- หน้าแรก
- ต้าถัง: ความสามารถอันไร้เทียมทานของข้าถูกเปิดเผยเสียแล้ว
- บทที่ 855 - ตลาดที่ร้อนแรง
บทที่ 855 - ตลาดที่ร้อนแรง
บทที่ 855 - ตลาดที่ร้อนแรง
บทที่ 855 - ตลาดที่ร้อนแรง
เช้าวันนี้ ไม่ใช่แค่เฒ่าอู๋ที่ได้ยืด พนักงานส่งหนังสือพิมพ์แทบทุกคนต่างก็ส่งหนังสือพิมพ์ไปยืดไปตลอดทาง ในฐานะเจ้าถิ่นที่ปักหลักอยู่ในเขตชุมชนมาหลายปี พวกเขาคุ้นเคยกับผู้คนเหล่านี้เกินไปแล้ว
พอคุ้นเคยกัน เรื่องบางเรื่องก็ไม่ได้บ่ายเบี่ยงกันง่ายๆ วันปกติเจ้าทำยอดบอกรับสมาชิกไม่ถึง เพื่อนบ้านเหล่านี้ก็ล้วนช่วยกันอุดหนุน ตอนนี้เจ้ามีของดีแล้ว จะบอกว่าไม่มีเวลาแนะนำสักหน่อยเชียวหรือ
ด้วยเหตุนี้ วันนี้พนักงานส่งหนังสือพิมพ์ของสำนักพิมพ์ต้าถังเกือบทั้งหมดจึงส่งหนังสือพิมพ์เสร็จช้ากว่าปกติ
แต่เรื่องแบบนี้สำหรับจางนั่วแล้วถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่ง สิ่งที่เรียกว่าการตลาด ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคือลูกค้าวิ่งไล่ตามมาขอซื้อเอง นี่มันร้ายกาจยิ่งกว่าโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมอะไรเสียอีก
ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ อย่างน้อยการเริ่มต้นก็ถือว่าสวยงามทีเดียว
น่าเสียดายที่แม้แต่จางนั่วก็ยังประเมินความกระตือรือร้นของราษฎรต้าถังต่ำเกินไป การส่งหนังสือพิมพ์เมื่อเช้าตรู่ อาจจะทำให้คนจำนวนไม่น้อยได้เห็นของสิ่งนี้จริง
แต่ถึงอย่างไรก็เป็นเช้าตรู่ คนยุ่งกับการไปทำงาน ยุ่งกับการเปิดร้านทำมาค้าขาย ทุกคนมีเรื่องต้องทำมากมาย ไม่มีเวลามาทำความเข้าใจเรื่องพวกนี้
แต่พอถึงช่วงเที่ยง เมื่อพนักงานส่งหนังสือพิมพ์ทำงานเสร็จและเริ่มไปทำธุระส่วนตัว พวกเขาแทบจะพร้อมใจกันเลือกขี่จักรยานออกไป
เอาเถอะ ลำพังในเมืองฉางอันก็มีพนักงานส่งหนังสือพิมพ์กว่าร้อยคน พอคนร้อยกว่าคนนี้ขี่จักรยานร่อนไปทั่วเมือง บรรยากาศของทั้งเมืองก็ถูกจุดระเบิดขึ้นในทันที
เด็กๆ หัวเราะร่าวิ่งไล่ตามจักรยาน ผู้ใหญ่ยืนชี้ชวนกันดูจักรยานที่วิ่งผ่านไปอยู่ข้างถนน คนรู้จักถึงกับตะโกนเรียกให้จอดเพื่อสอบถามกันตรงๆ
หากบอกว่าการส่งของเมื่อเช้าเป็นเพียงสะเก็ดไฟที่ถูกจุดขึ้น ตอนนี้ก็เหมือนกับการเทน้ำลงในกระทะน้ำมันเดือดแล้ว
ทั่วทั้งเมืองฉางอันเดือดพล่านขึ้นมาทันที!
อย่างที่เคยบอก คนเราไม่ได้โง่ เมื่อมีของดีปรากฏขึ้นจริง เป็นอย่างไรมองปราดเดียวก็รู้ โดยเฉพาะเมื่อของสิ่งนี้ถูกใช้โดยคนใกล้ตัวที่คุ้นเคย ก็ยิ่งสืบสาวราวเรื่องได้ง่ายขึ้น
ดังนั้น เพียงผ่านไปแค่วันเดียว พอถึงเช้าวันรุ่งขึ้น ราษฎรต้าถังผู้หูตากว้างไกลก็หาพิกัดร้านจักรยานเฟิ่งหวงทั้งสองแห่งที่เปิดในเมืองหลานเถียนและเมืองฉางอันจนเจอ
มารดาเถอะ ตอนเช้าตื่นมาเปิดประตูร้าน เสมียนในร้านแทบนึกว่ามีคนจะมาปล้น ฝูงชนดำมืดอัดแน่นปิดหน้าร้านจนมิด พอเปิดบานประตูออกก็ก้มหน้าก้มตาพุ่งเข้ามาข้างใน ชนิดที่ขวางก็ขวางไม่อยู่
ความจริงแล้วการขายจักรยานล็อตนี้ไม่อยู่ในแผนของจางนั่ว เดิมทีเขาตั้งใจจะทำธุรกิจกับสำนักพิมพ์ต้าถังและกองทัพให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยทุ่มเทขายสู่สังคมภายนอก
แน่นอนว่า ไม่ใช่ว่าตอนแรกจะทำแต่ธุรกิจกับสองที่นั้น แต่ทรัพยากรจะเทไปทางนั้นมากกว่า เพราะกำลังการผลิตของโรงงานในปัจจุบันมีจำกัดจริงๆ
แต่ที่คิดไม่ถึงคือ ผลของการโปรโมททางนี้กลับเกินความคาดหมายของเขาไปไกลลิบ และก็โทษจางนั่วด้วยที่ไม่ได้กำชับพนักงานขายเหล่านั้นให้ดี พอพวกเขาเห็นคนที่พุ่งเข้ามาไม่ใช่โจรแต่เป็นคนมาซื้อของ ดวงตาก็ลุกวาวเป็นสีเขียวทันที ต้องรู้ว่าเงินรางวัลของพวกเขาผูกติดกับยอดขายนะ
คนเหล่านี้แทบไม่มีใครต่อราคา ตั๋วเงินของธนาคารหลวงต้าถังถูกตบลงบนเคาน์เตอร์ แล้วหิ้วรถเดินออกไป ท่าทางราวกับว่าถ้าไม่ไปตอนนี้เดี๋ยวจะไม่ได้ไป
พนักงานขายในตอนนั้นเห็นยอดขายถล่มทลาย จะไปสนเรื่องอื่นได้ที่ไหน ในโซนโชว์ของหมดก็ไปขนจากโกดัง โกดังของหมดก็ไปเบิกจากเขตโรงงาน เขตโรงงานไม่มีของก็ไปเร่งเอาจากเขตผลิต
เอาเถอะ เพียงแค่เวลาเช้าครึ่งวัน จักรยานสี่พันคันที่เพิ่งผลิตออกมาและเก็บไว้ในสต็อกของโรงงานจักรยาน ก็ถูกขายเกลี้ยงอย่างงงๆ
ตอนจางนั่วรู้ข่าวนี้ถึงกับมึนตึ้บ บัดซบ ขายให้ข้าจนเกลี้ยง แล้วคำสั่งซื้อของสำนักพิมพ์ต้าถังในพื้นที่อื่นจะทำอย่างไร? แล้วคำสั่งซื้อของกองทัพจะทำอย่างไร? นี่รับเงินมัดจำเขามาแล้วนะโว้ย!
จางนั่วไม่มีเวลาพูดพร่ำทำเพลง ยัดข้าวเข้าปากส่งๆ เพื่อรองท้อง แล้วลากเฉาซิ่งรีบบึ่งไปที่โรงงานทันที
พอเข้าไปก็เห็นผู้ถือหุ้นแต่ละคนกำลังยิ้มหน้าบานแสดงความยินดีต่อกัน คาดว่าพวกเขาก็เพิ่งได้รับข่าว เลยรีบวิ่งมาดูสถานการณ์ แล้วมายืนยิ้มแป้นกันอยู่ตรงนี้
จางนั่วเห็นคนกลุ่มนี้ยังมายืนยิ้มหน้าโง่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ก็โกรธจนควันออกหู
"หัวเราะกับผีอะไร พวกเรากำลังจะต้องชดใช้ค่าเสียหายแล้วรู้ตัวหรือไม่?"
ทุกคนได้ยินวาจาของจางนั่วก็ชะงัก หมายความว่าอย่างไร? ไม่ใช่ว่าเพิ่งขายจักรยานที่ผลิตออกมาช่วงนี้ไปจนหมดหรือ เงินก็เข้าบัญชีโรงงานแล้ว ทุกคนก็ตรวจสอบแล้วว่าไม่ขาดนี่นา
มีเพียงผู้ถือหุ้นที่รับผิดชอบการบริหารโรงงานที่ฉุกคิดขึ้นได้ในทันที บัดซบ โรงงานยังรับคำสั่งซื้อใหญ่อีกสองรายการไว้นี่หว่า แบบนี้ดูท่าจะส่งของไม่ทันกำหนดแล้วสิ!
พอนึกถึงตรงนี้หน้าเขาก็ซีดเผือด เขาเป็นคนรับผิดชอบการบริหารโรงงานทั้งหมด เมื่อเกิดปัญหาใหญ่ขนาดนี้ เขาต้องเป็นคนรับผิดชอบ
เพราะการเบิกของจากโกดัง ถ้าเขาไม่เซ็นชื่อย่อมปล่อยผ่านไม่ได้เด็ดขาด แต่เขากลับปล่อยของที่ควรจะเก็บไว้ให้สองคำสั่งซื้อนั้นขายออกสู่ตลาดไปจนหมด แล้วถ้าตอนนี้ต้องจ่ายค่าปรับให้สองคำสั่งซื้อนั้น มิใช่ว่าต้องเป็นเขาที่แบกรับ?
เวลานี้เขาสั่นไปทั้งขา เขาแค่เผลอเรอไปชั่ววูบจริงๆ มัวแต่คิดว่าธุรกิจดี สินค้าขายดี ลืมไปว่าตัวเองต้องควบคุมสต็อกและคำสั่งซื้อ แต่ตอนนี้ของขายเกลี้ยงแล้ว เงินก็รับมาแล้ว เรื่องราวเหมือนน้ำที่สาดออกไปเก็บคืนไม่ได้ แล้วจะทำอย่างไรดี
ผู้ถือหุ้นคนอื่นเห็นสภาพนี้ ก็รู้ว่าเกิดเรื่องยุ่งแล้วแน่นอน แม้พวกเขาจะยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทุกคนเป็นหุ้นส่วนโรงงาน เวลากำไรแบ่งกัน เวลามีเรื่องต้องชดใช้ ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน
จางนั่วเล่าสถานการณ์ปัจจุบันด้วยความหงุดหงิด บรรดาผู้ถือหุ้นฟังแล้วก็โมโหจนพูดไม่ออก เอาเถอะ ที่แท้ไม่ใช่ภัยธรรมชาติแต่เป็นภัยที่เกิดจากคน หากเป็นอุบัติเหตุสุดวิสัยทุกคนก็ยังพอทำใจยอมรับได้ เพราะอุบัติเหตุบางอย่างมันเลี่ยงไม่ได้
แต่นี่ชัดเจนว่าเป็นปัญหาด้านการจัดการ สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ไม่ใช่ให้ผู้ถือหุ้นที่รับผิดชอบการบริหารชดใช้เงินเท่าไร แต่ต้องรีบจัดตั้งการผลิต พยายามผลิตออกมาให้ได้มากที่สุดก่อนวันส่งมอบของสำนักพิมพ์และกองทัพ
เงินเป็นเรื่องเล็ก แต่ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของโรงงานและทุกคนเป็นเรื่องใหญ่ เพิ่งจะเริ่มต้นได้ดีแท้ๆ ถ้าชื่อเสียงเหม็นโฉ่เสียแล้ว วันข้างหน้าคงเล่นยากแล้วล่ะ!