เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 1047 ราชันย์ประทานพลัง

Chapter 1047 ราชันย์ประทานพลัง

Chapter 1047 ราชันย์ประทานพลัง


จังหวัดตงไห่ยวีนั้นถูกแยกออกจากแผ่นดินใหญ่มานับหมื่นปี ดินแดนแห่งนี้มีรูปแบบปกครองที่ต่างออกไปจากแผ่นดินใหญ่ ที่มีการปกครองแบบอาณาจักรหลาย ซึ่งประกอบด้วยสิบอาณาจักร.

จุนกระทั่งสิบปีที่แล้ว ราชันย์เจิ้นเหว่ยก็ปรากฏขึ้น เขาถือว่าเป็นคนที่มีความสามารถในการรบที่แข็งแกร่งกว่าใคร ๆ ทำให้หกอาณาจักรล่มสลาย สองแห่งถูกทำลาย สี่แห่งถูกอาณาจักรแห่งนี้กลืนกินไป.

ทำให้อาณาจักรแห่งนี้กลายเป็นอาณาจักรที่แข็งแกร่งที่สุดและใหญ่ที่สุดด้วย แน่นอนอาณาจักรที่มีโอกาสรวมทั้งจังหวัดตงไห่ยวีเป็นหนึ่ง ก็คืออาณาจักรเจิ้นเหว่ยแห่งนี้นั่นเอง.

ส่วนอีกสามอาณาจักรที่เหลือเป็นกังวลเป็นอย่างมาก พวกเขาที่รวมพลังเป็นพันธมิตรกันขึ้น.

ดังนั้นตอนนี้จังหวัดตงไห่ยวีที่แบ่งเป็นสองฝั่งชัดเจน สามอาณาจักรไม่มีใครรุกรานใคร ตอนนี้ทุกแห่งอยู่ในภาวะสมดุล.

การต่อสู้ชิงดินแดน จุนซ่างเซียวนั้นไม่ได้สนใจนัก.

อย่างไรก็ตาม ปรมาจารย์ฟ่านถูกเชิญมายังอาณาจักรเจิ้นเหว่ย ไม่กลับไป เขาจึงต้องเริ่มสืบที่นี่.

ระหว่างเดินทางไปยังเมืองเจิ้นเหว่ย โกวเซิ่งไม่ได้รีบร้อน เขานำศิษย์เข้าไปยังเมืองต่าง ๆ สอบถามเรื่องราวของจังหวัดยวีและอาณาจักรเจิ้นเหว่ย.

ราชันย์เจิ้นเหว่ย นามนี้ คนของอาณาจักรหู่เย่ได้ฟังก็เผยความหวาดผวาทั้งโกรธและกลัว และก็มีบางคนที่เผยความเคารพอย่างมากออกมาเช่นกัน.

หลังจากนั้น จุนซ่างเซียวก็ค่อย ๆ เข้าใจในที่สุด.

อาณาจักรเจิ้นเหว่ยเดิมทีนั้นอ่อนแอที่สุด หลายต่อหลายปีถูกอาณาจักรอื่นข่มเหงและดูถูก.

จนกระทั้งราชันย์เจิ้นเหว่ยขึ้นสู่บัลลังก์ ก็กู้คืนอำนาจ พัฒนาความแข็งแกร่งไม่หยุดหย่อน แม้แต่สามารถพิชิตยึดครองดินแดนต่าง ๆ มาได้มากมาย จนกลายเป็นอาณาจักรที่แข็งแกร่งที่สุดในวันนี้.

“ดูมีความสามารถเหมือนกัน!”จุนซ่างเซียวที่กล่าวชื่นชม.

ก่อนเคยเป็นอาณาจักรที่อ่อนแอที่สุดในสิบอาณาจักร วันนี้กลับสามารถกลายเป็นอาณาจักรที่แข็งแกร่งที่สุดได้!

“เจ้านิกาย.”

หลี่ชิงหยางที่นั่งที่ขอบหน้าต่างขณะกินอาหารเอ่ยออกมาว่า“เพียงแค่เมืองเล็ก ๆ ก็มีทหารคุ้มกันหนาแน่น บางทีการแฝงเข้าไปในเมืองเจิ้นเหว่ยคงจะยาก.”

“แค่ระวังให้มากก็พอ.”

จุนซ่างเซียวที่กินอาหารเสร็จ ก่อนที่จะวางเงินเอาไว้ และนำคนของเขาจากไป.

เมืองแห่งนี้มีขนาดไม่ใหญ่นัก ประชากรนั้นมีอยู่สองสามแสนคน บนถนนแต่ละเส้นทางนั้นมีกองทหารลาดตะเวนเต็มไปหมด ชุดเกราะที่พวกเขาสวมใส่นั้นไม่ธรรมดาเลย.

เหล่าเด็ก ๆ ที่เล่นอย่างสนุกบนถนน เมื่อเห็นทหารลาดตะเวนผ่านมา แววตาที่เผยความเคารพเป็นอย่างมาก แม้แต่วาดฝันอยากเป็นทหารเมื่อเติบโตขึ้นอีกด้วย.

จุนซ่างเซียวที่สำรวจรอบ ๆ เมือง ก่อนเดินทางต่อ.

ท้ายที่สุดก็สรุปได้ว่า อาณาจักรเจิ้นเหว่ยนั้นร่ำรวยมาก เหล่าชาวยุทธ์คนทั่วไป แม้แต่เด็ก ๆ ต่างก็ภาคภูมิในการเป็นคนอาณาจักรแห่งนี้.

“ราชันย์เจิ้นเหว่ย เป็นคนแบบใด ถึงได้พัฒนาอาณาจักรให้เติบโตได้ขนาดนี้กัน?”

จุนซ่างเซียวที่สนใจราชันย์เจิ้นเหว่ย บางทีพวกเขาอาจจะทำความรู้จักกันได้ หนึ่งคนดูแลฝั่งนิกาย หนึ่งคนดูแลฝั่งอาณาจักร.

แน่นอน.

เขาที่แม้แต่สงสัยว่าอีกฝ่ายมีระบบโกงด้วยหรือไม่? บางทีราชันย์เจิ้นเหว่ยอาจจะเป็นคนต่างโลก? หรือว่ามีระบบในร่างกายใช่ไหม?

“เป็นไปไม่ได้.”

ระบบเอ่ย “แม้แต่โฮสน์ที่ขี้แพ้และซื่อบื้อ ข้ามมิติมาเพียงไม่กี่ปี ยังสามารถทำให้สำนักที่ไม่มีใครรู้จักกลายเป็นนิกายระดับสามได้เลย หากอีกฝ่ายเป็นคนข้ามมิติจริง เวลาตั้งสิบปี การที่ไม่สามารถครองจังหวัดตงไห่ยวีได้ นับว่าไร้ความสามารถจริง ๆ.”

จุนซ่างเซียวที่สีคางไปมา.“มีเหตุผล!”

เดี๋ยวนะ!

“สัด!”เขาที่สบถในใจ“เมื่อกี้เจ้าด่าข้างั้นรึ?”

ระบบเอ่ย “ข้าเพียงเปรียบเทียบ หากโฮสน์เชื่อแบบนั้น ข้าก็ช่วยไม่ได้.”

“!”

ในเวลานั้นหลี่ชิงหยาง เซียวจุ้ยจื่อและคนอื่น ๆ พบว่าอยู่ ๆ เจ้านิกายก็หยุด พร้อมกับยกมือขึ้นบีบคอตัวเอง ใบหน้าบิดเบี้ยวราวกับจะสู้กับตัวเอง.

“นี่มัน......”

บีบคอตัวเอง นี่เขากำลังเล่นอะไร.

หลี่ชิงหยาง เซียวจุ้ยจื่อที่เคยชินแล้ว เพราะว่าพวกเขาเคยเห็นเจ้านิกายหัวเราะพูดกับตัวเองหลายต่อหลายครั้ง บางครั้งก็โกรธ ทุบตีตัวเองก็มี.

เย่ซิงเฉินที่ขมวดคิ้วไปมา ลอบคิดในใจ“สู้กับตัวเอง หรือว่าเป็นวิชาลับอะไรหรือไม่?!”

เหออู๋ตี้เองก็คิดเหมือน ๆ กัน.

แม้นจะรู้ว่าเจ้านิกายสู้กับตัวเอง แต่ก็ลอบคิดว่ากำลังฝึกวิชาอะไรหรือเปล่า.

โกวเซิ่ง “ข้าจะบีบคอเจ้าให้ตาย!”

ระบบเอ่ย “ก็มาดิ จะได้ตายไปพร้อมกัน!”

“ฟู่ ฟู่ ซูมมมม -----”

ผ่านไปหนึ่งนาที จุนซ่างเซียวก็คลายมือ พร้อมกับนั่งหายใจหอบที่ศิลาก้อนใหญ่ ก่อนเอ่ยออกมาว่า“ชิงหยาง อีกนานเท่าไหร่จะถึงเมืองเจิ้นเหว่ย.”

“ด้วยความเร็วของพวกเราแล้ว น่าจะราว ๆ ห้าวัน.”หลี่ชิงหยางตอบ.

“ใกล้ ๆ นี้มีเมืองใหญ่ไหม?”

“มีห่างออกไปราว ๆ 300 ลี้ ชื่อเมืองเถี่ยเหว่ย ไม่เพียงเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ของอาณาจักรเจิ้นเหว่ย แต่ยังเป็นเมืองสำคัญอีกด้วย.”

“งั้นก็ไปดูหน่อยก็แล้วกัน.”

แม้แต่เมืองเล็ก ๆ ก็ยังมีการป้องกันอย่างหนาแน่น จุนซ่างเซียวที่สนใจว่า แล้วเมืองใหญ่สำคัญล่ะจะมีการรักษาการอย่างไร?

......

เมืองเถี่ยเหว่ย.

นี่คือหนึ่งในเมืองที่สำคัญรองลงมาจากเมืองเจิ้นเหว่ย.

ที่นี่มีกองทัพป้องกันหลายแสนคน การป้องกันที่นี่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก.

จุนซ่างเซียวที่นำศิษย์ทั้งสี่มาถึงประตูเมืองพร้อมกับยื่นบัตรประจำตัวยันตัวตนพร้อมกับแฝงตัวเข้าไปด้านในได้.

ที่พื้นที่ด้านนอก.

ชาวยุทธ์ห้าคนที่นอนหมดสติบนพื้นหญ้า เสื้อผ้าไม่มีเหลือ.

“เจ้านิกาย.”

ภายในโรงเตี้ยม หลี่ชิงหยางที่สวมหน้ากากร้อยหน้า กล่าวด้วยความประหลาดใจ“พวกเขามองไม่ออกเลยอย่างงั้นรึ?”

จุนซ่างเซียวเอ่ย หากมันไม่ได้ผล เสี่ยวโม่จะแฝงตัวอยู่นิกายไท่เสวียนเซิ่งได้นานขนาดนั้นได้รึ?”

“มีเหตุผล!”

ทุกคนที่พักอยู่อย่างสบายใจ และเริ่มตระเวนไปทั่วเมืองเถี่ยเหว่ยไปทั่ว ท้ายที่สุดก็ไปยังตลาด ที่โรงน้ำชาแห่งหนึ่งถูกปิดกั้นเอาไว้.

จุนซ่างเซียวที่ส่งจิตสัมผัสออกไป พบว่าพื้นที่หลายแห่งมีค่ายกลปิดแยก ไม่สามารถใช้สัมผัสแทรกเข้าไปได้.

“ลึกลับขนาดนี้เลยรึ?”

เขาสามารถที่จะทะลวงค่ายกลปิดแยกได้ง่าย ๆ ทว่าก็ไม่ได้ทำ เพราะว่าคิดดูแล้ว หากเกิดเรื่องไม่ดีถูกพบตัวก่อนไปถึงเมืองเจิ้นเหว่ยคงลำบาก.

จุนซ่างเซียวที่ตระเวนไปทั่วเมือง ก่อนที่จะไปถึงจัตุรัสกลางเมือง.

สถานที่แห่งนี้มีรูปปั้นใหญ่ตั้งอยู่ ปรากฏชายวัยกลางคนอายุสามสิบหรือสี่สิบปี แผ่กลิ่นอายที่น่าเกรงขามสายตาที่เหยียดหยันผู้คนไปทั่วทั้งโลก.

“นี่คือราชันย์เจิ้นเหว่ยอย่างงั้นรึ? รูปร่างเป็นเช่นนี้เองรึ?”

ภายใต้รูปปั้นนั้น มีชาวเมืองมากมายที่มานั่งคุกเข่า เหมือนกับกำลังภาวนา นอกจากนี้รอบ ๆ ยังมีผู้เยาว์ที่กำลังตื่นเต้นดีใจกันอยู่.

“เจ้านิกาย.”

หลี่ชิงหยางเอ่ยผ่านทักษะเสียงผ่านวิญญาณ “วันนี้เป็นวันที่ราชันย์เจิ้นเหว่ยจะมาประทานพลัง.”

“ประทานพลัง?”จุนซ่างเซียวเอ่ย “หมายความว่าอย่างไรกัน?”

หลี่ชิงหยางเอ่ย “ข้าเองก็ไม่รู้แน่ชัด ได้ยินคนพูดกันที่ถนน.”

“ก๊อง ก๊อง!”

ที่ตำหนักทิศเหนือของรูปปั้น ได้ยินเสียงร้องที่แปลกประหลาด ก่อนปรากฏคนสวมชุดสีระรานตา เป็นชายชราที่ค้ำไม้เท้าเดินออกมา พร้อมกับยกไม้เท้าขึ้น“พิธีการเริ่มแล้ว ห้ามส่งเสียงดัง!”

“ฟิ้ว!”

“ฟิ้ว!”

พื้นที่อาศัยรอบ ๆ ที่ยืนขึ้น มือขวายกทาบอก ก้มหน้าลงเล็กน้อย ใบหน้าเผยความคาดหวัง.

จุนซ่างเซียวและหลี่ชิงหยางกลายเป็นเซ่อไปเลย ทว่าเพื่อหลีกเลี่ยงผิดสังเกตุจึงได้ทำท่าทางเหมือนกับพวกเขา.

“อะแหม ;......”

ชายชราที่สวมชุดลายตาหมากรุกอันแปลกประหลาด.

จุนซ่างเซียวที่ลอบคิดในใจ“สัด ใครกล้าสวมเสื้อผ้าเช่นนี้กัน เป็นข้าอายเขาตายห่า!”

“ก๊อง!”

ในเวลาต่อมา ชายชราที่คุกเข่าหน้าห้องโถง ฝ่ามือพนมกราบลงบนพื้น ก่อนที่จะก้มหน้าผากลง พร้อมกับเอ่ยเสียงดัง “องค์ราชันย์ประทานพลังด้วยเถิด!”

“ฟิ้ว!”

“ฟิ้ว!”

กล่าวจบ รูปปั้นที่อหังการดวงตาเปล่งแสงสีแดง พร้อมกับส่งพลังเข้าใส่เหล่าเด็ก ๆ ที่คุกเข่าอยู่รอบ ๆ ทันที.

“อ๊ากก!”

เหล่าเด็กเล็ก 7-8 ขวบที่ถูกปกคลุมด้วยแสงสีแดง ต่างก็ร้องโอดโอยออกมาทันที แม้นว่าเหล่าบิดามารดาจะเจ็บปวด ทว่าแววตาก็เผยความคาดหวัง.

จุนซ่างเซียวที่ส่งจิตสัมผัสออกไป ต้องขมวดคิ้วไปมา “นี่น่าจะเป็นพลังกร่อนวิญญาณ ใช้กับเด็ก ๆ เหล่านี้ ช่างโหดร้ายนัก!”

ราชันย์ประทานพลัง?

นี่บิดามารดาของพวกเขาถูกหลอกรึอย่างไร!

ขณะจุนซ่างเซียวกำลังครุ่นคิด เหล่าเด็กที่เจ็บปวดถูกแสงสีแดงปกคลุมนั้น กลิ่นอายพลังบ่มเพาะก็เพิ่มขึ้นทันที....เพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่ง!

เปิดชีพจรขั้นที่สาม ขั้นที่สี่ ขั้นที่ห้า....ขั้นที่สิบสอง!

ศิษย์ยุทธ์ขั้นที่หนึ่ง ขั้นที่สอง ขั้นที่สาม....ศิษย์ยุทธ์ขั้นปลาย!

หลังจากแสงแดงค่อย ๆ หายไป เด็กที่อ่อนแอ นอนเกลือกกลิ้งบนพื้นนั้นก็พยายามลุกขึ้น ทว่าพลังบ่มเพาะของพวกเขานั้นอยู่ในระดับอาจารย์ยุทธ์ขั้นที่หนึ่งไปเรียบร้อยแล้ว!

“เย้ดเข้!”

จุนซ่างเซียวที่ยืนงงเป็นไก่ไม้ ในเวลานั้น เขาแทบร้องออกมา“ระบบในร่างของข้า สำเร็จภารกิจมหากาพย์ยังไม่ยกระดับได้เร็วขนาดนี้!”

จบบทที่ Chapter 1047 ราชันย์ประทานพลัง

คัดลอกลิงก์แล้ว