เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 4 : ด่านชายแดน

Chapter 4 : ด่านชายแดน

Chapter 4 : ด่านชายแดน


1 สัปดาห์ต่อมา

ที่ทางเข้าหลักของหมู่บ้าน

เด็กสาวกำลังจัดของให้ คุโรโตะ อย่างระมัดระวัง

จากดวงตาที่เป็นเอกลักษณ์ของหญิงสาวคนนี้สามารถบอกได้ทันทีว่าเธอเป็นสมาชิกของตระกูล ฮิวงะ และดูจากรูปร่างของเธอ เธอก็น่าจะมีอายุใกล้เคียงกับ คุโรโตะ

คิ้วของหญิงสาวขมวดแน่น บ่งบอกว่าเธอดูกังวลเกี่ยวกับบางสิ่ง

คุโรโตะ มองไปที่หน้าผาหิน โฮคาเงะ ที่อยู่ห่างไกล แล้วยิ้มก่อนที่จะพูดว่า “ไม่ต้องห่วง ฉันแค่ไปลาดตระเวนเอง ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่สงบสุขแบบนี้”

หญิงสาว พยักหน้าเล็กน้อยจากนั้นก็หยิบแว่นกันลมอันใหม่ออกจากกระเป๋าคาดเอวและส่งให้ คุโรโตะ

คุโรโตะ มองไปที่หญิงสาวและไม่ได้พูดอะไรมาก เขาเพียงแค่ใส่แว่นตาลงในกระเป๋าคาดเอวของเขา

ในความเป็นจริงตั้งแต่อายุยังน้อย คุโรโตะ ก็สวมแว่นตาแบบเดียวกับ โอบิโตะ เว้นแต่ว่าแว่นตาของเขานั้นมีเลนส์สีเข้มกว่าซึ่งเหมือนกับแว่นกันแดด

จุดประสงค์ของเขาที่เขาใส่แว่นแบบนี้ ไม่เพียงแต่เพื่อปกป้องดวงตาของเขาเท่านั้น แต่มันยังสามารถซ่อนตัวตนของเขาในฐานะคนของ ตระกูลฮิวงะ ในสนามรบเพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าของนินจาตรวจจับได้อีกด้วย

อีกเหตุผลหนึ่งก็คือเพื่อปกปิดดวงตา เนตรจุติ ที่จะตื่นขึ้นในอนาคต ท้ายที่สุดแล้วในแง่ของรูปลักษณ์ เนตรสีขาว กับ เนตรจุติ ก็แตกต่างกันมาก

ไม่ต้องสงสัยว่าหญิงสาวเป็นกังวลกับเลนส์แว่นตาเก่าของเขา มันอาจจะร้าวหรือแตกและมันก็คงเป็นเรื่องยากมากสำหรับเขาที่จะซื้อใหม่ได้ในขณะที่ลาดตระเวนใน แคว้นแห่งไฟ เธอจึงซื้ออันใหม่ให้ คุโรโตะ เผื่อเอาไว้

ณ จุดนี้ นินจาวัยกลางคนที่อยู่ไม่ไกลก็โบกมือและส่งสัญญาณให้ทุกคนทราบ “หมดเวลาแล้ว เรากำลังจะออกเดินทาง”

เมื่อได้ยินแบบนี้เขาก็ตบไหล่หญิงสาวเบา ๆ “ยูอิ ฉันไปก่อนนะ ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวฉันก็กลับมาแล้ว”

ผู้หญิงคนนี้มีชื่อว่า ฮิวงะ ยูอิ

แม้ว่าเธอจะพยักหน้ารับคำพูดของ คุโรโตะ แต่ใบหน้าของเธอก็แสดงถึงความกังวลออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน

ในที่สุด ยูอิ ก็มองไปที่หน้าผาหิน โฮคาเงะ ที่สุดปลายของหมู่บ้านแล้วเดินกลับไปที่ บ้านตระกูลฮิวงะ

ครั้งนี้ โคโนฮะ ได้สูญเสียเสาหลักที่แข็งแรงของหมู่บ้านไปอีกครั้ง

โอโรจิมารุ ถอนตัวออกจากหมู่บ้าน และ จิไรยะ ที่เป็น 1 ใน 3 นินจาแห่งโคโนฮะ อีกคนก็เป็นผู้รับผิดชอบในการตามหาร่องรอยของเขา ดังนั้นตอนนี้ 3 นินจาแห่งโคโนฮะ ที่ถือได้ว่าเป็นกระดูกสันหลังของหมู่บ้านใน มหาสงครามโลกนินจาครั้งที่ 2 ไม่มีใครอยู่ในหมู่บ้านเลยแม้แต่คนเดียว นั่นแสดงให้เห็นว่า โคโนฮะ ในตอนนี้อ่อนกำลังลงเป็นอย่างมาก!

แม้ว่าตอนนี้ โอโรจิมารุ จะไม่มีหมู่บ้านคอยหนุนหลัง แต่เขาก็กำจัดข้อจำกัดของหมู่บ้านได้ด้วยเช่นกัน

แน่นอนว่าผู้ที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็คือ ชิมูระ ดันโซ อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะในขณะที่เขาได้กองกำลังส่วนใหญ่ที่ภักดีต่อ โอโรจิมารุ เข้าไปเป็นหน่วยรากแล้ว ขณะเดียวกันเขาก็อาจจะได้ผลการทดลองบางอย่างของ โอโรจิมารุ ที่เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ไปด้วย นั่นทำให้ คุโรโตะ คิดว่า ดันโซ น่าจะเริ่มเตรียมการบางอย่างเพื่อปลูกถ่าย เนตรวงแหวน และเซลล์ของ ฮาชิรามะ ให้กับตัวเองแล้ว

แต่ความสูญเสียและผลประโยชน์ทั้งหมดนี้ไม่ได้มีความสำคัญมากสำหรับ คุโรโตะ ในตอนนี้

สภาหมู่บ้านได้ลงมติที่จะส่งนินจาทั้งหมดที่เคยเกี่ยวข้องกับ โอโรจิมารุ และไม่ยอมเข้าร่วมกันหน่วยรากอย่าง คุโรโตะ ให้ไปประจำอยู่ที่พรมแดนของแคว้นแทน

พูดง่าย ๆ ว่าพวกเขาตั้งใจจะส่งนินจาเหล่านี้ออกจากหมู่บ้าน ส่วนจุดประสงค์ของการทำแบบนั้นคืออะไร คุโรโตะ ยังไม่รู้แน่ชัด

เมื่อมองไปที่หัวหน้าทีม คุโรโตะ ก็เหลือบมองไปที่สมาชิกคนอื่น ๆ ในทีมปัจจุบันของเขา

เมื่อรวมเขาแล้วก็มีนินจาทั้งหมด 12 คน และถูกแบ่งออกเป็นทีมย่อยทั้งหมด 3 ทีม โดยแต่ละทีมจะมีหัวหน้าทีมเป็นผู้นำ สิ่งหนึ่งที่ควรสังเกตคือผู้นำทีมทั้งหมดไม่ได้เป็นนินจาที่เคยอยู่ใต้บังคับบัญชาของ โอโรจิมารุ ในขณะที่สมาชิกทีมอีก 9 คนเคยอยู่ใต้อำนาจของ โอโรจิมารุ

การรวมทีมครั้งนี้ทำให้ คุโรโตะ ค่อนข้างตื่นตัวเกี่ยวกับสิ่งที่เขาอาจต้องเผชิญในงานนี้?

ปลายทางของการเดินทางของทีมนี้คือด่านชายแดนที่แยกระหว่าง แคว้นแห่งไฟ และ แคว้นแห่งลม

ทันทีที่เขาออกจากหมู่บ้าน ประสาทสัมผัสของเขาก็ตื่นตัวเต็มที่ราวกับว่าเขายืนอยู่ในเขตสงคราม

ไม่ใช่ว่าเขาระวังตัวมากเกินไปหรืออะไร แต่เป็นเพราะบทเรียนที่ลึกซึ้งที่เขาได้เรียนรู้มาเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ตอนที่เขาถูกโจมตีห่างจากหมู่บ้านไปไม่ถึง 10 ไมล์ หากไม่ใช่เพราะทีมช่วยเหลือจากหมู่บ้านมาถึงได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นเขาคงจะถูกฝังไว้ใต้พื้นดินลึก 6 ฟุตแล้ว

สงครามนินจาที่โหดร้ายได้สอนหลายสิ่งหลายอย่างให้กับ คุโรโตะ และนิสัยเหล่านี้ยากที่จะเปลี่ยนแปลงแม้ว่าสงครามจะจบลงแล้วก็ตาม

และ คุโรโตะ ไม่ได้เป็นคนเดียวที่ระวังตัวมากแบบนี้ นินจาคนอื่น ๆ ในทีมก็เปิดประสาทสัมผัสอย่างเต็มที่ทันทีเมื่อออกจากหมู่บ้านเช่นกัน

คุโรโตะ เหลือบมองร่างที่เดินอยู่ท้ายทีมและถอนหายใจเล็กน้อย

คนคนนั้นก็คือ มิทาราชิ อังโกะ หากจะมีใครใน หมู่บ้านโคโนฮะ ที่ไม่เชื่อว่า โอโรจิมารุ เป็นนินจาถอนตัวก็คงจะเป็นเธออย่างไม่ต้องสงสัย

ก่อนหน้านี้หลายคนคิดว่าเธอจะได้เป็นเสาหลักของหมู่บ้านในอนาคต แต่เพียงชั่วข้ามคืนเธอก็กลายเป็นนักโทษเพราะเธอเป็นศิษย์ของ โอโรจิมารุ หลังจากถูกคุมขังเป็นเวลานานเธอก็ถูกส่งตัวไปยังชายแดนพร้อมกับ คุโรโตะ ซึ่งอยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางอำนาจของหมู่บ้านโดยสิ้นเชิง

จากดวงตาที่กลวงโบ๋และการแสดงออกที่เฉื่อยชาของเธอ มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะสรุปได้ว่าเธอยังไม่สามารถยอมรับได้ว่าอาจารย์ของเธอซึ่งเป็น 1 ใน 3 นินจาแห่งโคโนฮะ ได้แปรพักตร์ไปจากหมู่บ้านแล้วจริงๆ

เธอศรัทธาในตัวอาจารย์ของเธอและมันก็พังทลายลงซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่อาจเรียกคืนได้ในชีวิตของเธอ

โคโรโตะ มองไปที่นินจาคนอื่น ๆ ในทีมอย่างใกล้ชิด

ในทีม มีเพียงหัวหน้าทีมคนเดียวเท่านั้นที่เป็น โจนิน ในขณะที่อีก 11 คนที่เหลือรวมถึง ฮิวงะ คุโรโตะ และ มิทาราชิ ฮังโกะ เป็น จูนิน ถือได้ว่าทีมนี้มีความแข็งแกร่งโดยรวมค่อนข้างสูง ตราบใดที่พวกเขาไม่เจอกับทีมซุ่มโจมตีที่มี โจนิน หลายคน ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก พวกเขาก็จะไม่เป็นอะไร

นอกจากนี้ตอนนี้สงครามก็เพิ่งสิ้นสุดลง ดังนั้นความน่าจะเป็นที่นินจาศัตรูจะปรากฏตัวใน แคว้นแห่งไฟ จึงมีน้อยมาก

ตามที่ คุโรโตะ คาดไว้ ทีมเดินทางมาถึงชายแดนได้อย่างปลอดภัยโดยไม่มีปัญหาอะไรระหว่างทาง

หลังจากมาถึงด่านชายแดน สมาชิกทีมทั้ง 12 คนก็ถูกแยกออกเป็น 3 ทีมอย่างเป็นทางการ ทีมของ คุโรโตะ ประกอบไปได้ ฮิวงะ คุโรโตะ , มิทาราชิ อังโกะ และ อินุซึกะ โอดะ

ที่จริงแล้ว แคว้นแห่งไฟ และ แคว้นแห่งลม ไม่ได้มีพรมแดนติดกัน มันมีแคว้นเล็ก ๆ อย่าง แคว้นแห่งฝน ขั้นกลางอยู่

ด่านชายแดนที่ คุโรโตะ ประจำอยู่เป็นด่านที่รับผิดชอบในการปกป้องชายแดนประมาณ 40 ไมล์ ฝั่งหนึ่งของด่านคือขอบป่า และอีกฝั่งหนึ่งคือทะเลทรายที่ไม่มีที่สิ้นสุด

ตอนนี้ คุโรโตะ จะต้องใช้ชีวิตที่น่าเบื่อไปกับการตระเวนในทะเลทราย

……………………………..

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เวลาผ่านไป 2 เดือนในพริบตา

ที่ด่านชายแดนนี้ ข่าวทั้งหมดของหมู่บ้านถูกตัดขาด ตอนนี้ คุโรโตะ โดดเดี่ยวอยู่ที่ชายแดนทะเลทรายโดยมีเพียงภารกิจประจำวันอย่างการลาดตระเวนหรือรักษาความปลอดภัยเท่านั้น นอกนั้นก็เป็นเวลาว่างตลอดทั้งวัน

ในช่วงเวลานี้เขารู้สึกได้ว่าหัวหน้าทีมที่เป็น โจนิน กำลังจับตาดูสมาชิกทั้ง 9 คนที่เคยเป็นลูกน้องของ โอโรจิมารุ มาก่อนอยู่ ดังนั้น คุโรโตะ จึงยังไม่ทำอะไรที่จะนำปัญหามาสู่ตัวเขาได้

เขาได้แต่คิดว่าการจับตาดูนี้จะคงอยู่ไม่นานนัก

แม้แต่ โคโนฮะ เองก็ไม่สามารถจับตาดูนินจานับร้อยได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ดังนั้นจึงต้องมีระยะเวลาในการเฝ้าติดตาม

และไม่นานหลังจากนั้น หมู่บ้านก็ส่ง จูนิน อีก 3 คนมาแทนหัวหน้าทีมใหญ่และหัวหน้าทีมย่อย

ตอนแรก คุโรโตะ คิดว่าหมู่บ้านคงจะเลิกจับตาดูพวกเขาแล้ว แต่หลังจากการวิเคราะห์เพิ่มเติมเกี่ยวกับนินจาทั้ง 3 คนที่เพิ่งมาถึงเขาก็สรุปได้ว่าทั้ง 3 คนนี้มีทักษะสูงมากและทั้ง 3 ก็มีจิตสังหารที่โหดเหี้ยมอยู่รอบตัว!

‘สามคนนี้ไม่ใช่ จูนิน ธรรมดา ๆ แน่นอน’

คุโรโตะ คิดว่าพวกเขาน่าจะเป็นหน่วยลับภายใต้คำสั่งของ โฮคาเงะ หรือไม่ก็อาจจะเป็นหน่วยรากภายใต้คำสั่งของ ดันโซ

‘แค่ด่านชายแดนธรรมดา ๆ แบบนี้ ต้องใช้หน่วยลับถึง 3 คนเลยเหรอ?’

ที่จริงคำตอบของคำถามก็น่าจะชัดเจนอยู่แล้ว คุโรโตะ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่หมู่บ้านในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา แต่เขาก็คิดว่าอันตรายใกล้เข้ามาแล้ว

เวลาไม่รอท่า

ไม่มีเวลาอีกต่อไปแล้ว แผนการปลุก เนตรจุติ ของเขาต้องเริ่มต้นขึ้นทันที...

จบบทที่ Chapter 4 : ด่านชายแดน

คัดลอกลิงก์แล้ว