เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 872 เจ้านิกายจุนได้ยินเรื่องพิภพสงครามหรือไม่?

Chapter 872 เจ้านิกายจุนได้ยินเรื่องพิภพสงครามหรือไม่?

Chapter 872 เจ้านิกายจุนได้ยินเรื่องพิภพสงครามหรือไม่?


ซูเซียวโม่ที่ยังคงแฝงตัวในนิกายไท่เสวียนเซิ่งอย่างราบรื่น เขาที่ถูกนำไปทำภารกิจอยู่เป็นระยะ ๆ.

ในนิกายนิรันดร เวลานี้จุนซ่างเซียวที่ยืนเท่อยู่บนยอดเขา จ้องมองไปยังหญ้าระงับหิวที่มีอยู่เต็มไปหมด ใบหน้าที่เผยยิ้มออกมาช้า ๆ.

การที่ฝึกฝนพัฒนานิกายอย่างช้า ๆ เฝ้ามองพืชพันธ์ที่กำลังเติบโต ปลูกดอกไม้ ตกปลา นี่ก็นับเป็นชีวิตที่น่ารื่นรมย์ไม่น้อย.

น่าเสียดาย ร่างกายของเขามีระเบิดเวลาผูกอยู่  หากสำเร็จภารกิจหลัก ปลดระเบิดได้แล้ว เขาก็หวังที่จะปลดเปลื้องปล่อยวางทุกอย่าง แล้วใช้ชีวิตเช่นนี้เหมือนกัน.

“เจ้านิกาย.”

เหล่าเหว่ยเอ่ย “วัตถุดิบใหม่เติบโตพร้อมแล้ว ให้เก็บเกี่ยวตอนนี้เลยหรือไม่?”

“ตอนนี้เลย!”

ใบหน้าของจุนซ่างเซียวที่เผยยิ้มดีใจออกมา.

วัตถุดิบใหม่ที่หมายถึงก็คือสมุนไพรที่จะใช้ในการปรุงเม็ดยาฟื้นฟูระดับสูง นี่คือสิ่งจำเป็นในการเข้าไปในพิภพสงครามเลย.

เพียงไม่นาน.

วัตถุดิบใหม่ก็ถูกส่งมาให้กับเขา.

จุนซ่างเซียวเก็บทุกอย่างเข้าแหวนมิติ ก่อนที่จะเริ่มเปิดฟังก์ชั่นปรุงยา คอนโซนแสดงผลจำนวนที่กลั่นได้ 423.

เขาที่กดหลอมในทันที ขณะกล่าวเสียงเบา “400 กว่า น่าจะเพียงพอชั่วคราว.”

การไปยังพิภพสงครามครั้งนี้ เขาเตรียมนำเพียงคนที่แข็งแกร่งไปด้วย จำนวนย่อมไม่มาก เม็ดยาเท่านี้ นับว่าเหลือเฟือ.

จุนซ่างเซียวที่เปิดคอนโซนภารกิจ จ้องมองภารกิจมหากาพ ที่ตอนนี้เหลือไม่ถึงเดือน จากนั้นก็ถอนหายใจยาว“เหลือหลายวันเหลือเกิน ยิ่งใกล้วันเข้า ยิ่งทำให้ข้าร้อนใจ.”

“เจ้านิกาย.”

หลี่ชิงหยางที่ส่งเสียงผ่านวิญญาณ“เจ้าเมืองมู่ขอพบ.”

“โอ้ว.”

จุนซ่างเซียวตอบรับ ก่อนที่จะก้าวไปยังห้องโถง.

เขาที่ก้าวเข้ามาเห็นมู่ซ่างหงอยู่ จากนั้นก็ยกมือประสานเอ่ยออกไป“เจ้าเมืองมู่ ไม่ได้พบกันพักหนึ่งเลย.”

มู่ซ่างหงเอ่ย“เมืองหลวงนั้นมีงานมาก ไม่สามารถหาเวลาได้เลย.”

จุนซ่างเซียวที่นั่งบนที่นั่งเจ้านิกาย เอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม“บุตรสาวของท่านบ่มเพาะได้อย่างน่าชม ตอนนี้ตัดผ่านไปถึงระดับกษัตริย์ยุทธ์ขั้นที่หกแล้ว.”

หากเปลี่ยนเป็นในอดีต มู่ซ่างหงย่อมตื่นเต้นดีใจ ทว่าตอนนี้กับต้องถอนหายใจ.

“ทำไมเจ้าเมืองมู่ถึงต้องถอนหายใจด้วยล่ะ?”

จุนซ่างเซียวที่ปรกติจะเห็นเจ้าเมืองยิ้มตลอด ทว่าในเวลานี้กับดูร้อนใจไม่มีความสุข.

มู่ซ่างหงเอ่ย “เจ้านิกายจุนขอกล่าวตามตรง เมื่อเร็ว ๆ นี้ข้ามีเรื่องให้ต้องกังวล.”

“ต้องกังวลอย่างงั้นรึ?”

ดูเหมือนว่าเจ้าเมืองมู่เอง จะมีเรื่องต้องกังวลเช่นกัน.

จุนซ่างเซียวที่แสดงท่าทางว่ายินดีที่จะรับฟังความกังวล เพื่อที่จะบรรเทาให้อีกฝ่ายได้ระบายออกมา.

เงียบไปชั่วครู่.

มู่ซ่างหงที่เปลี่ยนเป็นน้ำเสียงจริงจัง“เจ้านิกายจุน เคยได้ยินเรื่องพิภพสงครามหรือไม่?”

“พิภพสงครามอย่างงั้นรึ?”

ใบหน้าของจุนซ่างเซียวที่แข็งไปเล็กน้อยทันที.

มันเกินกว่าได้ยินซะอีก!

ข้าเพิ่งถูกยอดฝีมือระดับปฐพีทุบมา ถึงกับหมดสติไปหลายวัน.

มู่ซ่างหงที่จ้องมองเขา รับรู้ว่าเรื่องนี้น้อยคนที่จะรู้จึงอธิบายออกมาว่า“พิภพสงครามนั้นคือมิติแยกที่ถูกสร้างจากพิภพเบื้องบน เป็นดินแดนให้ยอดฝีมือแต่ละพิภพเข้าไป เพียงแค่ไล่ล่าสังหารกันเพื่อที่จะมีชีวิตรอด.”

“งั้นรึ?”

จุนซ่างเซียวที่แสร้งเผยท่าทางสนใจ.

จากท่าทางการแสดง หากซูเซียวโม่เห็นแล้ว คงต้องมาศึกษา หรือเขียนเป็นตำราได้เลย.

อย่าหาว่าพูดเกินจริง.

หากให้จุนซ่างเซียวไม่ต้องจัดการนิกาย เขาที่แฝงตัวเป็นสายลับในนิกายไท่เสวียนเซิ่ง แน่นอนว่าจะต้องเหนือกว่าศิษย์ของเขาอย่างแน่นอน.

ต้องไม่ลืมว่ามีหลายอย่างที่ซูเซียวโม่เทียบไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น ความหน้าหนาของเขานั่นเอง.

มู่ซ่างหงเอ่ย “พิภพสงครามนั้นจะนำยอดฝีมือจากพิภพอื่น ๆ เข้าไปทุก ๆ ห้าปี ในแต่ละพิภพจะต้องส่งยอดฝีมือระดับต่ำสุดคือจักรพรรดิยุทธ์ 2000 คน เข้าไปด้านในเพื่อไล่ล่าสังหารกัน.”

“เรื่องนี้?”จุนซ่างเซียวที่เผยท่าทางประหลาดใจ.

ไม่ใช่ว่าแกล้งแต่อย่างใด.

หากแต่เขาไม่เคยได้ยินจริง ๆ!

นอกจากนี้ เจ้านิกายจุนที่ราวกับคิดอะไรได้ ดังนั้นจึงเร่งรีบเอ่ยอะไรออกมา“ไม่ใช่ว่าทวีปชิงหยุนของพวกเราถูกเลือกหรอกนะ?”

“ไม่ผิด!”

คำพูดดังกล่าวที่ทำให้มู่ซ่างหงเผยสีหน้าเศร้าและเจ็บปวดออกมา.

เขาที่หวังว่าจะเป็นเรื่องล้อเล่น ไม่ใช่เรื่องจริงที่จะต้องเข้าร่วมไล่ล่าสังหารกันในพิภพสงครามแต่อย่างใด.

“แล้วเข้าไปตอนใหน?”

“ห้าปีหลังจากนี้.”

จุนซ่างเซียวเอ่ย “ก็ไม่ใกล้ไม่ไกล.”

“ดังนั้น......”

มู่ซ่างหงที่กล่าวออกมาอย่างยากลำบาก “ข้าหวังว่าห้าปีหลังจากนี้ หงเหลียนจะไม่ตัดผ่านไปยังระดับจักรพรรดิยุทธ์.”

จุนซ่างเซียวที่มุมปากกระตุก เอ่ยออกไปว่า“บิดามารดาครอบครัวใหนต่างก็หวังให้บุตรมีพลังบ่มเพาะสูงขึ้น เจ้าเมืองมู่มีความคิดเช่นนี้ได้อย่างไร?”

“เฮ้อ.”

มู่ซ่างหงที่ถอนหายใจอีกครา“เกี่ยวกับกฎของพิภพ ทวีปชิงหยุนของพวกเราต้องสงจักรพรรดิยุทธ์ 2000 คนเข้าไป ไล่ล่าสังหารกันในอีกห้าปี หลังจากนี้ จะทำให้ยอดฝีมือมากมายต้องตกตายไปเป็นจำนวนมาก ไม่ต่างจากการถูกส่งเข้าสู่โรงเชือดเท่านั้น.”

“เจ้าเมืองมู่กังวลว่าบุตรสาวจะตัดผ่านไปยังระดับจักรพรรดิยุทธ์ แล้วได้เข้าไปในพิภพสงครามอย่างงั้นรึ?”จุนซ่างเซียวเอ่ย.

“ใช่แล้ว.”

มู่ซ่างหงเอ่ย“ข้ามีชีวิตมาหลายร้อยปีแล้ว ตายไปก็ไม่เสียดาย ทว่าบุตรสาวนางยังเยาว์ หากว่าเกิดอะไร.....”

คำพูดดังกล่าว น้ำเสียงของเขาที่สั่นไหว แม้แต่น้ำตาคลอเบ้าขึ้นมา.

ถึงเขาจะมีระดับครึ่งก้าวปราชญ์ยุทธ์ แต่ก็เป็นบิดาด้วยเช่นกัน ใหนเลยจะยอมรับได้ที่จะให้บุตรสาวเข้าไปตายในพิภพสงครามเช่นนั้นกัน.

“คงไม่ได้หนักหนาเช่นนั้น.”จุนซ่างเซียวเอ่ย.

แม้นว่าพิภพสงครามจะดุร้ายอมหิต ทว่าหากส่งจักรพรรดิยุทธ์และยอดฝีมือคนอื่น ๆ เข้าไปก็ไม่น่าจะด้อยกว่าพิภพอื่นแต่อย่างใด.

ระบบเอ่ย “โฮสน์จะเอาความแข็งแกร่งตัวเองเป็นมาตรฐานได้อย่างไร สำหรับโฮสน์ย่อมไม่เป็นปัญหา ทว่าจักรพรรดิยุทธ์ของทวีปชิงหยุนนั้นกล่าวได้ว่าต่ำกว่ายอดฝีมือพิภพอื่นจริง ๆ.”

“ยกตัวอย่าง ยอดฝีมือระดับ”เหลือง“ของพิภพอื่น.”

“ความแข็งแกร่งโดยรวมนั้นแข็งแกร่งกว่าจักรพรรดิยุทธ์ทวีปชิงหยุนมาก หากพวกเขาเข้าไป ก็มีแต่แส่หาความตายเท่านั้น.”

“สำหรับครึ่งก้าวปราชญ์ยุทธ์เช่นเจ้าเมืองมู่ โฮสน์คิดว่ามีความสามารถสังหารยอดฝีมือระดับ”ลึกล้ำได้อย่างนั้นรึ?”

ได้ฟังคำพูดของระบบแล้ว จุนซ่างเซียวก็กลายเป็นเงียบไปในทันที.

เขาที่เข้าไปต่อสู้ในพิภพสงครามมาแล้ว สังหารยอดฝีมือที่ล้อมเขาจำนวนมาก หนึ่งอย่างที่เขาพอบอกได้ ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาเหล่านั้น เหนือว่าผู้ฝึกยุทธ์ทวีปชิงหยุนจริง ๆ.

หากกล่าวให้ระเอียด ยกตัวอย่างเช่นยอดฝีมือระดับลึกล้ำของพิภพอื่นก็คือคนที่มีรากวิญญาณระดับสุดยอด ส่วนเจ้าเมืองมู่นั้นก็อยู่ในระดับสูงนั่นเอง แม้นว่าจะมีระดับพลังเท่ากัน ทว่าความแข็งแกร่งนั้นย่อมแตกต่างกัน.

แน่นอน.

เจ้านิกายจุนที่มีความมั่นใจในการเผชิญอยู่ด้านในได้.

อย่างแรก เขามีอุปกรณ์ชั้นยอด อย่างที่สองเขามีพรสวรรค์ระดับสูงพิเศษ สามารถต่อสู้คนที่มีพลังบ่มเพาะเหนือกว่าได้อย่างไม่มีปัญหา ในระดับเดียวกันแทบจะบอกได้ว่าไร้เทียมทานด้วยซ้ำ.

“เฮ้อ.”

เจ้าเมืองมู่ถอยหานใจ.“ครั้งนี้ทวีปชิงหยุนถูกเลือก ไม่ต้องสงสัยว่ามันคือหายนะใหญ่.”

“ไม่สามารถปฏิเสธได้อย่างงั้นรึ?”

“ไม่ได้.”

“......”

จุนซ่างเซียวที่ลอบคิดในใจ“กดขี่จริง ๆ.”

“หลังจากสงครามราชันย์ ทวีปชิงหยุนพลังฟ้าดินก็เสียหายอย่างหนัก ทำให้อ่อนแอกว่าพิภพอื่น ๆ ใหนเลยจะสามารถขยายอาณาเขตได้.”ใบหน้าของเจ้าเมืองมู่กลายเป็นอัปลักษณ์.

“ขยายอาณาเขตอย่างงั้นรึ?”

จุนซ่างเซียวเอ่ย“หมายความว่าอย่างไร?”

มู่ซ่างหงที่กล่าวอธิบายง่าย ๆ “เกี่ยวกับกฎเกณฑ์ของพิภพ หากสามารถขยายอาณาเขตไปจนถึงระดับเมืองได้ ก็จะสามารถออกมาก่อนเวลาได้ ซึ่งก็จะลดการสูญเสียได้เป็นอย่างมาก.”

“เป็นแบบนี้นี่เอง.”

จุนซ่างเซียวที่เข้าใจ พลางกล่าวกระซิบในใจ“ขยายไปยังระดับเมือง ก็ไม่ใช่เรื่องยากนิ.”

จบบทที่ Chapter 872 เจ้านิกายจุนได้ยินเรื่องพิภพสงครามหรือไม่?

คัดลอกลิงก์แล้ว