เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 1207 ข้ามีความสุขมาก ที่ได้อยู่ที่นี่

Chapter 1207 ข้ามีความสุขมาก ที่ได้อยู่ที่นี่

Chapter 1207 ข้ามีความสุขมาก ที่ได้อยู่ที่นี่


จุนซ่างเซียวที่ตะหนักได้ว่า เขาที่ต้องพบกับศัตรูที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อที่จะไม่ให้กลายเป็นคนกระหายโลหิต ไม่สังหารศัตรูอย่างไร้เหตุผล ตลอดทั้งเขาเองก็ไม่สามารถปล่อยไปง่าย ๆ ด้วย ด้วยเรื่องนี้ ก็ไม่ไม่ได้เลวร้ายอะไรหากจะนำเหล่าศัตรูมาขังคุกเอาไว้แทน.

นิกายนิรันดรเองก็ไม่ได้ขาดแคลนใด ๆ หากจะมีคุกที่เป็นระบบระเบียบ.

หลังจากได้รับคำแนะนำจากเจาโตวโตว โกวเซิ่งก็มีความคิดนี้ขึ้นมาในทันที

การสร้างคุกที่มีระดับชั้น แบ่งแยกความผิด และคนที่พ้นผิดได้รับอภัยโทษก็สามารถรับเข้านิกายได้ด้วย.

การเลี้ยงดูนักโทษเหล่านี้ ไม่ถือว่าเสียเปล่าอย่างแน่นอน.

ถึงแม้นว่าจะคุมขังก็ยังมีอีกหลายอย่างที่จะใช้ประโยชน์.

ในชั้นปฐพี มีชายหัวล้านที่ถูกขังเอาไว้ มีผู้ใต้บังคับบัญชา ความแข็งแกร่งของพวกเขามีระดับกษัตริย์ยุทธ์ จักรพรรดิยุทธ์ และครึ่งก้าวปราชญ์ เขายังสามารถแบ่งระดับ สามารถเลือกรับมาเป็นศิษย์ได้ด้วย.

แน่นอน.

ยังต้องทดสอบนิสัยใจคอของคนเหล่านั้นด้วย.

เขาจะออกแบบให้มีระดับรางวัล มีระบบลดโทษ ให้คนเหล่านั้นบำเพ็ญประโยชน์ในแต่ละวันด้วย แม้แต่ทำงานแลกขาไก่.

หากเจาโตวโตวได้ยิน แน่นอนว่าคงต้องเอ่ยออกมาว่า“ข้าไม่ได้ต้องการขาไก่ ข้าต้องการข้าวผัดแม่นางหลิว.”

“ถึงแม้นว่าจะเป็นนักโทษ แต่ก็สามารถที่จะเลือกคนมาซ้อมมือกับศิษย์ของเขาได้ด้วย.”

“แปะ ๆ !”

จุนซ่างเซียวที่ปรบมือให้กับตัวเอง “ข้านี่มันหัวดีจริง ๆ!”

“......”

ระบบถึงกับพูดไม่ออก.

กล่าวชมตัวเองซะอย่างงั้น? นี่ไม่อายปากเลยรึอย่างไร?

“ข้าต้องการเตือนโฮสน์”ระบบเอ่ย “ในเมื่อให้เป็นคุกระบบเปิด ถึงแม้นว่าจะผนึกชีพจรพวกเขาแล้ว หากไม่มีคนสอดส่องไม่กลัวว่าพวกเขาจะปลดผนึกหนีหายหรอกรึ?”

จุนซ่างเซียวที่สีคางไปมา “พูดมีเหตุผล.”

เวลานี้ยกเว้นเจาโตวโตว ทุกคนแล้วแต่ถูกผนึกชีพจร ไม่ต้องควบคุมดูแลพวกเขา มากมายคนเหล่านั้นก็ย่อมไม่กล้าก่อเหตุ เพราะพวกเขาไม่มีพลังบ่มเพาะ

หากถูกปลดปล่อย แม้แต่คนเดียวก็อาจจะมีเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้.

“ดูเหมือนว่าเรื่องคุกนี้ข้าต้องพิจารณาให้ดีแล้ว คงไม่สามารถปล่อยอย่างอิสระ ไม่งั้นคงเกิดจลาจลแน่.”จุนซ่างเซียวเอ่ยกล่าวอย่างจริงจัง.

“อีกอย่าง.”

ระบบเอ่ย “ในเมื่อต้องการระบบคุกขนาดใหญ่มีนักโทษมากมาย ก็จำเป็นต้องมีผู้คุม โฮสน์หวังที่จะให้ถางจูลี่รับผิดชอบหน้าที่นี้รึอย่างไร?”

“ผิดแล้ว.”

นับตั้งแต่มีเครือข่ายข่าวมากมาย ถางจู่ลี่ก็ยุ่งวุ่นวายอยู่ตลอด จะเพิ่มงานคุกเพิ่มเข้าไปได้อย่างไร.”

“ในเมื่อเจาโตวโตวเป็นคนแนะนำ เขายังไม่ต้องการจากคุกไปด้วย ในเมื่อเขามีความชื่นชอบผูกพันกับคุก ก็ให้เขารับผิดชอบเรื่องนี้ไปก็แล้วกัน.”

ระบบกล่าวล้อ “ขังเจ้านั่นมาตั้งเนิ่นนาน ท้ายที่สุดก็ไม่ปล่อย ซ้ำยังให้ประจำอยู่ในคุกอีก.”

......

เจาโตวโตวที่คงไม่รู้ว่าตัวเองกำลังถูกระบบกล่าวเห็นใจอยู่ ในเวลานี้เขาที่กำลังนั่งสมาธิ ในปากที่กัดกิ่งไม้เล็ก ๆอยู่ หลับตา ขณะครุ่นคิดอะไรบางอย่าง.

บนพื้นนั้นมีการขีดเขียนแผนผังรูปแบบคุกไว้แล้ว.

เขาที่อยู่ในคุกกำลังสร้างแผนผังในใจ แบ่งแยกสามระดับ สูงกลางและต่ำสามชั้น.

ทว่าหลังจากพบว่านักโทษที่เพิ่มเข้ามาไม่หยุด ก็รู้สึกว่าไม่พอ จึงเพิ่มเข้าไปอีกหกชั้น กลายเป็นมีเก้าชั้น.

พรสวรรค์การออกแบบเจ้าโตวโตวย่อมเทียบกับหลี่ชิงหยางไม่ได้ สมองของเขามีจำกัด ทว่าก็พอจะร่างออกมาได้คร่าว ๆ เช่นกัน.

ไต่ลู่แทบทนไม่ได้จริง ๆ ได้หยิบไม้ชิ้นเล็ก ๆ ขว้างใส่เขาไปในทันที.

“แก๊ก!”

เจาโตวโตวที่ยกมือขึ้น คีบกิ่งไม้เอาไว้ เอ่ยออกมาอย่างภาคภูมิ “ข้าไม่เคยโจมตีเจ้า แม้แต่ถูกปลดผนึกชีพจรแล้วก็ยังไม่คิดจะทุบตีเจ้าแต่อย่างใด.”

ไต่ลู่เผยท่าทางประหลาดใจ.

แม้นว่าเขาจะไม่มีพลังบ่มเพาะ ทว่าไม้ที่เขาโยนออกไปนั้น ก็เคลื่อนไหวไปทั้งแรงและเร็ว ทว่าเจ้านั่นกับรับได้ หรือว่าจะมีความสามารถอยู่.

บางที.

เขาซ่อนความสามารถเอาไว้อย่างงั้นรึ?

“เฮ้อ.”

เจาโตวโตวที่ลุกขึ้น ปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้า จ้องมองลอดผ่านหน้าต่างออกไป เอ่ยออกมาว่า“หากเจ้าคิดว่าข้าไม่ต้องการจากคุกไปเพราะอาหารอย่างเดียวนั้น เจ้าคิดผิดแล้ว.”

“......”

เขาจำได้ว่าเจ้านี่ตายอดตายอยาก กินอาหาร ราวจะร้องไห้ออกมาทุกครั้งได้เลย จึงเอ่ยกล่าวในใจ“เจ้าอยู่เพราะอาหารนั่นล่ะ!”

“ข้าเจาโตวโตวนั้นไม่มีสถานะอะไรตั้งแต่เกิดแล้ว และไม่ได้มีพรสวรรค์อีกด้วย.”

“ชีวิตของข้านั้นเป็นเพียงขอทาน ที่ดิ้นรนหาอาหารบนถนนเพื่อให้อยู่รอดเท่านั้น.”

เจาโตวโตวที่ก้มหน้าลง แววตาที่ขุ่นข้องใจกับวาสนาที่ไม่ยุติธรรม.

“เพื่อมีชีวิตรอด.”

“ก็มีแต่ต้องโดดเด่น.”

“ข้าเรียนรู้ที่จะหลอกลวงผู้คน หลอกลวงตัวเอง.”

“ข้าถูกขังที่นี่บางทีคงเพราะสวรรค์ต้องการลงโทษสิ่งที่ข้าเคยทำผิด ...ทั้งที่”เจ้าโตวโตวที่กล่าวด้วยความเศร้า แม้แต่น้ำตาไหลอาบแก้ม “ทุกสิ่งที่ข้าทำ ข้าเพียงแค่ต้องการมีชีวิตรอดเท่านั้น!”

ไต่ลู่ที่จ้องมองเขา ภายในใจที่สั่นไหว รู้สึกขมขื่นในใจเช่นกัน.

เจ้าไม่มีสถานะตั้งแต่เกิด ข้าเองก็ไม่มี!

เจ้าไม่มีพรสวรรค์ตั้งแต่เกิด ข้าก็ไม่มีเช่นกัน!

เขาเดินทางไปยังสำนักหลิงชวน ไปยังนิกายเซิ่งชวน ไม่ใช่เพื่อต้องการมีชีวิตรอดหรอกรึ?

ไม่ใช่ว่า พวกเขาสองคนมีอะไรที่เหมือน ๆ กัน เลยถูกจับมาให้อยู่ด้วยกันหรอกรึ?

“แน่นอน.”

เจาโตวโตวที่ปาดน้ำตา เอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม “ข้ายินดีที่ถูกขังในนิกายนิรันดร เพราะว่าที่นี่มีพลังฟ้าดินหนาแน่น มีหลาย ๆ สิ่งที่ข้าไม่เคยเห็น บรรยากาศในนิกายก็ยอดเยี่ยมอย่างที่ข้าไม่คาดคิดเลย.”

“......”

แม้นว่าไต่ลู่จะต้องการปฏิเสธ ทว่าก็มีความเป็นจริงอยู่.

“ข้าคิดว่าชะตาชีวิตเองก็ไม่ได้เลวร้าย เมื่อข้ายอมรับการลงโทษ ที่นี่มีอาหารอร่อย มีพลังฟ้าดินให้สามารถบ่มเพาะได้ บางทีหากข้าไม่ได้อยู่ที่นี่ ข้าคงออกไปหลอกคนเพื่อความอยู่รอด แม้แต่ตกตายไร้ที่ฝังไปแล้ว.”

ไต่ลู่ที่ราวกับตระหนักอะไรได้.

เจ้านี่ไม่ได้ต้องการอยู่ในคุกเพื่อกินอาหารเท่านั้น ยังแอบแฝงอยู่ในคุกเพื่อดูดซับพลังฟ้าดินฝึกฝนอีกด้วย.

กล่าวอีกอย่างหนึ่ง เขาที่ถูกผนึกชีพจรไม่สามารถบ่มเพาะได้ ทว่าเจ้านี่ถูกขัง แต่ยังสามารถบ่มเพาะได้อย่างสะดวกสบาย ยิ่งถูกขังนานเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่ายิ่งแข็งแกร่งขึ้นไม่ใชรึ?

เจ้านี่มันฉลาดล้ำจริง ๆ!

“แล้วก็นะ.”

เจาโตวโตวเอ่ย “หากข้าไม่ถูกขังที่นี่ ข้าจะมีเพื่อนร่วมคุกที่มีระดับสูงล้ำมากมายได้อย่างไร ดังนั้น....”

“ข้ามีความสุข!”

“ข้ายินดีที่จะอยู่ที่นี่!”

“แปะ แปะ แปะ.”

เสียงปรบมือที่ดังขึ้น.

ในเวลานั้นใบหน้าของเจาโตวโตวที่แข็งค้างไปในทันที.

เพราะว่าจะมีคนมาปรบมือให้กับเขาได้อย่างไร.

“ฟิ้ว!”

เขาที่หันหน้ากลับไป เห็นจุนซ่างเซียวไม่รู้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ ปากคาบบุหรี่ พลางปรบมือเอ่ยออกมาว่า“เจ้าตระหนักได้ถึงการเป็นพระโพธิสัตว์แห่งนักโทษ ทำให้เปิ่นจั้วมีความสุขนัก.”

“เจ้านิกายจุน...ท่าน....ท่านมาตั้งแต่ตอนใหน?”

“เมื่อเจ้ากำลังร้องไห้.”

“......”

เจาโตวโตวที่เร่งรีบปาดน้ำตาในทันที.

คิดถึงความเคร่งขรึม การที่มาร้องไห้ให้กับคนอื่นเห็น มันช่างน่าละอายจริง ๆ.

“แปะ!”

ในเวลานั้น จุนซ่างเซียวที่ก้าวเดินเข้าไป ตบไปที่บ่าอีกฝ่าย กล่าวอย่างจริงจัง “เจ้ายินดีเป็นหนึ่งในคนของนิกายนิรันดร ติดตามเปิ่นจั้วพิชิตโลกหล้าหรือไม่?”

จบบทที่ Chapter 1207 ข้ามีความสุขมาก ที่ได้อยู่ที่นี่

คัดลอกลิงก์แล้ว