เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 1053 เจ้านิกายของแผ่นดินใหญ่

Chapter 1053 เจ้านิกายของแผ่นดินใหญ่

Chapter 1053 เจ้านิกายของแผ่นดินใหญ่


ขณะที่จุนซ่างเซียวเห็นสามีภรรยาพยายามปกป้องทารกในอ้อมกอด มันก็สะเทือนใจของเขาในทันที.

ความรักใดจะเทียมความรักของบิดามารดา.

หากไร้ซึ่งความรู้สึก ก็หาใช่มนุษย์แล้ว.

ข้าจะต้องช่วยพวกเขา.

ข้าไม่ควรทำให้คนบริสุทธิ์ตายไปจากผลของข้า.

เจ้านิกายที่ช่วยเหลือสามีภรรยาประชาชนทั่วไป เซียวจุ้ยจื่อที่ร่อนลงพื้น พร้อมกับปล่อยพลังปฐพีออกมา สร้างกำแพงดินขึ้นมาป้องกันการโจมตีจากภายนอก!

จุนซ่างเซียวไม่จำเป็นต้องออกคำสั่ง ทว่าศิษย์ของเขาสามารถตัดสินใจทันทีเพื่อความเที่ยงธรรม.

ทั้งศิษย์และอาจารย์ที่เข้าขารู้ใจกัน.

“ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!”

“ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!”

ลูกศรระเบิด 100,000 ที่ระเบิดเสียงดังกึกก้อง รุนแรงเป็นอย่างมาก.

มันได้กระแทกไปยัง กำแพงดินที่แข็งแกร่งสั่นไปมา.

ในเวลานั้น เหล่าประชาชนในเมืองที่กลายเป็นงงงวยเป็นอย่างมาก ไม่เข้าใจแม้แต่น้อยว่าทำไมผู้บุกรุกถึงได้ปกป้องพวกเขา.

จะกล่าวให้ถูกต้องกองทัพอาณาจักรเจิ้นเหว่ยนั้นเปิดฉากโจมตีเมืองตัวเอง ศิษย์ของนิกายนิรันดรกับปกป้องดิแดนของพวกเขา.

เป็นเรื่องราวที่พิลึกพลิกกลับเป็นอย่างมาก!

......

ในเวลานี้.

นายน้อยหยวนและเหล่าหลินที่ขี่ม้าเดินทางเข้าใกล้เมืองเจิ้นเหว่ยแล้ว.

......

“ตูมมมม! ตูมมมม! ตูมมมม! ตูมมมม!”

ลำแสงของลูกศรมากมายที่โจมตีเข้าไปยังผนัง เกิดเสียงดังไม่หยุด!

“ฟู่ ฟู่!”

คลื่นกระแทกที่แผ่ออกไปรอบ ๆ อย่างหนักหน่วงรุนแรง!

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่การระเบิดค่อย ๆ เบาลง เซียวจุ้ยจื่อที่ยืนอยู่กับที่ อย่างไรก็ตามเขาที่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเผยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์.

กำแพงดิน ดูเหมือนว่าจะมีพลังป้องกันที่ไม่ธรรมดา ไม่ปล่อยการโจมตีเข้ามาถึงเลยแม้แต่น้อย.

“นี่มัน......”แม่ทัพที่ตะลึงงันไปเลยทันที.

“ฟิ้ว!”

อย่างไรก็ตามเขาที่เหวี่ยงกระบี่ออกไปอีกครั้ง“ยิงออกไปอีกครั้ง!”

ในเมื่อครั้งเดียวไม่ได้ผลก็ต้องใช้หลาย ๆ ครั้งเพื่อที่จะทำลายเหล่าโจรผู้ร้าย เพื่อที่จะให้วังหลวงปลอดภัย!

เจ้าคนดังกล่าวไม่มีริ้วแสงสีแดง ไม่ได้รับทักษะประทานพลัง แต่กับไม่สนใจชีวิตชาวเมือง ดูเหมือนว่าคนเหล่านี้จะภัคดีอย่างเสียสติไปแล้ว!

“ฟิ้ว ------”

ทหารหนึ่งแสนคนที่รั้งสายขึ้นอีกครั้ง ทว่าริ้วแสงสีแดงชายสองสายที่พุ่งกวาดออกไปด้านนอกกำแพงเสียงดังสนั่น.

“ตูมมมม ตูมมมม ตูมมมม!”

ริ้วแสงดังกล่าวนั้น สังหารทหารไปกว่าพันคนในทันที.

เหออู๋ตี้ที่ยืนอยู่บนกำแพงเมือง กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ไม่สนแม้แต่พวกเดียวกัน ยิงคันศรสังหารประชาชนของตัวเอง นี่เรียกว่าทหารปกป้องแผ่นดินเกิดงั้นรึ?”

“ยิงธนู! ยิงธนู......”

“ฟิ้ว ----”

แม่ทัพกองพลธนูไม่เอ่ยอะไร เย่ซิงเฉินไปปรากฏขึ้นที่ด้านหลังเขา กระบี่เจิ้นเหยางที่สะบั้นคอของอีกฝ่าย โลหิตกระฉูดในทันที.

แม่ทัพบัญชาการตายไปเรียบร้อยทันที!

เหล่าทหารที่เสียขวัญไปในทันที!

“ไปให้พ้น.”

เย่ซิงเฉินที่สะบัดกระบี่ กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา.

“ฟู่ ฟู่!”

แรงกดดันที่แผ่กดทับ ไปยังเหล่าทหารในทันที ทำให้พวกเขาทิ้งคันศรและคุกเข่าลงในทันที!

......

ภายในเมือง.

ทหารที่ถือคันศรทั้ง 100,000 ถูกกำราบไว้เรียบร้อยแล้ว เหล่าทหารที่ถอยออกไป หลายคนที่เผยความตื่นตะลึงหวาดผวาเช่นกัน.

“หวึ่ง หวึ่ง หวึ่ง!”

พื้นดินเศษหิน อิฐและศิลามากมายจากบ้านที่พังทลายลงก่อนหน้านี้ ค่อย ๆ ลอยขึ้นไปบนอากาศ.

เหล่าเด็ก ๆ มากมายที่จ้องมองด้วยดวงตาเบิกกว้างกลมโต.

ในเวลานั้น ปรากฏบุรุษที่หล่อเหล่าเผยยิ้มออกมา ร่างกายที่แผ่กลิ่นอายที่น่าเกรงขามเป็นอย่างมาก.

จุนซ่างเซียวที่ลูบศีรษะของเด็กเล็กคนหนึ่ง “จำเอาไว้ การบ่มเพาะวิถียุทธ์นั้นก็เพื่อปกป้องครอบครัวตัวเอง ไม่ใช่เพื่อทำร้ายคนอื่น.”

คำพูดเหล่านั้น เหล่าเด็ก ๆ นั้นไม่เข้าใจ ทว่าในใจเวลานี้ได้ประทับความรู้สึกและคำพูดนั้นไว้แล้ว หลังจากเติบโตขึ้น ค่อยคิดอีกครั้งก็ได้.

“ฟิ้ว!”

จุนซ่างเซียวที่ยืนขึ้น ร่างกายที่แผ่แสงออกมาช้า ๆ.

ภายใต้อำนาจสนามพลังสองวิถีที่บดขยี้เศษดินหินให้พังทลายกลายเป็นฝุ่นลอยออกไปทันที.

เพราะว่าการต่อสู้ก่อนหน้านี้ทำให้บ้านเรือนรอบ ๆพังทลายลง ทว่าสิ่งก่อสร้างที่พังทลายตอนนี้ถูกยกย้ายออกไปทั้งหมดช่วยคนที่บาดเจ็บและได้รับผลเอาไว้!

เทพ?

ไม่ ไม่ ไม่!

ในจังหวัดตงไห่ยวี แม้แต่ทวีปชิงหยุน เทพมีเพียงคนเดียว นั่นก็คือราชันย์เจิ้นเหว่ย.

อย่างไรก็ตามจุนซ่างเซียวที่ลอยอยู่บนอากาศ ต่อหน้าเหล่าทหารแสนกว่าคน.

หากแต่ไม่มีใครกล้าบุกเข้าไป ต้องไม่ลืมว่า กลิ่นอายของอีกฝ่ายที่แผ่ออกมานั้น ทำให้พวกเขาหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก.

“ราชันย์เจิ้นเหว่ย.”

จุนซ่างเซียวที่ดวงตาคมกริบจ้องมองไปยังวังหลวงที่มีค่ายกลปกคลุม กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม“ยังอยู่ด้านในสินะ คิดจะนั่งมองให้ประชาชนตัวเองตกตายไปหมดอย่างงั้นรึ?”

“วูซซซซ!”

“วูซซซซ!”

ห้วงมิติที่สั่นไหวไปมา.

ชายวัยกลางคนที่สวมเกราะรบสีทอง สวมมงกุฎราชา แผ่นกลิ่นอายผู้ปกครองที่น่าเกรงขามออกมา.

“ฟิ้ว! ฟิ้ว!”

ทหารหนึ่งแสนคนคุกเข่าลง พลางตะโกนเสียงดัง“คารวะองค์ราชันย์!”

จุนซ่างเซียวเอ่ยออกมาเล็กน้อย “เจ้านะรึราชันย์เจิ้นเหว่ย?”

“ไม่ผิด.”

ราชันย์เจิ้นเหว่ยที่กล่าวด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง.

“เจ้าหนู.”

ราชันย์เจิ้นเหว่ยที่แววตาเต็มไปด้วยความโกรธ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “เจ้าเป็นใคร?ทำไมถึงได้มาหาเรื่องของเขตแดนเปิ่นตี้?”

กล้าที่บุกมาหาเรื่องถึงวังหลวง แม้แต่สามารถสังหารผู้คนมากมาย กำราบทหารนับแสน เขาไม่คิดว่าเป็นคนของสามอาณาจักรแน่นอน เพราะว่าคนเหล่านั้นไม่ได้มีความสามารถพอ.

“จุนซ่างเซียว.”

“เจ้านิกายนิรันดรมนทลชิงหยาง จังหวัดซีเหนียนหยาง.”

จุนซ่างเซียวเอ่ยนาม พร้อมกับสถานะและที่อยู่.

ขณะกล่าว กลิ่นอายของเจ้านิกายที่ระเบิดออกมา ไม่ได้ด้อยกว่าราชันย์เจิ้นเหว่ย ไม่หลบเลี่ยงแม้แต่น้อย.

กลิ่นอายของจุนซ่างเซียวที่ไม่ได้ด้อยกว่าอีกฝ่ายเลย เหล่าทหารและประชาชน ที่เห็นพวกเขาราวกับเป็นเทพ!

“จังหวัดซีเหนียนหยาง?”

ราชันย์เจิ้นเหว่ยที่กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม ”ที่แท้ก็เป็นคนของแผ่นดินใหญ่นั่นเอง.

เพราะเขาไม่ได้เดินทางไปยังแผ่นดินใหญ่ เลยไม่รู้สถานการณ์ปัจจุบัน ไม่รู้ว่านิกายนิรันดรนั้นแข็งแกร่งหรืออ่อนแอในยุทธภพ.

โดยปรกติแล้ว.

หากใครได้ยินนามจุนซ่างเซียว ไม่ว่าจะเป็นนิกายใหน แม้แต่ในพิภพสงคราม ทุกคนต่างก็รู้จักและหวั่นเกรงแน่นอน.

กระนั้นจังหวัดตงไห่ยวีนั้นแยกออกจากแผ่นดินใหญ่นานแล้ว แม้นว่าจะมีการติดต่อกันบ้าง ทว่ากับไม่ค่อยบ่อยนัก แทบจะแยกตัวกันเป็นอิสระ.

จุนซ่างเซียวกล่าวอย่างไร้อารมณ์ “ผู้ใต้บังคับบัญชาของพวกเจ้าไม่สนใจชีวิตประชาชน สั่งยิงลูกศรเข้าเมือง ขณะที่เจ้าเป็นกษัตริย์ ไม่เพียงไม่สั่งหยุด ยังนั่งมองอยู่ในวังหลวง ไม่กลัวว่าพวกเขาจะรู้สึกผิดหวังอย่างงั้นรึ?”

ราชันย์เจิ้นเหว่ยที่ได้ยินแทบหัวเราะออกมา สายตาจ้องมองไปยังทหารและประชาชน เอ่ยออกมาว่า“พวกเจ้าผิดหวังหรือไม่?”

“บุญคุณราชันย์ มากล้นหมื่นปี!”

ทหารและประชาชนตะโกนออกมาเสียงดัง“พวกเรายินยอมมอบชีวิต โดยไม่บ่นและเสียใจ!”

“......”

จุนซ่างเซียวที่กลายเป็นเงียบ.

คนเหล่านี้โดนล้างสมองโดยสมบูรณ์แล้ว.

“เจ้านิกายจุน ได้ยินแล้วรึยัง?”ราชันย์เจิ้นเหว่ยกล่าวอย่างภาคภูมิ.

“ฟิ้ว!”

เขาที่โบกมือ ชี้ไปยังเมืองเจิ้นเหว่ย ชี้ไปยังภูเขาและแม่น้ำ “ตั้งแต่เปิ่นตี้ขึ้นสู่บัลลังก์ ก็พัฒนายกระดับประเทศชาติให้แข็งแกร่ง กลายเป็นอาณาจักรที่แข็งแกร่งที่สุด ใครกันจะกล้ากระด้างกระเดี่ยง ใครกันที่ไม่ต้องการให้แผ่นดินตัวเองเจริญ!”

“ดังนั้น ประชาชนสำหรับเจ้าจึงไม่มีค่าอย่างงั้นรึ?”จุนซ่างเซียวเอ่ยออกมาเล็กน้อย.

ราชันย์เจิ้นเหว่ยเอ่ย “เปิ่นตี้ก็มอบชีวิตที่ดีให้กับพวกเขา ทำให้พวกเขานั้นถูกยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นี่คือสิ่งที่เปิ่นตี้มอบให้ไงล่ะ!”

“คิดว่าทหารของเจ้าที่เสียสติ.”

จุนซ่างเซียวที่ส่ายหน้าไปมา “เจ้าเองก็เสียสติไปแล้ว.”

“มีเพียงคนเสียสติเท่านั้นที่จะช่วยประเทศได้!”

“มีเพียงคนเสียสติเท่านั้นที่ทำให้อาณาจักรเจิ้นเหว่ยเจริญมาถึงขนาดนี้ แม้แต่ทรงพลังที่สุด!”

“......”

จุนซ่างเซียวที่ได้ยินคำพูดของราชันย์เจิ้นเหว่ย ก็เข้าใจได้ว่า กว่าจะมาเป็นอาณาจักรนี้คงเสียสละไปมากมายมหาศาล การที่ทำให้อาณาจักรก้าวขึ้นมาได้ แต่ความอหังการนั่น และความยโสนั่นก็มากมายยิ่งกว่าเขาซะอีก!

กล่าวได้ว่าอยู่ในระดับเสียสติเลยก็ว่าได้!

จุนซ่างเซียว คงทำได้แค่ยอมแพ้เรื่องนี้แล้ว.

“เกรงว่าสิ่งที่เจ้าสร้าง คงพังทายด้วยตัวเจ้านั่นล่ะ.”จุนซ่างเซียวโบกมือนำกระบี่มังกรหยกถามสวรรค์ออกมา กล่าวออกมาเล็กน้อย“เปิ่นจั้วคร้านจะพูดกับเจ้าแล้ว รีบส่งตัวปรมาจารย์ฟ่านมาซะ.”

“ปรมาจารย์ฟ่าน?”

ราชันย์เจิ้นเหว่ยแค่นเสียงดูแคลน “แท้จริงแล้วเจ้าก็มาช่วยเจ้าแก่เดนตายนั่น.”

......

ในเวลานั้น.

นายน้อยหยวนและเหล่าหลินขี่ม้ามุ่งมามาใกล้จะถึงแล้ว.

จบบทที่ Chapter 1053 เจ้านิกายของแผ่นดินใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว