เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 10 : ขโมยหุ่นเชิด

Chapter 10 : ขโมยหุ่นเชิด

Chapter 10 : ขโมยหุ่นเชิด


ในตอนนี้มีเพียงความคิดเดียวที่หลงเหลืออยู่ในใจของ คุโรโตะ นั้นก็คือ ว่า ‘ชีวิตเราคงจบแล้วล่ะ’

ด้วยประสบการณ์ของนินจาที่แข็งแกร่งอย่าง ซาโซริ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะสามารถลอบโจมตีได้เป็นครั้งที่ 2 และการต่อสู้กับ ซาโซริ ถ้าได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของเขาเพียงเล็กน้อยก็จะถูกพิษของเขาจนไม่สามารถต่อสู้ต่อได้ และคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่ คุโรโตะ จะต่อสู้กับเขาแล้วจะไม่ได้รับบาดเจ็บ

ดังนั้นความล้มเหลวของการลอบโจมตีครั้งนี้หมายความว่าชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ได้ถูกตัดสินให้ คุโรโตะ แล้ว

ในทันทีที่ หุ่นเชิดคาเสะคาเงะรุ่น 3 ถูกดูดเข้าหา คุโรโตะ ด้วย จุติเหนี่ยวสวรรค์ และเมื่อด้ายจักระของ ซาโซริ ขาดออกจาก หุ่นเชิดคาเสะคาเงะรุ่น 3 หอกเหล็กใน อากาศยุบตัวและกลายเป็นทรายเหล็กสีดำที่กระจัดกระจายไปทั่วและร่วงลงสู่พื้น และเมื่อ หุ่นเชิดคาเสะคาเงะรุ่น 3 มาถึงตัว คุโรโตะ เขาก็คว้ามันไว้ด้วยมือข้างเดียว

เมื่อมองไปที่หุ่นของเขาที่ตอนนี้อยู่ในมือของ คุโรโตะ ใบหน้าของ ซาโซริ ก็ดูมึนงง ในตอนนี้เขาทั้งประหลาดใจและสงสัยและรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย

แม้ว่าหัวใจของ คุโรโตะ แทบจะหยุดเต้นเมื่อเขาพลาดเพียงโอกาสเดียวที่จะขับโล่ ซาโซริ ไปได้ แต่ คุโรโตะ ก็ยังคงรักษาท่าทีภายนอกให้นิ่งสงบเอาไว้ได้จนมองไม่เห็นความรู้สึกใด ๆ บนใบหน้าของเขา

หลังจากนั้นทั้ง 2 ก็ยืนเผชิญหน้ากันและดูเชิงกันอย่างระมัดระวังอย่างเงียบ ๆ

การเผชิญหน้าแบบนี้ทำให้ คุโรโตะ ซึ่งขาดความมั่นใจรู้สึกกังวลมากขึ้น และในขณะนั้นเองเขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าจักระในร่างกายของเขากำลังวิ่งเข้าหา หุ่นเชิดคาเสะคาเงะรุ่น 3 ที่เขาถืออยู่ตลอดเวลา

ถึงแม้ว่าจะเกิดความผิดปกตินี้ แต่ คุโรโตะ ยังคงไม่กล้าแสดงอาการใด ๆ บนใบหน้าของเขายังคงจ้องไปที่ ซาโซริ อย่างเย็นชา

เขารู้สึกถึงจักระในร่างกายของเขาที่หลั่งไหลเข้าไปใน หุ่นเชิดคาเสะคาเงะรุ่น 3 มากขึ้นเรื่อย ๆ ความกล้าของ คุโรโตะ ก็ว่างเปล่ามากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน ในใจเขาคิดแต่ว่า ‘กว่าจะปลุก เนตรจุติ ขึ้นมาได้ก็เหนื่อยแทบตาย ดันมาตายตั้งแต่การต่อสู้ครั้งแรกสะงั้น’

ทันใดนั้นเมื่อจักระ 2 ใน 3 ส่วนของ คุโรโตะ หลั่งไหลเข้าสู่ หุ่นเชิดคาเสะคาเงะรุ่น 3 ที่เขาถืออยู่ จู่ ๆ มันก็กระกระตุกอย่างไม่เป็นระเบียบ

ด้วยการกระตุกของหุ่นทำให้ทรายเหล็กที่ก่อนหน้านี้กระจัดกระจายตกลงสู่พื้นเริ่มลอยขึ้นมาอีกครั้ง

ซาโซริ สะดุ้งเมื่อเห็นสิ่งนี้และตะโกนว่า “เฮ้ย! นี่แกรู้วิธีใช้หุ่นเชิดด้วยเหรอ? แกเป็นใครกันแน่? ทำไมแกถึงต้องลอบนัดพบกับ ทีมลอบสังหารของซึนะ ด้วย?!”

“ทีมลอบสังหาร...ของ ซึนะ?!”

เมื่อฟังคำถามขอ งซาโซริ หัวใจของ คุโรโตะ ก็ตะลึง

ตัวตนของซากศพที่กองอยู่บนพื้นตรงหน้า ซาโซริ ก่อนหน้านี้ก็คือ หน่วยลอบสังหารของหมู่บ้านซึนะ! นั้นก็หมายความว่า หมู่บ้านซึนะ ได้เข้าร่วมในปฏิบัติการชำระล้างของ โคโนฮะ ด้วยอย่างไม่ต้องสงสัยและยังหมายความว่าผู้นำระดับสูงของ โคโนฮะ ทุกคนมีส่วนร่วมกับแผนการครั้งนี้

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาจะเอามาคิดในตอนนี้!

คุโรโตะ พยายามระงับความแค้นที่มีต่อ โคโนฮะ ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันและกลับมาสนใจการต่อสู้ในปัจจุบัน

หลังจากที่ไม่รู้ตัวในตอนแรก ตอนนี้เขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมจู่ ๆ เขาก็สามารถใช้ หุ่นเชิดคาเสะคาเงะ ได้

ตามความทรงจำที่คลุมเครือจากชีวิตก่อนหน้านี้ของเขา เขาจำได้ว่า เนตรจุติ เหมือนกับ เนตรสังสาระ ตรงที่มีความสามารถที่ยอดเยี่ยมคล้ายกันอย่างหนึ่งนั่นคือการควบคุมหุ่นเชิด

วิธีการใช้ เนตรสังสาระ ควบคุมหุ่นเชิดก็คือใช้แท่งเหล็กสีดำ เหมือนอย่างที่ นางาโตะ ใช้ควบคุม เพน 6 วิถี ในขณะเดียวกันวิธีการใช้ เนตรจุติ ควบคุมหุ่นเชิดก็คือต้องฉีดจักระเนตรจุติเข้าไป เมื่อฉีดมันเข้าไปในปริมาณที่เพียงพอแล้ว มันจะสามารถกระตุ้นวิญญาณภายในหุ่นทำให้พวกมันได้รับสติปัญญาและความเป็นอิสระในการเคลื่อนไหวได้ในระดับหนึ่ง

นอกจากนั้น คุโรโตะ ยังจำได้อีกว่า โอซึซึกิ โทเนริ ได้ใช้หุ่นเชิดลงมาที่โลกนินจาและเอาชนะ ผู้นำตระกูลฮิวงะ นั้นก็คือ ฮิวงะ ฮิอาชิ ที่มีความแข็งแกร่งเกือบจะเท่ากับระดับ คาเงะ ได้ และลักพาตัว ฮิวงะ ฮานาบิ ไป

หลังจากเข้าใจประเด็นนี้แล้ว คุโรโตะ ก็มีความคิดบางอย่าง จากนั้นภายใต้ความคิดของ คุโรโตะ หุ่นคาเซะคาเงะ ก็ลอยไปช้า ๆ และตั้งท่าโจมตีไปทาง ซาโซริ ที่อยู่ตรงข้ามราวกับว่ามันกำลังปกป้อง คุโรโตะ ที่อยู่ด้านหลัง

ในตอนนี้ คุโรโตะ พูดอย่างเฉยเมยว่า “ฉันไม่สนใจที่จะกำจัด นินจาถอนตัวของซึนะ หรอกนะ เราไม่จำเป็นต้องต่อสู้กันหรอก”

ตอนนี้ใบหน้าของ ซาโซริ บูดบึ้งและเคร่งขรึมด้วยความโกรธเมื่อได้ยินคำพูดของ คุโรโตะ “เอาผลงานของฉันไป แกคิดว่าฉันจะปล่อยแกไปงั้นเหรอ?”

แม้แต่ ซาโซริ เองก็รู้สึกว่าถูกคุกคามเมื่อต้องเผชิญหน้ากับวิชาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน วิธีที่ คุโรโตะ ใช้ควบคุมหุ่นคาเสะคาเงะ ในตอนนี้ ซาโซริ ตั้งเป้าแล้วว่า คุโรโตะ เป็นศัตรูที่ทรงพลังที่สามารถคุกคามชีวิตของเขาได้

คุโรโตะ ยิ้ม “หุ่นตัวนี้ยังคงมีพลังต่อสู้เกือบทั้งหมด ฉันต้องขอบอกเลยว่า คุณเป็นอัจฉริยะในการสร้างหุ่นจริง ๆ”

รอยยิ้มนี้ไม่ใช่ท่าทางเก๊กของ คุโรโตะ แต่ในตอนนี้เขารู้สึกมีความสุขจริง ๆ เพราะตอนนี้เขามี หุ่นเชิดคาเสะคาเงะรุ่น 3 อยู่ภายใต้การควบคุมของเขาแล้ว ดังนั้นเขาจึงมีความสามารถในการบินอยู่ในมือ และมันจึงขึ้นอยู่กับเขาว่าเขาจะอยู่ต่อไป หรือจะต่อสู้ หรือจะหนี

และเหตุผลที่เขาไม่ออกจากสนามรบในทันทีและยังคงต่อปากต่อคำกับ ซาโซริ ก็เพียงแค่ซื้อเวลาคิดหาวิธีซ่อนตัวตนเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในอนาคตที่จะมาจากการตามหาล้างแค้นของ ซาโซริ

อย่างไรก็ตาม คุโรโตะ ไม่ต้องการให้คนอย่าง ซาโซริ ติดตามเขาไปตลอดเวลา คุโรโตะ รู้ดีว่าหากเขาประมาทเพียงเล็กน้อยกับ ซาโซริ เขาจะต้องตายอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการให้ ซาโซริ ตามล่าเขา

“แกควบคุมหุ่นโดยไม่ใช้ด้านจักระได้ยังไง?” หลังจากเงียบไปนาน ซาโซริ ก็พูดขณะที่เอียงศีรษะของเขาและยิ้มอย่างชั่วร้าย “ช่างมันเถอะ เมื่อฉันจับแกได้ ทุกอย่างก็จะชัดเจนเอง!”

หลังจากนั้น ซาโซริ ก็หยิบม้วนหนังสือสีแดงออกมา

ด้วยคำพูดที่นุ่มนวลของ ซาโซริ ม้วนหนังสือก็ถูกเหวี่ยงออก ทันใดนั้นก็มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งบินออกจากม้วนหนังสือลอยอยู่รอบตัวเขา

พวกเขาเหล่านี้เป็นหุ่นทั้งหมดที่สวมเสื้อคลุมสีแดง มีหุ่นมากถึง 10 ตัว พวกมันมีรูปร่างที่แตกต่างกันบางคนถือมีด บางคนถือดาบและบางคนก็ถือดาวกระจายขนาดใหญ่

ซาโซริ ยิ้มและพูดว่า “คาถาลับแดง เชิด 10 หุ่น!”

เมื่อมองไปที่ภาพตรงหน้าเขา คุโรโตะ ก็พูดอย่างลับ ๆ ว่า “ดูเหมือนว่า ซาโซริ ในตอนนี้ยังไม่เชี่ยวชาญการเชิดหุ่น 100 ตัว แต่ถึงอย่างนั้น แค่ 10 ตัว ก็ไม่ใช่สิ่งที่เราจะตัดการได้!”

เกร๊ก...เกร๊ก...เกร๊ก...

ท่ามกลางการสั่นของหุ่นเชิดเสื้อคลุมสีแดง ทันใดนั้นหุ่นทั้ง 10 ตัวก็พุ่งเข้าหา คุโรโตะ

คุโรโตะ ขมวดคิ้วและยกมือขึ้นอีกครั้งเพื่อใช้ จุติพิชิตฟ้า

หลังจากสูญเสียจักระไป 2 ใน 3 เขาก็ไม่มีพลังพอที่จะต่อสู้ ดังนั้นเขาจึงใช้ จุติพิชิตฟ้า เพื่อดีดหุ่นทั้ง 10 ตัวกลับไป จากนั้นเขาก็กระโดดขึ้นไปบนหลัง หุ่นเชิดคาเสะคาเงะรุ่น 3 ทันที

ทันใดนั้นทรายเหล็กที่ลอยอยู่ในอากาศก็กลายเป็นปีกเหล็กคู่หนึ่งและ หุ่นเชิดคาเสะคาเงะรุ่น 3 ก็บินหนีไปพร้อมกับ คุโรโตะ ตรงไปยังศพของ มิซุย ที่อยู่ห่างออกไป

ซาโซริ ที่ถูกดีดหุ่นเชิดกลับก็แอบสาปแช่ง “ไอบ้านั้นมันใช้วิชาที่ฉันไม่รู้จักอีกแล้ว!”

ซาโซริ รู้สึกปวดหัวเมื่อนึกถึงวิชาแปลก ๆ ของ คุโรโตะ มันเป็นวิชาที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น มันสามารถใช้ได้โดยไม่ต้องประสานอิน แต่จากการเผชิญหน้าครั้งนี้เขาก็เข้าใจแล้วว่าระยะทำลายของวิชาทั้งดึงและผลักนั้นอยู่ที่ประมาณ 15 เมตรเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนกลยุทธ์การโจมตีทันที และเขาก็ควบคุมหุ่นเชิดให้โจมตีด้วยการขว้างอาวุธใส่ คุโรโตะ จากระยะไกล

อย่างไรก็ตาม หุ่นเชิดคาเสะคาเงะรุ่น 3 ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ คุโรโตะ ก็แข็งแกร่งมาก มันทำตามความคิดของ คุโรโตะ และใช้ทรายเหล็กป้องกันคุไนและดาวกระจายทั้งหมดที่ตรงเข้ามา

ซาโซริ ที่กำลังไล่ตาม คุโรโตะ เมื่อเห็นสิ่งนี้ มีใบหน้าของเขาก็โกรธขึ้น เขารู้สึกราวกับว่าเขาถูกตบหน้าด้วยผลงานชิ้นเอกของตัวเอง

ในไม่ช้าภายใต้การควบคุมของ ซาโซริ อาวุธขว้างทั้งหมดของหุ่นเสื้อคลุมสีแดงทั้ง 10 ตัวก็ถูกเปลี่ยนเป็นกระดูก 1,000 ชิ้นที่เต็มไปด้วยยาพิษ

เนื่องจากทรายเหล็กไม่สามารถควบคุมอโลหะได้ ดังนั้น หุ่นเชิดคาเสะคาเงะรุ่น 3 จึงเปลี่ยนส่วนหนึ่งของทรายเหล็กให้เป็นโล่รูปครึ่งวงกลมที่ป้องกัน คุโรโตะ จากด้านหลัง

เป้ง...เป้ง...

เสียงของคุไนและดาวกระจายชนเข้ากับกำแพทรายเหล็กยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะที่ คุโรโตะ กำลังหลบหนี...


ติดตามข่าวสาร และ อ่านก่อนใคร ได้ที่เพจ Facebook : Chan's Translation นิยายแปลไทย@TranslatedByMild

จบบทที่ Chapter 10 : ขโมยหุ่นเชิด

คัดลอกลิงก์แล้ว