เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 6 : กับดัก

Chapter 6 : กับดัก

Chapter 6 : กับดัก


ในตอนเย็น

มิทาราชิ อังโกะ และ อินุซึกะ โอดะ มาที่ห้องของ คุโรโตะ เพื่อเยี่ยมเขา

หลังจากคุยกันสักพัก โอดะ ก็ยิ้มและพูดว่า “คุโรโตะคุง คราวนี้นายโชคร้ายจริง ๆ ที่ดันมาป่วยเอาตอนนี้”

คุโรโตะ รู้สึกสับสนเล็กน้อยว่าทำไม โอดะ ถึงพูดแบบนั้น เขาจึงถามว่า “ทำไมล่ะ?”

โอดะ อธิบายว่า “หัวหน้าเพิ่งมอบหมายภารกิจพิเศษให้ อังโกะจัง กับฉัน ถ้าเราทำสำเร็จบางทีเราอาจถูกย้ายกลับไปที่หมู่บ้าน แล้วฉันจะได้ไม่ต้องทนกับพายุทรายที่นี่อีก!”

“ภารกิจพิเศษเหรอ?!” คุโรโตะ ตกใจมากกับข้อมูลที่เขาเพิ่งได้รับ แต่เขาไม่ได้แสดงอาการออกมา เขาแค่อวยพรให้ โอดะ และ อังโกะ โชคดี “ฉันขอให้พวกนายทำภารกิจได้สำเร็จนะ”

ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้ คุโรโตะ มีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีหลังจากได้ยินเรื่องเกี่ยวกับภารกิจพิเศษ แต่ตามหลักจรรยาบรรณของนินจาแล้ว เขาไม่สามารถสอบถามรายละเอียดของภารกิจได้ ดังนั้นแม้ว่าเขาจะมีความสงสัยแต่เขาก็เลือกที่จะนิ่งเงียบ

ในที่สุด โอดะ ก็ตบไหล่ คุโรโตะ และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่ต้องกังวลไป หมู่บ้านจะไม่ลืมพวกเรานินจาที่มีประสบการณ์ในสงครามแน่นอน อีกไม่นานนายก็จะถูกย้ายกลับไปที่หมู่บ้านเหมือนกัน มั่นใจได้เลย แต่ตอนนี้นายต้องพักผ่อนให้กลับมาเป็นปกติก่อน”

คุโรโตะ อยากถามจริง ๆ ว่าภารกิจตืออะไร แต่เขาก็ทำได้แค่พูดว่า “ระวังตัวกันด้วยล่ะ”

หลังจากพูดคุยกับอีกครู่หนึ่ง ทั้ง 2 คนก็ออกจากห้องเพื่อไปทำงานของพวกเขาต่อ

3 วันผ่านไป

ในช่วงการปรับตัวนี้ คุโรโตะ มีอาการเวียนหัวและทรมานจากอาการเสียวซ่าอย่างต่อเนื่อง แต่การทรมานนี้ก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์ใด ๆ เพราะมันนำไปสู่การเติบโตของจักระและความแข็งแรงของร่างกายของเขา

แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้ทำการทดสอบอย่างถูกต้อง แต่อย่างไรก็ตาม คุโรโตะ ก็สามารถประเมินได้ว่าปริมาณจักระในร่างกายของเขาในเวลานี้มีมากกว่าก่อนที่จะฉีดเซรุ่มกระตุ้นยีนประมาณ 10 เท่า

มันไม่มีมาตรฐานในการแบ่งประเภทของนินจา ไม่ว่าจะเป็น เกะนิน , จูนิน , โจนิน , กึ่งคาเงะ แม้แต่ คาเงะ เองก็จะเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมและยุคต่าง ๆ

ตัวอย่างเช่นตัว ฮิวงะ คุโรโตะ เอง ก่อนที่จะฉีดเซรุ่มกระตุ้นยีน เขาเป็นเพียงแค่นินจาที่มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับ เกะนินขั้นสูง เท่านั้น นอกจาก 3 วิชานินจาพื้นฐานและวิชากระบวนท่ามวยอ่อนแล้วเขาก็แทบจะไม่มีวิชาหรือคาถาอะไรที่เป็นประโยชน์อยู่อีกเลย

แต่ถึงอย่างนั้น หมู่บ้านก็เลื่อนระดับให้เขาเป็น จูนิน เพราะเขาได้ช่วยเหลือหมู่บ้านในสงคราม

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ยังคงมีเกณฑ์คร่าว ๆ ในการแบ่งระดับของนินจาอยู่ เช่น

นินจาที่สามารถใช้คาถานินจาระดับ E ได้ หรือมีขีดจำกัดสายเลือดจะถูกจัดให้เป็น เกะนิน

นินจาที่สามารถใช้คาถานินจาระดับ C ได้หลายคาถาจะถูกจัดให้เป็น จูนิน

นินจาที่สามารถใช้คาถานินจาระดับ B ได้หลากหลายและมีความเชี่ยวชาญในศิลปะการต่อสู้มากกว่า 1 อย่างเช่น วิชาคาถานินจา , วิชาลวงตา , วิชากระบวนท่า หรือ ขีดจำกัดสายเลือด จะถูกจัดให้เป็น โจนิน

และระดับ คาเงะ ขีดพลังของระดับนี้กว้างกว่าระดับอื่น ๆ อธิบายให้ง่ายที่สุดก็คือเลือกนินจาที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่บ้าน ดังนั้นขอบเขตพลังของระดับ คาเงะ จึงแตกต่างกันไปตามแต่ละยุค

เพราะการแบ่งระดับที่คลุมเครือเช่นนี้จึงไม่สามารถบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของแต่ละระดับได้อย่างชัดเจน ดังนั้นปริมาณจักระจึงกลายเป็นหนึ่งในตัววัดในการตัดสินความแข็งแกร่งของนินจา

ด้วยเหตุนี้ปริมาณจักระจึงกลายเป็นพื้นฐานสำคัญอย่างหนึ่งในการตัดสินความแข็งแกร่งของนินจา

แม้ว่าความแข็งแกร่งในปัจจุบันของ คุโรโตะ น่าจะอยู่ที่ระดับ เกะนินขั้นสูง แต่ปริมาณจักระของเขาก็มากกว่า จูนินขั้นพื้นฐาน ไปแล้วและกำลังก้าวไปสู่มาตรฐานของ จูนิน ปกติ

ในช่วง 3 วันของการปรับตัว คุโรโตะ แทบจะไม่สามารถใช้สายตาได้เลย

จากการสังเกตอย่างถี่ถ้วนเขาพบว่าดวงตาของเขากลายเป็นเหมือนอัญมณีคริสตัลสีฟ้าส่องประกายแวววาวน่าทึ่งและใคร ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะหลงเสน่ห์ของมันและยากที่จะควบคุมตัวเองได้

ในเวลาเดียวกันเขาก็พบว่าแม้ว่า ผนึกปักษาในกรง ยังคงมีอยู่ แต่ดูเหมือนว่ามันจะสูญเสียประสิทธิภาพไปแล้ว

แน่นอนว่า ผนึกปักษาในกรง เชื่อมต่อกับ เนตรสีขาว และเส้นประสาทสมองทั้งหมดที่เชื่อมต่ออยู่กับเนตรนั้น แต่ตอนนี้วิชาเนตรของ คุโรโตะ ไม่ใช่ เนตรสีขาว อีกต่อไปแล้ว แต่เป็น เนตรจุติ ในตำนาน ดังนั้นแม้ว่า ผนึกปักษาในกรง จะยังไม่ถูกทำลาย แต่มันก็ได้รับการแก้ไขและจะไม่ส่งผลอะไรกับเขามากนัก

ช่วงเวลาการปรับตัวให้เข้ากับ เนตรจุติ เป็นไปตามที่ คุโรโตะ คาดไว้ และไม่นานหลังจากนั้นเขาก็สามารถเห็นจักระที่คุ้นเคยซึ่งกำลังตรงเข้ามาใกล้ด่านชายแดนอย่างรวดเร็ว

โดยไม่ต้องคิด คุโรโตะ รีบเดินออกจากห้องไปดูทันที

หลังจากนั้นไม่นาน ร่างหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาที่ด่านชายแดน

ร่างนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก มิทาราชิ อังโกะ ที่ออกไปกับ โอดะ เมื่อไม่กี่วันก่อนเพื่อไปทำภารกิจพิเศษ!

ในตอนนี้ผิวของ อังโกะ ดูแย่มาก ใบหน้าของเธอแทบไม่มีสีเลือด ร่างกายของเธอเต็มไปด้วยรอยแผลต่าง ๆ ลมหายใจของเธอก็ไม่เป็นระเบียบและดูเหมือนว่าเธอจะเพิ่งจะเผชิญกับการต่อสู้ที่เฉียดตายหลายครั้ง

ด้วยสัญชาตญาณในสงคราม เมื่อ คุโรโตะ ตัดสินว่าคน ๆ นั้นคือ อังโกะ เขาก็ยื่นมือเข้าไปในกระเป๋านินจารอบเอวของเขาแล้วหยิบคุไนออกมา เนตรจุติ ที่อยู่ใต้แว่นตาก็เปล่งประกายอย่างงดงามเช่นกัน เขาตรวจจับหาว่ามีใครตามเธอมาหรือไม่

อย่างไรก็ตามหลังจากการตรวจจับดูเพียงเล็กน้อย คุโรโตะ ก็พบว่าไม่มีใครตามเธอมา เขาจึงโล่งใจและผ่อนคลายในที่สุด

ในเวลานี้นินจาคนอื่น ๆ ที่ด่านชายแดนเข้ามาช่วยกันปฐมพยาบาลให้เธอและถามเธอว่าเกิดอะไรขึ้น

คุโรโตะ เฝ้าอยู่ด้านข้างอาศัย ด้วยเนตรของเขา เขาสังเกตเห็นว่าเมื่อ นารา มิซุย ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมเห็น อังโกะ การแสดงออกที่แปลกประหลาดก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของ มิซุย ทันที มันเป็นสีหน้าที่เหมือนจะสะท้อนออกมาราวกับว่าสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น

ในขณะนี้ข้อสงสัยในใจของ คุโรโตะ ได้รับการยืนยันแล้ว

อันที่จริงเขาเคยคิดถึงความเป็นไปได้นี้มานานแล้ว แต่เขาก็ยังอยากจะปฏิเสธ แม้ว่าจะค่อนข้างแน่ใจเกี่ยวกับการคาดเดาของเขาก็ตาม

แต่ตอนนี้ข้อสงสัยของเขาได้รับการยืนยันแล้วว่าเขาต้องคอยระวังหัวหน้าทีมย่อยและหัวหน้าทีมหลักอย่าง นารา มิซุย…

ในทางกลับกัน นารา มิซุย ที่กำลังให้ความสนใจ อังโกะ ดังนั้นเขาเลยไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติของ คุโรโตะ และความรู้สึกป้องกันตัวของ คุโรโตะ

“ภารกิจเสร็จสิ้นไหม?” มิซุย ถาม อังโกะ อย่างใจเย็น

อังโกะ ตอบ มิซุย อย่างเย็นชา “พวกเราถูกซุ่มโจมตีทันทีที่ไปถึงสถานที่ทำภารกิจ มันเป็นกับดัก โอดะ เสียชีวิตคาที่ ฉันสามารถหนีกลับมาได้หลังจากซ่อนตัวอยู่ในทะเลทรายเป็นเวลา 2 วัน!”

เมื่อ มิซุย ได้ยินเช่นนี้ ใบหน้าของเขาก็ดูไม่เป็นธรรมชาติเล็กน้อย “บางทีสายลับที่เรามีอยู่ใน ซึนะ อาจจะถูกจับได้ เธอเลยถูกซุ่มโจมตี ฉันจะรายงานให้หมู่บ้านทราบ”

หลังจากพูดแค่นั้น มิซุย ก็รีบออกไปทันทีและ คุโรโตะ ก็ไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่พยุง อังโกะ กลับไปที่ห้องของเธออย่างเงียบ ๆ

ทันทีที่พวกเขาเข้าไปในห้องของ อังโกะ จู่ ๆ เธอก็ถาม คุโรโตะ ว่า “พวกเราถูกหมู่บ้านทิ้งแล้วใช้ไหม?”

เห็นได้ชัดว่า อังโกะ ไม่ได้โง่ ภารกิจที่ถูกเรียกว่าภารกิจพิเศษในครั้งนี้เต็มไปด้วยช่องโหว่และเธอก็สังเกตเห็นมันโดยธรรมชาติ

คุโรโตะ ช่วย อังโกะ ทำแผลและพูดว่า “อย่าคิดมากเลย มันเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดความผิดพลาดขึ้นระหว่างทำภารกิจ อีกอย่างเธอก็ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์นิ ดังนั้นอย่ากังวลมากไปนักเลย ตอนนี้ทำใจให้สบาย ๆ แล้วรอให้หายดีก่อน” คุโรโตะ รู้ดีว่าคำพูดเหล่านี้คือคำหลอกลวง แต่นั่นคือทั้งหมดที่เขาพูดได้เพื่อปลอบใจเธอ

เมื่อได้ยินคำพูดของ คุโรโตะ อังโกะ ก็ไม่ได้พูดอะไร

หลังจากจัดการกับอาการบาดเจ็บของ อังโกะ และยืนยันอีกครั้งว่าไม่มีศัตรูเข้ามาใกล้ด่านชายแดนแล้ว คุโรโตะ ก็กลับไปที่ห้องของเขา

ทันทีที่เขานอนลงบนเตียงสีหน้าของเขาก็มืดมน เขากัดฟันด้วยกำลังทั้งหมดและพึมพำด้วยความหงุดหงิด

“พวกเขาทำกับเราแบบนี้ได้ยังไง? พวกเขากล้าทำแบบนี้ได้ยังไง?!”

จบบทที่ Chapter 6 : กับดัก

คัดลอกลิงก์แล้ว