เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 1407 เพียงแลมองก็สั่นสะท้าน

Chapter 1407 เพียงแลมองก็สั่นสะท้าน

Chapter 1407 เพียงแลมองก็สั่นสะท้าน


เมืองเซี่ยงเหว่ยนั้นมีค่ายกลห้ามบิน ยกเว้นนิกายระดับเจิ้น ขณะนิกายจิวหยวนเจิ้นบินข้ามไป ด้วยของวิเศษบินได้ ก็ทำให้ผู้คนอิจฉาขึ้นมาทันที.

เหล่าคนนิกายจิวหยวนเจิ้นเองก็รู้สึกพึงใจเล็กน้อย ใบหน้าเต็มไปด้วยความอหังการ.

น่าเสียดาย ต่อหน้าจุนซ่างเซียวที่ไล่หลังมา เรือรบลำใหญ่ ไม่เพียงแค่กลบความโดดเด่นของพวกเขาไป ยังทำให้กลายเป็นที่สนใจต่อผู้คนจำนวนมากกว่าอีกด้วย.

ตัวตนแบบใด? สถานะใดอย่างงั้นรึ?

พลังอำนาจที่น่าพรั่นพรึงของเรือรบตงกู่ที่แผ่ออกมานั้น ดูน่าเกรงขามแม้แต่อยู่ไกลออกมาสิบลี้ ไม่ต้องบอกว่ามันผลาญศิลาเสวียนไปหลายหมื่นแล้ว.

ความน่าเกรงขามนี้ ใครจะกล้าปฏิเสธ.

เหล่าผู้ฝึกยุทธ์มากมายที่จับจ้องมองเป็นสายตาเดียวกัน.

แม้นว่าจะไม่สนใจ แต่เพราะแรงกดดันที่น่าเกรงขามของเรือรบตงกู่ พวกเขาก็ต้องเงยหน้าขึ้น ไม่ต้องบอกเลยว่านี่คือการปรากฏตัวของศิษย์สายตรงเจิ้นเหรินตงกู่!

โดยเฉพาะเชื่อเสียงของอีกฝ่ายเมื่อสองปีที่แล้ว ชาวยุทธ์ทุกคนต่างก็ได้ยิน เวลานี้ได้เห็นตัวจริงแล้ว บุรุษที่หล่อเหลาบนดาดฟ้าเรือ ไม่ต้องคาดเดาเลยว่านั่นก็คือเจ้านิกายนิรันดร.

ย้อนกลับไปเมื่ออยู่ที่พิภพเบื้องล่าง โกวเซิ่งที่ท้าทายนิกายเซิ่งคุน ทำให้เขาเป็นที่รู้จักไปทั่วหล้า เพราะแสดงความสามารถต่อผู้คนทั่วโลกนั่นเอง.

ตอนนี้ถึงจะมาถึงพิภพเบื้องบนไม่กี่ปี ก็เป็นที่รู้จักต่อผู้คนไม่น้อย.

แม้นว่าจะไม่ใช่ชื่อเสียงที่มาจากเขา ไม่ใช่ความแข็งแกร่งของนิกายและศิษย์ แต่เป็นชื่อของเขาที่ได้มาจากอาจารย์ต่างหาก!

“ฟิ้ว!”

“ฟิ้ว!”

ที่ตำแหน่งเจ้าเมือง มีริ้วแสงหลายสายที่พุ่งมาอย่างรวดเร็ว.

เจ้าเมืองเซี่ยงเหว่ยนามเถาเหรินยวี ที่ลอยอยู่บนอากาศ ยกมือประสาน“เจ้านิกายจุนแขกผู้มีเกียรติมาเยี่ยม เมืองเล็ก ๆ ของพวกเรายินดีต้อนรับ!”

“เฮ้ย!”

ผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่งที่อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ“แม้แต่เจ้าเมืองออกมาต้อนรับด้วยตัวเองเลย!”

“อย่าลืมสิ นั่นมันศิษย์สายตรงเจิ้นเหรินตงกู่ แม้แต่นิกายระดับเต๋ายังต้องต้อนรับอย่างสมเกียรติเลย!”

ใบหน้าของยอดฝีมือนิกายจิวหยวนเจิ้นถึงกับกลายเป็นเหรอหราขึ้นมาเล็กน้อย.

เวลานี้พวกเขาดูธรรมดาไปเลย ต่อหน้าเจ้าเมืองที่ออกมาต้อนรับอีกฝ่าย.

หากเป็นคนอื่น พวกเขาจะต้องรู้สึกไม่พอใจอย่างแน่นอน.

อย่างไรก็ตาม นิกายจิวหยวนเจิ้นก็ไม่ได้เอ่ยอะไร เพราะสถานะที่สูงส่งของอีกฝ่าย มีคุณสมบัติให้เจ้าเมืองออกมาต้อนรับจริง ๆ.

ไม่มีผู้ฝึกยุทธ์คนใหนกล้าดูแคลน ไม่มีนิกายใหนกล้ากล่าวหยัน การมาเข้าร่วมงานประลองสุดยอดนิกายครั้งนี้ โกวเซิ่งได้รับการปฏิบัติอย่างดีที่สุด.

“โอ้ว?”

จุนซ่างเซียวที่แสดงท่าทางประหลาดใจ“เจ้ารู้จักเปิ่นจั้วด้วยรึ?”

“.....”ระบบที่พูดไม่ออกจริง ๆ.

นำเรือรบจงใจแสดงสถานะขนาดนั้นออกมา ตอนนี้ยังวางท่าอีก ต้องหน้าหนาขนาดใหนกัน?

เจ้าเมืองเถาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เจ้านิกายจุนนำนิกายข้ามผ่านค่ายกลสายฟ้าหมื่นทัณฑ์สวรรค์ขึ้นมาเบื้องบน ทั่วทั้งพิภพเบื้องบนไม่มีใครไม่รู้จัก พวกเราจะไม่รู้ได้อย่างไรกัน.”

เป็นธรรมดาเขาที่ต้องกล่าวประจบจุนซ่างเซียวสักเล็กน้อย.

กล่าวให้ถูก ทุกคนล้วนแต่รู้จักเจิ้นเหรินตงกู่ต่างหาก พวกเขาจะกล้าละเลยศิษย์ของอีกฝ่ายได้อย่างไร.

“โชคดี เพียงแค่โชคดีเท่านั้น.”

จุนซ่างเซียวกล่าวอย่างถ่อมตน ขณะนำเรือมาหยุดที่ใจกลางเมือง.

“ฟิ้ว!”

“ฟิ้ว!”

หลี่ชิงหยาง เซียวจุ้ยจื่อและศิษย์คนอื่น ๆ ที่กระโดดลงมา.

เจ้าเมืองเถาที่เห็นและเอ่ยถามออกมา“บางทีเจ้านิกายจุนคงนำนิกายมาเข้าร่วมงานสุดยอดนิกายอย่างงั้นรึ?”

“ไม่ผิด.”

จุนซ่างเซียวที่เก็บเรือเหาะเข้าไปในแหวนมิติ พร้อมกับยกมือประสานไปด้านหน้า“ลงทะเบียนที่ใหนรึ?”

เจ้าเมืองเถาเผยด้วยรอยยิ้ม “เมืองเซี่ยงเหว่ยที่กำลังจัดงานประลองสุดยอดนิกาย เถาโหมวในฐานเจ้าเมือง ขอเชิญที่ตำหนักเจ้าเมืองได้เลย แล้วเถาโหมวจะจัดการลงทะเบียนให้กับเจ้านิกายจุนเอง.”

“โอ้ว?”

จุนซ่างเซียวที่เร่งรีบยกมือประสานไปด้านหน้า “แท้จริงเป็นเจ้าเมืองเถานี่เอง เสียมารยาท เสียมารยาทแล้ว!”

ทั้งสองที่พูดคุยกันอย่างถูกคอ.

จุนซ่างเซียวที่รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก ก่อนอื่นต้องไปหาที่พักก่อน พรุ่งนี้ค่อยไปยังตำหนักเจ้าเมืองเพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมงานประลองอย่างเป็นทางการ.

“เจ้านิกายจุน.”

เจ้าเมืองเถาเร่งรีบเอ่ยกล่าวออกมา“เถาโหมวได้จัดที่พักให้ท่านและศิษย์แล้ว หากไม่รังเกียจ โปรดตามข้ามาเถอะ.”

“รู้สึกซาบซึ้งยิ่งนัก.”

ไม่ต้องเอยกล่าวอะไรต่อ จุนซ่างเซียวที่นำศิษย์ตามอีกฝ่ายไปในทันที.

ผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่มีอะไรเสียหาย.

เจ้าเมืองที่จัดที่พักส่วนตัวให้กับเขา เป็นสวนที่มีห้องหลายห้อง สภาพแวดล้อมไม่เลวทีเดียว.

กล่าวได้ว่าเหล่านิกายที่เข้าร่วมงานประลอง ไม่มีโอกาสได้ใช้ตำหนักเจ้าเมือง ทำให้หลาย ๆ คนรับรู้ รู้สึกสึกอิจฉาเป็นอย่างมาก.

“มีผู้สนับสนุนดีก็ยอดเยี่ยมอย่างนี้.”

จุนซ่างเซียวที่นั่งอยู่ในห้อง พร้อมกับยกน้ำชาขึ้นจิบ.

มีเบื้องหลังที่น่าเกรงขาม ก็ไม่มีใครเดินสุ่มสี่สุ่มห้ามาหาเรื่อง แม้แต่ออกไปซื้อของ เหล่าชาวยุทธ์ก็จ้องมองอย่างห่าง ๆ ไม่มีใครกล้าที่จะมายั่วยุเขาด้วย.

เขาที่พักที่แห่งนี้มาหลายวัน จุนซ่างเซียวกล่าวออกมาเนือย ๆ ”รู้สึกเบื่อจริง ๆ.

เพราะไม่มีใครกล้ามาหาเรื่องโกวเซิ่ง แต่ละคนที่ดูหวั่นเกรงเขาอยู่ไม่น้อย ทำให้เขาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่นเป็นอย่างมาก.

และวันประลองก็มาถึง

ดวงตะวันสาดแสงแรงกล้าส่องสว่างเจิดจรัสแผ่ขจายไปทั่วเมือง เป็นเช้าที่อากาศสดใสเป็นอย่างมาก.

บนสนามประลองเมืองเซี่ยงเหว่ยทางทิศใต้ ผู้ชมที่มาชมการประลองการต่อสู้กันเต็มที่นั่ง.

จุนซ่างเซียวที่ได้รับที่นั่งบนพื้นที่แขกผู้ทรงเกียรติ ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เหล่าเจ้านิกายใหญ่ที่มาถึงต่างก็ยกมือประสานทักทายเจ้านิกายจุนกันไม่หยุด.

ไม่สิ!

เหมือนว่ามีคนหนึ่ง.

กำลังดูแคลนเขา หรือว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่!

“หืม?”

ในเวลานั้น จุนซ่างเซียวพบว่าที่นั่งด้านหน้ามีชายชราที่ยังคงนั่งอยู่ ท่าทีไม่สนใจโลกเลย คาดว่ามีตำแหน่งใหญ่โตแน่ ๆ ดังนั้นจึงได้โอกาสเอ่ยแสดงความสุภาพกล่าวด้วยความเคาพออกไปเล็กน้อย “ผู้ยอดเยี่ยมนี้คือ?”

ชายชราที่เผยยิ้มยกมือประสานมาทางด้านหน้า “ข้าเส้าซินเฟิง เพราะว่าบาดเจ็บที่ขาไม่สามารถลุกได้ ต้องขออภัยเจ้านิกายจุนด้วย!”

“.....”

จุนซ่างเซียวแทบล้มไปด้านหน้า.

นึกว่าเป็นเจ้านิกายที่ยิ่งใหญ่ที่ใหน ถึงไม่ลุกขึ้นทักทายเขา แท้จริงก็ป่วยนี่นา เพ่ย อุตส่าห์แสดงท่าทางเคารพเป็นอย่างมาก โดนหักหน้าจัง ๆ เลย!

......

เวทีการแข่งขัน.

เหล่านิกายต่าง ๆ ที่เข้าร่วม ล้วนแต่พร้อมที่จะต่อสู้กันทั้งนั้น.

เหล่านิกายใหญ่ที่ต่างก็มั่นใจเต็มเปี่ยม แม้นรู้ว่านิกายนิรันดรเข้าร่วม ทว่าก็ไม่ได้สนใจอะไรนัก ต้องไม่ลืมว่าอีกฝ่ายเพิ่งขึ้นมายังพิภพเบื้องบน มีเพียงแค่อาจารย์เจ้านิกายเท่านั้นที่พวกเขาหวั่นเกรง.

เป็นความจริง.

นี่คือการแข่งขันสุดยอดนิกาย ไม่ได้วัดกันที่สถานะใด ๆ ไม่ได้วัดที่พื้นหลัง แต่วัดที่ความแข็งแกร่งล้วน ๆ.

พื้นที่นิกายจ้านชิงเจิ้น.

พวกเขามีศิษย์เข้าร่วมราว ๆ 20 คน แต่ละคนที่เผยยิ้มอย่างมั่นใจ“งานประลองสุดยอดนิกาย ศิษย์พี่ใหญ่ต้องได้ที่หนึ่งแน่!”

“ใช่แล้ว!”

คนกลุ่มนี้แน่นอนว่าคือกลุ่มก่อนหน้านี้.

คือกลุ่มคนที่พบเย่ซิงเฉินขณะออกมาหาประสบการณ์ก่อนหน้านี้นะเอง.

“อีกสามนิกายที่มีระดับเจิ้นคงส่งคนมีฝีมือเข้าร่วมเช่นกัน งานประลองนี้ข้าจะตั้งใจเต็มที่.”ศิษย์พี่ใหญ่ที่กล่าวอย่างจริงจัง.

ไม่อหังการ เต็มไปด้วยความระมัดระวัง.

การประลองระดับนี้ไม่สามารถประมาทได้จริง ๆ!

อย่างไรก็ตาม.

ในเวลานั้นพวกเขาคงไม่คาดคิดไม่ฝัน ในอีกกลุ่มพื้นที่ หลี่ชิงหยาง เซียวจุ้ยจื่อ และคนอื่น ๆ ที่กำลังอบอุ่นร่างกาย แววตาของอีกฝ่ายนั่นคมกล้า ดูไม่ต่างจากสัตว์ร้ายที่บ้าคลั่ง.

......

“เตรียมตัว!”

บนเวทีการแข่งขัน เจ้าเมืองเถาที่ประกาศเสียงดัง “เหล่านิกายที่เข้าร่วม ขอให้ศิษย์ทุกคนเข้าสนาม!”

“ท้ายที่สุดก็เริ่มแล้ว!”

ซูเซียวโม่ที่เหยียดขา มุมปากที่ยกยิ้มขึ้นมา.

“ไป.”

ลู่เชียนเชียนนำทุกคนก้าวออกจากอุโมงค์แข่งขัน ก้าวสู่พื้นทีข้างสนาม ปรากฏต่อเหล่าผู้ชม.

เหล่าผู้เข้าร่วมการแข่งขันจากอุโมงค์อื่นก็ออกมาเช่นกัน ในเวลาเดียวกัน คนกลุ่มหนึ่งที่จับจ้องมองมายังพื้นที่นิกายนิรันดรด้วยความสงสัย ว่าพวกเขาแตกต่างกันขนาดไหน?

“ศิษย์พี่!”

ศิษย์นิกายจ้านชิงเจิ้นคนหนึ่งชี้ไปยังเย่ซิงเฉิน เอ่ยด้วยความตกใจ “เป็นเขา!”

สายตาของทุกคนที่จ้องมองเป็นสายตาเดียวกัน อีกฝ่ายที่เผยใบหน้าอหังการและเย็นชา คนที่สังหารสัตว์ร้ายหนึ่งแกนในทันทีที่ในป่าทึบ พวกเขาที่จำได้ไม่ลืม.

“เอ๊ะ!”

“คาดไม่ถึงเลยว่าเจ้านั่นจะเป็นศิษย์นิกายนิรันดร!”

เหล่าผู้เข้าร่วมแข่งขันนิกายจ้านชิงเจิ้นถึงกับหวาดหวั่นขึ้นมาทันที.

ศิษย์คนหนึ่งกระซิบข้างหูศิษย์พี่ใหญ่เสียงเบา “เจ้าคนนั้น แม้นว่าจะไม่มีกลิ่นอายปรากฏ ทว่าข้าบอกได้เลย ความแข็งแกร่งเขาไม่ธรรมดา!”

“หืม?”

กลุ่มคนที่บังเอิญเห็นเย่ซิงเฉินระห่างทางต่างก็จับจ้องมองเย่ซิงเฉินเป็นสายตาเดียวกัน ทำให้เย่ซิงเฉินขมวดคิ้วจ้องมองกลับไป ทำให้ศิษย์นิกายจ้านชิงเจิ้นหลบสายตาในทันที.

เพียงแค่แววตา ไม่ต่างจากสัตว์ร้ายเลย.

นี่คือราชันย์รัตติกาล นี่คืออาหนิว!

จบบทที่ Chapter 1407 เพียงแลมองก็สั่นสะท้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว