- หน้าแรก
- ต้าถัง: ความสามารถอันไร้เทียมทานของข้าถูกเปิดเผยเสียแล้ว
- บทที่ 885 - ไปพบฮ่องเต้เถิด
บทที่ 885 - ไปพบฮ่องเต้เถิด
บทที่ 885 - ไปพบฮ่องเต้เถิด
บทที่ 885 - ไปพบฮ่องเต้เถิด
เมื่อหลี่เค่อมีโอกาสอธิบาย เขาก็ไม่กล้าปิดบังแม้แต่น้อย เล่าความคิดของตัวเองให้จางซุนฮองเฮาฟังอย่างตรงไปตรงมาไม่มีหมกเม็ด
เขาเข้าใจแล้ว อย่าเห็นว่าเขาถือว่ายอดเยี่ยมในหมู่คนรุ่นเดียวกัน แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับจางซุนฮองเฮาที่เอาจริงขึ้นมา ลูกไม้ตื้นๆ ของเขาไม่มีประโยชน์เลย
เพราะเมื่อมาถึงระดับนี้ ผู้ยิ่งใหญ่เขาแยกแยะแต่ผลประโยชน์ เจ้าคุกคามตำแหน่งรัชทายาทของลูกข้า งั้นไม่ว่าเมื่อก่อนจะทำดีกับเจ้าแค่ไหน ตอนนี้เจ้าก็ไปตายซะ
หลี่เค่อในยามนี้ ไหนเลยจะมีท่าทีองอาจผ่าเผยเหมือนตอนเช้า เขาคิดแค่ว่า มารดาเถอะ เล่นจนได้เรื่องแล้ว!
เขารู้สึกสมองอื้ออึง คิดแต่จะให้ฉากนี้ผ่านพ้นไปเร็วๆ เรื่องอิสระอะไรนั่นตอนนี้เขาไม่มีกะจิตกะใจจะคิดแล้ว ฉากเมื่อเช้านี้เกือบทำให้เขาตกใจตาย เขาเสียใจสุดซึ้งที่สมองมีปัญหาถึงได้ชวนคนอื่นมาหาเรื่องเปิดอกคุยกับเสด็จแม่
แต่ตอนนี้เสียใจไปก็เปล่าประโยชน์ พวกเขามาถึงขั้นนี้แล้ว เปิดไพ่ก็เปิดแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของจางซุนฮองเฮา
หลี่ไท่ตอนนี้ขาก็สั่นพั่บๆ เขาเสียใจที่สุด มารดาเถอะ ทำไมถึงได้หุนหันพลันแล่นเชื่อฟังหลี่เค่อ วิ่งมาเรียกร้องอิสรภาพบ้าบออะไร
เห็นๆ อยู่ว่านี่แม่บังเกิดเกล้าของเขา เขาแอบมาคุยส่วนตัวก่อนก็ได้ ดันมาทำแบบนี้เหมือนบีบบังคับ นี่มันจงใจยั่วโมโหแม่ชัดๆ
คิดดูสิ ปกติเขาก็เป็นคนฉลาดคนหนึ่ง ไม่รู้ทำไมถึงหลงกลหลี่เค่อได้ ไม่น่าเลยจริงๆ แต่ยังดี สถานการณ์เลวร้ายที่สุดยังไม่เกิดขึ้น ที่เหลือก็แล้วแต่บุญแต่กรรม
จางซุนฮองเฮาฟังคำอธิบายของหลี่เค่อเงียบๆ แล้วหันไปมององค์ชายคนอื่นๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย กล่าวเสียงขรึมว่า
"ชิงเชว่ หลี่โย่ว หลี่อิน พวกเจ้าก็คิดเช่นนี้หรือ?"
คนที่ถูกเรียกชื่อ ตอนนี้ยังมีทางถอยที่ไหน? ก็ต้องกัดฟันพยักหน้ารับสิ!
จางซุนฮองเฮามองดูเจ้าลูกลิงที่ยังหมอบอยู่กับพื้นตัวสั่นงันงกเหมือนลูกนกกระทา แล้วจู่ๆ ก็พูดประโยคที่ทำให้ทุกคนตกใจ
"เฉิงเฉียน เจ้าคิดอย่างไรกับความคิดของน้องๆ เหล่านี้?"
เจ้าลูกลิงที่เพิ่งจะหมอบเป็นเต่าหดหัว พอได้ยินชื่อเฉิงเฉียน ก็เงยหน้าขึ้นมองทันที แล้วพวกเขาก็พบว่า ที่แท้หลี่เฉิงเฉียนมายืนอยู่ที่หน้าประตูตำหนักตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ กระทั่งพวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหลี่เฉิงเฉียนมานานแค่ไหนแล้ว
เจ้าลูกลิงพวกนี้ตกใจในใจ ไม่รู้ว่าพี่ใหญ่ที่อำนาจมากขึ้นเรื่อยๆ และเก่งกาจขึ้นเรื่อยๆ คนนี้ จะมองพวกเขาอย่างไร
ขณะเดียวกัน พวกเขาก็แอบกังวลในใจ จางซุนฮองเฮาถามความเห็นของหลี่เฉิงเฉียน นี่จะทำอะไร? หรือว่าจะส่งตัวพวกเขาให้พี่ใหญ่จัดการ?
แต่ไม่รอให้พวกเขาคิดมาก หลี่เฉิงเฉียนเดินเข้ามาแล้วโค้งคำนับอย่างเรียบร้อย
"เสด็จแม่ ลูกเห็นว่า การที่น้องๆ มีความคิดของตัวเองเป็นเรื่องดี เราเกิดมาในราชวงศ์ ไม่ควรใช้ชีวิตอย่างไร้ค่า น้องๆ อยากจะสร้างผลงานในด้านอื่น ลูกเห็นว่าก็นับเป็นการสร้างชื่อเสียงให้ราชวงศ์เราเหมือนกัน!"
คำตอบของหลี่เฉิงเฉียนทำให้จางซุนฮองเฮาไม่พอใจเล็กน้อย เป็นไง แม่เจ้าอุตส่าห์ขวางเจ้าลูกลิงพวกนี้ให้แทบตาย เจ้ายังไม่พอใจอีก? อยากจะปล่อยพวกเขาเป็นอิสระขนาดนั้นเชียว?
"เฉิงเฉียน แล้วถ้าพวกเขาได้แตะต้องอำนาจทหาร หรือโดดเด่นในบางวงการ ตำแหน่งรัชทายาทของเจ้าจะทำอย่างไร?"
พอคำพูดนี้หลุดออกมา เจ้าลูกลิงที่คุกเข่าอยู่ข้างล่างก็หูผึ่ง แอบมองหลี่เฉิงเฉียน พวกเขารู้ดีว่า นี่คือสิ่งที่จางซุนฮองเฮากังวลที่สุด
แต่หลี่เฉิงเฉียนได้ยินคำพูดของจางซุนฮองเฮาแล้วไม่เพียงไม่ตื่นตระหนก กลับยิ้มบางๆ ยืดตัวตรงแล้วกล่าวเสียงขรึมว่า
"เสด็จแม่ ลูกในฐานะบุตรชายคนโต ได้รับความไว้วางใจจากเสด็จพ่อแต่งตั้งเป็นรัชทายาท ตำแหน่งรัชทายาทเป็นของลูกโดยกำเนิด ส่วนวันข้างหน้า ในสายตาลูก สิ่งที่เป็นของลูก ย่อมต้องเป็นของลูก นอกจากเสด็จพ่อและเสด็จแม่ ใครก็เอาไปไม่ได้! และลูกก็จะใช้การกระทำพิสูจน์ให้เห็นว่า เสด็จพ่อ เสด็จแม่ และท่านอาจารย์ มองลูกไม่ผิดอย่างแน่นอน!"
ต้องยอมรับว่า การฝึกฝนหลายปีทำให้หลี่เฉิงเฉียนมั่นใจขึ้นมาก เด็กหนุ่มผู้เรียบร้อยในอดีตคงพูดวาจาห้าวหาญเช่นนี้ไม่ออก
แต่จางซุนฮองเฮากลับยิ้มออกมาด้วยความดีใจ!
ทำได้ดี! ลูกของข้าต้องยอดเยี่ยมและมั่นใจแบบนี้สิ!
"เอาล่ะ ในเมื่อเจ้าเองยังไม่ถือสา แม่ก็ขี้เกียจจะยุ่งเรื่องของพวกเจ้าแล้ว แต่ทว่า หลี่เค่อ หลี่ไท่ และหลี่โย่ว หลี่อิน พวกเจ้าอยากจะไม่ไปครองแคว้นแล้วหันไปพัฒนาในด้านอื่น เรื่องแบบนี้แม่ตัดสินใจไม่ได้!"
"เพราะพวกเจ้าก็รู้ เรื่องแบบนี้ถ้าเริ่มขึ้นแล้วจะไม่จำกัดอยู่แค่พวกเจ้า จะส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อราชวงศ์ทั้งหมด ดังนั้นเรื่องแบบนี้ มีแต่เสด็จพ่อของพวกเจ้าเท่านั้นที่ตัดสินใจได้ แม้แต่เสด็จอาอ๋องฉินของพวกเจ้าก็ทำได้แค่ให้คำแนะนำอยู่ข้างๆ เผลอๆ แม่คิดว่าด้วยนิสัยของเสด็จอาอ๋องฉิน อาจจะไม่ยอมให้คำแนะนำด้วยซ้ำ!"
พูดถึงตรงนี้ จางซุนฮองเฮาก็อดหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ แล้วกล่าวต่อ
"ถ้าพวกเจ้าโชคดี เสด็จอาอ๋องฉินยอมพูดช่วยสักสองสามประโยค หรือให้คำแนะนำสักหน่อย ไม่แน่ว่าพวกเจ้าอาจจะกล่อมเสด็จพ่อสำเร็จก็ได้"
ได้ยินถึงตรงนี้ เจ้าลูกลิงที่หมอบอยู่ข้างล่างก็ถอนหายใจโล่งอก แม่เจ้าโว้ย ขวัญแทบจะกระเจิง ในที่สุดก็บรรลุเป้าหมาย ต่อไปตีให้ตายก็ไม่ทำเรื่องเสี่ยงแบบนี้อีกแล้ว น่ากลัวเกินไปแล้ว
แต่คำพูดของจางซุนฮองเฮายังไม่จบ เนื้อหาที่สำคัญที่สุดจริงๆ อยู่ข้างหลังต่างหาก
"แต่ทว่า ในเมื่อพวกเจ้ามาพูดเรื่องนี้กับแม่แล้ว พวกเจ้าก็ต้องไปพบเสด็จพ่อที่สนามรบสักครั้ง เรื่องเหล่านี้ ไม่สามารถบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร และยิ่งให้คนอื่นไปบอกแทนไม่ได้ ดังนั้นมีแต่ต้องให้พวกเจ้าไปเอง!"
"แน่นอนว่า ถ้าพวกเจ้าไม่เต็มใจ ก็ถือว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น เมื่อก่อนอยู่ยังไงต่อไปก็อยู่อย่างนั้น พวกเจ้าเห็นว่าอย่างไร? จะไปหรือไม่?"
เหล่ามังกรน้อยมองหน้ากัน แล้วพยักหน้าพร้อมกันแทบจะทันที จากนั้นหลี่เค่อในฐานะตัวแทนก็เอ่ยปากว่า
"เสด็จแม่ ลูกยินดีไปพบและอธิบายกับเสด็จพ่อต่อหน้า ลูกไม่อยากทิ้งโอกาสนี้จริงๆ ต่อให้โอกาสริบหรี่ลูกก็อยากลองดูสักตั้งพะยะค่ะ!"
จางซุนฮองเฮาพยักหน้า ไม่ได้บอกว่าสนับสนุนหรือคัดค้าน เพียงแค่เห็นชอบกับเรื่องนี้ เพราะในฐานะฮองเฮา ในเมื่อบอกว่าเรื่องนี้นางตัดสินใจไม่ได้ นางย่อมไม่พูดมากความ