เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 1409 ไม่เคยตาย อย่าได้เอ่ยถึงความเจ็บปวด

Chapter 1409 ไม่เคยตาย อย่าได้เอ่ยถึงความเจ็บปวด

Chapter 1409 ไม่เคยตาย อย่าได้เอ่ยถึงความเจ็บปวด


ศิษย์หลักของนิกายระดับเจิ้นที่เข้าร่วม ต่างก็ถูกมองว่าเป็นตัวเก็งในการแข่งขัน.

อย่างไรก็ตาม สามคนก่อนหน้ากับพ่ายแพ้ลู่เชียนเชียน เซียวจุ้ยจื่อและซูเซียวโม่ไปเรียบร้อยแล้ว และยังดูเหมือนง่ายดายเป็นอย่างมาก.

ดังนั้น การแข่งขันของซุยอู่ชิงและเย่ซิงเฉินครั้งนี้ ไม่เพียงแค่การเข้ารอบถัดไป แต่ยังเป็นการรักษาศักดิ์ศรีนิกายระดับเจิ้นอีกด้วย!

“ศิษย์พี่ ต้องชนะ!”

“ศิษย์พี่ ต้องชนะ!”

ก่อนที่ทั้งสองจะขึ้นเวที ศิษย์นิกายจ้านชิงเจิ้นที่ตะโกนเสียงดังลั่น.

ภายใต้เสียงเชียร์ที่ดังก้องทำให้เหล่าผู้ชมอีกหลายคนตะโกนลั่น“ซุนอู๋ชิงเอาชนะ! ซุยอู๋ชิงเอาชนะ!”

เสียงร้องที่ดังกระหึ่ม หวังว่าจะเกิดปาฏิหาริย์ขึ้น.

“ชิ.”

เย่ซิงเฉินแค่นเสียง ก่อนจะก้าวออกจากอุโมงค์สนาม.

ซุยอู๋ชิงก็เช่นกัน ระหว่างทางเดิน ใบหน้าของเขาที่ไร้อารมณ์เอ่ยออกมาว่า“แม้นว่าเจ้าจะแข็งแกร่ง แต่ข้าก็ไม่อ่อนแอหรอกนะ.”

“ขยะ.”

สองปีในการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ทำให้เย่ซิงเฉินรู้สึกดูแคลนเหล่าผู้โดดเด่น ส่วนเรื่องแพ้ซุนมู่เซิ่งนั่น....โทษทีนั่นมันอาหนิว ไม่ใช่ราชันย์รัตติกาล!

“การแข่งขัน เริ่มได้!”กรรมการตะโกน.

“ฟู่!”

“ฟู่ ฟู่ ซูมมมม!”

สิ้นเสียง ซุนอู่ชิงที่โบกมือ ใบหน้าไร้อารมณ์ ร่างกายที่เผยพลังมากล้นออกมา.

“ตัดสามอารมณ์เพื่อเพิ่มพลัง!”

“หึ หึ อายุยังน้อยกับแข็งแกร่งเพียงนี้ เด็กคนนี้จะต้องเป็นความหวังของนิกายจ้านชิงเจิ้นแน่นอน.”

“ไม่รู้ว่าสามอารมณ์ใดที่เขาตัดไป.”

ผู้คนที่พูดคุยกันไปมา.

นิกายจ้านชิงเจิ้นนั้นค่อนข้างพิเศษ เพราะมีวิชาที่สามารถตัดอารมณ์ทั้งเจ็ดได้ ซึ่งจะทำให้เพิ่มพูนความแข็งแกร่งเป็นเป็นพลังให้กับตัวเอง.

กล่าวได้ว่านิกายแห่งนี้ มีเป้าหมายเพื่อตัดอารมณ์ทั้งเจ็ดนั่นเอง.

เจ็ดอารมณ์หกปราถนา?

[七情六欲 7 อารมณ์ : ดีใจ โกรธ เศร้า สุข ทุกข์ กลัว กังวล 6 ปรารถนา : ความอยากจากการได้เห็น จากการได้ฟัง จากการได้กลิ่น จากการได้รส จากการได้มีความเห็น]

อารมณ์ของตัวเอง ยากที่คนอื่นจะมองเห็น.

ซุนอู่ชิงที่เป็นศิษย์นิกายจ้านชิงเจิ้นตั้งแต่เด็ก ก้าวไปบนเส้นทางตัดอารมณ์ที่แท้จริง.

กล่าวได้ว่าแม้แต่ชื่อของตัวเองก็เป็นเจ้านิกายเป็นคนมอบให้ อธิบายได้ว่าเขาเป็นคนที่มีประสิทธิ์ภาพเป็นอย่างมาก.

ไม่มีใครรู้เกี่ยวกับเขา 15 ปีเขาตัดความดีใจ 20 ปี ตัดความโกรธและ 23 ปีตัดความเศร้า กล่าวได้ว่าเขาเป็นผู้เยาว์ที่สามารถตัดอารมณ์ได้เร็วที่สุดในนิกายก็ว่าได้.

ทุก ๆ ครั้งที่ตัดอารมณ์ พลังบ่มเพาะของซุยอู๋ชิงก็จะเพิ่มพูน ทว่านั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญ สิ่งสำคัญที่สุดมันทำให้ชีวิตที่มีชีวิตชีวาของเขาได้หายไป.

แน่นอน.

ตัดไปสามอารมณ์.

ยังเหลืออีกสี่อารมณ์ ด้วยอารมณ์ที่เหลืออยู่ มันทำให้เขาดุร้ายขึ้น อารมณ์ที่เหลือทำให้เขากลายเป็นเหมือนกับสัตว์ร้าย.

ในเวลานี้ เขาที่ไร้ความดีใจ ไร้ซึ่งความเศร้า ไร้ซึ่งความโกรธ ทำให้ดูสุขุมเป็นอย่างมาก.

“น่าสนใจ.”

มุมปากของเย่ซิงเฉินที่ยกยิ้มขึ้น.

กล่าวได้ว่าคู่ต่อสู้ก่อนหน้านี้อ่อนแอจนเกินไป ทำให้ไม่พอให้เขาได้อุ่นเครื่องด้วยซ้ำ.

“ฟิ้ว!”

ในเวลานั้น ซุยอู่ชิงที่เคลื่อนไหว พลังตัดสามอารมณ์ที่ระเบิดออกมา ก่อรูปเป็นฝ่ามือปรากฏขึ้นจากทั่วทุกสารทิศ พร้อมกับโจมตีเข้ามาพร้อมกัน.

นี่คือการต่อสู้.

เขาจำเป็นต้องเอาจริง!

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”

ฝ่ามือที่ลอยอยู่รอบ ๆ บางฝ่ามือหัวเราะ บางฝ่ามือร้องไห้ บางฝีมือ คำรามดังก้องความความโกรธ อบอวลไปทั่วสนาม!

“ระวังด้วย!”

ใครบางคนที่อุทานด้วยความตกใจ“สามอารมณ์ที่ตัดเป็นพลังมีอำนาจกัดกร่อนจิตใจและวิญญาณ!”

เหล่าผู้ชมที่โคจรพลังต้านทาน.

โชคดีที่อยู่ไกลพอ กลิ่นอายที่ส่งออกมานั้นค่อนข้างอ่อนแอ พวกเขาจึงสามารถสกัดกั้นได้.

พลังสามอารมณ์...พลังที่มากล้นของอามณ์ทั้งสามที่แผ่ไปทั่ว ไม่รู้ว่าเย่ซิงเฉินทนได้ใหม?

“ตูมมมม!”

“ตูมมมม!”

ในเวลานั้น ฝ่ามืออากาศที่โจมตีเข้ามา.

เย่ซิงเฉินที่ยังคงยืนอยู่กับที่ ไม่รู้สึกอะไรแม้แต่น้อย.

ซุยอู๋ชิงที่ขมวดคิ้ว “ทำไมถึงไม่หลบ?”

“อ่อนแอมาก.”เย่ซิงเฉินเอ่ยออกมาเล็กน้อย.

“......”

ซุยอู๋ชิงที่ไม่ได้โกรธ เพราะว่าได้ตัดความโกรธไปแล้ว “ก่อนหน้านี้ข้าได้ใช้ทักษะฝ่ามือวิญญาณสามอารมณ์ เมื่อสัมผัสถูกร่างกาย จิตวิญญาณของเจ้าจะถูกกัดกร่อนเจ็บปวดตายทั้งเป็น.”

“ฟิ้ว!”

เย่ซิงเฉินที่มาปรากฏตัวที่ด้านหน้าเขา เอ่ยออกไปด้วยความเย็นชาว่า“เจ้าเคยเจ็บปวดตายทั้งเป็นแล้วอย่างงั้นรึ?”

เป็นความเร็วที่น่าทึ่ง!

“ฟู่!”

หมัดที่ง้างต่อยออกไป ได้ยินเสียงที่เย็นชาตามมาอีกครั้ง“ไม่เคยตายมาก่อน อย่าพูดถึงความเจ็บปวด.”

“ตูมมมมมมม!”

หมัดโลน ๆ แต่ซุนอู๋ชิงยากจะหลบได้ ถูกต่อยเข้าที่ท้อง ตัวงอเป็นกุ้งฝอย ดวงตาแทบถลนออกจากเบ้า.

เย่ซิงเฉินยกมือขึ้น ดันหน้าผากของอีกฝ่ายล้มหงายไปด้านหลังทันที.

“เย้ดเข้ ร้ายกาจมาก!”จุนซ่างเซียวถึงกับอุทานออกมาทันที.

“......”

เหล่าผู้ฝึกยุทธ์รอบ ๆ สนามกลายเป็นเงียบไปเช่นกัน.

นิกายระดับเจิ้นที่ไม่สามารถเข้าสู่รอบสุดท้ายได้ในที่สุด พ่ายแพ้อย่างน่าสงสารเป็นอย่างมาก.

“เย่ซิงเฉินนิกายนิรันดร เข้าสู่รอบถัดไป!”

ได้ยินเสียงกรรมการประกาศ จุนซ่างเซียวที่ลุกขึ้นหันหน้าไปยังคนระดับสูงนิกายจ้านชิงเจิ้น“ให้ข้าชนะแล้ว ท่านให้ข้าชนะแล้ว!”

“......”

ศิษย์เจิ้นเหรินตงกู่ช่างหน้าไม่อายชะมัด ทว่าอีกฝ่ายก็ยังคงยิ้มออกมา เอ่ยออกไปว่า“ศิษย์นิกายท่านช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก น่าชื่นชม!”

ถึงจะโกรธเกรี้ยวอย่างหนัก แต่ก็ต้องเก็บเอาไว้ในใจไม่เผยออกมาทางสีหน้า.

......

ซุยอู๋ชิงที่ถูกยกกลับที่พัก.

ในเวลานี้ บนเวทีการแข่งขันมีผู้แข่งขันแปดคน ห้าคนเป็นศิษย์นิกายนิรันดร ส่วนคนที่เหลือสามคนขาเริ่มสั่นไปแล้ว พวกเขาที่เข้ารอบมา ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะโชคล้วน ๆ.

โชคก็ถือว่าเป็นฝีมืออย่างหนึ่ง.

ยกตัวอย่างนิกายระดับเสวียนคนหนึ่งที่ไม่ได้พบกับศิษย์นิกายนิรันดรเลย จนทำให้เขามาถึงรอบนี่.

รอบถัดไป

เซียวจุ้ยจื่อพบหลี่ชิงหยาง ศิษย์พี่รอง ที่ก้าวถอยลงเวทีไปเองปล่อยเซียวจุ้ยจื่อเข้ารอบถัดไป.

ซูเซียวโม่พบลู่เชียนเชียน เป็นศิษย์พี่หญิงใหญ่กระโดดลงเวทีด้วยตัวเอง.

และคู่ต่อสู้ของเย่ซิงเฉินที่อ่อนแอกว่าซุยอู๋ชิงซะอีก ดังนั้นจึงถูกจัดการอย่างง่ายดาย.

ด้วยเหตุนี้ บนสนามจึงเหลือคนเพียงสี่คนอย่างรวดเร็ว มีศิษย์นิกายนิรันดรถึงสามคน และมีศิษย์นิกายระดับเสวียนหนึ่งคน ที่โคตรโชคดีหลุดมาถึงรอบนี้ กลายเป็นหนึ่งในตำนานการแข่งขันไปแล้ว.

ทว่า.

ความโชคดีก็ได้หมดลงแล้ว!

“เย่ซิงเฉิน ปะทะ ตั้วโหลวเหมิง!”

“เซียวจุ้ยจื่อ ปะทะ ซูเซียวโม่!”

“จบสิ้นแล้ว!”

ตั้วโหลวหมิงที่กลายเป็นสิ้นหวังในทันที.

หากเจออีกสองคน ถึงแม้นว่าแพ้ก็ยังคงเหลือศักดิ์ศรีบ้าง แต่ตอนนี้กับพบกับเจ้าอสุรกาย เกรงว่าคงไม่จบที่พ่ายแพ้แน่ ดีไม่ดีอาจจะต้องนอนบนเตียงไปอีกหลายวัน.

เพราะว่าฝ่ายตรงข้ามอ่อนแอมาก ส่วนพวกเซียวจุ้ยจื่อและซูเซียวโม่ก็ไม่คิดที่จะสู้กันอยู่แล้ว ดังนั้นงานประลองการแข่งขันผู้ได้ชัยชนะครั้งนี้ก็คือเย่ซิงเฉินในที่สุด.

กล่าวได้ว่า.

งานประลองสุดยอดนิกายจบสิ้นลง เป็นเวทีสำหรับอาหนิวนั่นเอง.

......

งานพิธีรับรางวัล.

จุนซ่างเซียวที่รับศิลาเพลิงเมฆาโลหิตหยาง สองวิชายุทธ์และศิลาเสวียนหนึ่งล้าน พร้อมกับเผยยิ้ม “เจ้าเมืองเถา งานประลองสุดยอดนิกายจะจัดขึ้นทุกหนึ่งปีหรือไม่?”

“......”

ผู้คนที่ได้ยินต่างก็มุมปากกระตุก.

หรือว่าปีหน้านิกายนิรันดรก็จะเข้าร่วมรึไง!

เจ้าเมืองเถาเอ่ยอย่างอักอ่วน “อีกห้าปี.”

“โอ้ว.”

จุนซ่างเซียวที่เผยท่าทางผิดหวัง ยกมือประสานไปด้านหน้า “ขอลา.”

“ขอลา!”

ภายใต้สายตาผู้คนที่จับจ้อง โกวเซิ่งนำศิษย์ทั้งห้าเดินจากไป.

ขณะกลับพบคนของนิกายจ้านชิงเจิ้น ดังนั้นจึงได้จ้องมองไปยังซุยอู๋ชิงเอ่ยออกไปว่า“ปุถุชนหาใช่นักบวช โลกใบนี้นั้นโหดร้ายจะทิ้งอารมณ์ไปได้อย่างไร หากพบนิกายนิรันดรอีก เปิ่นจั้วจะสอนเรื่องอารมณ์ให้เอง.”

“เจ้านิกายจุน.”

คนระดับสูงที่ไม่สามารถทนได้ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ท่านไม่หน้าหนาไปหน่อยรึ?!”

จุนซ่างเซียวเผยยิ้ม ”ล้อเล่น ๆ อย่าได้จริงจัง.

จากนั้น เขาก็เตรียมนำศิษย์จากไป.

ซุยอู๋ชิงยกมือขึ้น กำหมัดแน่น เอ่ยออกไปว่า“เจ้านิกายจุน รอให้ข้าตัดเจ็ดอารมณ์แล้ว จะไปเยือนนิกายนิรันดร!”

“เจ้านะรึ?”

......

“ติ๊ง! ศิษย์เย่ซิงเฉินชนะเลิศสุดยอดนิกายเมืองเซี่ยงเหวย ศิษย์เซียวจุ้ยจื่อและซูเซียวโม่ได้ที่สองและสาม ได้รับคะแนนชื่อเสียงนิกาย 100 แต้ม.”

“ติ๊ง! คะแนนชื่อเสียงนิกาย : 100.”

ขณะออกจากเมือง เสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้น ทำให้จุนซ่างเซียวแทบตะโกนออกมาไม่ได้ “มารดาเถอะ ในที่สุดก็รู้วิธีได้รับคะแนนชื่อเสียงแล้ว!”

จบบทที่ Chapter 1409 ไม่เคยตาย อย่าได้เอ่ยถึงความเจ็บปวด

คัดลอกลิงก์แล้ว