เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 1442 มีคนมาหาเรื่อง

Chapter 1442 มีคนมาหาเรื่อง

Chapter 1442 มีคนมาหาเรื่อง


ศิษย์นิกายนิรันดรยังคงออกไปทำภารกิจกันเป็นปรกติ ทว่าภารกิจที่มีระดับสูงนั้นให้หยุดลงชั่วคราวก่อน.

ด้วยเกรงว่าจะเกิดปัญหาขึ้นอีก

โดยเฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับราชามารหมอกทมิฬ เขาจะต้องสืบสวนให้เข้าใจแจ่มแจ้งให้เร็วที่สุด!

“แล้วจะสืบอย่างไร?”ระบบเอ่ย.

จุนซ่างเซียวที่กลายเป็นเงียบขึ้นมาทันที.

เรื่องทุกอย่างมันเป็นความลับ เขาจะสืบอย่างไร จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นใครเป็นคนอยู่เบื้องหลัง.

ในเวลาเดียวกันเขาก็นึกถึงชายผมทองที่มีพลังบ่มเพาะเก้าแกน หากไม่ได้ไม้เท้าสายฟ้าที่ชาร์จพลังเต็ม ทำให้เขาบาดเจ็บและหนีไป ก็ไม่รู้ว่าเวลานั้นเขาจะเป็นอย่างไร แต่ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าอีกฝ่ายนั้นจงใจยั่วยุให้เขากับโถงพิภพมีเรื่องกันหรือไม่?

“ทั้งหมดทั้งมวลก็เพราะข้าอ่อนแอเกินไป.”

จุนซ่างเซียวที่กำหมัดแน่น.

ระบบเอ่ย “โฮสน์เพิ่งขึ้นมายังพิภพเบื้องบนสองปีเองนะ ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป ค่อย ๆ ยกระดับขึ้นทีละน้อย ๆ ไม่เห็นต้องเศร้าใจที่ยังอ่อนแออยู่เลย!”

ปรกติจะสาดน้ำเย็นใส น้อยครั้งนักจะให้กำลังใจ.

“ไม่ผิด.”

จุนซ่างเซียวที่แววตาเป็นประกาย “มันต้องใช้เวลา!”

หากเปลี่ยนเป็นนิกายอื่นที่ขึ้นสู่พิภพเบื้องบน อย่าว่าแต่จะยกระดับอย่างไร จะอยู่รอดยังไงยังแทบจะไม่รู้เลย แต่โกวเซิ่งนั้นยังมีแนวทาง ตอนนี้ขอเพียงมีเวลาในการพัฒนาเท่านั้น.

นิกายของเขานั้นมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่ช่วยยกระดับพลังบ่มเพาะนิกาย ขอเพียงแค่เขาพัฒนานิกายไปอย่างเงียบ ๆ ในสักวันจะต้องสั่นสะเทือนพิภพเบื้องบนได้แน่.

“ข้าจะต้องเริ่มบ่มเพาะเช่นกัน.”

มีเรื่องราวมากมายหลายเรื่องให้จัดการจึงทำให้เขาแทบไม่ว่างเลย ตอนนี้เขากำลังมุ่งมั่นที่จะยกระดับ จากนั้น....เขาได้นำยันต์ประสบการณ์ออกมา.

คนอื่นจะต้องนั่งบำเพ็ญดูดซับพลังไม่หยุดหย่อน ทว่าเขานั้นมีวิถีโกงอยู่นั่นเอง.

“แก๊ก!”

หลังจากที่บดห้ายันต์ประสบการณ์ จุนซ่างเซียวรู้สึกถึงพลังเพิ่มขึ้นไม่น้อย ทว่าก็ยังมีระดับสามแกนเช่นเดิม ยังไม่พอที่จะกระตุ้นภารกิจมหากาพย์แต่อย่างใด.

“ไปบ่มเพาะในเขตแดนลับกาลอากาศก็แล้วกัน.”

เขาที่ก้าวไปยังหลังเขา ตรงไปยังเขตแดนลับกาลอากาศทันที.

ขณะก้าวเข้ามาก็พบเหยาเมิ่งหยิงที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ ทั่วร่างเต็มไปด้วยปราณมืด ดังนั้นจึงได้เผยยิ้มออกมา “ดูดซับปราณมารมามากมาย คงได้รับผลประโยชน์เป็นอย่างมาก.”

“ปัง!”

ในเวลานั้น ราวกับอากาศที่ดำมืดจะระเบิดดังกึกก้อง.

ผมสีดำของเหยาเมิ่งหยิงที่ลอยละล่องชี้ขึ้นไปบนอากาศ หน้าผากมีรูปจันทร์เสี้ยวปรากฏขึ้น แผ่อำนาจของอสุรกายมารโลหิตที่หนักหน่วงออกมา.

“นี่คืออะไร?”จุนซ่างเซียวที่เผยท่าทางประหลาดใจออกมา.

“ฟู่ ฟู่!”

ทั่วร่างของเหยาเมิ่งหยิงที่มีปราณสีดำปรากฏแผ่คลื่นพลังออกเป็นระลอก แม้แต่เห็นเงาที่ใหญ่ยักษ์รวมตัวกันขึ้น ปราณมารที่น่าพรั่นพรึงราวกับกำลังกำเนิดเทพมารจากขุนนรก.

จุนซ่างเซียวที่ดวงตาเบิกกว้างกลมโต.

เพราะว่า ร่างเงาที่ใหญ่ยักษ์นั้นมีรูปจันทร์เสี้ยวบนหน้าผากเหมือนกับเหยาเมิ่งหยิง ทว่ารูปลักษณ์ของมันนั้นเป็นสีแดงชาติ “หากสวรรค์และปฐพียังไม่สิ้น วิถีมารจะคงอยู่ตลอดกาล!”

“สาวน้อย!”

จุนซ่างเซียวเอ่ย “เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?”

คำพูดดังกล่าวที่ดังก้องในหูของเหยาเมิ่งหยิง จากนั้นเปลือกตาของนางที่ส่ายไปมาพร้อมกับลืมขึ้น เอ่ยออกมาด้วยความตกใจ“เจ้านิกาย ท่านเข้ามาได้อย่างไร?”

ในเวลานั้นเงาที่ใหญ่ยักษ์ด้านหลังของนางสลายหายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น.

จุนซ่างเซียวที่เห็นกระบวนการทุกอย่าง ได้แต่ลอบคิดในใจ“มันแปลกไปแล้ว!”

เขารู้ว่าเหยาเมิ่งหยิงได้รับกายาต้นกำเนิดมาร และร่างเงาขนาดใหญ่นั้นน่าเกรงขามและน่าหวาดกลัวนั่นคือพลังของนางอย่างงั้นรึ?!

ฟังจากน้ำเสียงของนางแล้ว ดูเหมือนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เกี่ยวกับเงาร่างมารที่ใหญ่ยักษ์นั่น.

“หรือว่าศิษย์ของเจ้าจะมีความลับซ่อนอยู่.”ระบบเอ่ย.

จุนซ่างเซียวเอ่ย “ความลับอะไร?”

“เจ้าถามข้า แล้วข้าจะไปถามใคร!”ระบบที่เอ่ยอย่างหงุดหงิด.

จุนซ่างเซียวที่กลายเป็นครุ่นคิด ลอบคิดในใจ“ฟ้าดินยังไม่สิ้น วิถีมารจะคงอยู่ตลอดกาล ราชันย์ปิมารในอดีต ตอนนี้มาถึงพิภพเบื้องบนแล้ว ทำไมไม่เห็นมีใครเอ่ยถึงเลย?”

......

แท่นบูชาที่ดำมืดแห่งหนึ่ง.

ขณะเหยาเมิ่งหญิงสร้างเงายักษ์ขึ้น ที่ใจกลางบ่อแห่งหนึ่งที่มีน้ำดำเหมือนหมึกกำลังสั่นส่ายไปมา น้ำที่เกิดคลื่นกระฉอกสาดซัดกระแทกกำแพง จนเกิดลวดลายอักขระที่ซับซ้อนขึ้น.

หากจับจ้องมองให้ดี จะพบว่าบนกำแพงนั้นมีลวดลายมากมายสลักเอาไว้อยู่ เพียงแต่สีที่ซีดจางลง เพราะว่ามันอยู่มานานแสนนานแล้ว.

หากจุนซ่างเซียวมาเห็นภาพเครื่องหมายบนกำแพง จะต้องตกใจแน่ เพราะว่ารูปลักษณ์ของมันนั้นเป็นรูปจันทรเสี้ยว เหมือนกับที่ปรากฏขึ้นที่หน้าผากของเหยาเมิ่งหยิงเป็นอย่างมาก เพียงแต่ว่าที่นี่มันมีขนาดใหญ่กว่าเท่านั้นเอง.

ที่รอบ ๆ บ่อ ทิศตะวันออก ตก ใต้และเหนือสีทิศ มีชายชราในชุดดำสี่คนนั่งประจำอยู่ ในเวลานั้นพวกเขาลืมตาขึ้นมาทันที แววตาเมื่อยล้ากลายเป็นประกาย “ร่างต้นกำเนิดมารปรากฏขึ้นแล้ว ใกล้ถึงเวลาที่นายท่านจะตื่นจากนิทราแล้ว!”

......

นิกายนิรันดร.

จุนซ่างเซียวที่เรียกยักษ์ดำและยักษ์ขาวมาพบ “พี่ชายทั้งสอง พิภพเบื้องบนมีผู้ฝึกตนมารหรือไม่?”

เขาที่เป็นห่วงเหยาเมิ่งหยิง ดังนั้นจึงต้องสอบถามหาข้อมูลสักหน่อย.

“มี.”

ยักษ์ขาวเอ่ย “มากด้วย.”

“พวกเขาถูกต่อต้านเหมือนกับโลกเบื้องล่างหรือไม่?”จุนซ่างเซียวเอ่ยถาม.

“ก่อนหน้านี้อาจจะใช่.”

ยักษ์ดำเอ่ย “ตอนนี้ก็ไม่ต่างจากผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป.”

“ก่อนหน้านี้รึ?”

จุนซ่างเซียวที่เผยท่าทางสนใจ.

ยักษ์ดำเอ่ย “เท่าที่ข้ารู้ ไม่ว่าจะเป็นพิภพเบื้องบนหรือพิภพเบื้องล่าง ขอเพียงเป็นผู้ฝึกยุทธ์วิถีมาร ล้วนแต่ถูกนับว่าเป็นคนจากเผ่าโม่หวัง.”

“เผ่าโม่หวังอย่างงั้นรึ?”

จุนซ่างเซียวที่ไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธ์นี้มาก่อน.

“เผ่าโม่หวังนั้นเป็นหนึ่งในสี่จากหมื่นเผ่าของพิภพเบื้องบน รวมเผ่ามนุษย์ เผ่ามังกร เผ่าศิลา เป็นสี่เผ่าใหญ่ทรงพลัง ทว่าเมื่อหมื่นปีที่แล้วปรากฏเทพมารขึ้นทำให้เผ่าต่าง ๆ มากมายร่วมมือกันกำจัด ทำให้พวกเขาถดถอย จนแทบจะสูญพันธ์ไป.”

“เป็นแบบนี้นะเอง.”

จุนซ่างเซียวที่รับรู้ แทบจะกล่าวหยัน“เหมือนกับพิภพเบื้องล่างราชันย์มารถูกนิกายใหญ่และนิกายฝ่ายธรรมะร่วมมือกันทำลาย บนพิภพเบื้องบนเผ่าโม่หวังก็ถูกเผ่าต่าง ๆ ร่วมมือกันทำลายเพราะเกิดผู้แข็งแกร่งขึ้นนะรึ?”

ยักษ์ดำเอ่ย “เท่าที่รู้มา กลุ่มชาติพันธ์เหล่านั้นมีสิบนิกายระดับเซียนอยู่เบื้องหลัง ดังนั้นตำหนักจางเยว่จึงเล็งเป้าทำลายโถงพิภพอยู่.”

จุนซ่างเซียวที่ตกใจเอ่ยออกมาว่า“โถงพิภพถูกสร้างจากสิบนิกายระดับเซียนอย่างงั้นรึ?”

“อาวุโสไท่กู่ไม่ได้บอกเจ้านิกายรึ?”ยักษ์ดำเอ่ย.

“ไม่.”

จุนซ่างเซียวเอ่ย “ถึงข้าจะเป็นศิษย์ ทว่าข้าจะต้องยืนให้ได้ด้วยลำแข็งตัวเอง พวกเจ้าไม่รู้หรอก.”

ยักษ์ดำและยักษ์ขาวที่เผยแววตาสงสารอีกฝ่าย.

“แล้ววังจางเยว่นี่หมายความว่าอย่างไร?”จุนซ่างเซียวเอ่ยถาม.

ยักษ์ดำอธิบาย “วังจางเยว่นั้นถูกสร้างขึ้นจากเผ่าโม่หวัง พวกเขาซ่อนตัวอยู่ในที่ลับ คอยต่อต้านโถงพิภพโดยเฉพาะ พวกเขาต่อสู้กันมากว่าหมื่นปีแล้ว.”

“.”

จุนซ่างเซียวที่ลอบคิดในใจ“อ้าวเฮ้ย เหมือนกับนิกายราชันย์มารอีกไม่ใช่รึ?”

เดี๋ยวนะ!

รูปจันทร์เสี้ยวที่ปรากฏขึ้นที่หน้าผากเหยาเมิ่งหยิง เกี่ยวอะไรกับวังจางเยว่หรือไม่?

“เจ้านิกาย.”

ในเวลานั้น หลี่ชิงหยางส่งเสียงผ่านวิญญาณเข้ามา“มีใครบางคนบอกอยากเข้าร่วมนิกาย!”

......

ที่เชิงเขา.

เวลานี้มีผู้เยาว์ดูรูปลักษณ์เหมือนมีอายุ 12-13 ปี จ้องมองไปยังหมอกที่ปกคลุมทั่วนิกายนิรันดร เอ่ยด้วยท่าทางเหยียดหยัน “นิกายที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก กับสร้างของเหล่านี้ได้ดีจริง ๆ.”

เขาที่สะบัดแขน เผยให้เห็นลายสักครึ่งหนึ่ง.

ใช่แล้ว!

ผู้เยาว์คนนี้คือกู่เจ้าซีนั่นเอง.

เพราะว่าเขาได้รับคำ ของจักรพรรดินิหลิงเหยา ถึงแม่นว่าจะไม่ต้องการมาที่นี่ก็ตาม ทำให้เขาต้องเดินทางมาเข้าร่วมนิกายนิรันดรง.

“โทษที.”

ลี่ซ่างเทียนเอ่ย “นิกายนิรันดรไม่รับศิษย์ชั่วคราว โปรดไว้มาวันหลัง.”

“แก๊ก!”

กู่เจ้าซีกัดแอปเปิล จ้องมองด้วยแววตาเย็นชา“เจ้ากำลังพูดอะไร?”

ไม่ได้ยินชัดงั้นรึ?

ลี่ซ่างเทียนที่ตะโกนเสียงดัง “นิกายไม่รับศิษย์ชั่วคราว โปรดมา....”

“ตูมมมม!”

กล่าวยังไม่จบลี่ซ่างเทียนกระเด็นลอยออกไปกระแทกผนังเป็นรู ในเวลานั้นศิษย์คนอื่น ๆ ที่ตะโกนดัง“เจ้านิกาย! อาวุโส! ศิษย์พี่! มีคนมาหาเรื่องแล้ว!”

จบบทที่ Chapter 1442 มีคนมาหาเรื่อง

คัดลอกลิงก์แล้ว