่ถึงคิวเร็วขนาดนั้น การมาก่อนก็ถือว่าเร็วทีเดียว

“ผู้กำกับ ผมอยากมาดูการแสดงของทุกคน จะได้อินกับบทครับ” หลี่หยุนแสดงความถ่อมตัวมาก

ตรงนี้เองที่ทำให้หลิวหมิงเสียรู้สึกดี

แม้ว่า

จริงๆมันก็ควรเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

เพราะหลี่หยุนก็แค่นักแสดงเล็กๆเท่านั้น

“งั้นก็มานี่สิ พวกเขากำลังอ่านบทหมู่กัน นายไปฟังหน่อย” หลิวหมิงเสียพูดต่อ “ไม่ต้องกังวลเกินไป ทุกคนเข้ากันง่าย”

หลี่หยุนพยักหน้า

แล้วก็เข้าไปในวงอ่านบท

ได้เห็นเกาหยวนหยวน ซูโหย่วเผิงใกล้ๆ

อืม

เกาหยวนหยวนสวยจริงๆ

ไม่น่าแปลกใจที่ซ่งชิงซูถึงได้ลืมเธอไม่ลง

หน้าตานี้

ช่างบริสุทธิ์นัก!

“จื่อรั่ว ทำไม ทำไมเธอถึงต้องไปอยู่ข้างจางอู๋จี้นั่น? ทำไม!”

‘ซ่งชิงซู’ ข้างๆถึงกับอดไม่ได้ มองซูโหย่วเผิงด้วยความหงุดหงิดแปลกๆ

โดยเฉพาะตอนอ่านบทหมู่

บรรยากาศ ‘ใสซื่อ’ ของจางอู๋จี้ถูกแสดงออกมา

ยิ่งทำให้ซ่งชิงซูโกรธ

ไอ้บ้าเอ๊ย

หัวโลเลเจ้าชู้!

และตอนนั้นเอง

บรรดาพระเอกนางเอกก็หันมามองหลี่หยุนด้วยความแปลกใจ

หน้าใหม่

แต่หน้าตาหล่อไม่เลว

ดูมีราศีอยู่บ้าง

เกาหยวนหยวนมองหลี่หยุน

ปกติเธอก็หน้าออกจะแดงนิดๆอยู่แล้ว

ตอนนี้ยิ่งแดงเข้าไปอีก

ขาวอมชมพู

ดูดีมาก

แค่หน้าตานี้ก็…

“สวัสดีครับ พึ่งมาครั้งแรก ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”

หลี่หยุนก็แสดงความถ่อมตัวสุดๆ

แม้ว่าการอ่านบทหมู่ครั้งนี้จะไม่มีอะไรเกี่ยวกับเขาก็ตาม

ได้แต่นั่งดูอยู่ข้างๆ

ตอนนั้นเอง

ซูโหย่วเผิงก็อินกับการอ่านบทแบบสุดๆ

เขาก็คือจางอู๋จี้ จางอู๋จี้ก็คือเขา

ในฐานะนักร้องที่ผันตัวมา หลี่หยุนคิดว่าซูโหย่วเผิงเก่งมาก การเปลี่ยนจากนักร้องมาเป็นนักแสดง

มีนักร้องหลายคนที่เคยลอง

แต่สำเร็จจริงๆมีไม่กี่คน

ซูโหย่วเผิงก็เป็นหนึ่งในนั้น

ในเรื่องการเข้าถึงตัวละครก็มีพรสวรรค์เฉพาะตัว

หรืออาจเป็นเพราะบทที่มีกลิ่นอายความเป็นเด็กหนุ่มแรงๆแบบนี้ มันเหมาะกับซูโหย่วเผิงมาก เขาเหมาะกับบทจางอู๋จี้สุดๆ

แม้ต่อมาจะมีเวอร์ชันดาบมังกรหยกที่จางอู๋จี้หลากหลายแค่ไหน แต่หลี่หยุนกลับจำได้แค่เวอร์ชันซูโหย่วเผิงนี่แหละ

เขาโฟกัสหลักๆก็คงอยู่ที่บทกับจ้าวหมิ่น

ตอนนั้น โจวจื่อรั่วก็มาหาหลี่หยุนเพื่ออ่านบทด้วย

แม้ว่า

บทที่ต้องเล่นกับซ่งชิงซูอาจจะไม่เยอะก็ตาม

“คุณหลี่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ”

“ฝากด้วยครับ พี่สาวเกา”

“นายรู้จักฉันด้วยเหรอ?” เกาหยวนหยวนยิ้มออกมา ตอนนี้เธอยังไม่ได้ดังมาก ยังไม่ใช่เทพีประจำชาติ

ฉันไม่เพียงแค่รู้จักเธอ ฉันยังอยาก…

แน่นอนว่า

ตอนนี้ หลี่หยุนก็เพียงแต่ยิ้ม

“เมื่อก่อนเคยเห็นคุณในโฆษณา”

“แค่เห็นในโฆษณาก็จำได้แล้วเหรอ งั้นฉันก็นับว่าเป็นเกียรติจริงๆ”

การทำความคุ้นเคยให้สนิทขึ้นก็ช่วยให้การเข้าคู่บทดีขึ้นเช่นกัน

“หน้าตาก็ดูดี ทำไมถึงแนะนำให้เขามาเล่นอินลี่ถิงกันนะ สวี่เจิ้งเหลียงคิดอะไรอยู่”

ไล่ชิงสุ่ยเพิ่งเห็นหน้าหลี่หยุนจริงๆ

เหมือนที่หลิวหมิงเสียบอกไว้ หน้าตาดูดีจริงๆ

ยังหนุ่มมาก

เด็กจนถึงขั้นดูมีความอ่อนใสอยู่

ใบหน้าอ่อนใสแบบนี้

ถ้าให้เล่นอินลี่ถิง

ก็คงเล่นได้เหมือนกัน!

แต่ยังไงก็ตาม

ในแง่หน้าตา

ก็ไม่ได้ด้อยกว่าหลิวเหิงเลย

ส่วนซ่งชิงซูนั้น

เป็นลูกศิษย์สำนักใหญ่ หล่อเหลา ฉลาดรอบด้าน

ถึงสุดท้ายจะกลายเป็นตัวประกอบให้จางอู๋จี้ก็ตาม

แต่เรื่องความหล่อ มันก็สำคัญมากทีเดียว

จบบทที่ ตอนที่ 33 เข้ากองถ่ายดาบมังกรหยก

คัดลอกลิงก์แล้ว