เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 1006 หลังจากนี้ไม่ให้เจ้านิกายเล่านิทานแล้ว

Chapter 1006 หลังจากนี้ไม่ให้เจ้านิกายเล่านิทานแล้ว

Chapter 1006 หลังจากนี้ไม่ให้เจ้านิกายเล่านิทานแล้ว


เจ้านิกายราชันย์มารที่ถูกข่มเหงอย่างหนัก ตอนนี้เขาที่เห็นด้วยที่จะจ่ายเงิน ไม่เพียงแค่เห็นนายน้อยหยวนที่กระอักโลหิต ภายในใจของเขาที่เลือดออกซิบ ๆ รับรู้แล้วว่า เขาได้กระทำเรื่องผิดพลาดเข้าแล้ว!

“การกระทำของเจ้าเมื่อครู่นี้ทำให้เปิ่นจั้วไม่ค่อยพอใจเป็นอย่างมาก ดังนั้นเจ้าจะต้องจ่ายศิลาวิญญาณเทียม 10 ล้าน และศิลาธรรมชาติ 1 ล้าน.”จุนซ่างเซียวเอ่ย.

นายน้อยหยวนที่มุมปากกระตุก.

ด้วยจำนวนนี้ หากนิกายราชันย์มารจ่ายออกไป เกรงว่าคงเจ็บไปถึงเลือดเนื้อและกระดูกอย่างแน่นอน!

“เจ้านิกายจุน มันมากเกินไป!”

“เปิ่นจั้วคร้านจะเอ่ยอะไรอีกแล้ว หากไม่รีบจ่ายล่ะก็ ไม่เช่นนั้น....”จุนซ่างเซียวนำดาบมังกรเขียวเสียบไว้บนพื้นข้าง ๆ คอของเจ้านิกายราชันย์มาร.

คมดาบที่แวววับทำให้เขาตกใจ เอ่ยออกมาทันที“ตกลง! อาวุโสใหญ่ รีบจ่ายเจ้านิกายจุนเร็วเข้า!”

ในเวลานั้น.

อาวุโสใหญ่ที่กุมตูดเดินเอียงเร่งรีบนำศิลาวิญญาณออกมาจ่ายจนหมด แทบจะไม่เหลืออะไรไว้.

หลังจากที่จุนซ่างเซียวรับมาแล้ว กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา“หลังจากนี้ อย่าให้เปิ่นจั้วได้ยินว่าพวกเจ้าได้ยุแย่นิกายนิรันดรของข้าอีก!”

“พวกเรากลับ.”

เหล่าติง ราชาสัตว์จื่อหลินและคนอื่น ๆ ก็จากไป นำราชาพยัคฆ์ ราชากวาง ตลอดจนหยวนเฟิงที่กระอักเลือดจนซีดเซียวไปด้วย.

“เจ้านิกาย.....”เหล่าคนระดับสูงของนิกายราชันย์มารที่กุมตูดยืนขึ้นอย่างยากลำบาก แววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด.

“หยวนเฟิง อ๊าก หยวนเฟิง!”เจ้านิกายราชันย์มารที่กลิ้งไปมาบนพื้น กำหมัดแน่น “เปิ่นจั้วผิดไปแล้วจริง ๆ! ที่ให้เจ้าดูแลธุรกิจทั้งหมดของนิกาย!”

ดวงตาของเหล่าอาวุโสที่เต็มไปด้วยเส้นเลือกฝอยที่ปูดออกมา.

ในเวลานั้น พวกเขาที่เอ่ยว่านายน้อยหยวนเป็นคนทรยศ หากอีกฝ่ายไม่ถูกจุนซ่างเซียวเอาตัวไป พวกเขาคงจะรู้สึกแย่เป็นแน่!

......

“ฟิ้ว!”

“ฟิ้ว!”

หุบเขาข้ามวิญญาณ เจียงเซี่ย เหล่าติงและคนอื่น ๆที่ตะเวนไปรอบ ๆ เก็บรวบรวมสมุนไพร แร่และทรัพยากรที่เป็นประโยชน์.

กล่าวได้ว่าพื้นที่แห่งนี้อุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก.

โดยเฉพาะลึกเข้าไปด้านใน ที่ไม่มีคนกล้า กล้ำกลายเข้าไปมาหลายปีแล้ว.

นี่คือเขตแดนลับอันดับหนึ่งของทวีปชิงหยุน เมื่อปราศจากมนุษย์รบกวน ทรัพยากรมากมายทั้งสมุนไพรและแร่ก็มีอยู่เต็มไปหมด.

เหล่าสัตว์ร้ายหลายแสนตัวที่เป็นนักล่าตอนนี้ได้แต่ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวซ่อนตัวอยู่ ไม่กล้าออกมาขวาง เพราะว่ามนุษย์กลุ่มนี้แข็งแกร่งมาก นอกจากนี้ยังจับราชาของพวกมันเอาไว้ด้วย.

เรื่องนี้ คงจะต้องโทษนิกายราชันย์มาร.

หากไม่เพราะพวกเขาย้ายเข้ามาในพื้นที่ลับแห่งนี้ คงไม่ดึงกลุ่มโจรร้ายเหล่านี้เข้ามา!

ในเวลานี้ ทั้งราชากวางและราชาพยัคฆ์ ภายในใจที่ได้แต่โทษนิกายราชันย์มารอย่างบ้าคลั่ง!

“ทั้งสอง.”

จุนซ่างเซียวที่นั่งอยู่หน้าถ้ำ เอ่ยออกมาว่า“คิดดีแล้วหรือยัง?”

“เจ้านิกายจุน!”

ราชาพยัคฆ์เอ่ยออกมาว่า“พวกเราสองพี่น้องหากจำนนต่อท่าน ยังจะมีอิสระอยู่ใช่หรือไม่?”

“ไม่ผิด.”จุนซ่างเซียวเอ่ย “ขอเพียงเจ้าสาบานอย่างจริงใจ ไม่เพียงแค่สามารถไปใหนมาใหนได้แล้ว ยังจะได้รับการแต่งตั้งเป็นรองถางจู่สัตว์วิญญาณด้วย.”

หลังจากนั้น ราชาพยัคฆ์ที่เอ่ยกล่าวกุกกัก.“พวกเรายินดียอมจำนน!”

หากไม่ได้เห็นเจ้านิกายราชันย์มารถูกยำใหญ่ พวกเขาคงไม่ยินยอมแน่ ทว่าตอนนี้ทำได้แค่ยอมแพ้โดยสมบูรณ์ ไม่เช่นนั้นแล้ว คงยากจะหวังมีชีวิตได้.

“ถางจู่จื่อ.”

จุนซ่างเซียวเอ่ย “สองพี่น้องนี้มอบให้ท่าน.”

“ชิ.”

ราชาสัตว์จื่อหลินแค่นเสียง.

เจ้าสองตัวนี่ในอดีตไม่ยอมติตตามเขา ตอนนี้กับยอมจำนนต่อมนุษย์ พวกเขาช่างทำขายหน้าต่อเผ่าสัตว์ ซะจริง!

......

ด้านนอกถ้ำ.

ซีจิงเสวียนที่นั่งอยู่บนศิลายักษ์อย่างสงบ สายลมที่พัดโกรกเบา ๆ ทำให้ใบหน้าของนางดูงดงามเป็นอย่างมาก.

“เจ้าวังซี.”

จุนซ่างเซียวที่ก้าวออกมาจากในถ้ำ นั่งอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับส่งแหวนมิติสองวงให้ เอ่ยออกมาว่า“ในนี้มี 200,000 ศิลาวิญญาณธรรมชาติ นี่น่าจะชดเชยการตกตายไปของศิษย์ของท่านแล้ว.”

ซีจิงเสวียนเอ่ย “เจ้านิกายจุนนำข้ามาทวงความยุติธรรม ข้ารู้สึกซาบซึ้งนัก ศิลาวิญญาณนี้ย่อมไม่ต้องการ.”

“โปรดรับไว้.”

จุนซ่างเซียวที่วางมันลงมือของนางทันที.

“เอิ่ม...ตกลง.”ซีจิงเสวียนที่หัวใจเต้นเบา รับแหวนมิติมา ก้มหน้าลงเล็กน้อย ใบหน้าเผยสีแดงเรื่อ ๆ เพราะว่าสัมผัสกับนิ้วของอีกฝ่ายนั่นเอง.

จุนซ่างเซียวเอ่ย “ช่วงนี้โลกไม่ค่อยสงบ เจ้าวังซีควรเตือนศิษย์ ว่าอย่าเพิ่งลงเขามาหาประสบการณ์ เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะพบอันตรายอีกครั้ง.”

“อืม.”

ซีจิงเสวียนพยักหน้ารับ.

ถึงนางจะเป็นเจ้าวังเมียวฮัวระดับสี่ ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าจุนซ่างเซียว นางกับเชื่อฟังราวกับเป็นศิษย์ของเขาไปซะแล้ว.

“ดูนั่น.”

เจียงเซี่ยและคนอื่น ๆ กลับมากจากเก็บทรัพยากร จ้องมองจากพื้นทีไกลออกไป เอ่ยออกมว่า“เจ้านิกายและเจ้าวังซีช่างดูเหมาะสมกันมาก.”

“เจ้านิกายจุน.”ซีจิงเสวียนเอ่ยออกมาด้วยความสงสัย“เจ้านิกายราชันย์มารที่ถูกท่านทำร้ายบาดเจ็บ ทำไมไม่ใช้โอกาสนี้สังหารเขาเลย เพื่อขจัดภัยร้ายให้กับทวีปชิงหยุนล่ะ?”

จุนซ่างเซียวเอ่ย “ยังคงใช้ประโยชน์ได้อยู่.”

“โอ้ว.”

ซีจิงเสวียนไม่ได้เอ่ยถามต่อไป นางที่เสยผมพลางเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม“เจ้านิกายจุน พอมีเวลา เล่านิทานให้ข้าฟังหน่อยได้หรือไม่?”

“แล้วต้องการฟังเรื่องอะไรรึ?”จุนซ่างเซียวเอ่ย.

ทรัพยากรในหุบเขาข้ามวิญญาณนั้นมีมากมาย เวลาสั้น ๆย่อมไม่สามารถเก็บเกี่ยวไปได้หมด ดังนั้นตอนนี้เขาจึงมีเวลา.

ซีจิงเสวียนที่เผยยิ้ม “ท่านเล่าเรื่องอะไร ข้าก็ฟังหมด.”

จุนซ่างเซียวที่นั่งขัดสมาธิ มือที่วางไปที่น่อง เอ่ยออกมาว่า“เช่นนั้นก็เป็นเรื่องหนุ่มเลี้ยงวัวและสาวทอผ้าก็แล้วกัน.”

“ตกลง.”

“เรื่องนี้......”

จุนซ่างเซียวก็เริ่มเล่าเรื่องราวอย่างออกรส.

ซีจิงเสวียนที่ฟังเรื่องราวดังกล่าว อดไม่ได้ที่จะน้ำตาไหลพราก ๆ “ไม่ใช่ว่าคนที่รักกัน จะต้องอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่าหรอกรึ?”

ร้องไห้อีกแล้ว?”

ดูเหมือนว่าข้าจะมีทักษะการเล่าเรื่องที่ดี!

“เจ้าวังซี.”

จุนซ่างเซียวที่เงยขึ้นมองบรรยากาศ ดูเหมือนว่าจะยังไม่มืด ดังนั้นจึงได้เอ่ยออกมาอีก“ข้าจะเล่าเรื่องไททานิคให้ท่านฟังอีกครั้ง.”

ระบบ“.....”

ทั้งที่รู้ว่าสตรีผู้นี้ต่อมน้ำตาตื้น ก็ยังเล่าเรื่องเศร้าให้นางได้ฟังอีก โฮสน์ช่างอมหิตนัก!

“ไททานิค?”

“คือเรื่องที่มีเรือลำใหญ่ล่ม ผู้คนมากมายตกตายไป............”

เวลาที่เลยผ่านไป จนถึงเวลาค่ำ.

ซีจิงเสวียนที่ยังคงนั่งปาดน้ำตา ฟังเรื่องราวของอีกฝ่าย.

จุนซ่างเซียวที่ลุกขึ้นยืน เอ่ยออกมาว่า“ดูเหมือนว่าเวลาเล่านิทานจะหมดแล้ว.”

“เจ้านิกาย.”

เหล่าติงเอ่ย “จัดการกับนายน้อยหยวนอย่างไรดี?”

จุนซ่างเซียวเอ่ย “ไว้เป็นหน้าที่เปิ่นจั้วเอง.”

แม้นว่าจะไม่ได้สัมผัสกับนายน้อยหยวนมากนัก ทว่าคนผู้นี้ที่เป็นถึงรองเจ้านิกายราชันย์มาร การจัดการนิกายของเขาย่อมไม่ธรรมดา หากสามารถกำราบได้ คงจะช่วยเขาได้มาก อย่างน้อยก็จะมีมือขวาคอยช่วยงาน!

“เหล่าหยวน.”

จุนซ่างเซียวก้าวเข้ามาอีกถ้ำหนึ่งเอ่ยออกมาว่า“คิดดีแล้วรึยัง?”

นายน้อยหยวนที่เผ้าผมกระเซอะกระเซิง นั่งสมาธิอยู่ เงยหน้าขึ้น แววตาที่หนักแน่น “ข้าหยวนเฟิง เป็นผู้ฝึกตนมาร และได้สาบานที่จะภัคดีต่อราชันย์มารเท่านั้น ไม่มีทางที่จะภัคดีกับคนอื่น!”

“เปิ่นจั้วมีศิษย์ที่ได้รับสืบทอดจากราชันย์มาร เจ้าภัคดีต่อข้าก็เท่าภัคดีต่อนาง ดังนั้นไม่เห็นว่าจะตะบัดสัตย์ตรงไหน.”จุนซ่างเซียวเอ่ย.

นายน้อยหยวนเอ่ย “เด็กสาวคนนั้น แม้นว่าจะมีกายาต้นกำเนิดมาร แม้นว่าจะมีเนตรราชันย์มาร ทว่านางก็ไม่ใช่ผู้สืบทอดราชันย์มาร!”

“ต้องการจะเอ่ยอะไร?”จุนซ่างเซียวเอ่ย.

“นั่นก็เพราะ....”

นายน้อยหยวนที่กำหมัดแน่น แววตาที่ต่อต้าน เอ่ยออกมาว่า“ท่านราชันย์มารนั้นต้องเป็นคนที่มีพรสวรรค์ไร้คู่เปรียบ ไม่ใช่คนที่จะยอมอยู่ใต้อำนาจของใคร!”

“ฟิ้ว!”

จุนซ่างเซียวที่ก้าวมาหยุดที่ด้านหน้าอีกฝ่าย คว้าอีกฝ่ายไว้ กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา“เมิ่งหยิงมีอายุเพียงสิบปี ยังไม่ได้มีพลังที่ไร้เทียมทาน เจ้าต้องการให้นางเป็นเหมือนกับราชันย์มาร เป็นศัตรูกับคนทั้งโลก ไม่เท่ากับส่งนางไปหาความตายรึอย่างไร.”

“......”

นายน้อยหยวนที่ได้แต่เงียบ.

“แน่นอน.”

จุนซ่างเซียวที่ปล่อยอีกฝ่าย พร้อมกับเอ่ยว่า“นิกายนิรันดรของข้าไม่เคยฝืนใจใคร หากเจ้าไม่ต้องการเข้าร่วม ตอนนี้ก็ไปได้แล้ว.”

จบบทที่ Chapter 1006 หลังจากนี้ไม่ให้เจ้านิกายเล่านิทานแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว