เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 1275 ราชันรัตติกาลผู้ไม่ยอม

Chapter 1275 ราชันรัตติกาลผู้ไม่ยอม

Chapter 1275 ราชันรัตติกาลผู้ไม่ยอม


“ตูมมมม!”

“ตูมมมม!”

ภายในเขตแดนลับเป็นตาย พลังวิญญาณที่รุนแรงปะทุขึ้นมา ห้วงมิติที่สั่นไหวไปมา สัตว์วิญญาณที่ถูกสังหารด้วยหมัดเดียวสลายหายไปตนแล้วตนเล่า.

เย่ซิงเฉินที่หยุด พลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อ.

เขาที่ไปถึงจักรพรรดิยุทธ์ขั้นปลาย เวลานี้เขตแดนลับเป็นตายแทบจะไม่มอบประสบการณ์อะไรให้กับเขา ทว่าเขาก็ยังคงใช้มันต่อไป ถึงจะเพิ่มเพียงเล็กน้อย ทว่าก็ยังเป็นประโยชน์ต่อเขา.

ตั้งแต่จุติกลับมา เย่ซิงเฉินที่เคร่งครัด ฝึกฝนอย่างหนัก กลั่นร่างกายและวิญญาณและพลังธาตุ.

แม้นว่าจะยังก้าวไปไม่ถึงระดับพลังบ่มเพาะเดิมในชาติที่แล้ว ทว่าหากเทียบในระดับบ่มเพาะเดียวกันในเวลานี้เขาเหนือกว่าชาติที่แล้วลิบลับ.

อาหนิวที่ฝึกฝนบ่มเพาะอย่างหนักไม่เคยละเลยการฝึก ไม่ว่าจะเป็นวันใหนเขาก็ฝึกฝนอยางจริงจัง เขาทุ่มทุกอย่างด้วยตัวของเขาเอง ซึ่งจะนำไปเทียบกับโกวเซิ่งที่ยกระดับด้วยระบบโกงได้อย่างไร.

แน่นอน จุนซ่างเซียวไม่ใช่ว่าไม่ต้องการฝึกฝนอย่างหนัก ทว่าเขาที่เป็นเจ้านิกายจะต้องบริหารนิกายด้วย ไม่สามารถที่จะทุ่มอย่างใดอย่างหนึ่งได้.

แต่ในใจแล้วถึงแม้นจะมีเวลา เขาก็ไม่ได้คิดที่จะฝึกหนักแต่อย่างใด ในเมื่อเขามีระบบให้โกงแล้ว ทำไมต้องเคร่งเครียดด้วย.

“ฟู่!”

เย่ซิงเฉินหลังจากพักเล็กน้อย ก็ก้าวออกจากเขตแดนลับเป็นตาย.

เขาวางแผนที่จะเข้าไปยังเขตแดนลับเก้าสวรรค์ที่อยู่ด้านข้างต่อ ทว่าก็ได้ยินเสียงของจุนซ่างเซียวดังขึ้น“อาหนิว มายังห้องโถง.”

“......”

เย่ซิงเฉินที่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายในใจรู้สึกระวนกระวายขึ้นมาในทันที.

เจ้านิกายเรียกตัว ศิษย์ก็มีเพียงต้องไปเท่านั้น ทว่าเขาก็ลังเลเล็กน้อย ขณะก้าวเข้าไปในห้องโถง ในเวลานั้นเขาพบกับสายตาที่จับจ้องมายังตัวเอง กลิ่นอายที่น่าเกรงขามที่กดทับลงมา!

ยอดฝีมือ!

สุดยอดฝีมือ!

เย่ซิงเฉินที่ระงับอาการตื่นตะลึงเอาไว้ พบว่าที่ด้านหน้าสามกลิ่นอายที่น่าเกรงขาม คนแรกมีกระบี่เก้าเล่ม อีกคนที่มีกลิ่นสุรารอบกาย และอีกคนที่ดูเหมือนกับบัณฑิต.

“ทุกท่าน.”

จุนซ่างเซียวเอ่ย “นี่คือศิษย์เย่ซิงเฉิน ที่เปิ่นจั้วให้ความสำคัญที่สุด.”

หากได้ยินว่าเป็นหลี่ชิงหยาง เซียวจุ้ยจื่อคือคนสำคัญก็พอเข้าใจได้ ทว่าการได้ยินว่าเย่ซิงเฉินทำให้เขาสั่นไหวแน่นอน.

อี้เฟยซี ปิศาจสุราและซิงอวิ๋นจื่อทั้งสามที่เพ่งพิศศิษย์นิกายนิรันดรผู้นี้อย่างจริงจัง พวกเขาบอกได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้แข็งแกร่งอะไร แต่กับถูกเรียกว่าสุดยอดอย่างงั้นรึ?

“ซิงเฉิน.”

จุนซ่างเซียวเอ่ย “ทั้งสามมีเรื่องจะปรึกษากับเจ้า.”

“ตกลง.”

เย่ซิงเฉินที่กล่าวอย่างภาคภูมิ.

แม้นว่าภายในใจจะรู้สึกระวนกระวาย แม้นว่าจะรู้ทั้งสามไม่ธรรมดา ทว่าเขาราชันรัตติกาล ตัวตนที่น่าเกรงขามในอดีต ศักดิ์ศรีราชันย์ทีเคยมี ย่อมไม่หวาดกลัวเรื่องใด ๆ.

......

ในโรงอาหาร.

เย่ซิงเฉินทีเต็มไปด้วยความภาคภูมิ ใบหน้าที่ดูงงงวยมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะว่าอีกฝ่ายมีกลิ่นสุราสิ่งที่ต้องการปรึกษาตัวเขาก็คือ....การดื่ม!

ไม่ได้การ!

นี่ไม่ใช่แนวข้าเลย!

อาหนิวที่เอ่ยเสียงผ่านวิญญาณ“เจ้านิกาย ข้า....”

“เปิ่นจั้วบอกพวกเขาว่าเจ้าคือสุดยอดวิถีสุรา เปิ่นจั้วโม้มากไปหน่อย เจ้าก็เล่นไปตามบทก็แล้วกัน.”จุนซ่างเซียวเอ่ยอย่างจริงจัง.

กึก!

ใบหน้าของเย่ซิงเฉินที่แข็งค้างไปในทันที.

ข้าเป็นคนแพ้สุรา ไม่ใช่ไม่รู้ แต่ยังบอกว่าข้าเป็นสุดยอดวิถีสุรา โม้เกินจริง จงใจแกล้งข้ารึอย่างไร!

“สหาย!”

ปิศาจสุราที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ เอ่ยออกมาด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ “พวกเราจะซดแบบไหหรือว่าดื่มแบบถ้วยดี.”

ด้วยการถูกบังคับ ก็มีแต่ต้องเล่นไปตามบท จะให้ซดเป็นไหมันเกินไปหน่อย ด้วยระดับของเขาตอนนี้จึงเอ่ยออกมาว่า“ถ้วยสุรา!”

“ดำหนึ่ง ดำสอง!”

จุนซ่างเซียวดีดนิ้ว เอ่ย “เตรียมถ้วยสุรา!”

“ครับ!”

ดำหนึ่งดำสองที่ก้าว ส่งถ้วนสุราสองใบวางไว้บนโต๊ะ.

สายตาของของเย่ซิงเฉินที่ดวงตาเบิกกว้างกลมโต เพราะถ้วยสุรานี้ดูยังไงก็ดูเหมือนกับอ่างล้างผักมากกว่า.

“เจ้านิกาย!”

เขาที่เอ่ยกล่าวออกมา “ในโรงอาหารมีชามขนาดใหญ่ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย!”

“ข้าเพิ่งให้คนลงเขาไปซื้อมา.”จุนซ่างเซียวเอ่ย.

“......”

เย่ซิงเฉินที่มุมปากกระตุกขึ้นมาทันที.

แกล้งข้า!

แกล้งข้าอย่างแน่นอน!

“วูซซซซ!”

ดำหนึ่งดำสองที่รับผิดชอบรินสุรา.

กลิ่นของสุราที่ลอยละล่องทำให้ปิศาจสุราต้องกลืนน้ำลายลง ก่อนยกชามใบใหญ่ขึ้น “ข้าขอเริ่มก่อนเพื่อแสดงความเคารพ!”

“อึก อึก อึก อึก!”

เขาที่ยกชามใบใหญ่ซดสุราอย่างรวดเร็ว อย่างง่าย ๆ สบาย ๆ.

“เฮ้ย!”ซูเซียวโม่ที่ยืนอยู่นอกโรงอาหารถึงกับเผยแววตาไม่อยากเชื่อ “ร้ายกาจขนาดนี้เลยรึ?”

“......”

เย่ซิงเฉินที่ใบหน้าเปลี่ยนสีครั้งแล้วครั้งเล่า.

“กึก!”

ปิศาจสุราที่ซดชามสุราจนหมด พร้อมกับยกมือประสาน “ขอคำแนะ....”กล่าวยังไม่จบด้วยซ้ำเขาก็ล้มคว่ำหมดสติไปในทันที.

“พรึด ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

“ข้าคิดว่าเขาร้ายกาจ แท้จริงแล้วแก้วเดียวจอด!”

ซูเซียวโม่และคนอื่น ๆ ต่างก็หัวเราะเสียงดัง.

จุนซ่างเซียวที่ประหลาดใจเช่นกัน.

เมื่อพบกันในคุกนรก จะดีจะร้ายเจ้านี่ก็ควรจะดื่มได้สักไห แม้นว่าจะชามใหญ่หน่อย ไม่น่าจะเมาเร็วขนาดนี้.

“เจ้านิกาย.”

หลานกังเอ่ย “ที่เขาดื่มนั้นคือเมามายาฉบับปรับปรุง สามารถดูดซับพลังวิญญาณได้มากกว่าเดิม ทำให้ฤทธิ์ของมันรุนแรงกว่าเดิม.”

จุนซ่างเซียวที่ตระหนักได้ในทันที “เป็นแบบนี้นะเอง.”

“ทั้งสอง.”

เขาที่จ้องมองไปยังอี้เฟยเสวี๋ยและซิงอวิ๋นจื่อกล่าวเสียงใส“สุราที่ศิษย์นิกายนิรันดรดื่มเป็นประจับ ปิศาจสุรากับจอดหมดสติเพียงแก้วเดียว คงไม่ต้องบอกแล้วว่าใครแพ้ใครชนะ?”

“แน่นอน.”

อี้เฟยซิวยกมือประสาน “ศิษย์ของท่านเป็นคนชนะ.”

“......”

เย่ซิงเฉินถึงกับสะดุ้ง.

ยังไม่ได้ดื่มเลยกับชนะ นี่มันแข่งอะไรกัน!

อย่างไรก็ตามเขาก็ยังไม่ยินยอม เพราะศักดิศรี.

ราชันย์รัตติกาลที่รู้สึกโกรธเกรี้ยว ก่อนที่จะยกชามสุราใบใหญ่ขึ้น พร้อมกับซดเสียงดัง เอ่ยออกมาว่า“ข้าเองก็สามารถดื่มได้!”

จุนซ่างเซียวที่อ้าปากค้างเผยความประหลาดใจ.

เขาดื่มสุราได้มากมายแล้วรึ? หลายวันที่ข้าไม่อยู่ ความสามารถดื่มสุราเพิ่มพูนแล้วสินะ.

“พรึด โครม!”

ในเวลาต่อไปมา เย่ซิงเฉินที่ล้มคว่ำไปเช่นงัน เมาไม่ได้สติเรียบร้อยแล้ว.

ทว่าปากของเขายังคงบ่นพึมพำ “ข้า....ข้าไม่ไปเล้าเป็ด....ข้าไม่ไป....เทือกเขาสัตว์วิญญาณ...ข้า....ข้าจะไป...เตียงของข้า....”

“เฮ้อ.”

ซูเซียวโม่และคนอื่น ๆ ที่ได้แต่ส่ายหน้าไปมา.

สถานการณ์แบบนี้ เจ้านิกายเพิ่งเคยเห็น.

เป็นความจริงที่เย่ซิงเฉินพยายามยกระดับฤทธิ์สุรา เมามายา ที่หลานกังพัฒนา เพื่อที่จะทำให้ตัวเองดูดซับพลังธาตุได้เร็วขึ้น เขาที่ฝึกฝนอยู่แทบทุกวัน.

แม้แต่น้ำเต้าของเขาเองก็มีสุราอยู่แก้วหนึ่ง.

ช่วงระยะเวลาที่จุนซ่างเซียวไม่อยู่ อาหนิวที่ฝึกฝนดื่ม ทำให้มีความสามารถต้านสุราเพิ่มขึ้นเล็กน้อย.

ใช่แล้ว.

เย่ซิงเฉินเมาแล้ว.

เขาที่ดื่มสุราไปชามหนึ่ง ทว่าก็ยังสามารถพยุงร่างได้ แม้แต่เอ่ยกล่าวคร่ำครวญมากมาย แสดงให้เห็นว่าเขาชนะจริง ๆ.

หลังจากนั้นหลี่ชิงหยางที่ยกเขาไปเพื่อป้องกันไม่ให้เขาไปเล้าปศุสัตว์ หรือยอดเขาสัตว์วิญญาณ.

โปรดจำเอาไว้.

ราชันย์รัตติกาล จะไม่ยอมรับความอับอาย!

“แกว่งไกวตามสายลม แล่นเรือต้านกระแส!”เห็นอาหนิวถูกหลี่ชิงหยางนำไปแล้ว จุนซ่างเซียวที่ได้แต่จ้องมองกล่าวด้วยความภาคภูมิ “ศิษย์ที่เปิ่นจั้วให้ความสำคัญ มีจิตใจที่ยิ่งใหญ่ไม่ยอมใครจริง ๆ!”

......

ในคืนนั้น.

เล้าสัตว์ที่ถูกวางค่ายกลอย่างแน่นหนาและศิษย์หลายร้อยคนคอยเฝ้า.

ยอดเขาสัตว์วิญญาณ แต่ละห้องปิดแน่น เหล่าหนิวและสัตว์วิญญาณตนอื่น ๆ ที่เตรียมค่ายกลเอาไว้ด้วยเช่นกัน.

“มาแล้ว! มาแล้ว! เขามาแล้ว!”

ภายใต้แสงจันทร์ เงาร่างหนึ่งก้าวเดินมาอย่างสบายใจ.

จบบทที่ Chapter 1275 ราชันรัตติกาลผู้ไม่ยอม

คัดลอกลิงก์แล้ว